หลังจากจบคลาสเวทมนตร์และการปรับใช้เวทมนตร์ ผมก็เดินออกจากห้องเรียนพร้อมกับตารางเรียนในมือ
วิชาต่อไปคือ...
เวทมนตร์ดำ
พูดตามตรง ผมค่อนข้างคาดหวังกับวิชานี้
เวทมนตร์ดำเป็นศาสตร์ที่ผมมีความสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับเนโครแมนซี ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ผมกำลังศึกษาอยู่
ผมเปิดกำไลนำทางอีกครั้ง
เส้นแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นบนพื้น ก่อนทอดยาวไปตามทางเดิน
ผมเดินตามมันไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าห้องเรียนแห่งหนึ่ง
ประตูไม้สีดำสนิท
เหนือประตูมีอักษรเวทมนตร์สลักเอาไว้
คลาสเวทมนตร์ดำ
ผมเปิดประตูเข้าไป
ภายในห้องเงียบกว่าห้องเรียนก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
นักเรียนมีเพียงเก้าคน
น้อยมาก
ถ้าเทียบกับคลาสก่อนหน้านี้ที่มีนักเรียนเกือบเต็มห้องแล้ว ห้องนี้เรียกได้ว่าเงียบจนผิดปกติ
ผมกวาดสายตามองคนในห้อง
และพบคนที่รู้จักอยู่สองคน
คนแรกคือ...
ดาริอัส เนตต์เวิร์ธ
ลูกศิษย์ของหอคอยเวทมนตร์ดำ
ส่วนอีกคน...
ผมหยุดสายตาอยู่ที่ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่บริเวณด้านหลังของห้อง
คาสเซียน เอเทอร์เนีย
เจ้าชายองค์ที่สี่แห่งจักรวรรดิ
เป้าหมายที่ผมได้รับคำสั่งให้จับตาดู
ใบหน้าเรียวคม สันกรามเด่นชัด เรือนผมสีดำสนิทซอยสไลด์ยาวระต้นคอ ปรกลงมาบริเวณใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
ดวงตาสีเข้มรูปเมล็ดอัลมอนด์คมกริบ
เขานั่งอยู่เงียบ ๆ โดยไม่ได้สนใจคนรอบข้าง
ผมมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้
แสง
สีดำสนิท
มันไม่ได้เป็นแสงแบบเดียวกับคนทั่วไป
ผมเคยเห็นแสงลักษณะนี้มาก่อน
พลังที่ได้รับมาจากปีศาจ
ตรงกับข้อมูลที่ผมได้รับมา
เจ้าชายองค์ที่สี่
ผู้ที่ตรงข้ามกับเจ้าหญิงองค์ที่สี่ทุกอย่าง
จุดด่างพร้อยของราชวงศ์
แต่ถึงอย่างนั้น...
ถ้าเป็นเพียงเจ้าชายที่มีพลังจากปีศาจ เรื่องนี้ก็น่าจะมีข้อมูลมากกว่านี้
ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่ผมยังไม่รู้
ผมละสายตาออกจากคาสเซียน ก่อนเดินไปหาที่นั่ง
แต่ยังไม่ทันได้นั่ง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"ไง"
ผมหันไป
ดาริอัสยกมือขึ้นทักผม
"นายเองเหรอ"
ผมเดินเข้าไปใกล้
"ทำไมคนจากหอคอยเวทมนตร์ดำถึงต้องมาเรียนในคลาสเวทมนตร์ดำด้วยล่ะ?"
ดาริอัสหัวเราะเบา ๆ
"คำถามนี้ควรเป็นฉันถามนายมากกว่านะ"
เขาเอามือเท้าคาง พลางมองผมด้วยความสนใจ
"แล้วนายล่ะ?"
ผมตอบกลับอย่างเรียบเฉย
"ฉันเน้นศาสตร์เนโครแมนเซอร์เป็นหลัก"
ดาริอัสเลิกคิ้วเล็กน้อย
"งั้นเหรอ?"
"ใช่"
ผมพยักหน้า
"เพราะงั้นฉันเองก็จำเป็นต้องเรียนรู้เวทมนตร์ดำแขนงอื่นๆ"
ดาริอัสยิ้มบาง ๆ
"งั้นเราก็มีเหตุผลคล้ายกันสินะ"
"อาจจะครับ"
ผมเหลือบมองเขา
"แต่ของนายดูเหมือนจะมีเหตุผลมากกว่านั้น"
รอยยิ้มของดาริอัสชะงักไปเล็กน้อย ก่อนกลับมาเป็นเหมือนเดิม
"ฉันไม่ผิดหวังแน่"
"หมายความว่าไง?"
"อาจารย์ของฉันย้ำแล้วเน้นอีกว่า ต้องมาเรียนคลาสนี้ให้ได้"
ผมมองเขา
"อาจารย์?"
"ใช่"
ดาริอัสตอบสั้น ๆ
"เจ้าแห่งหอคอยเวทมนตร์ดำ"
เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน
แกร๊ก...
พวกเราหันไปพร้อมกัน
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
ผมสีดำยาวสลวย
ใบหน้าสวยงามและดูสงบนิ่ง
ดวงตาคมแต่ไม่ได้ดูเย็นชา
ท่าทางของเธอค่อนข้างเข้มงวด แต่กลับมีบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนใจดี
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ...
ปีกสีดำขนาดใหญ่คู่หนึ่งที่อยู่ด้านหลังของเธอ
ผมมองอยู่ครู่หนึ่ง
"มนุษย์สัตว์..."
ดาริอัสหันมามองผม
"เผ่าพันธุ์เรเวนน่ะ"
"อ้อ"
หญิงสาวเดินไปยืนหน้าห้อง
จากนั้นวางหนังสือเล่มหนาลงบนโต๊ะ
"สวัสดีทุกคน"
น้ำเสียงของเธอชัดเจนและหนักแน่น
นักเรียนทั้งห้องเงียบลงทันที
"ฉันชื่อ..."
เธอเว้นช่วงเล็กน้อย
"อาจารย์ลิเลีย เรเวนเนียร์"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะเป็นผู้สอนวิชาเวทมนตร์ดำของพวกเธอ"
เธอกวาดสายตามองนักเรียนทั้งเก้าคน
ไม่มีรอยยิ้มสดใสแบบอาจารย์เมลินดา
แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด
เพียงแค่...
จริงจัง
"ก่อนที่เราจะเริ่มเรียน ฉันอยากให้พวกเธอเข้าใจสิ่งหนึ่งก่อน"
ลิเลียหยิบชอล์กเวทมนตร์ขึ้นมา
ปลายชอล์กเรืองแสงสีม่วงเข้ม
จากนั้นเธอเขียนคำหนึ่งลงบนกระดาน
เวทมนตร์ดำ
"ศาสตร์นี้มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนัก"
เธอพูด
"ในสายตาของคนทั่วไป เวทมนตร์ดำมักถูกเชื่อมโยงกับคำว่า ความชั่วร้าย คำสาป ปีศาจ การสังหาร และการควบคุมศพ"
เธอวางชอล์กลง
"แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของศาสตร์เวทมนตร์ดำเท่านั้น"
บนกระดานเริ่มปรากฏตัวอักษรจำนวนมาก
คำสาป การควบคุมพลังชีวิต การดูดกลืนมานา
การสร้างพันธะ เวทมนตร์เงา เนโครแมนซี
เวทมนตร์วิญญาณ และศาสตร์ต้องห้ามอีกหลายแขนง
"เวทมนตร์ดำมีศาสตร์ย่อยจำนวนมาก"
"บางศาสตร์ถูกนำไปใช้ในสงคราม"
"บางศาสตร์ถูกใช้ในการรักษา"
"บางศาสตร์ใช้สำหรับค้นหาข้อมูล"
"และบางศาสตร์..."
ดวงตาของลิเลียจริงจังขึ้น
"ไม่ควรมีใครแตะต้องมันเด็ดขาด"
นักเรียนบางคนกลืนน้ำลาย
ผมกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
เรื่องพวกนี้ผมรู้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้ผมสนใจคือ...
วิธีการสอนของเธอ
เธอไม่ได้เพียงอธิบายความหมาย
แต่กำลังแยกโครงสร้างของเวทมนตร์แต่ละชนิดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
"เวทมนตร์ดำไม่ได้แตกต่างจากเวทมนตร์แขนงอื่นในเรื่องพื้นฐาน"
ลิเลียกล่าว
"ทุกอย่างเริ่มจากมานา"
เธอยกมือขึ้น
มานาสีดำรวมตัวเหนือฝ่ามือ
มันไม่ได้มีลักษณะน่ากลัวอย่างที่ผมเคยเห็นจากผู้ใช้เวทมนตร์ดำทั่วไป
ตรงกันข้าม...
มันนิ่งมาก
"สิ่งที่แตกต่างคือวิธีการหมุนเวียนและคุณสมบัติของมานาที่ถูกนำมาใช้"
เธอค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างของมานา
จากก้อนกลมกลายเป็นเส้นบาง
จากเส้นบางกลายเป็นวงแหวน
จากนั้นจึงแตกออกเป็นอนุภาคเล็ก ๆ
"การใช้เวทมนตร์ดำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณมานาเพียงอย่างเดียว"
"แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจ"
ผมมองการสาธิตตรงหน้าอย่างตั้งใจ
พื้นฐานทั้งหมด...
ผมรู้
แต่รายละเอียดของเธอแตกต่างออกไป
การแบ่งชั้นของมานา
การควบคุมความหนาแน่น
การลดการสูญเสียระหว่างร่ายเวท
รวมถึงการทำให้เวทมนตร์ดำคงรูปโดยใช้มานาน้อยที่สุด
เธออธิบายทุกอย่างอย่างเป็นระบบ
มีประสิทธิภาพมาก
ผมเริ่มจดข้อมูลลงในสมุด
บางอย่างที่ผมเคยใช้เวลาทดลองอยู่หลายวันกลับถูกอธิบายภายในเวลาไม่กี่นาที
น่าสนใจ
ถ้าเป็นแบบนี้...
คลาสนี้อาจมีประโยชน์กว่าที่ผมคิด
ผมเหลือบมองไปทางดาริอัส
เขาก็กำลังจดข้อมูลอย่างตั้งใจ
ดูเหมือนเขาเองก็ตั้งใจเรียนมากกว่าปกติ
ส่วนคาสเซียน...
ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
เขาไม่ได้แสดงสีหน้าสนใจหรือเบื่อหน่าย
เพียงฟังอาจารย์เงียบ ๆ
เขาต้องการอะไร?
ผมละสายตากลับมาที่กระดาน
เอาไว้ก่อน
ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบหาคำตอบ
ใ
นเมื่อได้รับคำสั่งให้จับตาดูเขา...
ผมก็แค่ต้องดูต่อไป
โดยไม่ให้เขารู้ตัวก็พอ ลิเลียยังคงสอนต่อ
ผมเปิดหน้าถัดไปของสมุด
ทันใดนั้น ดาริอัสก็โน้มตัวเข้ามากระซิบเบา ๆ
"เห็นไหม?"
"อะไร?"
"ฉันบอกแล้วว่านายไม่ผิดหวัง"
ผมหันไปมองเขา
"...ก็จริง"
ผมมองกลับไปยังอาจารย์หน้าห้อง