มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 117 พบกันท่ามกลางเหตุร้าย

            บัดนี้มีกังหลงหกคนพุ่งห้อมล้อมคนทั้งหกไว้ภายใน  ทุกคนต่างแตกตี่นในท่าร่างที่สามารถสร้างร่างเสมือนได้ถึงหกคน ฟู่เฉิงเห็นท่าไม่ดีรีบยิงพลุนัดหนึ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ พร้อมกล่าว

     

            "โจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มีหาหนทางหลบหนี ข้าส่งสัญญาณไปแล้วพยายยามต้านทานไว้เพื่อรอกำลังเสริมมาถึง เป้าหมายตึงมือเกินไป"

     

            นงคราญสุรางค์สวรรค์เห็นเช่นนั้นรีบกล่าวว่า

     

            "คุณชายรีบรวบรัดพวกมันส่งสัญญาณเรียกกำลังเสริมมาแล้ว กำลังเสริมพวกมันอาจอยู่ไม่ไกลจากนี้"  

     

            ได้ยินเช่นนั้นกังหลงเกร็งพลังจักระธาตุอัคคี จากทุกร่างเสมือนทั้งห้า โจมตีเข้าสู่วงล้อมพร้อมกันทันที

     

            "อัคคีโลกันต์..!!"

     

            "บึ้ม..!!"

     

            "อ๊ากกกกกกก.."

     

            เสียงระเบิดพร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน ร่างทั้งหกโดนพลังธาตุอัคคีอันร้อนแรงแผดเผากลิ่นเนื้อ เส้นผมมอดไหม้คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียนไปทั่ว ชั่วอึดใจชิ้นส่วนร่างกายสูญหายสลายสิ้นไปหลงเหลือไว้เพียงอาวุธและแหวนมิติหนึ่งวงในกองเถ้าถ่าน กังหลงก้าวไปหยิบดาบระดับราชันย์พร้อมแหวนมิติเก็บไว้ในแหวนมิติของตนทันที  ท่ามกลางสายตาอันตื่นตระหนกของผู้ที่เฝ้าชมการต่อสู้มากมาย กังหลงหันไปกล่าวกับนงคราญสุรางค์สวรรค์

     

            "ไปกันเถอะ..พวกมันแส่หาที่ตายเอง..!!" 

     

            "หยุดอยู่ตรงนั้น"


            สัมผัสได้ถึงปราณราชันย์ถึงสี่สายพุ่งตรงมายังตำแหน่งนี้กังหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย นงคราญสุรางค์สวรรค์ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี อุทานออกมา

     

            "ทำไมถึงได้มีผู้เก่งกล้าระดับปราณราชันย์ปรากฎออกมามากมายถึงปานนี้ได้เกิดเหตุใดขึ้นกับอาณาจักรเนตรอสูรแล้ว..!!ก่อนหน้านี้มิเคยมีราชันย์ในอาณาจักรเนตรอสูรเปิดเผยตัวตนมาก่อนสักคน..หรือคนเหล่านี้จะมิใช่คนของอาณาจักรเนตรอสูร ?"

     

            ร่างทั้งสี่พุ่งกายลงสู่พื้นถึงกับเปิดเผยปีกยุทธอย่างชัดเจนพลังกดดันอันรุนแรงของราชันย์ที่แผ่กระจายออกมาสร้างความตื่นตระหนกแก่ฝูงชนทั่วบริเวณเป็นอย่างมากเนื่องจากนี่เป็นคราแรกเช่นกันที่ในเขตพื่นที่ของตระกูลหยางได้พบเห็นจอมยุทธที่สามารถเศิลาบินได้โดยใชีปีกยุทธและมีพลังรุนแรงระดับนี้ซึ่งปีกยุทธหรือการเศิลาบินของผู้คน สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงคำบอกเล่าที่เล่าต่อกันมาว่าเมื่อฝึกปรือถึงระดับปราณราชันย์จะสามารถสร้างปีกยุทธเพื่อเหาะเหินเดินอากาศได้  คำบอกเล่าเหล่านั้นได้ปรากฎให้เห็นแล้ว ณ บัดนี้..!!ต่างเปล่งเสียงด้วยความตื่นเต้น

     

            "โอ..นั่น..ปีกยุทธ....ราชันย์..!!." 

     

            "มีคนเหาะเหินมาถึงสี่คน...พระเจ้า...ถึงกับมียอดฝีมือที่สูงส่งระดับนี้อยู่จริง..!!  "

     

            "ข้ามิอยากเชื่อสายตาตัวเองคนทั้งสี่กลับมีปีก..นั่นมันผู้เยี่ยมยุทธระดับปราณราชันย์แน่แล้ว..โอ้...อาณาจักรเนตรอสูรกำเนิดราชันย์ขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ?"

     

            ร่างของผู้ท่ี่มาทั้งสี่เป็นชายฉกรรจ์อายุประมาณสามสิบกว่าปีอกเสื้อด้านขวาต่างปักไว้ด้วยรูปพยัคฆ์สีแดงสดหลังเมื่อทั้งสี่ลงสู่พื้นได้กวาดมองไปยังร่องรอยการต่อสู้เมื่อพบเห็นเพียงหลุมกว้างประมาณสองเมตรพร้อมซากเถ้าถ่านของพวกตนถึงกับหน้าเปลี่ยนสี บุคคลที่มีหน้าตาโปนโตท่าทางเป็นหัวหน้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวขึ้นด้วยเสียงน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมพร้อมชี้ไปยังซากเถ้าถ่านเบื้องหน้า

     

            "เป็นฝีมือของผู้ใด..แล้วนายน้อยฟู่เฉิงอยู่ที่ใดเมื่อครู่เป็นสัญญาณที่นายน้อยฟู่เฉิงส่งขอความช่วยเหลือไป"

     

            "เอ๊ะ..!!..สตรีนางนี้ช่างงดงามนัก..พี่ใหญ่หลังจากสืบสาวเรื่องราวเสร็จสิ้นถือโอกาสจับตัวนางงามน้อยผู้นี้ไปเป็นของกำนัลให้กับท่านหัวหน้า..คงเป็นที่ถูกใจท่านหัวหน้ายิ่ง"

     

            คนรูปร่างผอมแห้งหน้าตาซีดเผือดเหมือนผีตายซากกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งขึ้น  ผู้เป็นพี่ใหญ่หลังจากสอบถามมิมีผู้ใดตอบบังเกิดโทสะสำแดงพลังราชันย์ระดับสองข้นต้นออกมาพร้อมตวาดลั่นจนผู้เฝ้าดูรอบข้างต่างหวาดหวั่นจนตัวสั่นงันงก

     

            "หากมิมีใครบ่งบอกออกมาว่าเป็นผู้ใดกระทำ..? ข้าจะเข่าฆ่าให้หมดสิ้นไม่ให้เหลือแม้แต่สุกรสุนัข.!!"

     

            "ช่างเป็นวาจาสามหาวนัก..!!..เป็นผู้เก่งกล้าจากที่ใดถึงกับมาแสดงอำนาจบาดใหญ่ในเขตพื้นที่ของตระกูลหยางเรา..?"

     

            เสียงตะโกนแทรกออกมาแต่ไกลเมื่อผู้คนหันไปมองก็พบว่าผู้ที่กล่าวเป็นบุรุษหนุ่มร่างกายใหญ่โตท่าท่างเหี้ยมหาญที่มาพร้อมกับชายกลางคนชุดสีทองและสตรีร่างเล็กใส่ชุดกระโปรงสีขาวยาวถึงข้อเท้าเสื้อยาวถึงข้อศอกเมื่อชาวบ้านทุกคนได้เห็น ต่างแสดงสีหน้าดีใจโหดร้องขึ้น


            "ผู้นำตระกูลหยางพร้อมบุตรกลับมาแล้ว..คราวนี้พวกอันธพาลเหล่านี้จะต้องเจอดีแน่..!!"


            "แต่พวกมันต่างเป็นผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ถึงสี่คน..มิทราบตระกูลหยางจะสู้รบไหวรึไม่ หากแม้นมิอาจต่อต้านได้เห็นทีครานี้พื้นที่ปกครองของตระกูลหยางต้องสูญเสียไปให้เจ้าพวกชั่วร้ายพวกนี้แล้ว"


            ทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์และกังหลงเมื่อหันไปมองกลับพบว่าคนทั้งสามคือผู้ที่พวกตนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้งหยางเช็งซีหยางเสี่ยวเอ่อร์และชายกลางคนชุดสีทอง ก่อนหน้านี้แม้แต่ละคนจะมีชื่อหยางแต่กังหลงมิได้เอะใจและมิคาดคิดว่าชายกลางคนชุดสีทองจะเป็นผู้นำตระกูลหยางซึ่งเป็นพี่น้องรวมสาบานของกังหยางผู้เป็นบิดา ที่กังหลงต้องการจะมาคารวะเยี่ยมเยียนตามคำสั่งของบิดา

     

            หยางเช็งซีหยางเสี่ยวเอ่อร์และชายกลางคนชุดสีทองเมื่อมาถึงพบเห็นชัดตาว่าผู้ที่ถูกกลุ่มคนทั้งสี่ห้อมล้อมไว้กลับเป็นกังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะก็ตกตะลึงไปเช่นกัน ทั้งหยางเช็งซี หยางเสี่ยวเอ่อร์ ต่างเอ่ยปากออกมาแทบพร้อมกัน

     

            "น้องกังหลง."

     

            "พี่เหมี่ยวเซี๊ยะ"


            พวกท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร..?


            "ที่แท้พวกท่านต่างเป็นคนตระกูลหยาง..พี่หยางเช็งซี ท่านลุงหยางแม่นางหยางเสี่ยวเอ๋อร์ เรื่องอื่นค่อยพูดคุยกันภายหลังพวกท่านรู้จักความเป็นมาของคนกลุ่มนี้หรือไม่ ?"

     

            กังหลงทักทายทั้งสามพร้อมกล่าวถามถึงกลุ่มชาวยุทธที่ห้อมล้อมตนกับนงคราญสุรางค์สวรรค์อยู่เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งสี่ที่อกเสื้อด้านขวาต่างปักไว้ด้วยรูปพยัคฆ์สีแดงสดเมื่อเห็นสามคนที่ปรากฎตัวสอดแทรกเข้ามากลับมีสตรีงามที่งดงามมิด้อยไปกว่าสตรีที่อยู่กับเจ้าหนุ่มบอบบางเบื้องหน้าผู้เป็นพี่ใหญ่ถึงกับหัวร่อลั่น


            "ฮ่าฮ่า ฮ่า อาณาจักรแห่งนี้ถึงกับมีสตรีงดงามมากมายนักครานี้ท่านหัวหน้าได้มีนางบำเรอสวยงามเช่นนี้คงต้องให้รางวัลพวกข้าได้เสพสุขสบายไปอีกนานเป็นแน่"


            "ฺ่ฮ่าฮ๋า ฮ่า"


            ทั้งหมดหัวเราะลั่นนึกวาดฝันถึงรางวัลที่จะได้รับ คล้ายไม่เห็นทั้งสามที่เพิ่งมาอยู่ในสายตาเพราะดูจากระดับปราณที่สำรวจเจอมิมีใครที่อยู่ในระดับปราณราชันย์ต่างมองด้วยสายตาอย่างเหยียดหยามผู้เป็นพี่ใหญ่ชี้ไปที่ซากเถ้าถ่านอีกครั้งพร้อมกล่าวตะคอกขึ้น


            "หากมิมีใครพูดเป็นว่าผู้ใดทำและนายน้อยฟู่เฉิงได้ไปอยู่ที่ใดแล้วพวกข้าจะเข่นฆ่าล้างบางคนแถวนี้ให้หมดสิ้น..!!"


            "พวกเจ้าเป็นใครมาจากไหนถึงได้มาถืออำนาจบาทใหญ่ในเขตพิ้นที่ของตระกูลหยางเราจงไสหัวไปเดี๋ยวนี้"


            หยางเช็งซีกล่าวออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว


            "เฮอะเฮอะ เจ้าหนุ่มเจ้าไปอยู่ไหนมาถึงมิทราบว่าตั้งแต่เมื่อห้าวันก่อนกลุ่มพยัคฆ์โลหิตของเราได้มาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่แถบนี้และอีกไม่นานก็จะควบคุมดูแลที่นี่ทั้งหมด ในเมื่อไม่มีใครบอกสิ่งที่ข้าถามเช่นนั้นเจ้าผีตายซากจงบดขยี้เจ้าหนุ่มร่างใหญ่และตาแก่นี่ก่อนแล้วสยบนางสตรีไว้"



    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน