ร่างเล็กบางของข้าวขวัญถูกกระชากอย่างแรงจากที่นั่งเบาะด้านหน้ามาที่เบาะด้านหลัง ข้าวขวัญไม่ทันตั้งตัวจึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดนายวิรุณอย่างไม่เต็มใจ แล้วทุกอย่างก็ชุลมุนไปหมด
"ช่วยด้วย! นายทิว ช่วยฉันด้วย! ปล่อยนะไอ้บ้ากาม ไอ้บ้า ปล่อยนะ กรี๊ด! ว้ายย!"
ไอ้บ้ากามกดร่างบางให้ติดอยู่ตรงที่พิงของเบาะนั่ง มือใหญ่ตะปบทรวงอกข้างหนึ่งของหญิงสาวแล้วขยำสุดแรง
"กรี๊ดดด!"
"ว้าว หนูข้าว นี่แค่เริ่มนะ ไม่คิดว่าจะซ่อนรูปขนาดนี้ เต็มไม้เต็มมือชมัด แถมโนบราเสียด้วย แบบนี้แหละที่ฉันชอบ"
วิรุณพยายามจะจูบหญิงสาวคราวลูก แต่ข้าวขวัญก็พยายามดิ้นหนีและต่อสู้สุดกำลัง ปากของเธอก็กรีดร้องเรียกหานายทิวไปด้วย สองมือของข้าวขวัญนั้นตะกุยหน้าของเสี่ยวิรุณจนบางแห่งเริ่มเป็เืซิบๆ อย่างมากก็แค่ตาย เธอจะไม่ยอมเป็เมียไอ้บ้ากามนี้เด็ดขาด
"นายทิว นายทิว! ช่วยด้วย! นายทิว! กรี๊ดดด! อย่า ปล่อย ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ไอ้บ้ากาม!"
เธอกลัวสุดหัวใจ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้นะ ข้าวขวัญต่อสู้และร้องกรี๊ดราวกับคนเสียสติ ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง ในขณะที่นายวิรุณเองก็พยายามเต็มที่เช่นกัน ยิ่งได้ผู้หญิงหน้าใหม่ๆ ยิ่งทำให้นายวิรุณกระเหี้ยนกระหือรือมากขึ้นไปอีกเท่าตัว
พรึ่บ!
กางเกงขาสั้นหลุดออกไปอย่างง่ายดายด้วยความชำนาญของคนถอด ข้าวขวัญกลัวลนลาน นี่เรากำลังจะถูกข่มขืนหรือนี่ แม้จะต่อสู้ยังไงแต่นายวิรุณก็อาศัยชั่วโมงบินที่สูงกว่ากดแขนกดขาของเธอไว้ได้ทุกทิศทุกทาง ร่างบางเสียเปรียบถูกกดให้นอนราบไปตามความยาวของเบาะ โดยนายวิรุณขึ้นคร่อมเธอไว้ทั้งตัว
"สัญญาว่าแป๊ปเดียวนะหนูข้าว ฉันขยับแป๊ปเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ ขี้คร้านหนูข้าวจะขอซ้ำ อย่าดิ้นนะเดี๋ยวจะเจ็บมาก...ดิ้นอย่างนี้ไม่เคยแน่ๆเลย ดี ๆ ฉันชอบ"
นายวิรุณยิ้มเหี้ยมเกรียมหื่นกระหาย ขาเรียวข้างหนึ่งถูกดันขึ้นไปแล้วร่างใหญ่ก็แทรกเข้ามา จีสตริงถูกเกี่ยวไปด้านข้างแล้ว...
"ฮืออ! อย่านะ อย่าาา!"
ข้าวขวัญมือไม้แขนขาอ่อนแรง นี่คือสุดท้ายของเธอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แล้วใช่ไหม? นายทิว...ช่วยฉันด้วยเถอะ!
ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!
ด้ามปืนซัดเข้าสุดแรงที่ท้ายทอยของคนบ้ากามอย่างไม่นับจนมันฟุบลงทับร่างข้าวขวัญทันทีั้แ่ปั่กแรกที่ทิวไทซัดลงไป
"กรี๊ดดด!"
หญิงสาวรีบตะกายออกมาจากใต้ร่างของนายวิรุณด้วยความขยะแขยง
ทิวไทลากร่างที่หมดสติของนายวิรุณ เอามาโยนทิ้งไว้ตรงพงหญ้าข้างทางอย่างไม่ใยดีว่ากางเกงของมันนั้นหลุดลุ่ยลงไปอยู่ที่ข้อเท้า ผิดสภาพไปจากนายวิรุณทรงเสน่ห์ของสาวๆไปมากทีเดียว
"คุณรีบใส่กางเกงซะ เร็วเข้า เราต้องรีบไปกันต่อ"
ทิวไทรีบโยนกางเกงขาสั้นที่ตกลงบนพื้นหญ้าให้หญิงสาวที่ยังนั่งตัวงอสติหลุดอยู่ที่เบาะหลัง ข้าวขวัญได้สติตอนที่กางเกงถูกโยนมาที่ตัว หญิงสาวรีบรับแล้วลนลานใส่กางเกงมือไม้สั่น ทิวไทรีบเบือนหน้าหนี เขาไม่อยากจะเห็นผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด คู่ขาเรียวยาวนั่นเขาก็ไม่อยากจะเห็น แล้วก็...เฮ้ออ! ทำไมหญิงสาวต้องใส่จีสตริงด้วยก็ไม่รู้!
"นี่แนะ นี่แนะ นี่แนะ!"
"โอ้ย คุณข้าว มาตีผมทำไม? มันเจ็บนะ"
ทันทีที่ทิวไทะโขึ้นประจำที่นั่งคนขับแล้วออกรถ ทั้งมือทั้งเล็บของข้าวขวัญก็ระดมใส่เขาไม่ยั้ง จนเขาเจ็บท่อนแขนข้างซ้ายไปหมด
"ไม่ได้ยินเสียงฉันร้องให้ช่วยหรือไง? จะให้ฉันโดนไอ้เสี่ยบ้ากามนั่นข่มขืนก่อนใช่มั้ย?" ข้าวขวัญตวาดแว้ดใส่ทิวไททันทีที่เขาเข้าประจำที่นั่งคนขับ
"ผมจะปล่อยให้มันทำอย่างนั้นได้ยังไง?"
ปึ่ก! ปึ่ก! ปึ่ก!
"โอ้ย! คุณข้าว คุณเลิกทุบผมได้แล้ว ผมเจ็บ ให้ผมขับรถดี ๆ เถอะ นี่เรากำลังหนีตำรวจอยู่นะคุณ แล้วยังต้องหนีไอ้นายวิรุณบ้ากามนี่อีก"
ก็ั้แ่เขาออกรถมา ข้าวขวัญก็ยังทุบเขาไม่หยุด แถมด่ามารัว ๆ อีกต่างหาก
"แล้วนายจะพูดชักจูงให้ไอ้บ้านั่นมันปล้ำฉันทำไม? ถ้านายไม่พูดอะไรเสียก็สิ้นเื่ นี่แนะ นี่แนะ ฮือ! ฮืออ!"
ข้าวขวัญร้องไห้ราวกับทำนบพัง เธอใแทบเสียสติ ในตอนที่เสี่ยวิรุณดึงกางเกงขาสั้นออกจนได้ จนท่อนล่างเหลือเพียงจีสตริงตัวบางเท่านั้น สำหรับผู้หญิงแล้ว คงไม่มีอะไรที่จะน่ากลัวไปกว่าการถูกล่วงละเมิด
เอี๊ยดด!
ทิวไทจอดรถแล้วคว้าข้าวขวัญที่ทุบไหล่เขาสะเปะสะปะราวกับคนเสียสติ ชายหนุ่มเขย่าสองไหล่เรียกสติหญิงสาว
"ชู่ว์! จุ๊ ๆๆ หยุดร้องไห้ได้แล้วคุณข้าว ไม่มีใครมาทำอะไรคุณได้ ผมสัญญา คุณต้องหยุดร้องไห้ก่อน คุณหยุดก่อน"
ร่างบางมองหน้าเขาแล้วร้องไห้โฮ ข้าวขวัญร้องไห้ราวกับคนเสียสติจนทำให้ทิวไทใจเสีย
"ฉันกลัวมาก ก็นายไม่ได้ยินที่ฉันเรียกเลย ฉันเรียกนายให้ช่วย ฉันกลัว ฮือ ฮืออ! ฉันกลัวแทบแย่"
มือเล็กยังพยายามทุบที่อกของชายหนุ่มอยู่ทั้ง ๆ ที่อ่อนแรงไปมากแล้ว ทิวไทไม่รู้ตัวเลยว่าเขาดึงร่างบางเข้าไปกอดไว้แน่นเพราะความสงสาร
"ผมขอโทษก็ได้ แต่ผมรู้ว่าผมจะเอามันอยู่อยู่แล้ว คุณหยุดร้องไห้ได้แล้วนะ"
ข้าวขวัญหยุดร้องไห้กึกราวกับปิดสวิตช์ แล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าชายหนุ่ม
"นายว่ายังไงนะ?"
"เอ้อ.." ทิวไทอึกอักเพราะไปไม่ถูก มึงพลาดแล้วไอ้ทิว!
"นายว่านายรู้ อย่าบอกนะว่านี่เป็แผนของนาย นายทิว!"
"ก็....เออ...ใช่...แผนผมเองแหละ.......ก็ถ้าไม่ทำอย่างนี้แล้วเราจะถีบไอ้เสี่ยวิรุณมันลงรถได้ยังไง? ผมก็นึกอะไรไม่ออกนอกจากแผนนี้ มันจวนตัวมากๆ เลยนะ คิดแผนอื่นก็ไม่ทันแล้ว"
"แต่นายก็ไม่ควรรอจนฉันเกือบจะเสร็จมันอยู่แล้วอ่ะ นายรู้มั้ยว่าฉันกลัวแค่ไหน?"
"ก็ผมกลัวว่ามันจะไม่สมจริง ผมก็เลยรอจังหวะให้มันกลัดมันสุดขีดก่อนไง"
"รอจังหวะ...นี่แสดงว่านายก็แอบดูฉันถูกไอ้เสี่ยนั้นมันรังแกอยู่อย่างนั้นเหรอ?"
"ก็ เอ้อ! ก็ใช่แหละ..แต่ผมก็คอยระวังให้คุณอยู่ไง โอ้ยย! โอ้ย! พอได้แล้ว ไปๆ รีบไปกันได้แล้ว โอ้ยย!"
พลาดที่สุดในชีวิตก็ตอนนี้แหละไอ้ทิวเอ๋ย คุณข้าวขวัญก็ดันมารู้ทันเสียอีก!!
ทิวไทจอดรถเมื่อถึงที่หมาย ชายหนุ่มมองไปยังคนที่นั่งข้างๆ ข้าวขวัญหลับสนิทตลอดระยะทางที่เขาขับรถมาเกือบหกชั่วโมง ข้าวขวัญคงจะทั้งเหนื่อยและทั้งเจ็ทแล็ก (Jet lag) รวมกัน ทิวไทมองหญิงสาวแล้วก็สงสาร ดูทรงแล้ว คงไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของเสี่ยขจรศักดิ์หรอก และเสี่ยขจรศักดิ์เองก็แทบจะไม่เคยบอกใครเลยว่าตัวเองมีลูกสาว เขาเองเข้ามาทำงานที่นี่ได้เกือบสองปี ก็ยังเพิ่งรู้ว่าเสี่ยขจรศักดิ์นั้นมีลูกสาวก็ตอนที่ข้าวขวัญโผล่มาเซอร์ไพรส์บิดาของตัวเองนี่แหละ
ชายหนุ่มช้อนอุ้มข้าวขวัญให้เข้าไปนอนในห้องนอนบนบ้าน ทิวไทมองคนตัวเล็กที่นอนหลับลึก หายใจสม่ำเสมอ และไม่มีท่าทีว่าจะตื่น ทิวไทส่ายศีรษะ เมื่อเห็นสภาพของข้าวขวัญในตอนนี้ เพราะเธอดูยับเยินมาก ผมเผ้าดูไม่ได้ เสื้อผ้าก็ยับ เท้าทั้งสองข้างก็เต็มไปด้วยฝุ่นดินเพราะไม่มีรองเท้า เท้าบางแห่งมีแผลถลอกเืซิบๆ ทิวไทได้แต่ถอนหายใจ
"ทุบผมซะน่วมเลยนะ คุณข้าว แสบไม่ใช่เล่นนะคุณเนี่ย"
ชายหนุ่มห่มผ้าให้ อยากจะช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็...เฮ้อ..อย่าเลย เดี๋ยวจะเป็เื่ใหญ่โตไปอีก
บ้านหลังนี้เป็บ้านสวนของเสี่ยขจรศักดิ์ ซึ่งจะเป็คนละหลังกับเซฟเฮาส์ หลังจากที่สงสัยมานาน ว่าทำไมเสี่ยขจรศักดิ์จึงต้องมีบ้านสวนหลังนี้อีกหลังแยกจากเซฟเฮาส์ ทิวไทก็เพิ่งจะรู้คำตอบก็วันนี้เอง ที่นี่ เสี่ยขจรศักดิ์จะให้คนสนิทที่ไว้ใจได้มาเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็คนเก่าแก่ของบ้าน ส่วนทิวไทเองนั้น เขาได้รับความไว้ใจทำให้เขามีโอกาสได้มาที่นี่สองครั้ง เพื่อเอากระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็มาเก็บไว้ ซึ่งนั่นก็มากพอที่จะทำให้เขารู้ว่า เสี่ยขจรศักดิ์นั้นก็ระวังตัวพอสมควรทีเดียว
"เผื่อฉุกเฉิน ถ้ากูบอกให้มึงมาที่บ้านสวน มึงก็มาที่นี่ เสื้อผ้าเครื่องใช้ของมึงก็มีเรียบร้อย"
"ครับนาย"
ทิวไทเดินเข้าไปในห้องทำงานที่เสี่ยขจรศักดิ์เคยบอกเขา ในลิ้นชัก มีกล่องใส่โทรศัพท์อยู่หลายเครื่อง ทิวไทหยิบโทรศัพท์พร้อมใช้ขึ้นมาแล้วโทรออกไปยังปลายสายที่สำคัญทันที
"เสี่ย ผมเองครับ คุณข้าวปลอดภัยครับ เสี่ยไม่ต้องห่วง.....ครับ...ได้ครับเสี่ย"....
ทิวไทเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง แล้วเช็คดูจมูกอันบวมเป่งของตัวเองจากกระจกในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่หัก พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็คงจะยุบแล้ว เขาจัดการอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้วโทรหาป้าสายทันที
"ป้าสาย ผมทิวนะครับ ป้าจำผมได้ไหมครับ....ครับ ครับ ผมพาคุณข้าวขวัญมาที่นี่แล้วครับ....รบกวนป้าสายกับลุงนพด้วยนะครับ ครับ พรุ่งนี้เจอกันครับ"