ตอนที่ 29 : สัตว์ประหลาดออกอาละวาด
“ข้าเองก็เป็ศิษย์สำนักัฟ้าเช่นกัน เรียกข้าว่าศิษย์พี่หญิงสิ!!!!” หญิงสาวใส่ชุดดำยิ้มพร้อมเอื้อมมือเข้ามาจับ ที่ปลายคางของรันฟงเทียน นางหัวเราะและกล่าวขึ้นว่า “ช่างเป็เด็กหนุ่มที่หล่อเหลายิ่งนัก ทั้งร่างกายยังดูแข็งแกร่ง ข้าอยากััมากกว่านี้เสียจริง ๆ ”
รันฟงเทียนไม่คิดเลยว่า หญิงสาวใส่ชุดดำตรงหน้า จะมาจากสำนักัฟ้า!!! ผนวกกับหน้าตาและรูปร่างของนาง ช่างเร้าร้อนยิ่งนัก ทว่าในตอนนี้มือของนาง ใกล้ล้วงเข้าไปในอกเสื้อของเขาแล้ว!!!
“อะแฮ่ม!!! ข้าก็ไม่อยากขัดจังหวะพวกท่าน แต่ไม่ใช่ว่าท่านเป็คนของกองโจรทมิฬหรือ??? ” เฉิงชิงชิงกล่าวขึ้นและรุดมายืนข้าง ๆ รันฟงเทียนพร้อมดึงเขาออกมาจากนาง
“ว้า...!!! น่าเสียดายศิษย์น้อง เ้ามีคนรักเสียแล้วหรือนี่??? ” หญิงสาวใส่ชุดดำก้มหน้า พร้อมเอานิ้วชี้ทั้งสองจิ้มกันเองอยู่บนเนินอกของนาง
รันฟงเทียนมองตามนิ้วของนางอย่างไม่ละสายตา... พร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า... พี่สาวคนสวยล้อข้าเล่นเสียแล้ว นางคือสหายของข้าเท่านั้น... เพียงแต่อย่างที่นางกล่าวมา ท่านไม่ใช่คนของกองโจรทมิฬหรือ??? ”
“ฮ่าฮ่า... แล้วใครบอกว่า คนจากกองโจรทมิฬ จะเป็ศิษย์สำนักใหญ่ไม่ได้กันเล่า” หญิงสาวใส่ชุดดำยิ้มมาทางเขาอย่างยั่วยวน
“อ้าวเป็อย่างนั้นหรือนี่ ยินดีที่ได้พบศิษย์พี่หญิง” รันฟงเทียนถอยออกมาจากนาง และคารวะให้
“เชอะ!!! เ้าเด็กนี่ช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก!!! หากเ้าไม่เล่นด้วย งั้นข้าไม่แกล้งเ้าแล้วก็ได้” หญิงสาวใส่ชุดดำกระแทกเสียงใส่
“นายกองหญิง....” หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำคล้ายทนมองไม่ไหว ต้องกล่าวด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกเป็การเตือน ฟังจากน้ำเสียงและคำพูด ก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเขาแก่กว่าหญิงสาวใส่ชุดดำ
“พวกเ้าไปได้แล้ว!!! วันนี้พอก่อน ยกเลิกภารกิจแต่เพียงเท่านี้!!! เฉินไห่หรงเ้าอ่อนแอกว่าคู่ต่อสู้ของเ้า... ครั้งต่อไปเ้าต้องจัดการด้วยตนเอง จะไม่มีใครช่วยเ้าอีก ถ้าเกิดแพ้!!! นั่นหมายถึงชีวิตของเ้า... เพราะบุญคุณความแค้นต้องชำระด้วยตนเอง นี่คือหลักการของกองทัพทมิฬ!!! เข้าใจหรือไม่!!!”
“วันนี้... เราจะไม่สังหารใครทั้งสิ้น แยกย้ายได้” หญิงสาวใส่ชุดดำกล่าวอย่างเฉยชา
“รับทราบ!!!” หลังจากหนึ่งในกลุ่มชายชุดดำขานรับ พวกเขาจึงจากไปพร้อมเสียง
“ฟึบ!!!” ชายชุดดำคนอื่นก็ทยอยตามจากไปเช่นกัน เหลือแต่เพียงเฉินไห่หรง
“ตงเปียน!!! วันนี้ข้าสังหารเ้าไม่ได้ ช่างน่าเสียดายนัก... เจอกันคราวหน้า ข้าจะนำเอาโลหิตของเ้า ไปเซ่นสังเวยต่อหน้าหลุมศพ ของน้องสาวข้าให้จงได้!!!” เฉินไห่หรงกล่าวจบก็จากไป
เมื่อชายชุดดำจากไปหมดแล้ว หญิงสาวใส่ชุดดำก็เหลือบมองมาทางตงเปียนแล้วเอ่ยขึ้น “ไอ้สวะ!!! เ้ายังไม่ไสหัวไปอีก!!!”
ตงเปียนกัดฟันค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เดินอย่างคนอ่อนแรง สายตาสั่งสมไปด้วยเพลิงแค้น มุ่งตรงไปทางเมืองฝู่หลง
“ศิษย์น้อง... พวกเ้าคิดจะไปที่ใด สำนักัฟ้าหรือ??? ” หญิงสาวใส่ชุดดำถาม
“ศิษย์พี่หญิง ข้ากำลังจะไปที่เมืองฝู่หลง... พอจัดการธุระเสร็จเรียบร้อย ข้าและน้องอิงอิงจะเดินทางไปยังสำนักัฟ้า” รันฟงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เมืองฝู่หลง... งั้นหรือ!!! ดีเลย... ข้าจะได้แวะไปซื้อของที่นั่นด้วย ดังนั้นพวกเราร่วมเดินทางไปพร้อมกันเลยดีกว่า” หญิงสาวใส่ชุดดำหัวเราะคิกคักและเอื้อมมือ แล้วใช้นิ้วจิ้มลงที่แก้ม บนใบหน้าอันหล่อเหลาของรันฟงเทียน
“เชอะ!!!” เฉิงชิงชิง กระทืบเท้าแล้วเดินกลับไปอยู่ข้าง ๆ เชี่ยอิงอิง
เชี่ยหลีเนียงส่ายศีรษะแล้วกล่าวขึ้นว่า “เอาล่ะ!!! ไหน ๆ จะร่วมทางกันแล้ว เ้าชื่ออะไรหรือแม่นาง??? ”
“คารวะผู้าุโ… ข้าชื่อ ฮวาไฉ่ลี่ อายุ 18 ปี เป็ศิษย์สายใน ของสำนักัฟ้า” นางคำนับอย่างสวยงาม
“อืมดี... เรียกข้าว่า ป้าเชี่ยเถอะ นี่คือบุตรสาวข้า เชี่ยอิงอิง และนี่คือคุณหนูเฉิงชิงชิงแห่งหอการค้าเทียนเซียน ส่วนเ้าเด็กนั่นชื่อ รันฟงเทียน” เชี่ยหลีเนียงยิ้มอย่างจริงใจ
รันฟงเทียนทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับ โดยไม่อาจกล่าวคำใดแล้วเขาก็เดินออกไป
“ยินดีที่ได้รู้จัก ศิษย์พี่หญิง” เชี่ยอิงอิงคารวะให้นางอย่างอ่อนโยน
ฮวาไฉ่ลี่พยักหน้าให้เชี่ยอิงอิง จากนั้นนางก็เหลือบมองไปที่เฉิงชิงชิงแล้วยิ้มให้ และเดินตามรันฟงเทียนไป
“นี่เ้าไม่อยากรู้หรือว่า พวกเรามาทำภารกิจอะไรกัน” ฮวาไฉ่ลี่เอ่ยถาม
“ไม่เลย!!!” รันฟงเทียนไม่ค่อยรู้เื่ของกองโจรทมิฬเท่าไรนัก พวกเขาไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ใด กับเจ็ดสำนักใหญ่มากนัก
“พวกเรากองทัพทมิฬ ออกมาล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ชนิดหนึ่ง ถ้าปล่อยเอาไว้มันอาจจะออกมาทำร้ายพวกชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นได้... พวกเราจึงรับภารกิจนี้มาทำ” ฮวาไฉ่ลี่กล่าวอย่างจริงจัง
รันฟงเทียนหันมองนางแปลก ๆ แล้วกล่าวว่า “ทำไมกองโจรทมิฬถึงช่วยชาวบ้านล่ะ ปกติจะออกปล้นไม่ใช่หรือ??? ”
“ฮ่าฮ่า... คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า กองทัพทมิฬเป็กลุ่มกองโจรก็ไม่แปลก เพราะในแคว้นทมิฬ ผู้ที่มีพลังปราณสูงนั้น มักเป็ผู้ออกกฎของดินแดนเสมอ แต่ยังคงมีอาชญากรซึ่งหนีออกมาจากแคว้นต่าง ๆ ที่จะมักทำผิดกฎ คนระดับสูงในแคว้นจึงรวมตัวกันจัดตั้งกองกำลังขึ้นมา ชื่อ กองทัพทมิฬ เพื่อรักษาความสงบภายในแคว้น”
“ส่วนเื่อาชญากรสังหารกันเอง หรือโดนลอบสังหารนั้น ทางกองทัพทมิฬจะไม่ขอเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย.... แต่หากมีใครทำร้ายหรือสังหารชาวบ้านและผู้บริสุทธิ์ ทางกองทัพทมิฬจะขึ้นบัญชีดำบุคคลผู้นั้น และตามไล่ล่าไปทั่วทุกสารทิศ”
“กองทัพทมิฬของเรา มักจะปล้นพวกพ่อค้าชั่ว ที่ทำการค้าทาส... หรือพวกฉ้อโกงลูกค้าเท่านั้น ทำให้พวกพ่อค้าเ่าั้ไม่พอใจ ไปฟ้องร้องทางการ ให้มาตามไล่ล่าพวกเรา และเรียกพวกเราว่ากองโจรทมิฬ รายได้ที่ได้จากการปล้นมากกว่า 7 ใน 10 ส่วนนั้น จะนำไปมอบให้คนจน, เด็กกำพร้า, ผู้พิการ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากาจนต้องลำบาก”
“ว้าววววว!!! สุดยอดไปเลยกองทัพทมิฬของศิษย์พี่หญิง คงจะช่วยผู้บริสุทธิ์และผู้ยากไร้จำนวนมากใช่หรือไม่ นี่ก็นับได้ว่าพวกท่าน เป็วีรบุรุษและวีรสตรีอย่างแท้จริง” เชี่ยอิงอิงกล่าว พร้อมมองนางด้วยแววตาที่ชื่นชม
“เหอะ!!! ยังไงก็คือการปล้นคนอื่นอยู่ดี!!!” เฉิงชิงชิงในใจก็แอบชื่นชมเหมือนกัน แต่ปากเ้ากรรมดันพ่นอะไรออกไปก็ไม่รู้
“แม่นางเฉิงชิงชิง!!! ถ้าเป็คนดีหรือทำธุรกิจอย่างชอบธรรม เฉกเช่นหอการค้าเทียนเซียน พวกเราจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเลยแม้แต่น้อย” ฮวาไฉ่ลี่หันมากล่าวพร้อมยิ้มให้แก่นาง
เฉิงชิงชิงพอได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกละอายแก่ใจทันที พร้อมบ่นพึมพำว่า “ผู้หญิงคนนี้เล่นด้วยยากเสียจริง”
รันฟงเทียนเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีระหว่างสาว ๆ จึงรีบขัดขึ้น “ถ้าทุกสิ่งเป็อย่างที่ท่านพูดไว้… ก็นับได้ว่ากองทัพทมิฬ เปรียบเสมือนผู้ผดุงความยุติธรรม ประจำแคว้นเลยก็ว่าได้” เขามองฮวาไฉ่ลี่ด้วยความชื่นชมและนับถืออย่างมาก
“แม่นางฮวาไฉ่ลี่ ว่าแต่พวกสัตว์ประหลาด ที่พวกท่านตามไล่ล่า มันอยู่ละแวกนี้อย่างนั้นหรือ??? ”
“ตามข่าวกรองของทางเรา รายงานมาว่าครั้งล่าสุด ที่มันปรากฏตัวนั้น ห่างจากหมู่บ้านสายหมอกไม่มากนัก แต่พวกเราเฝ้าสังเกตอยู่ละแวกนี้ มาถึงสองสัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่เห็นแม้แต่วี่แวว ของสัตว์อสูรชนิดใดเลย” ฮวาไฉ่ลี่กล่าวอย่างเหนื่อยใจ
รันฟงเทียน หยุดเดินอย่างกะทันหันแล้วกล่าวว่า “เดี๋ยวนะ!!! หมู่บ้านสายหมอก คือหมู่บ้านที่อยู่ห่าง ไปทางทิศตะวันออก จากตรงที่เราอยู่ประมาณ 10 กิโลเมตรใช่หรือไม่??? และหมู่บ้านสายหมอกนั้น ยังอยู่ติดกับป่าอสูรหมอกขาวด้วยอย่างนั้นรึ”
“ใช่แล้วล่ะ!!! ทำไมหรือ...” ฮวาไฉ่ลี่เอ่ยตอบอย่างสงสัย
“ท่านไม่เคยแปลกใจบ้างหรืออย่างไร... ที่หมู่บ้านสายหมอก มีพรมแดนติดกับป่าอสูรหมอกขาวแท้ ๆ พวกท่านซึ่งลาดตระเวนมามากกว่าครึ่งเดือน แต่กลับไม่พบอสูรเลยแม้แต่เพียงตัวเดียว... นั่นแสดงว่า เ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้น มันต้องจัดการสังหารสัตว์อสูร โดยรอบทั้งหมดไปแล้วน่ะสิ... ถ้าสมมุติว่าอาหารของมันหมดลง ท่านคิดว่าพวกมัน จะไปหาอาหารจากที่ใดกัน...!!!” รันฟงเทียนกล่าวด้วยเสียงดัง
“แย่ล่ะสิ!!! ข้าเพิ่งสั่งถอนกำลังพล ออกจากหมู่บ้านไปเมื่อเช้านี้เอง... ทำยังไงดีล่ะศิษย์น้อง??? ” ฮวาไฉ่ลี่กล่าวอย่างร้อนรน
“ทำไงได้ล่ะ!!! คงจะมีแต่พวกเราเท่านั้น ที่ต้องลองไปสำรวจหมู่บ้านสายหมอก ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่” รันฟงเทียนกล่าวพร้อมกับเดินไป
@@@_________________________________________@@@
ณ หมู่บ้านสายหมอก กลิ่นโลหิตเหม็นคาว ฟุ้งกระจายคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ... เพลิงลุกเผาไหม้บ้านเรือน ซากศพเกลื่อนกลาดเต็มท้องถนน ผู้ฝึกยุทธในหมู่บ้านแห่งนี้ ตายกันเกือบหมดสิ้น เนื่องจากพวกเขาเ่าั้ มีพลังปราณไม่สูงมากนัก จึงเป็สาเหตุทำให้ไม่สามารถป้องกันหมู่บ้าน จากสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้
ชายชราและเด็กหนุ่มคู่หนึ่ง กำลังวิ่งหนีจากเงาสีดำ ที่กำลังตามไล่ล่าพวกเขาอยู่ จู่ ๆ ชายชราก็สะดุดหินล้มกระแทกลงกับพื้น ขณะที่เด็กหนุ่ม กำลังฉุดดึงเขาขึ้นมาจากพื้น... ชายชราจึงเอ่ยขึ้นว่า “เจียนเฉิน เ้าหนีไปเถิด... ปู่ไปต่อไม่ไหวแล้ว...”
“ท่านปู่อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ!!! ท่านปู่เป็ครอบครัวคนเดียว ที่เหลืออยู่ของข้า ไอ้สัตว์ประหลาดตัวนั้น มันกินท่านพ่อและท่านแม่ ต่อหน้าต่อตาข้าไป... ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น กับท่านปู่อีกคนเด็ดขาด” เด็กหนุ่มกล่าว พร้อมทั้งน้ำตาไหลออกมาเป็สายน้ำ
ขณะนั้นเอง... มีเงาสีดำพุ่งเข้ามาหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นสาปของเมือกเหนียวสีดำ หยดย้อยลงกระทบบนพื้นดิน ซึ่งเมือกสีดำนั้นมีความเป็กรด ที่สามารถกัดกร่อนได้ ทำให้เกิดควันลอยขึ้นมา... ปะทะเข้าในประสาทััรับกลิ่นของเด็กหนุ่ม
ชายชราเหลือบไปเห็นสัตว์ประหลาด กำลังพุ่งตัวเข้ามาหา จึงผลักเด็กหนุ่มให้พ้นจากอันตราย เขาคิดว่าจะต้องปกป้อง หลานชายของเขาจนถึงที่สุด
“ไม่!!! ไม่!!! ท่านปู่ อย่าทิ้งข้าไป... ฮือ...ฮือ...” เด็กหนุ่มร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร พร้อมกับตะเกียกตะกายลุกขึ้น พยายามวิ่งไปหาปู่ของเขา
“ผัวะ!!!”
ทันใดนั้น… ก็มีหมัดของชายหนุ่มปริศนา พุ่งมาอัดกระแทก เข้าที่ศีรษะของสัตว์ประหลาดอย่างแรง ทำให้เกิดคลื่นเสียงดังสนั่น ชายหนุ่มปริศนา กระเด็นถอยหลังไปสี่ก้าว เกือบกระแทกเข้ากับชายชราพอดิบพอดี ส่วนสัตว์ประหลาดตนนั้น ปลิวลอยละลิ่วสูงกว่าสามเมตร เนื่องด้วยน้ำหนักของมัน ซึ่งหนักมากจึงร่วงหล่นลงมากระแทกพื้น จนเกิดเป็หลุมลึกกว่าครึ่งเมตร