“.........”
เตชินีมองดูบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งเด่นตระหง่าโดดเด่นอยู่ในพื้นที่สวนผลไม้ ที่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา เธอจากที่นี่ไปนานมาก ไม่คิดว่าจะได้กลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง การจากไปครั้งนั้น ใช่ว่าเธอจะจากที่นี่ไปด้วยดี
บรื้นๆ......
เสียงรถยนต์ดังมาให้เตชินีได้ยิน ความคิดของเธอจึงสะดุดหยุดลง ดวงตากลมโตคู่สวยหันไปมองยังต้นเสียง เธอเห็นรถยนต์วิ่งมาตามถนนตรงมาหยุดลงที่หน้าบ้าน ใกล้ๆกับที่เธอยืน
“สวัสดีค่ะ”
“อืม! หวัดดี ฉันจะบอกเธอเอาไว้ก่อนนะ ว่าต่อจากนี้ไปเธอจะต้องดูแลหลานชายฉันให้ดี ไม่ว่าจะโดนอะไร เธอจะไปจากที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด หากเธอคิดไม่ซื่อเหมือนอย่างพี่สาวเธอ ฉันนี่แหละจะเอาเื่เธอให้ถึงที่สุด จนไม่มีที่ยืนในสังคม”
พิมพ์ผกาเปิดประตูก้าวลงมาจากรถยนต์คันหรู สายตาจ้องมองเตชินีั้แ่หัวจรดปลายเท้า ในขณะที่เตชินียกมือไหว้พิมพ์ผกาอย่างนอบน้อม พอไหว้เสร็จก็มองสบตากับพิมพ์ผกา ฟังคำพูดของพิมพ์ผกานิ่ง อย่างรู้ดีว่าในเมื่อตัดสินใจที่จะมาที่นี่แล้ว เธอไม่มีวันถอยหลังกลับไปได้อีกแล้ว
“คุณป้าไม่ต้องห่วง ในเมื่อนีตัดสินใจมาแล้ว ก็ย่อมจะดูแลพี่กิตติ์ให้ดีที่สุด จะไม่มีทางไปไหนจนกว่าพี่เขาจะหายดี และนีไม่มีทางเป็เหมือนพี่สาอย่างแน่นอน”
“เป็อย่างนั้นได้ก็ดี เข้าไปกันได้แล้ว”
พิมพ์ผกากล่าวจบก็เดินนำเตชินีเข้าไปภายในบ้าน โดยที่พิมพ์ผกาพาเดินไปยังห้องนอนชั่วคราวของจิรกิตติ์ที่อยู่ชั้นล่าง เพราะั้แ่จิรกิตติ์ประสบอุบัติเหตุ จึงไม่สะดวกที่จะขึ้นลงห้องนอนชั้นบน จึงต้องมานอนอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน
ก๊อกๆๆ......
“วันนี้เป็ยังไงบ้าง?”
พิมพ์ผกายื่นมือไปเคาะประตูห้องนอน แล้วจึงค่อยเปิดประตู ก้าวเดินเข้าไป โดยมีเตชินีเดินตามหลังไปติดๆ พิมพ์ผกาเดินมาหยุดอยู่ข้างๆเตียงนอน แล้วเอ่ยถามถึงอาการวันนี้ของจิรกิตติ์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ป้าพาผู้หญิงคนนี้มาทำไม?”
จิรกิตติ์ไม่ได้ตอบคำถามพิมพ์ผกา แต่กลับตวัดสายตาแข็งกร้าว กรุ่นไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ เข้าใส่เตชินี ปากเอ่ยถามพิมพ์ผกาด้วยน้ำเสียงดุกระด้าง
“ก็พามาดูแลแกน่ะสิ ใครมาดูแลแกก็ไล่ตะเพิดเขาไปทุกคน จนไม่ใครอยากจะมาดูแลแกแล้ว ป้าก็เลยโทรให้แม่นี่มาดูแลแก เพราะไหนๆ แม่นี่ก็อยากจะทำดีไถ่โทษให้พี่สาวอยู่แล้ว”
“ไม่! ผมไม่้าใครมาดูแลผมทั้งนั้น ผมดูแลตัวเองได้”
จิรกิตติ์ปฏิเสธเสียงแข็งอย่างเร็วไว ไม่ยอมให้ใครมาคอยดูแล ยิ่งผู้หญิงที่ชื่อเตชินีคนนี้ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่้าให้มาดูแล เดี๋ยวจะมาสมเพช เวทนา กับการที่เขาต้องกลายเป็แบบนี้
“จะดูแลตัวเองได้ยังไง ดูแกสิ ไม่ยอมทำกายภาพบำบัด ไม่ยอมลุกจากเตียงนอนอย่างนี้ แล้วยังจะบอกว่าดูแลตัวเองได้ยังไง”
“.........”
“ตากิตติ์ ป้าเองก็แก่แล้ว ไหนจะต้องดูงานที่ไร่แทนแกอีก หากจะให้ป้ามาดูแลแกด้วยป้าคงไม่ไหว นึกว่าสงสารป้าเถอะนะลูก ให้แม่นีเขามาดูแลแกนะ”
พิมพ์ผกาเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาบ้าง ด้วยความที่จะไม่ทนกับความดื้นรั้นของจิรกิตติ์อีกต่อไป พอพิมพ์ผกาเห็นว่าจิรกิตติ์นิ่งเงียบไป จึงลดระดับเสียงแข็งกร้าวลงมาพูดด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจแทน
หากจะพูดกันตามจริง พิมพ์ผกาไม่ไหวจริงๆนั่นแหละ ถึงแม้จะอยากดูแลจิรกิตติ์ให้ดีที่สุดเท่าที่ป้าคนหนึ่งจะทำได้ แต่ด้วยอายุด้วยเรี่ยวแรง ทั้งไหนจะต้องดูงานที่ไร่แทนจิรกิตติ์อีก พิมพ์ผกาก็แทบไม่ไหวอยู่แล้ว จึงคิดว่ามีคนอีกคนมาช่วยดูแลจิรกิตติ์เป็ดีที่สุด
“หากจะให้ผู้หญิงคนนี้มาดูแลผมก็ได้ แล้วอย่าคิดเตลิดหนีไปก็แล้วกัน”
จิรกิตติ์หรี่ตามองใบหน้าสวยหวานของเตชินี ที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนพี่สาวเลยสักนิด หากไม่บอกว่าเป็พี่น้องคลานตามกันมา คนก็คงจะไม่คิดว่าเป็พี่น้องกันอย่างแน่นอน
“ในเมื่อนีมาเพื่อไถ่โทษแทนพี่สา ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร นีไม่มีวันถอดใจ และไม่มีวันเตลิดหนีไปกลางคันอย่างแน่นอน”
ขณะเตชินีพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตากลมโตคู่สวยมองสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบ ที่มีเปลวไฟอยู่ในสายตาคู่นั้นไปด้วย โดยไม่คิดจะหลบเลี่ยง
“หึ! ให้มันจริงเถอะ อย่าเป็เหมือนพี่สาวเธอล่ะ เพราะฉันจะไม่เอาเธอไว้แน่”
จิรกิตติ์พูดขู่เตชินีเอาไว้ ถึงแม้เขาจะรู้ว่าเตชินีมีนิสัยแตกต่างจากญาณุสาสิ้นเชิง แต่ยังไงเสียก็เป็เครือญาติเดียวกัน ถึงนิสัยจะแตกต่างกัน ก็ใช่ว่าสันดานจะไม่เหมือนกันสักหน่อย
๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗
สวัสดีค่าาาา... เื่นี้เป็เื่ที่ไรท์อยากต่อเปิดให้อ่านฟรี เพื่อเป็การขอบคุณรีดทุกท่าน ถ้าอยากติขมสามารถส่งข้อความมาได้ค่า ...... ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ^_^