“คิกคิกคิก”
กูมิโฮหัวเราะได้อย่างน่าดูชมพร้อมกับเดินไปที่เตียงขนาดใหญ่เธอเอามือลูบไปทั่วเตียงนุ่มนั้นแล้วะโใส่เตียงเหมือนเด็กน้อยอย่างร่าเริงก่อนจะกลิ้งไปมาบนนั้นโดยไม่สนว่าเสื้อผ้าที่ใส่อยู่จะเป็ยังไง
“มิโฮ ทำอะไรน่ะนี่ดึกมากแล้วนะรีบนอนเถอะ”
เมอบิอุสกลืนน้ำลายลงคออย่างแรงเมื่อเห็นภาพตรงหน้าก่อนที่จะถามจิ้งจอกสาวตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่
“นี่เหรอแม่เราสอนไว้ว่าเวลาก่อนนอนต้องทำแบบนี้ก่อนถึงจะนอนได้น่ะ”
เมอบิอุสอ้างปากอ้างไปทันทีก่อนจะยิ้มให้กับความน่ารักของเธอ พร้อมกับคิดว่าตัวเองช่างแย่จริงๆที่คิดอะไรไปไกลคนเดียวเขาจึงตัดสินใจที่จะนอนบนพื้นเพื่อความสบายใจของเขาเอง ชายหนุ่มเอากระเป๋าหมูป่าต่างหมอนก่อนจะเอนตัวลงนอนบนพื้นข้างเตียงใหญ่ที่จิ้งจอกสาวนอนอยู่
“เมอบิอุสไม่ขึ้นมานอนด้วยกันเหรอ”
กูมิโฮยื่นหัวออกมาจากเตียงตรงหน้าของเมอบิอุสพร้อมทั้งเอียงคอถามอย่างน่ารัก เขาคิดว่าจะต้องพูดเื่นี้ให้เข้าใจเนื่องจากไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขากับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกันแบบนี้
“มิโฮแม้ว่าเราจะเป็คู่หูกันและเราไม่สามารถมีอะไรเกินเลยกันได้ก็ตาม แต่ชายหญิงที่ยังไม่แต่งงานกันไม่ควรนอนเตียงเดียวกันนะ”เมอบิอุสลืมตาขึ้นตอบกูมิโฮด้วยสีหน้าจริงจัง
“อ่อเราเข้าใจแล้ว”
ตัวของจิ้งจอกสาวเรืองแสงขึ้นแล้วกลายเป็หมาจิ้งจอกสีทองเก้าหางเหมือนกับที่เจอเมอบิอุสตอนแรก เธอเอาหางของเธอม้วนตัวเมอบิอุสขึ้นมานอนด้วยกันบนเตียงที่ทำให้ชายหนุ่มจำต้องยอมจิ้งจอกสาว ได้แต่ทำตา ปริบ ปริบโดยคิดว่าถ้าเป็แบบนี้ก็คงไม่เป็ไรพร้อมทั้งมองไปยังจิ้งจอกเก้าหางที่ขดตัวนอนเป็ก้อนกลมสีทองนอนอยู่ข้างๆตัวเขา
(แม่เราบอกว่ามนุษย์ผู้ชายไว้ใจไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในร่างมนุษย์ต้องระวังให้ดีแต่นับจากนี้เราจะ ไว้ใจนายนะเมอบิอุส)
จิ้งจอกสาวชำเลืองมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ลมหายใจเป็จังหวะยาวที่เป็สัญญาณแสดงว่าชายหนุ่มหลับไปแล้ว ซึ่งก็ไม่แปลกเนื่องจากวันนี้ทั้งเธอและเขาเหนื่อยกันมากเธอเองก็ไม่อาจต้านน้ำหนักของเปลือกตาที่หนักอึ้งนี้ได้อีกแล้วเช่นกัน
‘คุณเมอบิอุสระดับความสัมพันธ์ของคู่หูเพิ่มเป็ 30/100 คะ’
เสียงของระบบดังขึ้นอย่างแ่เบาราวกับจะปล่อยให้สองคู่หูได้พักผ่อนผ่านค่ำคืนอันมีค่าที่พัดผ่านไปราวกับสายลม
แม้ข้างนอกแสงอาทิตย์จะมีความเข้มข้นมากเป็สัญญาณถึงความสูงของพระอาทิตย์ที่ขึ้นไปลอยเด่นเกือบจะกลางท้องฟ้าแต่ผ้าม่านของห้องพักราคาแพงก็สามารถกันทั้งแสงและความร้อนของแสงอาทิตย์ให้เหลือเพียงแค่เล็กน้อยเพื่อความสบายของผู้ใช้บริการ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงแปลกปลอมบางอย่างดังขึ้นในห้องที่ทั้งสองนอนอยู่เป็เมอบิอุสที่ตื่นขึ้นก่อนจิ้งจอกสาว ในสภาพที่กูมิโฮซึ่งนอนหลับอยู่ในร่างของหมาจิ้งจอกได้ใช้หางสีทองอ่อนนุ่มของเธอนำมาคลุมตัวเมอบิอุสเอาไว้แทนผ้าห่มเพื่อให้ไออุ่นแก่ชายหนุ่มเมอบิอุสค่อยๆเอาหางสีทองนั้นออกก่อนลุกขึ้นหาที่มาของเสียงแปลกปลอมนั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขารู้แล้วว่าเสียงนั้นดังออกมาจากหน้าต่างนั่นเองเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลังเคาะกระจกอยู่เมอบิอุสเดินไปที่ต้นเสียงทันทีก่อนจะเปิดม่านออกเพื่อดูว่าอีกด้านของกระจกมีอะไรอยู่เขาเห็นซองจดหมายที่มีปีกเล็กๆตรงปลายทั้งสองข้าง สองซองบินอยู่นอกห้องแถมแสดงท่าทางว่าขอเข้าไปข้างในหน่อยเมอบิอุสจึงเปิดกระจกเพื่อต้อนรับจดหมายทั้งสอง ที่บินลงมาในมือของเขาอย่างว่าง่ายก่อนที่ปีกทั้งสองข้างของมันจะหายไป แล้วกลายเป็ซองจดหมายธรรมดา
ชายหนุ่มพลิกจดหมายฉบับแรกไปมา เขาไม่เห็นว่าหน้าซองมีข้อความอะไรเลยจึงรีบเปิดจดหมายเพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างในทันทีภายในจดหมายมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีข้อความว่า
“ชายหนุ่มผู้ลืมเลือนทุกเื่ราว ในาในอีก 1 ปีข้างหน้าจะตัดสิน”
“ชัยชนะของเ้านั้นต้องเป็จริงแล้วทุกสิ่งที่เคยเป็ของเ้าจะกลับมา”
เมอบิอุสงงกับข้อความในจดหมายฉบับแรกนี้มาก มันหมายความว่าถ้าเขาชนะาครั้งหน้ามันจะทำให้ความทรงจำของเขากลับมาได้งั้นเหรอถ้าข้อความในจดหมายนี้เป็จริงแล้ว ทำไมล่ะการชนะาถึงจะทำให้ความทรงจำของเขากลับมาได้
แต่ในเมื่อเขาไม่มีเบาะแสอื่นเกี่ยวกับความทรงจำของเขาแล้วนั้นเขามีทางเลือกเพียงแต่ต้องลองชนะานี้ดูเท่านั้น แม้ว่ามันจะดูยากเหลือเกินแต่ว่าถ้าไม่ลองก็ไม่มีวันรู้ เวลาปี1นั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเมอบิอุสอ่านจดหมายฉบับนั้นจบมันก็กลายเป็ละอองแสงหายไปในอากาศ
‘ท่านได้รับหน้าต่างจดหมายคะ’เสียงของระบบดังขึ้น
จดหมายฉบับที่สองจ่าหน้าว่ามาจาก บริษัท เรียลดรีม เื่ยินดีต้อนรับท่านผู้เล่นใหม่ ภายในก็มีกระดาษอยู่แผ่นหนึ่งเช่นเดียวกัน
“จดหมายฉบับนี้จะส่งถึงผู้เล่นทุกคนที่เข้ามาในเมืองเกตเวย์ทาวน์และระดับถึง 10แล้วทางบริษัทขอขอบคุณที่ท่านสนใจในบริการของบริษัทและขอมอบของกำนัลแด่ท่าน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อท่านถึงระดับ10แล้วท่านจำเป็ต้องมีอาชีพเพื่อพัฒนาไประดับต่อไปและยกระดับความสนุกในการผจญภัยของท่าน
ขอให้ท่านติดต่อ ศูนย์ข้อมูลผู้เล่นมือใหม่ที่ใจกลางเมืองเกตเวย์ทาวน์เพื่อรับของกำนัลและคำแนะนำในการเปลี่ยนอาชีพขอให้ท่านมั่นใจในระบบความยุติธรรมของระบบและบริการของเราคะ
ด้วยความยุติธรรมบริษัท เรียลดรีม จำกัด”
เมอบิอุสที่กำลังกลุ้มใจในความกระจอกของตัวเองที่แทบไม่มีความสามารถในการโจมตีเลยเขาตั้งใจที่จะเปลี่ยนอาชีพอยู่แล้วแถมยังได้ของกำนัลอีกในที่สุดระบบก็ให้ความยุติธรรมกับเขา เมอบิอุสได้จัดการเก็บของในห้องเพื่อเตรียมไปยังศูนย์ข้อมูลตามที่จดหมายจากบริษัทแนะนำเมื่อเขาเก็บของเสร็จจิ้งจอกสาวก็กำลังตื่นพอดี
(อรุณสวัสดิ์ เมอบิอุส)
จิ้งจอกสาวหาวฟอดใหญ่ ก่อนจะทักทายชายหนุ่มหลังจากที่ตื่นจริงๆแล้วจิ้งจอกสาวยังรู้สึกว่าอยากนอนต่อเพราะว่าตลอดเวลาที่เธอไล่ตามคนที่ลักพาตัวน้องสาวเธอไปเธอยังไม่ได้นอนเลยนั่นเอง แต่ที่ตื่นเร็วแบบนี้อาจจะเป็เพราะว่าหิวก็ได้
“โครก...”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้งเมอบิอุสยิ้มให้จิ้งจอกสาวก่อนจะหยิบเนื้อหมูป่าย่างที่เก็บไว้ในกระเป๋าของเขาเอามาใส่จานก่อนจะยกไปให้กูมิโฮบนเตียงแล้วหยิบอีกชิ้นลงบนจานอีกใบก่อนเดินไปนั่งข้างๆจิ้งจอกตัวใหญ่บนเตียงแต่พอกำลังจะวางจานของตัวเองลงบนเตียงเธอก็บอกเขาก่อนว่า
(อย่าเพิ่งวางเมอบิอุส นายช่วยถือไว้ก่อน ถือส่วนของเราขึ้นมาด้วย)
เมอบิอุสถือจานทั้งสองไว้ในระดับเดียวกันโดยไม่เข้าใจว่าทำไมจิ้งจอกสาวถึงให้ถือไว้ด้วยแต่ว่าไม่นานเขาก็เข้าใจ
จิ้กจอกสาวหายใจออกมาเป็ไอร้อนใส่จานที่เมอบิอุสถืออยู่จนน้ำมันในเนื้อนั้นเริ่มออกมาส่งกลิ่นหอมเหมือนตอนย่างเสร็จใหม่ๆอีกคราพร้อมกับบอกเมอบิอุสว่า
(กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ)
ก่อนที่จิ้งจอกสาวจะเริ่มจัดการเนื้อย่างชิ้นนั้นทันที เมอบิอุสเองรู้สึกเหมือนจะเคยได้ยินประโยคนี้จากที่ไหนมาก่อน
“แล้วช้อนกลางกับล้างมือหายไปไหน”
เมอบิอุสถามจิ้งจอกสาวที่กำลังอารมณ์ดีจากความอร่อยของเนื้อหมูป่าย่างก่อนจะได้รับคำตอบที่ถึงกับทำให้เขามึนไปพักใหญ่
(เราไม่ได้ใช้มือกินซะหน่อย แล้วหมาจิ้งจอกจะถือช้อนกลางได้ยังไง)
เมอบิอุสได้แต่ทำตา ปริบ ปริบอีกครั้งก่อนจะลุกไปล้างมือแล้วจัดการเนื้อย่างของตัวเองอย่างเงียบๆถ้าเกิดเขาเถียงเธอมากๆล่ะก็ เธออาจจะเปลี่ยนใจมากินเขาแทนก็ได้
เมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากโรงแรมก็เป็เวลาที่พระอาทิตย์อยู่กึ่งกลางของท้องฟ้าพอดีบรรยากาศของเมืองมือใหม่นั้น ต่างไปจากเมื่อตอนที่พวกเขามาถึงเมืองนี้โดยสิ้นเชิงร้านค้าที่อยู่ทั้งสองฝั่งต่างเปิดให้บริการกันหมดทุกร้าน
บริเวณลานกว้างที่อยู่ห่างจากโรงแรมไม่เท่าไหร่นั้นก็มีผู้เล่นนั่งขายของของตัวเองอย่างเป็ระเบียบ ผู้คนส่วนมากของเมืองนี่ที่ไม่ใช่พ่อค้าจะใส่เสื้อป่านที่ตัดเย็บอย่างง่ายๆที่ได้รับเมื่อเริ่มเกมร้านค้าที่มากมาย ผู้คนที่มากมาย ทำให้เมืองแห่งนี้มีชีวิตชีวามาก
“นี่ ดูผู้ชายคนนั้นสิมีจิ้งจอกสีทองเดินข้างๆแถมมีเก้าหางด้วย”
ั้แ่ที่เมอบิอุสออกมายืนที่หน้าโรงแรมนั้นเขาก็เริ่มเป็ที่สนใจของคนรอบข้างเพราะว่ากูมิโฮคู่หูของเขาเป็เผ่าจิ้งจอกเทพที่ไม่เคยมีผู้เล่นคนใดที่สามารถนำมาเป็คู่หูได้เลยแถมมีถึงเก้าหางแสดงถึงลำดับที่สูงมากของจิ้งจอกสาวได้อย่างดีเขาได้แต่คิดว่าไม่ว่าจะเป็หมาจิ้งจอกหรือเป็มนุษย์ กูมิโฮก็เป็จุดสนใจเหมือนกันอยู่ดี
“เอาเป็ว่าเราไปเดินเล่นกันก่อนละกันนะ มิโฮ”
เมอบิอุสถามจิ้งจอกสาวที่ตอนนี้เดินนำหน้าเขาไปแล้วสำหรับเมอบิอุสที่แม้ว่าจะความจำเสื่อมแต่ก็ยังจำได้ว่าร้านค้าบางร้านธนาคารบางแห่งมีอยู่ในโลกจริงด้วย แต่สำหรับกูมิโฮแล้วเธอสนใจในทุกสิ่งรอบกายมากๆเมอบิอุสปล่อยให้กูมิโฮเดินไปตามใจ แต่เดินไปได้เพียงนิดเดียวจิ้งจอกสาวก็หยุดอยู่ตรงหน้าร้านแบกะดินที่ขายน้ำยาหลากสีแล้ว
(เมอบิอุสเรากินเนื้อแล้วยังไม่ได้กินน้ำล้างปากเลย จะเอาขวดสีฟ้านั้นสีแดงเราก็ยังไม่เคยกิน สีเหลืองก็น่าอร่อย)
กูมิโฮบอกเขาก่อนจะเอาหัวของเธอมาถูกับมือของเมอบิอุสเป็เชิงขอร้องเมอบิอุสเลยซื้อน้ำยาสีฟ้าไว้ 6 ขวด สีเหลือง 6 ขวด สีแดง 2 ขวดโดยคนขายบอกว่าสีเหลืองเอาไว้แก้เหนื่อย ก่อนส่งเงินจำนวน 1400 เรียวให้กับแม่ค้าคนนั้นแล้วส่งน้ำยาสีแดง ฟ้า และเหลืองให้มิโฮอย่างละขวด
(รอแปบนึงนะเมอบิอุส)
จิ้งจอกสีทองวิ่งเข้าไปในซอกตึกอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน ก่อนหญิงสาวสวยผมสีทองตาสีเขียวมรกตใส่กิโมโนสั้นสีขาวจะเดินออกมาจากซอกตึกเดียวกับที่จิ้งจอกสีทองวิ่งเข้าไปและเดินตรงมาหาเมอบิอุสแล้วหยิบน้ำยาสีเหลืองขึ้นจิบด้วยมือซ้าย ส่วนน้ำยาสีแดงอยู่ที่มือขวา
“อ่า~~ อันนี้ก็อร่อย อันนี้ก็อร่อย”
แล้วเธอก็เดินจิบน้ำยาทั้งสองไปตลอดทางเดินไปยังอาคารสูง 8ชั้นกลางเมือง ที่เป็อาคารของศูนย์ข้อมูลมือใหม่และแน่นอนว่าตลอดทางก็มีแต่คนมองกูมิโฮและส่งจิตสังหารหาเมอบิอุสอีกเช่นเคย
“ยินดีต้อนรับสู่ศูนย์ข้อมูลมือใหม่ค่ะ มีอะไรใช้ช่วยคะ”
พนักงานต้อนรับถามพร้อมกับยิ้มให้เมอบิอุส
“ผมมาสอบถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนอาชีพตามจดหมายครับ”
พนักงานต้อนรับพยักหน้ารับพร้อมทั้งเรียกเส้นสีทองยาวที่ลากตามพื้นเข้าไปในอาคาร
“รบกวนผู้เล่นเดินตามเส้นสีทองไปนะค่ะ”
เธอแนะนำเมอบิอุสด้วยความชำนาญ
เมอบิอุสค่อยๆเดินพลางชมรอบข้างไปด้วย อาคารนี้มีหลายแผนกจริงๆั้แ่ศูนย์ของหาย ที่แจ้งความการโดนเอาเปรียบจากสินค้าไม่เป็ธรรมโดยมีพนักงานที่แต่งตัวเป็ตำรวจคอยรับแจ้งความไม่ทันได้ดูไปทั่วเส้นสีทองก็มีสุดตรงห้องที่เขียนว่า ‘ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านอาชีพ’
ด้านในของห้องมีชายวัยกลางคนท่าทางใจดีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่มีใบเชิญชวนเข้าอาชีพอยู่เต็มไปหมดเมื่อชายคนนั้นเห็นว่าเมอบิอุสไม่ได้มาคนเดียวเหมือนคนอื่นจึงลุกขึ้นไปหยิบเก้าอี้อีกตัวมาตั้งตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของเขาเพื่อให้สาวสวยได้นั่งด้วย
“สวัสดีครับผมมาตามจดหมายของบริษัทครับ”
เมอบิอุสหยิบจดหมายให้ชายอีกคนดูก่อนที่พนักงานคนนั้นจะเรียกหน้าต่างสถานะของเมอบิอุสขึ้นมาแล้วเหตุการณ์เหมือนเมื่อวานก็เกิดขึ้นอีกครั้งด้วยการทำท่าเหมือนนางฟ้าคนเมื่อวานที่ทำการตรวจสอบถึงสถานะที่ไม่ธรรมดาของเมอบิอุสหลายต่อหลายที
“เป็สถานะที่ไม่ธรรมดาเลยนะครับ”
พนักงานคนนั้นพูดขึ้นซึ่งเมอบิอุสได้แต่ยิ้มและหัวเราะแห้งๆกับความจริงอันโหดร้ายนั้น
“มีอาชีพไหนที่สถานะไม่ธรรมดาอย่างผมสามารถเปลี่ยนได้บ้างครับ”
เมอบิอุสยิงคำถามที่ค้างคาในใจเขาทันที
“ถ้าเป็อาชีพที่ไม่เป็อาชีพลับแล้ว สถานะของคุณเมอบิอุสเข้าข่ายแค่อาชีพเดียวครับ”
พนักงานหยุดพูดเพื่อเว้นระยะให้เมอบิอุสได้ลุ้นสักหน่อย
“อาชีพนั้นคือ มือปืนครับ”
พนักงานยิ้มแล้วคิดในใจว่าเพราะมันเป็อาชีพเดียวที่ไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ ส่วนเมอบิอุสผู้มีประวัติ ยิงลูกไม้ 20 นัดเข้าแค่ 3นัดแล้วก็คิดหนักเลยทีเดียวกับอาชีพที่ได้รับการแนะนำนี้ ก่อนจะเดินคอตกกลับออกมา