เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ทำความเข้าใจ

    หลังจากมหาเทพปีศาจกู่หลินเฉินหายตัวไป ภายในอุปกรณ์มิติก็หลงเหลือเพียงแค่เหล่าหญิงสาวและเด็กๆทั้ง 4 คนที่ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวัง ไม่กล้าเคลื่อนไหว

     

    "พวกเจ้าผ่อนคลายเถอะ ข้ามิได้มาร้าย" เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ เหว่ยเสวียนจี หันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหมายจะเริ่มผูกมิตรกับเหล่าโฉมสะคราญ

     

    "ท่านคือสตรีของคนผู้นั้นงั้นหรือเจ้าคะ?" มู่หลิงเฟยผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่สุดในบรรดาภรรยาของเย่หยุนซีเอ่ยปากถามพลางเพ็งพิจารณา ส่งผลให้ผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ถึงกับหางคิ้วกระตุกอยู่หลายครั้ง แต่ทว่านางก็ยังพยักหน้าจำยอมรับสถานะสตรีของกู่หลินเฉินแต่โดยดี

     

    เพราะถึงอย่างไรนางก็กราบไหว้ฟ้าดินกับเขาไปแล้วเมื่อ 150 กว่าปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าตอนนั้นทั้งสองจะไม่ได้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของกันและกันเลยก็ตามที

     

    "พวกข้าไม่มีวันลงมือทำร้ายพวกเจ้าและเด็กๆหรอกนะ เพราะฉะนั้นพวกเจ้าอย่าได้กังวล" เหว่ยเสวียนจีนั่งลงขณะกล่าวปลอมขวัญ

     

    พวกมู่หลิงเฟยผงกศีรษะอย่างเข้าใจโดยพลัน "ข้ารู้ เป้าหมายของพวกท่านแท้จริงก็คือสามีของพวกข้า เพียงแต่ข้าอยากจะถามว่าพวกเราต่างคนต่างอยู่กันไม่ได้หรือ ไฉนถึงต้องตามรังควาญกันขนาดนี้ ทั้งๆที่พวกเราเพียงอยากจะอยู่อย่างสงบสุขก็เท่านั้น"

     

    ผู้เป็นศักดิ์สิทธิ์เมื่อได้สดับวาจาร่างกายก็ชะงักงัน ก่อนที่ตัวนางจะก้มศีรษะลงต่ำแล้วเผยรอยยิ้มที่สุดแสนจะขมขื่นออกมาต่อหน้าบรรดาลูกสะใภ้

     

    "ที่พวกข้าปล่อยเด็กคนนั้นไปไม่ได้ ก็เพราะแท้จริงแล้วเขาคือบุตรชายของพวกข้า"

     

    "เปรี้ยง!!"

     

    คำตอบนี้ราวกับอัสนีบาตฟาดฝ่าลงมาที่กลางใจของทั้ง 4 สาว ดวงตาคู่งาม 8 คู่เบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า ในหัวสมองพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ เพราะพวกนางไม่คาดเคยคิดถึงเหตุผลนี้มาก่อน ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลมาก หากมองจากการกระทำของมหาเทพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ที่ไม่สังหารใครเลยในขณะที่พาตัวพวกนางและลูกๆมา

     

    "บะ แบบนี้ก็หมายความว่าท่านเป็นสตรีของเผ่าเทพสวรรค์ใช่หรือไม่เจ้าคะ?" หยุนฉางเยว่ตัดสินใจเอ่ยปากถาม

     

    เหว่ยเสวียนจีเผยรอยยิ้มบาง "ย่อมเป็นเช่นนั้น ข้าคือเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าเทพสวรรค์แห่งชีวิต มีศักดิ์เทียบเท่าเจ้าคนเอาแต่ใจที่จับพวกเจ้ามานั่นแหละนะ"

     

    ..........

     

    "คาราวะท่านแม่สามีเจ้าค่ะ" หญิงสาวทั้งสี่คนมองหน้ากันไปมาอยู่สักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะจากความคิดของพวกนาง สตรีเบื้องหน้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกเรื่องนี้เลยสักนิด แถมสีหน้าแววตาของนางก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความทุกข์และความรู้สึกผิด ไม่มีอะไรแฝงเร้นไปมากกว่านั้น

     

    "เฟยอวี่ เทียนหยาง จูลี่ ฮ่าวหลาน รีบคาราวะท่านย่าเร็วเข้า" หลิงจีหันกล่าวกับลูกๆที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ด้านหลัง

     

    "ท่านย่างั้นหรือเจ้าคะ?" เย่เฟยอวี่ทำมองสตรีผมขาวคนงามตาปริบๆด้วยความงุนงงสงสัย เนื่องจากนางไม่เคยเห็นท่านย่าคนนี้มองก่อนจึงรู้สึกแปลกใจมาก

     

    "ท่านย่าคือภรรยาของท่านปู่ชิงหยางงั้นหรือขอรับ?" พี่รองเย่เทียนหยางก็เริ่มรู้สึกงงๆเช่นกัน

     

    ผู้เป็นมารดาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มพลางส่ายศีรษะเบาๆ "ท่านย่าคนนี้ไม่ใช่ภรรยาของท่านปู่ชิงหยาง แต่เป็นภรรยาของท่านปู่อีกคนของพวกเจ้า"

     

    "โอ้ ว้าว นี่พวกเราจะมีท่านปู่กับท่านย่าเพิ่มอีกแล้วงั้นหรือเจ้าคะ" เย่จูลี่ดวงตาเป็นประกาย ในขณะที่เย่ฮ่าวหลานยังคงหลบอยู่ด้านหลังของบรรดาพี่ๆ

     

    "อืมๆก็อย่างที่ว่ามานั่นแหละจ่ะ รีบคาราวะท่านย่าเร็วเข้า" ผู้เป็นแม่รีบดันหลังลูกๆทั้ง 4 ไปด้านหน้า

     

    "คาราวะท่านย่าขอรับ/เจ้าค่ะ" พวกเด็กๆไม่รอช้า รีบทำความเคารพสตรีเบื้องหน้าอย่างสุภาพเหมือนกับที่มารดาทำเมื่อครู่

     

    ภาพนี้ทำเอาผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ถึงกับยิ้มทั้งน้ำตา เหล่าบรรดาหลานสาวและหลานชายของนางช่างน่ารักน่าชังเสียจริงๆ มันจะดีสักแค่ไหนกันนะ ถ้าหากเย่หยุนซีอยู่ที่นี่ ครอบครัวพร้อมหน้า

     

    "ละ หลานรัก ย่าขอกอดพวกเจ้าหน่อยได้หรือเปล่า?"

     

    "คิกคิก ทำไมจะไม่ได้ล่ะเจ้าค่ะ" พี่ใหญ่เย่เฟยอวี่ยิ้มกล่าว ก่อนที่นางจะนำน้องๆเดินไปเข้าอ้อมกอดของท่านย่าคนใหม่ด้วยความยินดี

     

    ส่วนทางด้านของพวกเหยียนลี่ พวกนางต่างยกยิ้มให้กับการกระทำของบุตชายและบุตรสาว ความกังวลที่อันแน่นอยู่ในใจบัดนี้ราวกับถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น

     

    "หลานรัก ต่อไปนี้ย่าจะดูแลพวกเจ้าเอง" เหว่ยเสวียนจีปฏิญาณตนอย่างตั้งมั่นขณะโอบกอดหลานๆอย่างรักไคร่

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน