จารชนหญิงข้ามภพสยบใต้หล้า (นิยายแปล)

    ตอนที่ 25 เป็นเช่นเดียวกัน (2)

    ตอนที่ 25 เป็นเช่นเดียวกัน (2)

            “ซิวหลัว เจ้าถูกพิษม่านถัวจือซัง เดินลมปราณแต่ละครั้ง พิษจะแล่นเข้าใกล้หัวใจหนึ่งชุ่น หากรู้ตัวก็ยอมแพ้เสียแต่โดยดี พวกเราจะเหลือซากสมบูรณ์ให้เจ้า!”

            “หึหึ...” ชายหนุ่มหันหลังให้ฮวาอิ่งเม่ย นางมองไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่จากเสียงหัวเราะก็ทราบว่า ยามนี้เขาคงมีสีหน้าเย้ยหยันอยู่เป็นแน่

            “ซากสมบูรณ์รึ ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะลากพวกเจ้าลงนรกไปด้วย” รังสีสังหารที่กราดเกรี้ยวดุดันทะลักทลายออกจากร่างเขา สายลมรอบข้างคล้ายปกคลุมด้วยไอเย็นชั้นหนึ่ง ยามกรีดถูกร่างถึงกับทำให้ฮวาอิ่งเม่ยรู้สึกผิวกายเจ็บปวดขึ้นมา

            รังสีสังหารนี้...เข้มข้น เยียบเย็น บ้าคลั่ง และเด็ดเดี่ยว!

            แม้ตายก็ขอลากศัตรูลงนรกไปด้วย การกระทำเช่นนี้นับว่าโหดอำมหิตเด็ดขาดยิ่งนัก ฮวาอิ่งเม่ยคล้ายมองเห็นตัวเองในร่างเขา ในตอนนั้นนางก็จบชีวิตคนพวกนั้นไปเช่นเดียวกัน และจบชีวิตตัวเองไปด้วย

            “เจ้ามันรนหาที่ตาย!” ชายชุดดำทั้งสี่โถมเข้ามาพร้อมกัน ตวัดดาบออกสุดแรง ม้วนเป็นกระแสเยียบเย็นหลายสาย พุ่งจู่โจมเข้าใส่ชายหนุ่ม

            ใบไม้ร่วงพรูท่ามกลางประกายดาบเงากระบี่ เสียงอาวุธกระทบกันดังพร้อมเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

            เสียง “ตึงตึง!” ดังขึ้นสองครา มีซากศพสองร่างล้มลงบนพื้น ก่อกวนจนฝุ่นดินฟุ้งกระจาย

            พริบตานั้นคนที่เหลืออีกสองคนล่าถอยอย่างรวดเร็ว ร่างของชายหนุ่มเซถลาไปด้านหลังสองก้าว “พรวด!” เขาพ่นโลหิตสีดำออกมาคำหนึ่ง...เป็นเกาทัณฑ์ที่พุ่งจนสุดล้า[1]แล้ว

            สองคนนั้นพอเห็นอีกฝ่ายกระอักโลหิตออกมาก็ทราบว่าพิษเข้าสู่หัวใจแล้ว จึงคว้ากระบี่พุ่งเข้าหาทันที

            ดาบยาวตวัดฟาดฟันออก ประกายคมอาวุธมาถึง

            ชายหนุ่มฮึดสู้จนลมหายใจเฮือกสุดท้าย สังหารคนทั้งสองไป บนร่างมีรอยบาดแผลกลาดเกลื่อนเช่นกัน เขาทนต่อไปไม่ไหวล้มลงกับพื้น

            “ฮ่าๆๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะลั่นออกมาอย่างสมใจ เขาทอดตามองท้องฟ้าในยามนี้ เสียงหัวเราะค่อยๆ อ่อนลง โลหิตพลุ่งทะลักถึงคอหอยทำให้เขากระอักไอออกมาอย่างแรง วันนี้คงถึงคราวตายของเขาซิวหลัว เซวียนหยวนอี้ บัญชีแค้นนี้พวกเราเก็บไว้ชำระล้างในชาติหน้าก็แล้วกัน!

            โลหิตสดๆ ไหลซึมจากมุมปาก สายตาของซิวหลัวค่อยๆ ลางเลือน

            “เฮ้อ!” เสียงถอนใจเฮือกดังขึ้นเบาๆ ที่ข้างหูเขา แต่กลับชัดเจนจนทำให้เขายากจะมองข้ามไปได้

            ซิวหลัวพยายามลืมตาขึ้น ท่ามกลางแสงจันทร์สาดส่อง ใบหน้างามราวภูตพราย ดวงตาลึกล้ำเป็นประกายของนางยังสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดาราบนท้องนภาเสียอีก

            นี่เขาตายไปแล้วหรือ จึงได้มองเห็นภูตพราย!!?

            “พิษม่านถัวจือซังหรือ” เพียงมองแวบเดียว ฮวาอิ่งเม่ยก็ทราบว่าเขาถูกพิษอะไร ซิวหลัวใจสั่นสะท้าน ขณะที่ฮวาอิ่งเม่ยเองก็ตื่นตกใจเช่นกัน

            เมื่อชาติก่อนนางไม่รู้จักวิชาแพทย์ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะมองออกว่าเขาถูกพิษอะไรด้วยการเห็นเพียงแวบเดียว และนั่นหมายความว่า คนที่มีความรู้เชี่ยวชาญวิชาแพทย์ไม่ใช่นาง แต่เป็นฮวาอิ่งเม่ยที่ตายไปนั่นต่างหาก!?

            “เจ้า...เจ้าเป็นภูตพรายหรือ” ซิวหลัวแข็งใจถามขึ้น

            ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นใสระคนเยียบเย็นจนเสียดกระดูก “ภูตพรายรึ!? ไม่หรอก ไม่สิ ข้าคือมารร้าย คือมารร้ายที่ช่วยชีวิตเจ้าไว้เพื่อควบคุมวิญญาณของเจ้าต่างหาก”

            ซิวหลัวมุมปากกระตุกวูบ มารร้ายหรือ แล้วอย่างไร ขอเพียงสามารถมีชีวิตอยู่รอด ได้ล้างแค้นในวันนี้เองกับมือ

            “ขอเพียงเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ได้”

            “เจ้าจะได้สมปรารถนา”

            พิษม่านถัวจือซังสกัดจากยาพิษบริสุทธิ์เจ็ดชนิด พอดีว่าในหัวของฮวาอิ่งเม่ยมีตัวยาที่ใช้แก้พิษหนึ่งในเจ็ดชนิดนั้นพอดี

            นางไม่กลัวว่าช่วยแล้วจะประสบความยุ่งยาก ขอเพียงตัวยุ่งยากนี้มีประโยชน์ต่อนาง นางก็จะทุ่มกำลังทั้งหมดช่วยเขาโดยไม่เสียดายเลย ด้วยนิสัยของชายหนุ่มผู้นี้คล้ายนางเกินไป นางเชื่อว่าในเมื่อชายผู้นี้รับปากขายวิญญาณให้นางแล้ว เขาย่อมจะไม่ตระบัดสัตย์คืนคำแน่

            ชีวิตคนเราก็คือการวางเดิมพันครั้งแล้วครั้งเล่า การวางเดิมพันครั้งนี้ นางเลือกข้างตัวเองชนะ

            วิกาลดึกสงัด ฮวาอิ่งเม่ยลอบเข้าห้องฝึกสมาธิภายในวัดที่ใช้เก็บยาสมุนไพร แม้นางจะรู้จักตัวยาสมุนไพรที่นำมาปรุงยาแก้พิษ แต่นางไม่มีอยู่ในมือเลยสักอย่าง นอกจากขโมยแล้ว นางก็นึกหาวิธีที่ดีกว่าไม่ออกจริงๆ

            “ป๋ายซู่ หญ้าเสอฉง สัตตบรรณเจ็ดดาว...” มีตัวยาสมุนไพรแค่หกชนิด ยังขาดอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นตัวยาสำคัญสุดเสียด้วย...หงจือ[2]อายุร้อยปี!

            ตัวยารักษาพิษม่านถัวจือซัง มีหกชนิดที่หาได้ง่ายมาก เพราะเป็นยาสมุนไพรที่พบได้ทั่วไป มีแต่หงจือนี่...

            “กำลังหาเจ้านี่หรือ!?” ทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากเบื้องหลังของฮวาอิ่งเม่ย ทำเอานางสะดุ้งเฮือก

            ฮวาอิ่งเม่ยหันกลับไป ท่ามกลางแสงจันทร์ขมุกขมัว ชุดแพรขาวนวลเปล่งประกายระยับบอกความหรูหรา เมื่อเทียบกับแสงขาวนวลของจันทราบนท้องฟ้ายามรัตติกาลแล้วยังสะดุดตายิ่งกว่าเสียอีก

            “ท่านเอง!” ฮวาอิ่งเม่ยแก้วตาหดเล็กลง นางไม่รู้ตัวเลยว่าชายผู้นี้เข้ามาในห้องฝึกสมาธิตั้งแต่เมื่อไร และเข้ามาที่ข้างหลังตนเองตั้งแต่เมื่อไรกัน หากเขาคิดสังหารนาง นางคงได้ตายไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

            โอวหยางหลิงเย่ว์เลิกคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าอ่อนโยนนุ่มนวลเผยรอยยิ้มบางๆ ปลายคิ้วคมเข้มเชิดสูงขึ้นเล็กน้อยหายลับเข้าในจอนผม ริมฝีปากสีชมพูอ่อนจางราวดอกอิง เผยอยิ้มจนเผยเห็นฟันขาวสะอาด สีหน้าบอกความเสียดายอยู่บ้าง “ท่านเป็นคนดีมีฐานะ จะเป็นโจรไปใย!?”

            ฮวาอิ่งเม่ยฉีกยิ้มออกมา ตอบกลับอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อยว่า “เช่นกัน[3]เช่นกัน”

            

            เชิงอรรถ

    ^ หมดแรง^ อีกชื่อหนึ่งของเห็ดหลินจือ สรรพคุณช่วยรักษาอาการ อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง นอนไม่หลับ วิงเวียน ไอเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคปอด เนื้องอก^ หมายถึง เราสองก็เป็น (โจร) เช่นเดียวกัน