“ลาก่อน” ฉินลู่มองด้วยสายตาเย็นยะเยือก ขยับนิ้วอย่างช้าๆ
“อย่า นายมันบ้าไปแล้ว”ชายในชุดสูทคิดจะถอยร่นไปด้านหลังอย่างหวาดกลัว
“ปัง!”
ทันใดนั้นเองประตูก็เปิดออก กลุ่มเจ้าหน้าที่ตํารวจพร้อมกับปืนยาวกรูเข้ามาจากนอกประตูล้อมรอบฉินลู่และชายชุดสูทไว้
ตะโกนออกมาว่า"วางอาวุธ!" หมอบลง! หมอบ! "
ฉินลู่ตกตะลึง ค่อยๆ หยิบปืนในมือออกจากปากชายชุดสูท โยนไปบนพื้นและยกมือสองข้างขึ้น
หลังจากนั้นเขาก็พูดกับชายชุดสูทอย่างไม่อยากเชื่อว่า“นายนี่นะ ฆ่าคนยังจะกล้าโทรแจ้งตำรวจอีก”
ชายชุดสูทตกตะลึง“ไม่...ไม่ใช่…ฉันไม่ได้โทรแจ้งตำรวจนะ”
“ถุย” ฉินลู่ด่าเสียงดัง “นายนี่มันโง่ หากไม่ได้โทรแจ้งตำรวจแล้วตำรวจพวกนี้จะมาจากไหนล่ะ ฮะ มาจากไหน”
“ไม่ต้องพูด!” ตำรวจเอาปืนเล็งที่ฉินลู่แล้วตะโกนว่า “หมอบลง เอามือวางไว้บนหัว”
“เฮ้อ...”
ฉินลู่สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆ หมอบลง
ชายชุดสูทก็ถูกตำรวจบังคับให้หมอบลงด้วยเช่นกัน
ฉินลู่และชายชุดสูททั้งสอง“กลายเป็นผู้ต้องหา” จึงถูกควบคุมตัว
กลุ่มตำรวจที่เดินเข้ามาจากด้านนอกประตูหนึ่งในนั้นมีคนที่ฉินลู่รู้จัก ไม่คาดคิดว่าจะเป็นชุยฮุ่ยฮุ่ย
เมื่อชุยฮุ่ยฮุ่ยเห็นฉินลู่ก็ประหลาดใจแล้วพูดว่า“คุณเหรอ! ฉินลู่ คุณอยู่ที่นี่หรือ! เอ่อ…เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ฉินลู่เห็นชุยฮุ่ยฮุ่ยดวงตาก็ลุกวาวทันที “รีบให้ผมได้พูดสักทีบอกคนพวกนี้หน่อยว่าผมเป็นพลเมืองดี ผมจะถูกไอ้พวกหยาบช้านี้ยิงตายผมแค่ให้ไอ้พวกนี้ได้ลิ้มรสเหมือนผมดูบ้าง”
ฉินลู่เพิ่งพูดจบประโยคคนหนึ่งในกองกำลังตํารวจที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าก็เดินไปหาชุยฮุ่ยฮุ่ยแล้วพูดว่า “เธอรู้จักคนนี้เหรอ”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้า“เขากับฉันรู้จักกัน เขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งของฉันฉันมั่นใจว่าเขาไม่ใช่ผู้ต้องหาอย่างแน่นอน”
ฉินลู่ยักคิ้วขึ้นอย่างพอใจใส่ชายชุดสูทที่อยู่ด้านข้าง”ไอ้น้อง ยอมแพ้เปล่า ฉันมีคนเข้าข้าง”
“อืม” หัวหน้าตำรวจพยักหน้าจากนั้นพูดว่า "ถ้าอย่างนั้น คดีนี้เธอไม่จําเป็นต้องเข้ามายุ่งแล้วชุยฮุ่ยฮุ่ย เชิญเธอถอยกลับไปหน่อย”
“โอเคค่ะหัวหน้าฉันรับทราบแล้ว เข้าใจแล้วหัวหน้า” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าว
จากนั้นเธอก็หันหลังเดินจากไป
ฉินลู่ “...”
ชายชุดสูทยักคิ้วอย่างพอใจฉินลู่“ไอ้น้อง มีคนเข้าข้างแล้วได้ใช้เปล่าล่ะ”
“พวกนายเลิกกระซิบกระซาบกันได้แล้ว!” เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ด้ามปืนทุบไหล่ของชายชุดสูท
“พวกคุณทำไมตีแต่ผม”ชายชุดสูทถามด้วยความกรุ่นโกรธ
ตำรวจเหลือบมองเขาไม่ได้ตอบอะไร แต่แววตาของเขาให้คำตอบชัดเจนมาก
เมื่อเทียบกับฉินลู่แล้วชายชุดสูทเป็นเหมือนพวกอันธพาลมากกว่า
ฉินลู่ก้มศีรษะลงและพิจารณา“ใครเป็นคนแจ้งตำรวจกันแน่นะ เพื่อนบ้าน ไม่น่าเป็นไปได้ถ้าเพื่อนบ้านเป็นคนแจ้งตำรวจไม่น่าจะมาไวขนาดนี้ และต่อให้มาก็จะมีแต่ตำรวจธรรมดา…”
ขณะฉินลู่กำลังคิดอย่างหนักตํารวจก็ใส่กุญแจมือพวกเขาแล้ว และกดให้เดินลงไป
เมื่อฉินลู่ลงจากอพาร์ตเมนต์ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นเงาร่างหนึ่งอยู่ด้านล่างอพาร์ตเมนต์
“ที่แท้เป็นเธอที่โทรแจ้งตํารวจล่วงหน้า!”
เขาเห็นเซี่ยหลิงเหมือนเด็กที่ทําความดีความชอบ ยิ้มหวานและดูมีความสุขมากจากด้านล่างอาคาร
เมื่อเธอเห็นฉินลู่ออกมาก็ตะโกนว่า"เป็นยังไงบ้าง ฉันช่วยชีวิตนายไว้ใช่ไหมล่ะ”
ฉินลู่ทรุดตัวลง“ทำไมเธอขุดหลุมฝังกันแบบนี้นะ...”
“อ้าว” เซี่ยหลิงรีบวิ่งมาข้างหน้า พอเห็นกุญแจมือบนข้อมือฉินลู่ก็พูดกับตํารวจข้างๆว่า "เกิดอะไรขึ้น ทําไมพวกคุณถึงจับหมอฉินมาล่ะ เขาไม่ใช่เหยื่อหรือ”
หัวหน้าตำรวจที่ถูกซักถามลูบหมวกไปมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับเซี่ยหลิง “คุณเซี่ยหลิงเมื่อตอนที่เราเข้าไปในที่เกิดเหตุ สถานการณ์ตรงข้ามกับสิ่งที่คุณพูดมากคนสี่คนนี้ต่างหากที่เป็นเหยื่อ คุณฉินลู่คือผู้ต้องหา”
"ฮะ" เซี่ยหลิงสับสนเล็กน้อย
“เซี่ยหลิง!เธอจําไว้เลย! เธอขุดหลุมฝังฉันแบบนี้ ฉันตายก็ไม่สอนเทคนิคการแพทย์ให้เธอหรอก!”
ฉินลู่ตะโกนใส่เซี่ยหลิงแล้วก็ถูกตำรวจที่อยู่ด้านหลังจับยัดเข้าไปในรถตำรวจ
เซี่ยหลิง “...”
เมืองจิงเฉิง แปดโมงเช้า ณโรงพยาบาลอันดับสองเมืองจิงเฉิง ห้องไอซียู
หยางซวี่ตงนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลดวงตาดูมึนงง
คนมากมายล้อมรอบเตียงผู้ป่วยทั้งสองด้าน
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้เสียใจที่สุดเธอล้มลงไปบนร่างของหยางซวี่ตง ร้องไห้และตะโกนว่า "เสี่ยวตง! ลูกบอกมาสิว่าทำไมลูกถึงโง่แบบนี้!ไปต่อยตีกับอันธพาลมีประโยชน์อะไรล่ะ!”
หยางซวี่ตงไม่ตอบอะไร
ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้างพูดด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น“ให้มันต่อยตีไปเถอะ! วันๆเอาแต่ชกต่อย ตอนนี้ดีนัก พิการไปแล้ว!”
“ผมจะให้มันมีชีวิตอยู่เหมือนตาย!”หยางซวี่ตงได้แต่กัดฟันตอบกลับด้วยสายตาที่หม่นลง
ชายวัยกลางคนยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดนี้ด่าออกมาว่า "ทำไมแกโง่แบบนี้! จับมันฆ่าหั่นศพก็จบแล้ว ถึงได้มีสภาพอย่างตอนนี้ไงฉันเคยบอกแกหลายครั้งแล้วนะ กี่ครั้งแล้ว บอกแกตลอดว่าอย่าได้เอาตัวเองไปมีปัญหากับคนที่มีฐานะต่างจากแกตอนนี้เป็นไง ต้องรับผลที่ตามมาทีหลังเอง!”
หญิงคนที่คว่ำหน้าอยู่บนร่างของหยางซวี่ตงเงยหน้าขึ้นพูดต่อจากชายวัยกลางคน "ตอนนี้คุณพูดแบบนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร ยังไม่ไปหาไอ้ขยะที่มันทำให้เสี่ยวตงเป็นแบบนี้แก้แค้นให้เสียวตงอีก!”
ชายวัยกลางคนเงียบไปไม่นานก็พูดขึ้น "ฉันเจอตัวมันแล้ว ดูจากเวลา ตอนนี้น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ”
หยางซวี่ตงได้ยินชายวัยกลางคนพูดดังนั้น ดวงตาก็ดูสว่างขึ้น "ผมจะให้มันมีชีวิตอยู่เหมือนตายถ้าตายจะล้างความแค้นในใจนี้ได้ยังไง”
“กริ๊งๆๆๆ”
ทันใดนั้นภายในห้องผู้ป่วยอันเงียบสงบก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของชายวัยกลางคนดังขึ้นอย่างชัดเจนชายวัยกลางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพูดว่า "ฮัลโหล เป็นยังไงบ้าง”
เสียงคับข้องใจของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากปลายสายอีกด้าน"เจ้านาย ภารกิจล้มเหลว"
ชายวัยกลางคนได้ยินก็โมโหทันที“ล้มเหลว? ทำไมล้มเหลวได้ล่ะฉันไว้ใจแกมาตลอด แต่แกทำอะไรให้ฉันได้บ้าง เรื่องง่ายๆ อย่างนี้ยังล้มเหลว!แค่หมอในมหา’ลัยเล็กๆ ก็จัดการไม่ได้”
คนในวอร์ดที่ได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนต่างมารวมตัวกัน
“เจ้า...เจ้านายเรื่องนี้ต้องมีคนอื่นยื่นมือมายุ่งแน่นอน”
“คนอื่นยื่นมีเข้ามายุ่ง?"ชายวัยกลางคนชะงักค้าง ความโกรธค่อยๆ ลดลง และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า"สถานการณ์เป็นยังไงกันแน่ แกเล่าอย่างละเอียดให้ฉันฟังหน่อยซิ”
“เป็นแบบนี้เจ้านายในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ผมพบข้อมูลเกี่ยวกับฉินลู่รวมถึงที่อยู่ เช้าวันนี้ก็เลยส่งมือดีสี่คนไปจับตัวฉินลู่มา แต่คาดไม่ถึงว่าตำรวจจะโผล่มากลางคัน”
“ตำรวจ?”
“ใช่ นอกจากตำรวจแล้วยังมีรถตำรวจที่มีตำรวจติดอาวุธเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ตํารวจที่คนธรรมดาแจ้งความหาแน่นอน”
ชายวัยกลางคนพยักหน้าและนิ่งเงียบไปนานจากนั้นพูดว่า "ตอนนี้แกรู้ไหมว่าใครสอดมือเข้ามายุ่ง"
“จากการสังเกตจากระยะไกลสักพักหนึ่งพบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง”