เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 113 สังหารโครงกระดูกปีศาจ

        โครงกระดูกปีศาจนั้นกลายเป็นยักใหญ่กว่าสามเมตรล้อมรอบไปด้วยเปรวไฟสีดำอักษรรูนมากมายวิ่งผล่านไปตามร่างกายนั้น ดวงตาสีแดงของมันยังคงจ้องมองจางเฉินด้วยขนาดที่ใหญ่โตทำให้จางเฉินดูเหมือนเป็นเด็กทารกที่ยืนอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่


       ไม่เพียงแค่ร่างความมืดของมันเท่านั้นที่ควบแน่น เติบโตโครงกระดูกของมันก็มีเสียงแตกและเกิดเป็นกระดูกงอกออกมาคล้ายเป็นใบมีดจำนวนมากในขณะเดียวกันพลังวิญญาณโดยรอบ พลังสวรรค์และโลกต่างก็ไหลเวียนเข้าไปที่ส่วนกระดูกที่แตกหักและสร้างใบมีดนั้นอย่างรวดเร็วเพื่อเสริมสร้างร่างกระดูกนั้น


       “พี่โสมแดง”จางเฉินรู้สึกถึงวิกฤติและต้องการตรวจสอบความพร้อมสมาชิกที่จะช่วยสู้รบ


       “ไม่ต้องห่วงจากที่ข้าเห็นนี่เป็นการบูชาวิญญาณตนเองเพื่อเพิ่มพลังชั่วคราวแค่ต้องต่อสู้ถ่วงเวลาให้มันหมดสิ้นพลังไปเอง แล้วเราก็จะฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย”


       “ดูเหมือนว่ามันจะสิ้นหวังแล้วจริงๆ”


        “อืมดูร่างปีศาจของมันที่เหลือแต่กระดูกคล้ายกับว่ามันคือเผ่าปีศาจที่มีความสามารถด้านการเปลี่ยนแปลงร่างกายด้วยความที่มันไม่สมบูรณ์จึงเป็นภาระต่อร่างกระดูกของมันมาก”


        ร่างกายของโครงกระดูกปีศาจนั้นเต็มไปด้วยพลังที่รุนแรงสภาพอากาศโดยรอบนั้นแปรปรวนเป็นอย่างมาก เกิดฝุ่นควันคละคลุ้งจางเฉินนั้นรู้สึกหายใจไม่ออก เขารู้สึกว่าเลือดลมพรุ่งพรานรวบรวมลมปราณและไฟสวรรค์ปลดปล่อยกระบวนท่าเพื่อทดสอบความแข็งเกร่งของโครงกระดูกปีศาจ


       “ดาบเก้ามังกรพิชิตฟ้า”


       ภาพร่างมังกรไฟทั้งเก้าพุ่งผ่านเข้าโจมโครงกระดูกปีศาจอย่างรุนแรงปราณดาบและไฟนั้นพลุ่งพล่านตกอยู่บนร่างของโครงกระดูกปีศาจมันทุบผ่านหมองสีดำเข้าถึงโครงกระดูกและเลือดเนื้อทันทีแต่ไม่มีผลต่อเนื่องเหมือนกับถูกกลืนหายไปกับร่างกายที่ใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจ


        “เจ้ามดตัวจ้อยเจ้าต้องตาย”


      โครงกระดูกปีศาจแร่งไฟสีดำรอบตัวแผ่พุ่งผ่านกรงเล็บทำให้เกิดกรงเล็บขนาดใหญ่ตรงเข้าโจมตีจางเฉินทันที


        ตูม!


        จางเฉินโดนกระแทกอย่างแรงและปลิวกระเด็นไปไกลจนติดกับซากกำแพงแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก  โชคดีที่เขาร่างกายเหนือปฐพีระดับสี่แล้วเขารู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นกับการต่อสู้ เพราะดูเหมือนว่าจะไม่ยากมากนัก


        “โอ้เจ้ามีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก”โครงกระดูกปีศาจรวมพลังความมืดอีกครั้งแล้วพุ่งกระโดดสูงขึ้นกระตุ้นกรงเล็บทั้งสองข้าง เข้าโจมตีจางเฉินที่ยังไม่ลุกขึ้นมาจากการโจมตีครั้งแรก


        ตูม


       จางเฉินเรียกใช้เวทย์เคลื่อนย้ายแล้วหลบหนีออกมาทันทีโครงกระดูกปีศาจนั้นกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรงเป็นรอยหลุมขนาดใหญ่เสียงระเบิดดังก้องไปทั้งห้องโถง


       จางเฉินกระตุ้นร่างสายฟ้าเพื่อเพิ่มความเร็วของเขา แล้วใช้เพียงดาบปราณเข้าโจมตีซ้ายขวาเท่านั้นถ้าเขาใช้กระบวนท่าอีกจะกินพลังปราณของเขามากเกินไป ตอนนี้ควรที่จะถ่วงเวลามากกว่าเพื่อจะรอให้โครงกระดูกปีศาจนั้นอ่อนแรงเอง


       โครงกระดูกปีศาจหันดวงตาที่แดงกล่ำมองมาที่จางเฉินอีกครั้ง มันประหลาดใจมากที่จางเฉินสามารถใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายได้ซึ่งเป็นเวทย์ระดับสูง โครงกระดูกปีศาจนั้นรวบรวมพลังความมืดอีกครั้งไปที่กรงเล็บแต่ครั้งนี้มันเพิ่มพลังวิญญาณเข้าไปด้วยเพื่อสะกดจางเฉินทำให้จางเฉินรู้สึกกดดันและขยับตัวไม่ได้


       มือสีดำขนาดใหญ่สองข้างพุ่งเข้าหาจางเฉินเหมือนเป็นเพียงการตบยุงด้วยมือทั้งสองข้างเท่านั้นจางเฉินนั้นแอบตกตลึงในใจที่ไม่สามารถขยับตัวแต่เขาก็รีบรวบรวมสมาธิใช้พลังวิญญาณเข้าต้านทานแล้วหลบหลีกอย่างรวดเร็ว


       ตูมมมม


       ผ่ามือทั้งสองนั้นชนกันในความว่างเปล่า จางเฉินได้หลบไปอีกทิศทางหนึ่งแล้วและโจมตีด้วยดาบปราณอีกครั้ง


        ตูม ตูม ตูม


        “เจ้าต้องตาย”


        โครงกระดูกปีศาจคำรามก้องถ้ามันมีแส้กระดูกในมือด้วย จางเฉินคงไม่รอดชีวิตมานานถึงขนาดนี้ยิ่งคิดมันยิ่งโกรธ ยิ่งเกลียดจางเฉินมากขึ้นเรื่อยๆ


       การต่อสู้หลบหลีกเป็นไปอย่างยาวนาน จนร่างกายและไฟสีดำของโครงกระดูกปีศาจนั้นเริ่มหดตัวลงเรื่อยๆจางเฉินรีบใช้ไฟสวรรค์ผสมกับปราณดาบโจมตีไปที่แขนของมันข้างหนึ่งทันทีเพื่อทดสอบ


        อ๊ากกกก


        โครงกระดูกปีศาจกรีดร้องแขนของมันถูกเผาด้วยไฟสวรรค์อย่างต่อเนื่องมันเอามืออีกข้างมาปัดเพื่อพยายามดับไฟสวรรค์นั้นจนเมื่อไฟเริ่มดับจึงเห็นกระดูกสีขาวของแขนข้างหนึ่งของมันเป็นสีดำแล้วมันโกรธมากพุ่งทั้งร่างเข้าหาจางเฉินทันทีพร้อมระเบิดพลังมหาศาลพุ่งรวดเร็วรุนแรงเป็นลูกปืนขนาดใหญ่


        “ไม่ดี!”


        จางเฉินตกใจกับความเร็วและพลังอันบ้างคลั่งที่พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรงเขาไม่กล้าที่จะต่อต้านจึงเร่งร่างสายฟ้าแล้วใช้ท่าเท้าท่องมายาหลบหลีกอย่างรวดเร็ว


        ตูมมม


        โครงกระดูกปีศาจนั้นโจมตีพลาดจึงพุ่งเข้าชนกับซากโบราณสถานแห่งหนึ่งพังย่อยยับร่างกายของของมันกลับกลายเป็นขนาดเท่าเดิมพลังความมืดที่คล้ายไฟสีดำรอบตัวนั้นลดน้อยลงจนกลับมาเห็นกระดูกของมันอย่างชัดเจนเช่นเดิม


      จางเฉินเห็นเป็นโอกาสจึงรวบรวมพลังปราณและไฟสวรรค์ปลดปล่อยกระบวนท่าดาบเก้ามังกรทลายภูผาเกิดภาพภูเขาลูกใหญ่และมังกรทั้งเก้าที่รวมเข้ากับไฟสวรรค์เป็นมังกรไฟพุ่งโจมตีโครงกระดูกปีศาจอย่างรุนแรง


        ตูมมมม


       ร่างกายของโครงกระดูกปีศาจนั้นลุกไหม้ไปทั้งตัว กรีดร้องเสียงแหลมมันก้าวถอยหลังสองสามก้าว ก่อนจะกลิ้งตัวไปมาคล้ายว่าจะสามารถดับไฟได้เมื่อลุกขึ้นมาอีกครั้งมันรีบวิ่งไปทิศทางตรงกันข้ามกับจางเฉินทันที


        “คิดหนี?”


        จางเฉินรีบวิ่งตามไป แต่ด้วยการใช้พลังปราณและพลังวิญญาณจำนวนมากทำให้เขาเสียความสามารถในการใช้ร่างสายฟ้าและกระบวนท่าแล้วจำเป็นต้องวิ่งปกติเผื่อถนอมพลังปราณไว้ปิดท้ายเท่านั้น


        “เป็นไปได้ยังไงมนุษย์ตัวจ้อย มดตัวน้อยกลับทำร้ายข้าได้ถึงขนาดนี้”


        โครงกระดูกปีศาจนั้นวิ่งไปพร้อมกับคร่ำครวนไปด้วยแล้วก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเป็นระยะ มันทั้งตกใจและหวาดกลัว มันไม่อยากตายแต่ชีวิตนั้นเลือกไม่ได้ ถ้าทำร้ายคนอื่นวันหนึ่งก็ต้องถูกคนอื่นทำร้ายทำดีกับคนอื่นวันหนึ่งคนอื่นก็จะทำดีตอบ สิ่งเหล่านี้เรียกว่ากรรม และโครงกระดูกปีศาจนั้นถึงเวลาสิ้นชีพแล้วแต่มันไม่ยินยอมพร้อมใจมันเกลียดมดตัวน้อยนี้มากที่ทำร้ายมันถึงขนาดนี้


       โครงกระดูกปีศาจสักการะวิญญาณที่เหลืออยู่น้อยนิดของมันเพื่อปลดผนึกการป้องกันของวิหารหลังเล็กๆคล้ายศาลเจ้าด้านหน้าของมัน จางเฉินนั้นตามมาทันและแทงดาบไปที่กะโหลกของมันและทุบทำลายร่างกายแต่วิญญาณนั้นก็ตรงเข้าไปสู่วิหารหลังเล็กๆ คล้ายศาลเจ้านั้นเรียบร้อยแล้ว


        วูมมมมมม


        ในทันทีที่เศษวิญญาณนั้นไปถึงพลังวิญญาณจำนวนมากทั่วทั้งวิหารโบราณก็สั่นสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหวไปทั้งวิหารอย่างบ้าคลั่งพลังงานสวรรค์และโลกต่างถูกเทมายังห้องโถงลับแห่งนี้ แม้ภายนอกวิหารก็ยังเกิดปรากฏการณ์ดูดซับพลังสวรรค์และโลกอย่างบ้าคลั่ง


        หากใครยืนอยู่บนท้องฟ้า หรือดูอยู่ภูเขาไม่ไกลก็จะเห็นภาพที่มีการกลืนกินพลังขนาดใหญ่ของวิหารคล้ายกับปลาวาฬกำอ้าปากดูดซับน้ำเข้าไปในร่างกายจำนวนมากเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน