อาซันนั่งเรือเหาะกลับสำนักแพทย์เทวะได้เพียงครึ่งทาง ศิษย์พี่แปดก็ส่งเสียงบอกอาซันที่นั่งอยู่ด้านในให้มาดูเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญ เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ท่ามกลางหิมะที่หนาวเย็นจัด
“ ไฟไหม้ลามไปทั่วเมืองเช่นนี้ ต้องมีคนตายมากมายแน่ ศิษย์น้องเล็กไปช่วยพวกเขากันเถอะ” อาซันรีบบังคับเรือเหาะให้เข้าไปใกล้เมืองที่กำลังถูกเพลิงเผาไหม้ แล้วอาซันก็ใช้พลังเหมันต์ ช่วยดับไฟ ที่กำลังลุกไหม้ จนเพลิงดับไปจนหมด
แล้วทั้งสองก็ลงมาช่วยดูคนเจ็บซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาซันกับศิษย์พี่แปด
ลงมาช่วยกันสร้างที่สำหรับรักษาฉุกเฉินเป็นการด่วน ศิษย์พี่แปด หยิบห้องรักษา
คนเจ็บฉุกเฉิน เป็นเต็นท์ผ้าใบ ขนาดใหญ่ ด้านในมีเตียงสำหรับผู้ป่วย เกือบ สีสิบเตียง มีอุปกรณ์รักษาพร้อม อาซันเห็นแล้วอึ้งเลย
“ ศิษย์พี่แปด ท่านไปเอาห้องรักษาฉุกเฉินแบบนี้มาจากไหน” อาซันถามทันทีที่เห็น
“ ตลาดนัดเทพเซียน โซนอุปกรณ์ก่อสร้าง คราวหน้าเจ้าไปซื้อไว้สักชุด ไว้ติดตัวพวกเราทุกคนต่างมีกันอย่างน้อยคนละชุด “ ศิษย์พี่แปดเอ่ย เสร็จแล้วก็ออกไปรักษาคนเจ็บ ที่เริ่มทยอยกันมา ที่จุดรักษาฉุกเฉินแห่งนี้ อาซันมองไปด้านหน้าเห็นมีป้ายสำนักแพทย์เทวะ ติดอยู่ด้านบนอีกด้วย
หลังจากที่ชาวเมืองรู้ว่ามีแพทย์สนามมาช่วยรักษา ต่างก็มาเข้าคิวเพื่อรอการรักษา
จากสิบเพิ่มเป็นร้อย กลายเป็นพันคน ทำให้ทั้งสองเริ่ม ทำงานด้วยความยากลำบาก จนมีทหารรักษาเมือง เข้ามาช่วยกันผู้คนให้อยู่ในคิวให้เรียบร้อย
เนื่องจากคนที่มารักษาส่วนใหญ่เกิดจากแผลไฟไหม้เสียส่วนใหญ่ อาซันเลยเข้าไปนำน้ำทิพย์มาใส่ถังไม้เรียงเกือบ10ถัง แล้วบอกให้ทหารทยอยปล่อยคนที่มีแผล
เกิดจากไฟไหม้ทยอยกันเข้ามาครั้งละไม่เกิน 30 คน แล้วอาซันก็ใช้กิ่งหลิว
มาจุ่มน้ำในถังแล้วสะบัดน้ำให้กระเด็นไปทั่วทุกคน ไม่นาน ทั้งสามสิบคน
ก็แผลหายราวกับปาฏิหารย์ สร้างความตื่นตะลึง ตกใจให้กับประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ยิ่งนัก อาซันสั่งให้ทหารช่วยพาคนที่หายออกไป แล้วให้ชุดต่อไปเข้ามา แล้วชุดที่ 2 ก็เป็นเช่นเดียวกัน แผลที่เกิดขึ้นจากเพลิงไหม้ ไม่ว่าหนักแค่ไหน
พอเจอน้ำทิพย์ สาดด้วยกิ่งหลิวพันปีเข้าไป ร่างกายทุกคนกับเป็นปกติทั้งหมด
หลังจากที่ได้รักษาคนที่เกิดเป็นแผลหายโดยวิธีแบบนี้ ศิษย์พี่แปด เลยไม่ต้องรักษาวิธีอื่น ให้คนเจ็บทุกคนไปเข้าคิวที่ละ สามสิบคน เข้ารับการรักษาโดยการพรมน้ำทิพย์ กันหมดทุกคน ศิษย์พี่แปด มีหน้าที่คอยจัดผู้คนช่วยทหารอีกแรง
อาซันสังเกตว่าระยะหลังคนเจ็บที่มาเข้ารับการรักษาไม่มีคนเจ็บเท่าไรกลับมีพวกทหารเข้ามาแทรกกับชาวบ้านเพื่อรับการพรมด้วยน้ำทิพย์กันมากขึ้น เลยหันไปกระซิบถามท่านแม่ทัพรักษาเมืองที่เวลานี้ได้มายืน ข้างๆอาซัน ด้วยกิริยานอบน้อมสุดๆ
“ ท่านแม่ทัพ ข้ารู้สึกว่าคนที่เข้ามาพรมน้ำทิพย์ของข้า รู้สึกจะมีทหารของท่านที่แข็งแรงปะปนเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ นะ” อาซันถามไปก็จริงแต่ มือก็ใช้พรมน้ำทิพย์ใส่ชาวบ้านที่ทยอยเข้ามาที่ละสามสิบคน
“ เรียนท่านเซียน เวลานี้ไม่เพียงคนเจ็บที่หายจากการรักษาไปแล้ว คนทั่วไป พอได้ยินข่าวมีท่านเซียน มาพรมน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ ชาวเมืองทุกคนต่างก็ทยอยเข้ามา อยากได้รับน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากท่านเซียน กันทั้งเมือง แม้แต่บุตรภรรยาข้า พวกเขาก็อยากให้ท่านเซียนพรม น้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ทั้งนั้น “ แม่ทัพรักษาเมืองพูดแล้วมองไปที่ด้านหลังตัวเอง ทำให้อาซันต้องมองตามไปด้วย เห็นครอบครัวท่านแม่ทัพมากกันเกือบร้อยคนอยู่ด้านหลังรอให้อาซันรดน้ำศักดิสิทธิ์ให้ อาซันได้แต่มอง
แล้วอึ้ง พูดไม่ออก เหลียวมองไปด้านหน้าเห็นผู้คนมารอคิวกันอีกนับพันคน
มองไปที่ศิษย์พี่แปดกำลังยิ้ม อย่างภาคภูมิใจ อาซันเลยต้องพรมน้ำศักดิ์สิทธิ์ต่อไปเรื่อยๆ แล้วบอกให้ท่านแม่ทัพจัดคนเข้ามาเพิ่งอีกเป็น 60 คนเลย จะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ ศิษย์พี่แปดเดินเข้าใกล้ๆ อาซันแล้วกระซิบว่า
“ ศิษย์น้องเล็ก รู้ไหมว่าชาวบ้านบอกว่าน้ำทิพย์ของเจ้า นี่เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาแค่ใช้ลิ้นแตะน้ำทิพย์เข้าไป ร่างกายพวกเขากับแข็งแรงมากขึ้น คนชรากินไปแล้วกลับดูกลายเป็นหนุ่มแข็งแรงขึ้น คนขา แขนพิการ เดินไม่ได้ กลับมาแข็งแรงเดินได้เลย” ศิษย์พี่แปดหลังจากหายไปนาน ที่แท้ไปสอบถามชาวบ้านกลับมานี่เอง
“ ไปกันใหญ่แล้ว น้ำทิพย์แค่รักษาอาการบาดเจ็บได้แค่นั้น ไม่ได้เป็นยาวิเศษรักษาได้ทุกโรค หรือเป็นยาอมตะซะที่ไหนกัน ศิษย์พี่แปดไปบอกชาวบ้านให้เข้าใจเสียใหม่ด้วย” อาซันส่ายหัวกลับความคิดชาวบ้าน
“ ไม่ทันแล้วศิษย์น้อง คนเขาลือกันไปทั้งเมืองแล้ว” ศิษย์พี่แปดพูดแล้วยิ้มแห้งๆ
อาซันพรมน้ำศักดิ์สิทธิ์จนมือค่ำ จนครบทุกคนแล้วยังมีบางคนไม่ยอมกลับพร้อมกับท่านแม่ทัพรักษาเมืองอีก
“ พวกท่านไม่กลับกันบ้าน มีอะไรกันอีกหรือ” อาซันสงสัย
“ ท่านเซียนพวกเรา อยากจะขอถังน้ำ กิ่งหลิวเหล่านั้น เก็บไว้เป็นที่บูชาจะได้ไหม” ท่านแม่ทัพรีบเอ่ยแทนทุกคน อาซันมองถังน้ำเกือบสิบถัง แล้วก็กิ่งหลิว สิบกิ่งที่เด็ดมา มองแล้วหน้าแปลก ทำไมกิ่งหลิวถึงยังไม่เหี่ยว ยังสดชื่นอยู่เลยขนาดใช้งานไปหลายร้อยครั้งแล้วก็ตาม
“ ได้พวกท่านเอาไปทั้งหมดเลย ถ้าต้องการ “ อาซันยกให้ทั้งหมดเลย
“ ขอบคุณท่านเซียน คืนนี้ก็ดึกมากแล้วเชิญท่านไปพักผ่อนที่ทางเมืองของเราได้จัดเอาไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว” อาซันกับศิษย์พี่เห็นว่าดึกแล้วเลยไปที่พักตามที่ท่านเจ้าเมืองจัดให้
หลังจากนี้ไปอีกหนึ่งปีถ้าอาซันกลับมาอีกครั้งต้องแปลกใจแน่ เพราะที่แห่งนี้กลายเป็นศาลเทพเจ้าต้นหลิวไปแล้ว โดยมีรูปปั้นอาซันอยู่ตรงกลาง และมีถังน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ 10 ถัง แต่ละถังมีกิ่งหลิวศักดิ์สิทธ์ วางอยู่ น้ำถูกส่งมาจากน้ำตก แล้วไหลลงมาในถังน้ำ ชาวบ้านเมืองนี้ต่างก็มานำน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปกิน ไปใช้รักษาโรคแผลไฟไหม้เป็นจำนวนมาก...
อาซันเข้าที่พักก็เตรียมตัวอาบน้ำ โดยมีสาวสวยมาคอยดูแลปรณนิบัติอย่างใกล้ชิด แต่อาซันขออาบน้ำเป็นการส่วนตัว หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จ อาซันเห็นว่าท่านแม่ทัพรักษาเมืองยังนั่งรอที่ด้านนอกเลยเรียกเข้ามา
“ ท่านแม่ทัพ ทำไมเกิดเหตุเพลิงไหม้ ในอากาศหนาวเย็นแบบนี้ได้”
“ เมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านของเมืองคัง เจ้าเมืองชื่อว่าคังอู่ มีบุตรชายวัย 5 ขวบชื่อว่าคังซู ภรรยาท่านเจ้าเมืองชื่อว่า คังซิน เมื่อไม่ประมาณ 7 วันก่อนมีทหารจากเมืองหลวงได้ผ่านมาทางเมืองคังของเรา ท่านเจ้าเมืองและภรรยาออกมาต้อนรับ
องค์ชายตันฉู่ บุตรของท่านอ๋องสี่แห่งเมืองหลวงได้เป็นภรรยาเจ้าเมืองช่างงดงามยิ่งนัก จึงได้เกิดความใคร่ต้องการภรรยา เจ้าเมืองคัง จึงได้ทำการฉุดคร่า แต่ว่า
เจ้าเมืองคังได้ทำการต่อสู้ป้องกัน จนถูกสังหาร ส่วนภรรยาเจ้าเมืองขู่จะฆ่าตัวตาย
หากองค์ชายตันฉู่บังคับ องค์ชายตันฉู่เลยประกาศว่าจะทำให้นางยอมเป็นภรรยาน้อยของเขาให้ได้ จากนั้นองค์ชายตันฉู่ก็เริ่มส่งคนเข้าข่มขู่ ว่าจะสังหารชาวเมือง
ให้หมด โดยส่งค้างคาวไฟ มาเผาผลาญเมืองหน้าด่านก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อ
บีบให้ท่านฮูหยินคัง ยอมเป็นภรรยาน้อยของมัน แล้วท่านเซียนก็มาเห็นพวกเราเป็นแบบนี้แหละ “ ท่านเจ้าเมืองกล่าวด้วยความคับแค้นใจ ในขณะที่ศิษย์พี่แปดก็เดินเข้ามาฟัง และได้ยินเรื่องราว ก็รู้สึกแค้นใจไปด้วย
“ แล้วเวลานี้ สองแม่ลูกตระกูลคังหลบอยู่ในเมืองคังหรือเปล่า” อาซันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ เวลานี้ ทั้งสองได้เดินทางไปขอความเป็นธรรมกับราชาเหมันต์ ที่เมืองเหลวงแล้ว” ท่านแม่ทัพเอ่ยด้วยความห่วงใย
“ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับราชาเหมันต์ด้วยเล่า” อาซันสงสัย
“ ก็เมืองคังของเรา เป็นหนึ่งในสิบเมืองบริวาร ของราชาเหมันต์ หวังว่าราชาเหมันต์จะให้ความเป็นธรรมกับพวกเราในครั้งนี้” แม่ทัพรักษาเมืองหน้าด่านแห่งนี้อธิบาย
“ เมืองดาราจักร ก็เป็นหนึ่งในเมืองบริวารเช่นกัน” ศิษย์พี่แปดอธิบาย
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงมือถือของท่านแม่ทัพได้ดังขึ้น พอแม่ทัพฟังจบก็เริ่มเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ เกิดอะไรขึ้นท่านแม่ทัพ” อาซันรีบถาม
“ ขบวนของภรรยาท่านเจ้าเมืองถูกโจมตีด้วยค้างคาวไฟ ลูกชายข้ารับหน้าที่คุ้มกันขอกำลังให้ไปช่วยด่วน ท่านเซียนเรื่องนี้ข้าต้องรีบไปช่วยแล้ว ลาก่อนท่านเซียน” แม่ทัพรีบขอตัวไปช่วยภรรยาท่านเจ้าเมืองทันที ทั้งที่ทางนี้เจ้าเมืองยังเอาตัวแทบไม่รอดจากพวกค้างคาวไฟ อาซันกับศิษย์พี่แปดมองหน้ากันถอนหายใจพร้อมกัน แล้วก็พยักหน้าพร้อมกัน
“ ท่านแม่ทัพอย่าเพิ่งไป” อาซันตะโกนเรียก ไม่กี่นาที ถัดมา มีเรือเหาะแบบอาซันพร้อมด้วยทหารอีกนับร้อย รีบบินไปที่พิกัดของ ลูกชายแม่ทัพที่ขอความช่วยเหลือมา ไปถึงก็เห็นเรือเหาะถูกโจมตีจนต้องลงจอดฉุกเฉิน เรือเหาะทุกลำถูกไฟไหม้จนเสียหายไม่สามารถบินต่อไปได้ ด้านบนเหมือนมีค้างคาวไฟบินว่อน
เหมือนจะบอกว่าห้ามใครบินเข้าไปในเขตเมืองหลวงเป็นอันขาด บนเรือลำหนึ่ง
พบภรรยาหม้ายของเจ้าเมืองคังยืนกอดลูกชายวัย 5 ขวบ ทั้งคู่ใส่ชุดสีดำไว้ทุกข์ให้กับสามีที่ตายไป บริเวณโดยรอบมีคนบาดเจ็บจากถูกไฟไหม้หลายคน
อาซันถือขวดน้ำจุ่มไว้ด้วย กิ่งหลิว พรมน้ำศักดิ์สิทธิ์ใส่คนที่บาดเจ็บ ทุกคนเริ่มหายเป็นปกติทันที ท่านกลางความตะลึงของ ภรรยาหม้ายกับทหารที่ป้องกันทุกคน ท่านแม่ทัพแนะนำให้ท่านคังซินรู้จักกับอาซัน ทั้งคู่คำนับอาซันแทบจะหัวถึงพื้น อาซันได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าทำอะไร เห็นเด็กน้อยทำท่าเหมือนหวาดกลัวคนไปเสียทุกคน แม้กระทั่งอาซันเอง
“ ข้าองครักษ์คังวู คำนับท่านเซียน” แม่ทัพใหญ่สั่งให้ลูกชายหัวหน้าองครักษ์คำนับอาซัน
“ เรียกข้าว่าหมอซันก็พอ ไม่ต้องเรียกเซียนหรอก”
“ เวลานี้ค้างคาวไฟมันดักพวกเราไปหมดทั้งบนดินและบนฟ้า พวกเราเดินทางต่อไปไม่ได้แล้ว “ คังวูรายงานให้พ่อของเขาได้ฟัง ทุกคนเริ่มเครียด อาซันเลยเสนอตัวจัดการกับเจ้าค้างคาวไฟเหล่านี้ที่มีนับพันตัว
อาซันเดินออกไปบนก้อนหินแล้วชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า แล้วเรียกสายฟ้ามานับร้อยนับพันเส้น แล้วปล่อยให้ฟาดเจ้าค้างคาวไฟที่บินอยู่บนท้องฟ้า เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ค้างคาวไฟค่อยๆ ถูกฟ้าผ่า จนร่วงลงพื้นทีละตัวจนหมดท้องฟ้า กลายเป็นค้างคาวย่างเกลื่อนไปทั่วพื้น ทุกคนจ้องมองอ้าปากตาค้างไปหมด โดยเฉพาะเด็กชายที่เห็น ค้างคาวไฟร่วงลงมา ถึงกับใจกล้า เดินออกมาเตะเจ้าค้างคาวไฟอยู่ใกล้ๆ ตน จนผู้เป็นแม่ต้องเข้ามากอดเอาไว้กลัวว่าจะล้มลงไป
“ โอ้โห ศิษย์น้องเล็กเจ้ามีพลังอัสนี ด้วยหรือนี่ “ ศิษย์พี่แปดเพิ่งจะรู้
“ ความจริงก็มีไว้ฝังเข็มรักษาคน มากกว่า แต่คราวนี้เห็นแล้วอดไม่ไหวจริงๆ”
อาซันพูดไปตามจริง ทุกคนหันมามองด้วยความเลื่อมใสขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะ แม่ลูกทั้งสองคน
“ ท่านหมอซัน พวกเราต้องขอบคุณท่านอีกครั้ง ท่านช่วยรักษาคนที่เมืองของเรา
แล้วยังต้องมาช่วยเราสองแม่ลูกแบบนี้อีก พวกเรารูสึกเกรงใจท่านจริงๆ “
“ ท่านหมอ ท่านช่วยสอนให้ข้าใช้ฟ้าผ่าบ้างได้ไหม “ เด็กน้อยร้องขออาซันทันที
“ ได้ แต่ต้องรอให้เจ้าโตกว่านี้เสียก่อนนะ”
“ ทำไม่ฝึกตอนนี้ไม่ได้” คังซูสงสัย
“ เจ้ายังเด็ก ยังไม่สามารถทนต่อฟ้าผ่าได้น่ะซิ” อาซันเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เด็กเริ่มคุยกับเขาก่อน
“ ข้าทนได้ ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อ ท่านสอนให้ข้าเถอะนะ” เด็กน้อยคังซูไม่ยอมแพ้ จนผู้เป็นแม่ต้องมาคอยปลอบ ให้เชื่อท่านหมอ ไว้โตแล้วค่อยเรียน
“ ต้องขออภัยท่านหมอซันด้วย ตั้งแต่พ่อเขาจากไป ก็ไม่ค่อยพูดกับใคร ครั้งนี้เจอท่านหมอเขาพูดออกมามากไป เพราะคิดอยากแก้แค้นให้พ่อของเขา” ฮูหยินคังเอ่ย
“ ไม่เป็นไร ปล่อยให้เขาพูดออกมาดีแล้ว เก็บเอาไว้อึดอัดเปล่าๆ “
“พวกเราอยากเชิญหมอซันไปที่บ้านพักในเมืองหลวงของเรา ไม่ทราบว่าท่านคิดเห็นอย่างไร” คังซินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ คาดหวังว่าอาซันจะร่วมทางไปกับนางด้วย
“ ได้ ข้าจะไปกับพวกท่านสักระยะ” อาซันหันไปมองศิษย์พี่แปดที่พยักหน้าเห็นด้วย