บทที่ 155:เลือดมังกรและเอลฟ์
ภายใต้แสงไฟสลัวที่สาดส่องลงบนโซฟากำมะหยี่ในห้องรับรองส่วนตัวเฮรัคนั่งมองการชิงชัยเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย หากสรุปสั้นๆคงมีเพียงคำเดียวคือ ‘ยากจน’
หินเวทสี่พันก้อนที่เขากล้ำกลืนพากเพียรสะสมมาตลอดหนึ่งปีเต็มกลับดูเหมือนเศษเงินไร้ค่าเมื่อเทียบกับมรดกเวทมนตร์แต่ละชิ้นที่ถูกนำขึ้นมาประมูล
ทว่าในขณะที่เบลกกำลังถือครองตำราค่ายกลที่เพิ่งประมูลมาได้เฮรัคก็ฉุกคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้เขาสลัดความห่อเหี่ยวทิ้งไปแล้วหันไปหาจอมเวทอาวุโสข้างกายด้วยแววตาเป็นประกาย
"ท่านเบลก...ข้าพอจะขอดูค่ายกลระดับสองเล่มนั้นได้หรือไม่? ข้าอยากลองศึกษาโครงสร้างของมันดูสักหน่อย"
เบลกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจก่อนจะยิ้มออกมาพลางส่งตำราเล่มหนาที่ปกขนสัตว์ยังคงไหวติงให้
"ได้สิแต่มันซับซ้อนเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการนะเฮรัคต่อให้เป็นจอมเวททางการที่มีประสบการณ์มานานหลายปีหากมองดูสิ่งนี้ก็คงเห็นเป็นเพียงเส้นสายอาคมที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับเขาวงกตที่ไร้ทางออก"
เฮรัครับตำราที่มีน้ำหนักมากกว่าที่คิดมาไว้ในมือทันทีที่สัมผัส เขาสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าสถิตจางๆ ที่แล่นพล่านออกมาจากหน้ากระดาษเขาเริ่มต้นเปิดมันทีละหน้าอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาที่ฉงนสนเท่ห์ของเบลก
ดวงตาของเฮรัคจดจ้องไปยังอักขระรูนโบราณที่สลับซับซ้อนราวกับแผนผังของดวงดาวในขณะที่สมองของเขากำลังถูกเร่งการประมวลผลขึ้นสู่จุดสูงสุด
“ตรวจพบโครงสร้างวงจร พลังเวทมนต์ระดับสูง... เริ่มต้นการสแกนและบันทึกข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูล ชิปพันธุกรรม...ภารกิจเสร็จสิ้น: บันทึกพิมพ์เขียวค่ายกลป้องกันระดับสองเรียบร้อย”เชนหลาน รายงานด้วยน้ำเสียงหุ่นยนต์ที่ราบเรียบ
แม้ตอนนี้เขาจะยังวิเคราะห์ไม่ได้เพราะขาดข้อมูลพื้นฐานแต่อย่างน้อยเขาก็มีพิมพ์เขียวล้ำค่านี้ไว้ในครอบครองแล้ว
หลังจากพลิกดูจนจบเล่มอย่างรวดเร็วเฮรัคก็ส่งหนังสือคืนให้เบลกพลางยิ้มขื่นอย่างแนบเนียน
“ข้าอ่านไม่เข้าใจจริงๆ ด้วยครับสมกับที่เป็นอาคมระดับสูง”
เบลกหัวเราะเบาๆ อย่างไม่ถือสา
“ฮะๆ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วพลังระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมองออกได้เพียงชั่วครู่หรอก”
สองชั่วโมงแห่งการรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อรายการที่เฮรัคหมายตาไว้ถูกนำขึ้นสู่เวทีหลอดแก้วคริสตัลที่บรรจุของเหลวสีแดงข้นคลักแผ่ไอความร้อนจางๆออกมาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยวด้วยพลังงานของมัน
“ท่านผู้มีเกียรติ!สิ่งที่อยู่ตรงหน้าท่านนี้คือ ‘เลือดมังกรยักษ์ระดับสอง’ ของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งโดยเราได้แบ่งออกเป็นสิบส่วนเท่าๆ กัน...ราคาเริ่มต้นเพียงส่วนละหนึ่งพันหินเวทเท่านั้น!”
“เริ่มการประมูลส่วนแรก ณ บัดนี้!”
“หนึ่งพันสองร้อย!”
“หนึ่งพันสี่ร้อย!”
เสียงเสนอราคาดังขึ้นเป็นระยะก่อนจะเงียบหายไปครู่หนึ่งแล้วจึงมีเสียงขยับขึ้นไปที่
“หนึ่งพันหกร้อยหินเวท!”
บรรยากาศในช่วงแรกยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวังหลายคนเลือกที่จะสงวนท่าทีและไม่รีบร้อนแย่งชิงเพราะรู้ดีว่ายังเหลือสินค้าแบบเดียวกันอีกถึงเก้าส่วน
ทว่าเฮรัคไม่คิดจะรอช้าเขาไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเด็กหนุ่มตัดสินใจเปิดฉากเสนอราคาสำหรับส่วนแรกทันทีด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและก้องกังวาน
“หนึ่งพันแปดร้อยหินเวท!”
ความเงียบเข้าปกคลุมโถงประมูลเบื้องล่างในพริบตาเมื่อเหล่าจอมเวทตระหนักว่าเสียงที่ทรงพลังนี้มาจากห้องรับรองพิเศษของ ตระกูลเชอร์ชิลต่างก็ไม่มีใครอยากเอาตัวเข้าเสี่ยงเพื่อแย่งชิงวัตถุดิบชิ้นแรกกับขุมอำนาจใหญ่เพียงเพื่อความสะใจในที่สุดเลือดมังกรส่วนแรกก็ตกเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์
ทันทีที่ขวดแก้วบรรจุของเหลวอุ่นๆถูกส่งมาถึงมือ เฮรัคสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันบ้าคลั่งจาก‘มหานภามืดมิด’ ภายในกายที่กำลังส่งเสียงคำรามขานรับด้วยความกระหายในสายเลือดมังกรยักษ์
“ตรวจพบไอพลังงานชีวภาพระดับสูง...วิเคราะห์: สายเลือดมังกรยักษ์มีความเข้มข้นถึงร้อยละ 88...ข้อแนะนำ:โฮสต์โปรดรักษาสภาวะร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อเตรียมรับการผสานสายเลือดที่รุนแรงในภายหลัง”
เชนหลานรายงานรายงานข้อมูลอย่างละเอียด
หนึ่งชั่วโมงต่อมาการประมูลดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย สินค้าบนเวทีถูกเปลี่ยนเป็นทาสจากหลากเผ่าพันธุ์บรรยากาศในห้องโถงและห้องรับรองส่วนตัวเริ่มบางตาลงเนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ได้สิ่งที่ต้องการไปแล้วทว่าพิธีกรบนเวทียังคงรักษาความกระตือรือร้นไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
“ท่านผู้มีเกียรติทุุกท่าน!โปรดเตรียมพบกับการปิดท้ายค่ำคืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด!สินค้าชิ้นสุดท้ายของเราคือ... เอลฟ์สาว ส่งตรงจากมิติเอลฟ์!”
พิธีกรประกาศก้องพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
คำประกาศนั้นประดุจมนตราที่สะกดทุุกสายตาให้หันกลับมาจับจ้องยังกลางเวทีในทันทีร่างของหญิงสาวเผ่าเอลฟ์ปรากฏสู่สายตา นางมีทรวดทรงงดงามหมดจดปานเทพธิดาผิวพรรณขาวเนียนละเอียดเปล่งประกายละมุนตาภายใต้แสงไฟทว่าสิ่งที่ขัดกับความงามนั้นคือแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและตื่นตระหนกราวกับกวางตัวน้อยที่หลงทาง
นางถูกพันธนาการอย่างแน่นหนาด้วยโซ่ตรวนมนตราสีเงินที่จารึกรูนสยบพลังไว้อย่างซับซ้อนเพื่อสะกดกลิ่นอายเวทมนตร์อันทรงพลังที่แฝงอยู่ในสายเลือดของนางไม่ให้แผ่ซ่านออกมา
“เอลฟ์จากต่างมิติอย่างนั้นหรือ?ถ้าอย่างนั้นนางต้องถูกส่งต่อมาจากดินแดนรุ่งอรุณอย่างไม่ต้องสงสัย!”
เสียงใครบางคนในโถงประมูลตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ถูกต้องแล้วครับท่าน!”พิธีกรรีบขยายความทันที
“ทาสผู้นี้ถูกนำเข้ามาจากดินแดนรุ่งอรุณโดยตรงและอย่างที่ทุุกท่านทราบดีว่าเผ่าเอลฟ์มีความสอดคล้องกับพลังเวทมนต์อย่างยอดเยี่ยมแต่สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าคือ...นางได้รับพรแห่งธรรมชาติที่ทำให้ร่างกายทนทานต่อรังสีพ่อมดได้ทุุกรูปแบบไม่ว่าท่านจะต้องการผู้ช่วยวิจัยที่ซื่อสัตย์ หรือต้องการครอบครอง... 'ของสะสม' ล้ำค่าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนทุุกท่านย่อมรู้ดีว่านางมีค่าเพียงใด!”
เฮรัคจ้องมองหญิงสาวเอลฟ์ผู้นั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนทว่าในสายตาของเขานางไม่ใช่เพียงสินค้าประดับบารมีเพื่อความสุนทรีย์แต่คือสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยศักยภาพอันมหาศาลหากได้นางมาเป็นผู้ช่วยในห้องทดลองงานวิจัยเรื่องการปรุงยาและโครงสร้างพลังที่เขากำลังทุ่มเทอยู่อาจก้าวกระโดดไปสู่ระดับที่เหนือกว่าจินตนาการ