เมื่อคิดถึงตรงนี้ฉินเฟิงพลันรู้สึกอ่อนล้าไปทั้งกายตลอดทั้งวันเขาวิ่งวุ่นไปทั่วและสังหารสัตว์อสูรต่อเนื่องหากบอกว่าไม่เหนื่อยก็คงเป็เื่โกหก ดูเหมือนว่าเขาต้องพักฟื้นสักครู่เมื่อฟื้นกำลังกายได้บ้าง ค่อยจัดการเื่อื่นๆ ต่อ…
สิบห้านาทีผ่านไปภายในหุบเขา ฉินเฟิงก่อกองไฟขึ้นขาหมูป่าทั้งสี่ชิ้นที่อยู่บนกองไฟถูกย่างจนน้ำมันไหลซึมกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อสัตว์ฟุ้งกระจายไปทั่ว ฉินเฟิงนั่งข้างกองไฟและหยิบซองบุหรี่ออกจากอกเสื้อ
ั้แ่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินถูกดึงเข้ามาในโลกแห่งการสังหารโทรศัพท์มือถือและสิ่งของอื่นๆ ถูกวิถี์ริบไปหมดมีเพียงบุหรี่และไฟแช็กเท่านั้นที่ยังคงอยู่กับเขา
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวนคาบไว้ในปากก่อนที่จะมีเปลวไฟผุดขึ้นที่ปลายนิ้ว นั่นคือ ‘พร์ควบคุมเปลวเพลิง’เมื่อจุดบุหรี่ได้แล้ว เขาสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพ่นควันสีขาวยาวเหยียดออกมาอย่างผ่อนคลาย
หากคำนวณจากเวลาภายนอกตอนนี้น่าจะเป็่ตะวันตกดิน ใกล้จะมืดแล้วฉินเฟิงนึกคิดในใจและเข้าไปยังช่องสนทนา ตอนนี้ช่องสนทนายังคงคึกคักและหัวข้อสนทนาได้เปลี่ยนไปแล้ว
“โอ๊ย เหนื่อยจัง ฉันเดินไม่ไหวแล้วนะ!”
“ฉันก็เดินไม่ไหวแล้ว วันนี้ฉันไล่ฆ่าสัตว์อสูรมาทั้งวันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเราควรจะพักผ่อนบ้าง ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปร่างกายรับไม่ไหวแน่”
“ใช่แล้ว ต้องรอพรุ่งนี้ค่อยเลื่อนระดับต่อ”
“ฮือๆๆ ฉันเพิ่งระดับ 1 (67/100) เองนะกว่าจะถึงระดับสองยังอีกไกล นี่ก็จะหมดวันแรกแล้วฉันกลัวว่าจะไปไม่ถึงระดับสิบภายในเจ็ดวันน่ะสิ”
“น้องสาวข้อความ้าน่ะ อย่าเพิ่งกังวลเลย ฉันเองก็เพิ่งระดับ 1(71/100) ไม่แน่เราอาจจะได้ร่วมกันไปสู่ยมโลกในฐานะคู่รักผู้โชคร้ายก็ได้นะ”
“เฮ้อ ยากเหลือเกิน เพื่อที่จะเลื่อนระดับ ฉันไม่กล้าพักเลยแต่ร่างกายก็เหนื่อยจนจะรับไม่ไหวแล้ว”
“แปลกจัง พวกคุณสังเกตไหม? วันนี้ทั้งวันฉันไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด เพียงแต่รู้สึกเหนื่อยล้าเท่านั้น”
“ใช่แล้ว ฉันก็สังเกตเห็นเหมือนกัน”
“ฮ่าๆ มีอะไรน่าแปลกใจล่ะ? พวกเราสังหารสัตว์อสูรแล้วได้รับพลังงานซึ่งพลังงานเหล่านี้มากกว่าการกินอาหารเสียอีกจึงเป็เื่ปกติที่เราจะไม่รู้สึกหิว แต่ถึงแม้จะได้รับพลังงานมากแค่ไหนก็ไม่อาจชดเชยความเหนื่อยล้าทางกายได้อยู่ดี ยังไงก็ต้องพักผ่อน”
“ข้อความ้าพูดได้ดีเยี่ยม ดูเหมือนว่าพวกเราจะหยุดพักไม่ได้แล้ว”
ฉินเฟิงอ่านมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่ามีเหตุผลการต่อสู้ไม่สิ้นสุดเป็สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ ร่างกายมนุษย์จะทนไม่ไหวกล่าวโดยสรุปคือ ตอนนี้มนุษย์ยังไม่แข็งแกร่งพอจำเป็ต้องพักผ่อนให้เหมาะสมเพื่อฟื้นฟูพลังกาย
ในขณะนั้นกลิ่นหอมของเนื้อก็ลอยมา เนื้อที่เขาย่างสุกได้ที่แล้ว ฉินเฟิงจึงออกจากช่องสนทนา
เมื่อเห็นเนื้อย่างสีน้ำตาลทองที่กำลังมีน้ำมันเยิ้มเขาก็รู้สึกหิวอย่างมาก เขาใช้มีดหั่นเนื้อย่างชิ้นหนึ่งและเริ่มกินเนื้อย่างของสัตว์อสูรมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม มันไม่เลี่ยนและสู้ฟันมาก
ฉินเฟิงชิมไปหนึ่งคำก็ชอบในทันทีเขารีบกินอย่างเอร็ดอร่อยจนน้ำมันติดเต็มปาก เมื่อเนื้อสุกเข้าสู่ท้องก็เกิดกระแสความร้อนไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาทันที
[ได้รับอาหารสุกสำเร็จ ฟื้นฟูพลังกาย +1]
[ได้รับอาหารสุกสำเร็จ ฟื้นฟูพลังกาย +1]
[ได้รับอาหารสุกสำเร็จ ฟื้นฟูพลังกาย +1]
...
“เอ๊ะ นี่มันอะไรกัน?” ฉินเฟิงได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากวิถี์ในสมองในขณะเดียวกันเขาก็พบว่าหลังจากที่เขากินเนื้อสุกไปไม่กี่คำพลังกายของเขาก็ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ไม่เหนื่อยล้าเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ที่แท้เมื่อร่างกายเหนื่อยล้าสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วด้วยการกินอาหารที่ปรุงสุกนี่เองการค้นพบนี้มีประโยชน์มาก
ฉินเฟิงดีใจมากและรีบกินเนื้อสุกอย่างรวดเร็วเพียงชั่วครู่เขาก็กินเนื้อสุกไปสองจิน พลังกายของเขาก็ฟื้นฟูเต็มที่กลับมาอยู่ในสภาพสูงสุดอีกครั้ง
[ประกาศ : ฉินเฟิง มือใหม่ ค้นพบเคล็ดลับชีวิตเล็กๆ น้อยๆว่าการกินเนื้อย่างสามารถฟื้นฟูพลังกายได้อย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้ค้นพบคนแรกฉินเฟิงได้รับรางวัลชื่อเสียง 1 หน่วย]
ในขณะนั้นประกาศจากวิถี์ก็ดังขึ้นในสมองของทุกคน ทำให้ทุกคนต่างพากันตกตะลึง
ฉินเฟิงเองก็ตกตะลึงนี่... สามารถทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ? เขาไม่คิดเลยว่าเพียงเท่านี้ก็จะได้รับชื่อเสียงนี่มันง่ายเกินไปแล้ว
ไม่นานช่องสนทนาก็เดือดปุดๆ
“เฮ้ย ที่แท้กินเนื้อย่างก็ฟื้นฟูพลังกายได้อย่างรวดเร็วนี่เอง”
“ฮ่าๆ เยี่ยมไปเลย ในที่สุดก็เจอวิธีฟื้นฟูพลังกายอย่างรวดเร็วแล้ว”
“ชื่อเสียงนี่หายากมากนะ ฉินเฟิงโชคดีเกินไปแล้ว”
“ใช่แล้ว เคล็ดลับชีวิตเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำไมถึงถูกเขาค้นพบกันล่ะ? เวรเอ๊ย ทำไมไม่ใช่ฉันที่เป็คนแรกที่ค้นพบ?”
“นั่นมันชื่อเสียง 1 หน่วยเลยนะของล้ำค่าแบบนี้ฉันพลาดไปได้ยังไง”
“ฮ่าๆ พวกนายอย่าอิจฉาไปเลย วันนี้พวกเราต่างทุ่มเทสังหารสัตว์อสูรจะมีกี่คนที่ว่างพอจะคิดถึงการกินเนื้อย่างกันล่ะ?”
“นั่นสิ ดูเหมือนฉินเฟิงจะสบายมากเลยนะ”
“ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมชื่อของฉินเฟิงถึงเปลี่ยนเป็สีเทาแล้วอันดับก็ลดลงเรื่อยๆ ที่แท้เขากำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่นี่เอง”
“พวกเรากำลังต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตาย แต่ฉินเฟิงกลับทำตัวสบายๆเหมือนกำลังพักร้อน”
“ใช่แล้ว น่าอิจฉาจริงๆ น่าอิจฉาชะมัด!”
“ไม่ไหวแล้ว ฉันจะไปหาอาหารเพื่อจะฟื้นฟูพลังกายบ้าง!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างคึกคักวิถี์ก็ประกาศข่าวสารใหม่ขึ้นอีกครั้ง
[ประกาศ : ขอเตือนผู้เล่นมือใหม่ทุกท่านว่าการกินอาหารที่ปรุงสุกและการดื่มน้ำร้อนเท่านั้นที่จะฟื้นฟูพลังกายได้อย่างรวดเร็วการกินอาหารดิบและเย็นจะไม่มีผล]
[ประกาศ : เปิดช่องทางการค้าขายระหว่างมิติ]
เมื่อข่าวนี้ถูกประกาศออกมาช่องสนทนาก็กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง
“เฮ้ย ต้องกินอาหารที่ปรุงสุกถึงจะได้ผล แต่ฉันไม่มีไฟนะ”
“ใช่แล้ว พวกเราก็ไม่มีอะไรจุดไฟเลย”
“ใครมีพร์ควบคุมเปลวเพลิงบ้าง? จุดไฟให้ฉันที”
“ข้อความ้า คุณโง่หรือเปล่า? ในหมู่บ้านเริ่มต้นของเรามีเพียงหลิวอวิ๋นช่างคนเดียวที่มีพร์ควบคุมเปลวเพลิงเขาถูกหมูป่าเขี้ยวสังหารฆ่าไปแล้ว”
“โอ๊ย จบสิ้นกัน ฉันต้องใช้ไม้มาเสียดสีกันสินะ”
“ให้ตายเถอะ ต้องกินของที่ปรุงสุกถึงจะได้ผลแล้วแอปเปิลในมือฉันจะต้องเอาไปย่างให้สุกก่อนกินหรือเปล่าเนี่ย?”
“เฮ้ย ข้อความ้า คุณมีแอปเปิลด้วยเหรอ? เอามาจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินหรือเปล่า?”
“ทุกคนครับ ผมเพิ่งลองใช้ไม้เสียดสีกันแล้ว ไม่ได้ผลเลยมือผมเป็แผลพุพองหมดแล้ว ใครมีไฟแช็กบ้าง? ตั้งราคามาเลยแลกเปลี่ยนกันในช่องทางการค้าขายระหว่างมิติได้เลย”
“ใช่แล้ว ช่องทางการค้าขายระหว่างมิติเปิดแล้ว มีประโยชน์มากเลย”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสก็มีประกาศอีกหลายข้อความปรากฏขึ้น
[ประกาศ : ฉินเฟิง มือใหม่ได้ลงขายสินค้าใหม่ในช่องทางการค้าขายระหว่างมิติ เนื้อย่าง 3 จิน แลกกับศพสัตว์อสูรระดับสอง 1 ตัว]
[ประกาศ : ฉินเฟิง มือใหม่ เป็ผู้ใช้ช่องทางการค้าขายระหว่างมิติเป็คนแรกได้รับรางวัลชื่อเสียง 1 หน่วย]