### บทที่ 36: สมบัติที่ได้มาและสายตาที่จับจ้อง
หนึ่งพันก้อน!
คำประกาศของเย่เฟิง (ในเสียงของผู้อาวุโส) ดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถงประมูลที่เงียบสงัด!
ทุกคนในที่นั้นต่างกลั้นหายใจรอคอยปฏิกิริยาจากห้องส่วนตัวของทูตพิเศษแห่งพรรคมารอสูรโลหิต
ภายในห้องนั้น...ไอสังหารที่เยียบเย็นจนแทบจะจับต้องได้แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเงาที่นั่งอยู่บนบัลลังก์!
"หอหมื่นสมบัติ!" เสียงที่แหบพร่าของมันเค้นออกมาด้วยความโกรธแค้นอย่างไม่ปิดบัง "ดี! ดีมาก! ช่างร่ำรวยเสียจริง!"
ผู้คุ้มกันอู๋ซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเหงื่อตก "นายท่าน...เราจะสู้ราคาต่อหรือไม่ขอรับ?"
"สู้รึ?" เงาร่างนั้นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา "เพื่อเศษแผนที่ที่ไม่รู้ค่าแผ่นเดียว...ต้องมาเปิดศึกกับหอหมื่นสมบัติในตอนนี้ยังไม่คุ้มค่าพอ"
"แต่เรื่องนี้...ข้าจะจดจำไว้!"
เงาร่างนั้นไม่ได้เสนอราคาต่อ...
ผู้ดำเนินรายการบนเวทีที่เหงื่อท่วมตัว รีบเคาะค้อนลงอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ "หนึ่งพันก้อนครั้งที่หนึ่ง! ครั้งที่สอง! ครั้งที่สาม! ขาย!"
เศษแผนที่โบราณแผ่นนั้น...ได้ตกเป็นของห้องส่วนตัวของหอหมื่นสมบัติอย่างเป็นทางการ!
ในทันที...สายตานับสิบคู่ที่เต็มไปด้วยความโลภ, ความสงสัย, และเจตนาชั่วร้าย ก็จับจ้องมายังห้องของเย่เฟิงเป็นตาเดียว!
ไม่นานนัก พนักงานของสำนักคุ้มภัยก็ได้นำเศษแผนที่นั้นมาส่งให้ถึงห้องอย่างนอบน้อม หลี่ก่วนซื่อเป็นผู้จ่ายหินปราณชั้นกลางหนึ่งพันก้อนออกไป การซื้อขายเสร็จสมบูรณ์
"คุณชาย...ตอนนี้พวกเราได้กลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนแล้ว" หลี่ก่วนซื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "ข้าคิดว่าเราควรรีบกลับไปยังหอโดยเร็วที่สุด"
เย่เฟิงพยักหน้าเห็นด้วย เขาเก็บแผนที่แผ่นนั้นเข้าถุงมิติของตนเองอย่างรวดเร็วโดยที่ยังไม่ได้ทันสำรวจมันด้วยซ้ำ
กลุ่มของพวกเขาไม่ได้รอให้งานประมูลจบลง แต่ได้ลุกออกจากห้องส่วนตัวทันที
บรรยากาศระหว่างทางเดินกลับนั้นแตกต่างจากขามาอย่างสิ้นเชิง ทุกย่างก้าวที่พวกเขาเดินผ่าน...ล้วนมีสายตาที่มองไม่เห็นจับจ้องมาที่พวกเขาจากทุกทิศทางราวกับเป็นฝูงอสรพิษที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
พวกเขาไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรง...ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือกับกลุ่มคนของหอหมื่นสมบัติอย่างเปิดเผย...แต่เย่เฟิงรู้ดีว่านี่เป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะเข้าเท่านั้น
เมื่อกลับมาถึงลานเมฆาเร้นที่ปลอดภัยในที่สุด หลี่ก่วนซื่อและผู้ติดตามก็ได้ขอตัวลาจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เย่เฟิงและเซี่ยหนิงฉางอยู่กันตามลำพัง
"มันคุ้มค่าแล้วหรือ?" เซี่ยหนิงฉางเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรก "การใช้หินปราณหนึ่งพันก้อนและกลายเป็นเป้าสายตาของยอดฝีมือลึกลับคนนั้น...เพื่อแลกกับแผนที่ที่ไม่รู้ค่าแผ่นเดียว"
"ข้าไม่รู้ว่ามันคุ้มค่าหรือไม่" เย่เฟิงตอบตามตรง "ข้ารู้เพียงว่า...ข้าต้องได้มันมา"
เขานั่งลงขัดสมาธิ แล้วหยิบเศษแผนที่โบราณแผ่นนั้นออกมาอีกครั้ง
มันทำจากหนังสัตว์ที่เหนียวและทนทานอย่างยิ่ง เมื่อสัมผัสดูแล้วให้ความรู้สึกที่เย็นเฉียบ ลวดลายบนนั้นดูสับสนและไร้ความหมาย...แต่เย่เฟิงกลับรู้สึกเชื่อมโยงกับมันอย่างน่าประหลาด
เขาค่อยๆ ลองถ่ายเทพลังมังกรสีทองของตนเองเข้าไปในแผนที่แผ่นนั้น...
และในวินาทีต่อมา...ปาฏิหาริย์ก็ได้บังเกิดขึ้น!
ฟู่!
เศษแผนที่ในมือของเขาพลันส่องแสงสีทองอร่ามขึ้นมาอย่างเจิดจ้า! ลวดลายที่เคยดูสับสนและไร้ความหมาย บัดนี้กลับเคลื่อนไหวและเรียงตัวกันใหม่ราวกับมีชีวิต!
มันก่อตัวขึ้นเป็นภาพของ "กลุ่มดาว" ที่แปลกประหลาดกลุ่มหนึ่ง...กลุ่มดาวที่เย่เฟิงไม่เคยเห็นมาก่อน...และที่ใจกลางของกลุ่มดาวนั้น...มีอักขระโบราณที่ทรงพลังและสูงส่งตัวหนึ่งปรากฏขึ้น...
"มังกร (龍)"
ในขณะเดียวกันนั้นเอง เซี่ยหนิงฉางที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ก็พลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
"เป็นไปไม่ได้! นี่มัน...นี่มันคือ 'อักษรเทพบรรพกาล'!" นางอุทานออกมาอย่างลืมตัว "มันคืออักขระที่ใช้กันในยุคสมัยแห่งทวยเทพ! ก่อนที่ประวัติศาสตร์ทั้งหมดจะเริ่มต้นขึ้นเสียอีก!"
นางจ้องมองแผนที่ในมือของเย่เฟิงด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง "เย่เฟิง...ของที่เจ้าได้มา...มันไม่ใช่แผนที่ธรรมดา...แต่ข้าเกรงว่า...มันอาจจะเป็นชิ้นส่วนของแผนที่ที่นำทางไปสู่ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด...ที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรในยุคบรรพกาล!"
เย่เฟิงกำแผนที่ในมือแน่น หัวใจของเขาเต้นระรัว ไข่มุกมังกรในตันเถียนของเขากำลังสั่นสะท้านด้วยความยินดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขารู้แล้ว...ว่าสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือนั้นคืออะไร
มันไม่ใช่แค่สมบัติ...แต่มันคือ "กุญแจ"...กุญแจที่จะไขปริศนาตัวตนที่แท้จริงของเขา...และเป็นเส้นทางที่จะนำไปสู่พลังอำนาจที่เหนือกว่าจินตนาการ!
แต่ในขณะเดียวกัน... เขาก็ได้ดึงดูดหายนะครั้งใหญ่ที่สุดเข้ามาหาตัวแล้วเช่นกัน
(จบตอนที่ 36)