ตอนที่ 1 นางฟ้าคนนี้คือลูกสาวผมงั้นเหรอ!!?
เื่ราวของผมมันเกิดจากวันที่ผมได้รับจดหมายจากประเทศไทย เนื้อความในจดหมายระบุว่าตัวผมมีลูกสาวกับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว และตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ป่วยหนัก และเสียชีวิตเรียบร้อย เธออยากให้ผมกลับมาดูแลลูกสาวคนนั้น คนที่ผมเองก็ไม่มั่นใจแม้แต่น้อยว่าจะใช่ลูกของตนเองไหม
ทำไมผมถึงพูดแบบนั้นเหรอ?
เอาตรง ๆ นะ่วัยรุ่นผมเป็คนเ้าชู้มาก คบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า บางคน 3 วันก็เลิกแล้ว บางคนแทบจะไม่เคยมีอะไรกันด้วยซ้ำ ถึงมีผมก็จะป้องกันตัวเองด้วยการใส่ถุงยาง ให้อีกฝ่ายกินยาคุมเสมอ และรสนิยมส่วนตัว ผมชอบแตกใส่หน้า ใส่นมแบบหนังญี่ปุ่นมากกว่า แตกในแบบไม่ป้องกันน้อยครั้งจนแทบจะจำไม่ได้ เพราะแบบนี้ไง ผมเลยไม่แน่ใจว่า เด็กที่เกิดมาเป็ลูกผมแน่รึเปล่า...แต่ก็นะ ตัวผมตอนนี้อายุก็ไม่น้อยแล้ว ถ้ามีลูกสาวสักคนคอยมาดูแลใน่บั้นปลายชีวิตก็คงดีเหมือนกัน ไม่สำคัญเลยสักนิดว่าเธอจะเป็ลูกแท้ ๆ หรือลูกเลี้ยง...
ผมนั่งเครื่องบินสายหนึ่งที่มีแอร์โฮสเตสใส่ชุดสีแดงกลับมา เพราะผมใช้บริการสายการบินนี้ประจำแถมแอร์ก็สาว ๆ สวย ๆ ทั้งนั้น อย่าว่าผมแก่แล้วลามกหัวงูเลยครับ เป็เื่ธรรมชาติของผู้ชายที่ชอบมองสาวสวย ๆ มันอยู่ที่ว่าคุณมองขนาดไหน และได้พูดจาลวนลามหรือมือไม้อยู่ไม่สุขหรือเปล่า ผมก็แค่มองเฉย ๆ ไม่เคยทำอะไรมากกว่านั้น แต่ถ้ามองจะเกิดอารมณ์ก็คงไประบายออกในห้องน้ำเท่านั้น
ผมนั่งมองวิวบนฟ้าไปสลับกับมองก้น มองหน้าอกของสาว ๆ แอร์โฮสเตส มีคนหนึ่งถูกใจผมมาก ผมยาว สูงโปร่ง ยิ้มเก่ง ผิวสีแทนนิด ๆ ไม่ได้ขาวมาก แต่หุ่นดีสุด ทั้งสะโพกอวบอั๋น กับหน้าอกอวบอิ่ม ที่ไม่ได้ใหญ่จนน่าเกลียด ใหญ่ ๆ ใครก็ชอบ แต่ใหญ่แค่ไหนก็ดูดได้แค่หัว มันต้องขนาดเท่าของน้องคนนี้สิ ใหญ่กำลังดี เห็นแล้วซู่ซ่า อยากได้เมียแบบนี้สักคน (ฮ่า) แต่ผมคงไม่กล้าจีบหรอกครับดูทรงแบบนี้น่าจะมีผัวแล้ว อีกอย่างผมก็น่าจะอายุรุ่นพ่อเธอด้วย ขอแอบมองแล้วเซฟภาพใส่หัวไประบายในห้องน้ำตอนถึงเมืองไทยแล้วกัน
ผมมองเธอตาเยิ้มก่อนจะสะดุ้งใ เมื่อน้องแอร์คนสวยคนนั้นหันมายิ้มให้และเดินตรงเข้ามาหาผม พร้อมกับถามว่ามีอะไรให้เธอบริการไหม ผมทำหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ และ พูดออกไปตรง ๆ ว่า “ลุงเห็นหนูสวยดีก็เลยแอบมองต้องขอโทษทีนะ ที่ทำอะไรไม่มีมารยาท” พอน้องแอร์โฮสเตสสาวคนนั้นได้ยินก็ใเอามือทาบปากก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
“แหม คุณลุงค่ะ เล่นชมกันตรง ๆ แบบนี้ปุ้ยก็เขินแย่ มองได้ค่า…ปุ้ยชินแล้ว คุณลุงพูดตรงดีปุ้ยชอบ ฮ่า ๆ ๆ ถ้าเป็ผู้โดยสารคนอื่นไม่มีใครบอกหรอกค่ะว่าแอบมองแอร์” พอรู้ว่าเธอไม่โกรธผมก็เลยชวนเธอคุยซึ่งเราสองคนเข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อ แถมชื่อเล่นเธอยังเหมือนชื่อลูกสาวที่ผมกำลังจะไปเจอที่เมืองไทยด้วย ผมก็เลยเล่าทุกอย่างให้เธอฟังและกำลังจะถามเื่ที่อยู่ในจดหมายด้วยว่าไปยังไงและอยู่ตรงไหน แต่น้องปุ้ยดันทำท่าทางประหลาดใจ
“โห…คุณลุงกำลังจะไปหาลูกสาวที่ไม่แน่ใจว่าใช่ลูกตัวเองไหมที่เมืองไทยเหรอคะ บังเอิญจัง คุณพ่อลึกลับของปุ้ยก็จะบินมาเจอปุ้ยเหมือนกัน หลังจากที่แม่ปุ้ยสั่งเสียไว้ก่อนตาย” พอผมได้ยินเธอบอกแบบนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก
“อะไรจะบังเอิญคล้ายกันขนาดนี้ เอ๊ะ!! เป็โชคชะตา บุพเพสันนิวาส อิอิ คิดไปถึงไหน ต่อไหน นะเรา”
จากนั้นหนูปุ้ยก็ขอดูที่อยู่ในจดหมายเพื่อที่จะบอกทางผมถูก แต่หลังจากเธอรับจดหมายไปดู หนูปุ้ยก็เงียบไปจนผมใ “ปะ..เป็อะไรเหรอ หนูปุ้ย ถ้าไปไม่ถูกก็ไม่เป็ไรเดี๋ยวลุงถามแท็กซี่เอาเองก็ได้…”
ปุ้ยค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองผมช้า ๆ ก่อนพูดขึ้น
“...ไม่ต้องไปถามแท็กซี่หรอกค่ะ หนูรู้จักที่นี่ดีเลยแหละ…” พอได้ฟังแบบนั้นผมก็โล่งอกอย่างน้อยก็รู้ทางไปแล้วแต่ทว่า…หนูปุ้ยยังพูดไม่จบ
“ก็.... ก็นี่มันที่อยู่บ้านหนูไงคะ…คุณพ่อ” หลังจากสิ้นสุดประโยคนั้น ทั้งผมและหนูปุ้ยก็มองหน้ากันอย่างเงียบไปสักพัก ก่อนที่เธอจะคืนจดหมายให้ผมแล้วรีบเดินดุ่ม ๆ ไปทางทางลำ ส่วนผมก็นั่งอึ้งกิมกี่ไปพักใหญ่ ๆ ก่อนจะตั้งสติ
“พ่อ…เหรอ? ปุ้ย..? หนูปุ้ย น้องปุ้ย…..ลูกกูเหรอเนี่ย!!!?” ผมใมากอะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้วะ ในจดหมายก็ไม่ได้ระบุข้อมูลอะไรมากนอกจากที่อยู่ รูปร่าง หน้าตา การงานผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอสักอย่าง สรุปแล้วลูกสาวผมเป็แอร์โฮสเตส ของสายการบินลำนี้ พระเ้าช่วย...!!”
ผมได้แต่นั่งเกร็งอยู่แบบนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก และยังแอบหันหลังไปมองท้ายลำเป็ระยะแต่ก็ไม่เห็น หนูปุ้ย..ไม่สิต้องเรียกลูกสิเนอะ เธอจะใหรือเป็อะไรหรือเปล่านะ พอดีมีน้องแอร์อีกคนเดินผ่านมาผมจึงสอบถามเธอ ว่าเกิดอะไรขึ้น โชคดีที่เธอคนนี้เป็เพื่อนสนิทของลูกสาวผมพอดี ก็เลยได้ความว่า ปุ้ยมันเขินทำตัวไม่ถูกที่มาเจอผมเร็วแบบนี้ และให้ผมลงจากเครื่องและไปเจอที่บ้านได้เลยแล้วเธอจะรีบตามไป ผมก็ถึงบางอ้อ ทันที เข้าใจทุกอย่างแล้ว นั้นสินะเป็ใครก็คงใขนาดผมยังใเลยที่เจอเธอเร็วแบบนี้ โชคดีจัง…ว่าแต่ว่าผมลูกสาวที่โตแถมสวยขนาดนี่เลยเหรอเนี่ย…แถมหุ่นยังดีซะด้วย…
ในวินาทีนั้นผมแอบอมยิ้มในใจเล็ก ก่อนนึกถึงใบหน้าสวย ๆ คมเข้มของปุ้ย แต่สงสัยหมกมุ่นไปหน่อยภาพที่ผมแอบมองนม มองก้นเธอก่อนหน้ามันดันผุดขึ้นมาในหัว แถมสลดยังไงก็หลุด “เวรเอ๊ย!! เผลอคิดอะไร อุบาทว์แบบนั้นซะได้ นั้นลูกสาวมึงนะโว้ย ถะ....ถึงจะไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เถอะว่าใช่ไหม ก่อนหน้านี้คิดได้ แต่ต่อไปห้ามคิด” ผมบอกกับตัวเองเสียงดังในใจ แต่ดูเหมือนต่อมบางอย่างในสมองผมมันจะไม่คิดแบบนั้น รวมไปถึงต่อมบางอย่างต้องหว่างขาด้วย จู่ ๆ มันก็ซู่ซ่า แข็งพองตัวขึ้นมาทันที
“อ้าว..ฉิบหายแล้ว ไอ้หนูแข็งได้ไงวะ กูไม่น่าแอบมองเลย
อูยยยยย…ปวดเป็บ้า จะงัดออกมาตอนนี้ก็ไม่ได้เครื่องจะลงแล้วด้วยทนไว้
ผมอดทนอยู่แบบนั้นเป็เวลานานจนในที่สุดมันก็ยอมสงบลง จนได้ก่อนที่เครื่องจะแลนดิงลงพื้นพอดี เมื่อลงมาจากเครื่องผมกวาดตามองหาปุ้ยแต่ก็ไม่เจอจึงตัดใจไปรอเธอที่บ้านตามที่บอก..อ้อ ผมลืมบอกว่าได้กุญแจบ้านมาจากเพื่อนของปุ้ยตอนนั้นด้วย พอออกจากสนามบินผมก็เรียกแท็กซี่ทันทีก่อนจะบอกที่อยู่ให้คนขับทราบ…
ทัศนียภาพในกรุงเทพแปลกตาสำหรับผมมาก เพราะผมทำงานอยู่ต่างประเทศตลอดแทบจะไม่ได้มาเหยียบเมืองไทยเลย ถ้าไม่มีจดหมายฉบับนั้น ผมก็คงไม่ได้กลับเมืองไทย และคงไม่มีโอกาสได้พบกับลูกสาวคนสวย….พอคิดถึงหน้าเ้าปุ้ยทำไมผมถึงคิดแบบพ่อคิดถึงลูกไม่ได้วะ… สงสัยคงเพราะไม่มีความผูกพันกันมานานล่ะมั้ง อย่าว่าแต่ผูกพันเลย ปุ้ยใช่ลูกสาวผมแน่เหรอวะ ผมเองแทบจะจำอะไรเมื่อตอนวัยรุ่นก่อนจะไปเรียนต่างประเทศไม่ได้ด้วยซ้ำ ก่อนไปเที่ยวมี่หนึ่งที่ตะบี้ตะบันเที่ยวคบกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า หน้าแม่ของปุ้ยเป็ยังไงผมก็จำไม่ได้ รู้จากในจดหมายว่าชื่อ ส้ม ส้มไหนหว่า….เอ่อ ช่างมันที่บ้านคงพอมีรูปอยู่เดี๋ยวถ้าได้เห็นคงนึกออก…
แล้วถ้าสมมุติเราไม่ใช่พ่อของเ้าปุ้ยล่ะ เราจะ…โว๊ะ!! จะคิดอะไรบ้า ๆ อีกแล้ว เ้าปุ้ยมันคงแต่งการมีลูกมีผัวแล้วมั้ง เราอาจจะเป็คุณปู่แล้วก็ได้ ที่บ้านคงจะเด็กวิ่งเล่นกันเจี๊ยวจ๊าว แล้วลูกเขยเราจะหน้าเป็ยังไงนะ..จะนิสัยดี รึเปล่า จะเอาเก่ง.. เอ๊ย!! เอาอก เอาใจ พอคิดมาถึงคำนี้ภาพในหนังโป๊ที่ผมเคยดูก็ดันทะลึ่งโผล่ขึ้นมา ภาพของชายหนุ่มที่กำลังวางพาดท่อนเนื้ออันเขื่องกลางหน้าอกของหญิงสาวก่อนจะใช้สองมือบีบเต้าเข้าหากันและกระเด้าเอว ผ่านร่องนมอย่างมีความสุข ฝรั่งเรียกท่านี่ว่า Boob job หรือ ภาษาไทยคือการสำเร็จความใคร่ด้วยหน้าอก อยากลองเหมือนกันมันคงจะเสียวน่าดู…ยิ่งถ้าได้ลองกับนมแบบปุ้ย….เชี้ย!!เอาอีกแล้วกูนี่หมกมุ่น ไม่เอา ๆ พอ ๆ ใช่ ไม่ใช่ก็ตีซะว่าเป็ลูกสาวไว้ก่อน
ตอนนั้นผมเหมือนคนเสียสติทำท่า ทำทางบ้า ๆ พูดคนเดียวจนโชเฟอร์มองกระจกหลายรอบ แต่ในที่สุดก็มาถึงบ้านปุ้ยจนได้ ผมจ่าค่าแท็กซี่และเอาของลงจากรถ สิ่งที่ได้พบอย่างแรกก็คือ บ้านปิดตาย..ไม่มีใครอยู่ และเหมือนจะไม่มีใครอยู่มานาน สรุปไม่มีเด็ก ๆ อย่างที่คิด เ้าปุ้ยไม่มีลูก ไม่มีผัว ส่วนแฟน..ไม่แน่ใจแต่คงไม่มีหรอกมั้งบินตลอดหาแฟนยาก
พอคิดเสร็จผมก็ไขกุญแจเข้าไปในบ้านทันที บ้านไม่ใหญ่มาก เดาว่าก่อนหน้านี้ปุ้ยคงอยู่กับแม่เธอแค่สองคนแน่ ๆ ผมลองเดินสำรวจรอบ แล้วก็ได้เจอกับหญิงสาวที่ถ่ายรูปคู่กับปุ้ย ผมเพ่งมองอยู่นานสองนานแต่ก็จำไม่ได้สักนิดว่า เคยคบเคยจีบคนคนนี้จนทำเธอท้อง แต่ก็ช่างมันเถอะ ใช่ก็ดี ไม่ใช่ยิ่งดี….อิอิ หยอก ๆ ลูกสาว ครับลูกสาว ผมเก็บข้าวเก็บของหาอะไรกินก่อนจะเอนตัวลงบนโซฟาและผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้ มาตื่นอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงก๊อก ๆ แกรก ๆ ก่อนจะหรี่ตามองและเห็นหญิงสาวในชุดสีแดง ๆ คล้ายชุดแอร์โฮสเตสกำลังเดินไปมาในบ้าน ผมคิดว่าจะเป็เ้าปุ้ยแต่ไม่อยากทักมันขอนอนต่อดีกว่า…
มารู้ตัวตื่นอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงคนเรียก พ่อ พ่อ ผมค่อย ๆ ลืมตามามองก่อนจะได้กับใบหน้าแสนสวยของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่เสื้อกล้ามสีขาว คอกว้าง กว้างจนเห็น..ร่องอกขาวชัดเจน เธอกำลังยิ้มให้ผม
ผมลุกพรวดขึ้นมาด้วยความใจนหน้าผมกับหน้าเธอแทบจะชนกัน อีกนิดเดียวปากคงโดนกันไปแล้ว พอตั้งสติได้ผมจึงรีบถอยออกมาทันที
“มะ…มะ…มีอะไร เหรอ หนูปุ้… ไม่สิ มีอะไรเหรอลูกปุ้ย” ปุ้ยเอามือป้องปากหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้น “หนูจะมา…ปลุก…ปลุก..พ่อ ไปทานข้าวค่ะ หนูกลับมาตั้งนานเห็นพ่อนอนหลับก็เลยไม่อยากรบกวน”
พอได้ยินแบบนั้นผมก็พยักหน้าเออออ ก่อนจะลุกเดินตามลูกสาวไปที่โต๊ะกับขาว
หัวใจผมแทบจะหยุดเต้นพอเห็นเ้าปุ้ยในระยะประชิด ที่ใส่เสื้อกล้ามสีขาวคอกว้างกับ กางเกงยีนขาสั้นแบบนี้ มันยิ่งดูสวยสุด ๆ ให้ตายเถอะถ้าไม่ใช่ลูกสาว พ่อจะใช้สองมือรวบเอวแล้วฟัดให้จมเขี้ยวจริง ๆ ผมพยายามจะไม่คิดอกุศลแต่มันแอบคิดไม่ได้จริง ๆ หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็นั่งลงที่โต๊ะกับข้าวก่อนจะลงมือทานอาหารเย็นกันอย่างเงียบ ๆ ...
จบตอน
ตอนหน้า เริ่มใช้ชีวิตกับลูกเสียว เอ๊ย!! ลูกสาวที่ไม่แน่ใจ