ช้างเข้าโรมรันมังกรวารี
มังกรวารีเข้าโรมรันช้าง
คลื่นของทัพสัตว์ยักษ์ทั้งสองฝ่ายได้เข้าโรมรันซึ่งกันและกัน โดยที่ไม่ใครยอมอ่อนข้อให้กันและกัน
บัลลิสตาของยักษาได้ถูกยิงออกไป
ปืนใหญ่ไอน้ำของมนุษย์ได้ถูกยิงสวนกลับ
กระสุนร้ายที่พร้อมแผดเผาฝ่ายตรงข้ามได้ลุกพวยพุ่งไปทั่วสนามรบ
เหล่าช้างสารตื่นตกใจ และคลุ้มคลั่ง
วิ่งโรมรันอริศัตรูพร้อมนายทั้งสามบนหลัง
คมง้าวได้ถูกเหวี่ยงใส่อริศัตรู งาและขาอันทรงพลังได้เหยียบย่ำลงบนมังกรวารีจนดับดิ้น
มังกรวารีต่างชูหัวขึ้นสูงสามเมตร เปลวไฟสีทองได้โหมกระหน่ำจากปากตรงหน้า
เลื้อยผ่านสนามรบอย่างรวดเร็ว ไปพร้อมกับหอกโลหะและธนูที่หนาและหนักของยักษา ซึ่งโรมรันโจมตีออกไปที่ด้านข้างลำตัวจากบนอานของมังกรวารี
เลือดสีแดงของมนุษย์ได้หลังไหล เลือดสีดำของยักษาได้นองแผนดิน
กลายเป็นดั่งลานประหารที่ไม่แบ่งแยกเพศและเผ่าพันธุ์ใด ๆ
“ถล่มพวกตัวจ้อยให้ราบ! ”
เสียงทหารราบของเหล่ายักษาได้ดังคำรามออกมาจากทางปีกซ้ายของเผ่ามนุษย์
กองทัพประมาณสองหมื่นห้าพันคนได้โรมรันเข้าใส่กองทัพทหารราบของมนุษย์หนึ่งหมื่นนาย
ชุดรบโซ่ถักใต้ผ้าคลุมสีขาวตรงปีกซ้าย ต่างรีบเร่งตั้งหอโล่ (shield tower) สูงเกือบสองเมตรขึ้นเป็นแนวกำแพง
แต่คงไร้ประโยชน์ต่อหน้าเผ่ายักษาที่มีความสูงเฉลี่ยถึงสามเมตร
กองทัพยักษายิ่งเข้าชนประดุจดั่งฝูงช้างสารก็มิอาจเป็นการกลาวเกินเลยนัก
หอกเหล็กของเผ่ามนุษย์ไม่อาจทิ่มแทงทะลุชุดเกราะเกล็ดมังกรดินของเผ่ายักษาได้เลย
“เล็งโจมตีไปที่ตาของพวกมัน! ”
พลธนูกับหอของฝ่ายมนุษย์ได้เล็งโจมตีไปที่ดวงตาของพวกยักษาที่ไร้ซึ่งหมวกเกราะปกป้อง
หอกดูใดดี พวกยักษาจะใช้เพียงแค่ฮูทเกล็ดมังกรสวมทับลงไปเท่านั้น
ช่องว่างที่มีให้ถูกโจมตีมีมากเกินไป
“อั๊ก!? ”
บรรดายักษาส่วนหนึ่งได้กุมเป้าตาของตนอย่างเจ็บปวด
ตะบองเหล็ก ตรีศูล และดาบยักษ์ขนาดสองถึงสามเมตรของเผ่ายักษ์ได้ถูกหวดเข้าใส่กองทัพของมนุษย์
เพียงแค่การโจมตีเดียว ก็สามารถส่งทหารราบฝ่ายมนุษย์ลอยขึ้นฟ้าไปได้ถึงสี่คน
แต่ถึงจะเสียเปรียบเรื่องพละกำลังและกำลังพลเพียงใด ฝ่ายมนุษย์ในปีกซ้ายก็หาได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น
ไฟต่อสู้ยังคงลุกโชนโหมกระหน่ำอย่างร้อนแรง
แล้วเข้าโรมรันกับกองทัพยักษาได้อย่างสมศักดิ์ศรียอดนักรบ
ทางด้านปีกขวาของกองทัพมนุษย์ พื้นที่นี้เองก็กำลังต่อสู้อย่างร้อนแรงอยู่เช่นกัน
ที่ปีกขวานี้ กองกำลัง [หมูช้าง] ที่เหลือประมาณเก้าร้อยตัว กับกองทัพทหารราบสามหมื่นนั้น กำลังเข้าโรมรันกับกองทหารราบสองหมื่นห้าของฝ่ายยักษาอยู่
ด้วยการสนันสนุนจากกิงทัพขี่มอนสเตอร์หมูช้าง จึงทำให้ทิศทางรบของปีกขวาตกเป็นของฝ่ายมนุษย์
“พวกยักษาน้อยใช้อสูรหางยาวในการรบ!? ”
“จัดการพวกอสูรหางยาวก่อน! ”
ดูท่าพวกยักษาจะรู้จักเจ้ามอนสเตอร์ที่แปลกตาตัวนี้
ใช่แล้ว สัตว์ทุกตัวที่นำมาจากโลกอื่นนั้น เผ่ามนุษย์จะเรียกว่า [มอนสเตอร์] แต่ตัวตนที่แท้จริงของหมูช้าง มันก็คือสัตว์ที่มาจากโลกของพวกเผ่ายักษานั่นเอง
มันมีชื่อเรียกว่า [อสูรหางยาว] เป็นสัตว์แรงงานพื้นฐานของพวกเผ่ายักษ์
พวกมันเชื่อง แรงเยอะ แถมยังแข็งแรงทนทานต่อโรคร้าย
เลยเป็นที่นิยมสำหรับใช้ในการขนส่งและก่อสร้างมาก
แถวด้วยความที่หางของมันยาวประมาณสี่ถึงห้าเมตร อีกทั้งยังเคลื่อนไหวได้อิสระมาก เลยทำให้มีประโยชน์ในงานที่ต้องหยิบยกของขึ้นที่สูง
แต่ถ้าเอามาใช้ในศึกระยะประชิด หางนั้นก็เปรียบได้ดั่งตะบองเหล็กยักษ์ที่ยาวกว่าสี่เมตร และหนากว่าหนึ่งเมตร ดี ๆ นี่เอง
“โอ้ววว!? ”
แต่ถึงจะรู้ว่าหางของมันอันตรายแค่ไหน กองทหารยักษาก็ยังตั้งแถวขบวนรบพุ่งเข้าใส่ได้อย่างไม่ลังเล
ทิวแถวโล่และหอกในมือของพวกเขา ได้ถูกยกชูเป็นแถวตอนหน้ากระดานอย่างระบบระเบียบ ก่อนที่จะถาโถมเข้าใส่อสูรหางตรงหน้า
“ยิง! ”
“ยิง! ”
เผ่ามนุษย์บนหลังอสูรหางได้ขว้างหอกเหล็กและยิงธนูเข้าใส่ยักษา ยักษาที่ยืนเรียงอยู่ในแถวหลังเองก็ยิงธนูเข้าใส่เผ่ามนุษย์
โล่ได้ถูกหยิบขึ้นสูงเพื่อปกป้องชีวิตตนเอง
บ้างก็บาดเจ็บ บ้างก็ล้มตาย กลายเป็นเสียงประสานที่มีท่วงทำนองชวนน่าขนลุก
“ปะทะ! ”
“รับแรงปะทะ! ”
อสูรหางได้หมุนตัวฟาดหางอันใหญ่โตเข้าใส่แนวโล่ตั้งรับของเผ่ายักษา
บางจุดก็สามารถรับแรงกระแทกรักษาแนวรับได้ แต่บางจุดก็ถูกซัดกระเด็นจนปลิวขึ้นฟ้าไป
รูที่ถูกแหวกออกได้ถูกคลื่นกองทัพมนุษย์วิ่งถาโถมเข้าใส่
“ปีกซ้ายท่าจะแย่… แบ่งหน่วยย่อยอสูรปีกไปช่วยเดียวนี้เลย! ”
บานาที่ขี่อยู่บนมังกรวารีได้สังเกตุเห็นถึงทิศทางลมที่เริ่มอันตรายต่อฝ่ายของตนเอง
แผนของบานาคือใช้พลทหารราบรับมือปีกซ้ายและขวาของศัตรู แล้วให้ทัพอสูรปีกบุกทะลวงตรงกลางจนศัตรูแตกทัพ
หากเข้าตีทัพศัตรูจนแตกเป็นสองส่วน ฝ่ายมนุษย์ก็จะเกิดความสับสนจนอาจนำไปสู่กระบวนทัพที่ล่มสลายได้
ส่วนแผนของนายแดง คือการเน้นตีที่ปีกขวา แล้วโอบล้อมเข้ามาจนได้เปรียบด้านตำแหน่งของขบวนรบ
ถึงแดงจะไม่สามารถเข้าใจภาษาของพวกยักษาได้ แต่เขาก็ทราบได้โดยสัญชาตญาณว่าศัตรูตรงหน้ากำลังคิดที่จะแก้เกมส์สงครามในปีกขวา
“ทัพช้างสองร้อย เข้าขวางทัพพญานาคที่ปีกขวา! ”
จะให้พวกมันเข้าไปสนับสนุนที่ปีกขวาไม่ได้ แดงคิดเช่นนั้น
ทัพช้างส่วนหนึ่งได้ฝืนวิ่งทะลวงแนวรอยต่อระหว่างปีกขวา กับทัพตรงกลางที่เต็มไปด้วยสัตว์และมอนสเตอร์อย่างช้างกับมังกร
ผ่าเท้าอันหนักอึ้งของคชสารได้เหยียบ และถีบส่งบรรดายักษ์กับพญานาคจนกระเด็นออกไป
งาที่ยาวแหลมคมได้แทงทะลุยักษาที่คิดจะวิ่งเข้ามาวัดพละกำลังจนตายอเนจอนาจ
แต่ยักษาบางคนก็สามารถหลบงาที่อันตรายนั้น แล้วใช้กำปั้นอันใหญ่โตชกช้างเหล่านั้นจนโค่นล้มลง
ศพขนาดสองถึงสามเมตรของบรรดาช้างสาร กับศพที่ยาวกว่าหกเมตรของมังกรวารี อีกทั้งศพของมนุษย์และยักษา ได้ถูกถมเป็นแนวกำแพงยาวในช่วงรอยต่อนี้
จนกลายเป็นกำแพงเนื้อที่ขวางกั้นไม่ให้บานาขนทัพไปสนับสนุนที่ปีกขวาได้
“หน่อย! พวกแกตามข้ามา เราจะไปเอาหัวแม่ทัพของพวกมันกัน! ”
“ครับท่าน! ”
มังกรวารีที่ยาวเกือบสิบเมตรของบานาได้ชูหัวฟ้าอย่างฮึกเฮิม
ในเมื่อมิอาจสนับสนุนทัพขวาได้ งั้นก็กลับสู่แผนเดิม
แผนที่ว่าคือการบดขยี้ทัพกลางของศัตรูให้สิ้นเสีย
แดงที่เห็นบานาพุ่งตรงมาหาตนเองก็เริ่มคิด
ต่อให้ทัพปีกขวาได้เปรียบ แต่ทัพปีกซ้ายกลับเสียเปรียบจนแทบจะถูกตีแตกแล้ว
แดงประเมินพลักลูกบ้าของพวกยักษาผิดไป
ใครจะคิดละว่าพวกยักษาจะสามารถใช้ร่างกายเพียว ๆ ชกสวนทัพช้างได้
แถมยังสามารถใช้ตะบองเหล็กในมือหวดมนุษย์ปลิวขึ้นฟ้าได้ราวกับกระดาษ
ก่อนที่ทัพตัวเองจะได้โอบล้อมศัตรู คงเป็นฝ่ายศัตรูที่จะได้โอบล้อมเราก่อน
กำลังพลเองก็เสียเปรียบกว่ามากนัก
เมื่อวิเคราะห์ไปถึงอนาคตที่ฝ่ายตนเองจะพ่ายแพ้ แดงจึงตอบรับคำท้าของบานา
แดงรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่ายักษาที่มีผิวสีแดงเลือดหมู และมีผมสีส้มแดงดั่งเปลวเพลิงตรงหน้านั้น คือแม่ทัพของฝ่ายศัตรู
ถึงแดงจะไม่รู้ว่าเผ่ายักษาเหมือนมนุษย์หรือไม่ แต่หากล้มแม่ทัพศัตรูได้ บางทีก็อาจจะทำให้ทัพของศัตรูแตกได้อยู่
“ลั่นกลองศึก ทิ้งระยะออกหนึ่งช่วง กูจะตัวต่อตัวกับมัน”
“ครับท่าน! ”
เมื่อบานาเห็นว่าแม่ทัพของศัตรูลั่นกลองศึกพร้อมกับสั่งให้ลูกน้องถอยห่างออกไป เขาก็ทราบได้ทันทีว่ากำลังถูกท้าสู้ตัวต่อตัวอยู่
“พวกแกหยุด ข้ารับคำท้ามัน! ”
เลือดในกายของบานาได้เดือดพล่าน
เขารู้ได้จากสัญชาตญาณว่าแม่ทัพศัตรูในคราวนี้ไม่ใช่ธรรมดา
กลองศึกได้รัวก้องสั่นสะท้าน
พายุสงครามที่ทัพกลางได้หงุดชะงักลง
พวกเขาต่างหยุดสงครามตรงหน้า เพื่อรอดูพายุขนาดเล็กทั้งสองที่กำลังจะโรมรันเข้าหากันในเวลานี้
[ยุทธหัตถี] ศึกชนช้างอันโดงดังของชาวมนุษย์
หากแต่กลศึกครั้งนี้ไม่ใช่การชนช้าง แต่เป็นช้างแมมมอธชนกับมังกรวารีต่างหาก
“ทิ้งเครื่องยิงฉมวกลงไปซะ”
บานาสั่งให้ทิ้งอาวุธร้ายแรงของตนลงไป
ใช่แล้ว เครื่องยิงฉมวกของเผ่ายักษาก็คือ [บัลลิสตา] ของมนุษย์นั่นละ
“ทิ้งปืนใหญ่ไอน้ำไปซะ”
แดงได้ตอบรับความเป็นลูกผู้ชายของบานาด้วยการทิ้งปืนใหญ่ไอน้ำบนหลังแมมมอธลงไปที่พื้น
ทั้งสองต่างจ้องประสานตากันพร้อมกับความเงียบที่ชวนอึดอัดของสนามรบ
จนกระทั้งสายลมหนึ่งได้พัดผ่าน---
“ลุยเลยเจ้าสำลี! ”
“ลุยเลยเจ้าแคนตาลูป! ”
ทั้งสองฝ่ายได้สั่งการเริ่มศึกชนอสูรทำลายความสงบที่ชวนอึดอันนี้
เสียงคำรามของแมมมอธกับเสียงพ่นไฟของมังกรวารีได้ดังก้องไปทั่ว
พื้นที่โล่งทรงกลมขนาดสิบเมตรกลางสนามรบได้เกิดฝุ่นละอองลอยตลบขึ้นมา
เจ้าสำลีที่เป็นแมมมอธของแดงได้วิ่งด้วยขาทั้งสี่พร้อมกับดันหัวและงาของตนลงมา
เป้าหมายคือการงัดร่างของมังกรวารีให้พลิกคว่ำขึ้นจากพื้นดิน
ส่วนมังกรวารีก็เลื้อยหดตัวเป็นวิถีโค้งถอยห่างออกไป พร้อมกับพ่นไฟสีทองเข้าใส่
“วิ่งผ่าไปเลยลูก! ”
เจ้าสำลีตอบรับคำขอของแดงแล้ววิ่งเข้าใส่กองเพลิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวเปลวไฟที่ร้อนแรง
ม่านสีทองได้ถูกแหวกออกด้วยร่างอันใหญ่โตของช้างแมมมอธ
สารถีสองนายที่อยู่ด้านหลังแดงต่างรีบดับเพลิงบนตัวเจ้าสำลีอย่างร้อนลน
ในตอนนั้นเองที่มีประกายแสงของอาวุธร้ายได้แถงลงมาที่สารถีทั้งสอง
แดงรีบใช้ง้าวเหล็กในมือรับตรีศูลนั้นเอาไว้
เสียงปะทะได้ดังก้อง พร้อมกับร่างของบานาที่ยืนอยู่บนหัวของมังกรวารี
มังกรวารีชูคอขึ้นสูง เมื่อรวมกับร่างกายของบานาที่สูงถึงสามเมตรสี่สิบเซน เลยทำให้ภาพรวมของความสูงอยู่ที่หกเมตรได้
ในขณะที่ฝั่งแดงซึ่งขี่ช้างแมมมอธนั้น มีความสูงเพียงสี่เมตรเท่านั้น
ร่างของยักษาได้ยืนเด่นมองลงมา
“รับมือให้ดีละ ย้าก! ”
บานาคำรามก้อง
เขาหวดตรีศูลเข้าใส่แดงอย่างบ้าคลั่ง
มังกรวารีเองเลื้อยเข้ารัดร่างของแมมมอธโดยไม่สนใจอานที่บรรทุกสารถีทั้งหกนายที่ติดตามมา
ลูกน้องของบานาทั้งหกคนรีบกระโดดลงมาจากอานบนหลังในทันที
แดงใช้ง้าวรับมือตรีศูลของบานาเอาไว้อย่างช่ำชอง
การโจมตีของบานาช่างหนักหน่วงและรุนแรง อีกทั้งยังน่ากลัวดั่งปีศาจร้าย
การโจมตีด้วยตรีศูลที่รวดเร็วนั้น ทำให้แดงเห็นภาพติดตาจนเห็นบานามีถึงสิบมือ
“ทศกัณฐ์..”
เขาเลยอดไม่ได้ที่จะพูดถึงชื่อของยักษ์ในมหากาพย์ฮินดูชื่อดังออกมา
แดงกำลังเสียเปรียบ
แมมมอธของตนเองก็ถูกมังกรวารีรัดขากับงวงเอาไว้จนแทบจะออกแรงไม่ได้
ที่มันยังไม่ล้มตัวลง ก็เรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
แต่ทว่ายังมีโอกาศชนะอยู่
จากการประมือ ทำให้แดงพบว่าบานาไม่ได้มีทักษะในการต่อสู้บนหลังสัตว์เท่าไหรนัก
การเหวี่ยงโจมตีที่หนักหน่วงนั้น มันจะทำให้มังกรวารีรับภาระมากจนเกินไป
แดงเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามังกรวารีกำลังเหนื่อยหอบอยู่
อีกประการหนึ่ง หากไม่สามารถล้มสารถีที่บังคับได้ เขาก็ควรจะเล็งไปที่สัตว์ที่เขากำลังขับขี่อยู่แทนเมื่อมีโอกาศ
แต่นี่บานากลับเล็งกระหน่ำโจมตีใส่แดงเพียงคนเดียว
บนพื้นที่หลังแมมมอธอันกว้างใหญ่นี้ มีอีกหลายจุดที่บานาน่าจะสามารถโจมตีใส่ได้อยู่ แต่เขากลับไม่ทำแบบนั้น
“ชนะได้แน่! ตอนนี้ละ จัดการเลยเจ้าสำลี! ”
เมื่อเห็นจังหวะที่มังกรวารีผ่อนกล้ามเนื้อเพื่อสูดลมหายใจ แดงก็ได้ออกคำสั่งโจมตีในทันที
เจ้าสำลีได้กรีดเสียงลั่นพร้อมกับง้างร่างของมังกรวารีขึ้นมาเหนือพื่นด้วยงาอันทรงพลัง
“เหวอ!? ”
ด้วยสมดุลที่เปลี่ยนไป เลยทำให้บานาร่วงลงมาจากมังกรวารี
ส่วนเจ้ามังกรวารีที่น่าสงสารนั้นก็…
“ขยี้มันเลย! ”
ถูกแดงใช้ง้าวแทงลงไปที่ดวงตาอย่างรุนแรง
มังกรวารีที่บาดเจ็บได้ร้องครวญคราง
แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น
เจ้าสำลีได้ใช้งาที่งัดขึ้นมานั้น เหวี่ยงร่างของมังกรวารีไปที่พื้นข้างหน้า
ท่ามกลางความเจ็บปวดและความสับสน ร่างของแมมมอธขนาดสี่เมตรก็ได้พุ่งเข้าใส่มังกรวารีจากด้านข้าง
งาได้แทงทะลุเข้าตรงช่องลำตัวด้านล่างที่เป้นช่วงเกล็ดย้อนอย่างแม่นยำ
เลือดสีฟ้าได้ไหลลงมาจากร่างของมังกรวารีพร้อมกับแสงในดวงตาที่มืดบอดลง
แม่ทัพมังกรวารีได้ถูกปราบลงแล้ว
“โอ้วววว! ”
เสียงคำราวโห่ร้องได้ดังกึกก้องมาจากทางฝั่งกองทัพของมนุษย์
แต่กระนั้นบานากลับยังคงสีหน้าที่เยือกเย็นเอาไว้ได้
แดงรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างที่ถูกปล่อยออกมาจากบานา
ทำไมกัน… ทำไมทั้งที่ยืนอยู่ต่อหน้าแมมมอธที่ตัวใหญ่กว่า แต่เขากลับรู้สึกว่าบานาช่างดูใหญ่โตกว่ามากนักได้ละ!?
“ขอโทษด้วย หลับให้สบายเถอะนะเจ้าแคนตาลูป เจ้าทำหน้าที่ได้ดีแล้ว ข้าผิดเองแหละ”
บานาเข้าไปลูบมังกรวารีด้วยความอ่อนโยน ก่อนที่จะหันมาทางแดง
“ข้ายอมรับว่าแพ้ในศึกชนอสูร แต่ทว่า---”
เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับตรีศูลที่อยู่ในมือ
เจ้าสำลีที่เห็นร่างของบานาเดินเข้ามาใกล้อย่างไร้ซึ่งสีหน้านั้น ได้รู้สึกถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงจากเขา
มันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย…
“ข้าไม่แพ้ในศึกการต่อสู้หรอกนะ”
“แปร๊น!! ”
“เหวอ!? ”
ด้วยความตื่นตระหนก เจ้าสำลีจึงพุ่งเข้าใส่บานาโดยไม่สนรอคำสั่งของผู้ที่เป็นนาย
บานาโยนตรีศูลทิ้งไป แล้วง้างหมัดขวาขึ้นมา
บานาหลบงาที่แหลมคมของแมมมอธ แล้วใช้หมัดขวาตรงชกสวนกลับไปที่ใบหน้าของมันที่กำลังพุ่งเข้าใส่
เกิดเสียงกระดูกกะโหลกที่ถูกบดขยี้ดังก้องกังวาลขึ้น
“บ้าน่า! ”
แดงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
บานาสามารถใช้มือเปล่าชกแมมมอธตกมันจนดับดิ้นได้ภายในครั้งเดียว
ร่างสูงสี่เมตรของเจ้าสำลีได้ล้มตัวลงพร้อมกับเสียงคำรามที่เจ็บปวด
“เหวอ!? ยังไม่จบ---”
แดงพยายามยันตัวเองขึ้นมาจากพื้น
แต่ไม่ทันการแล้ว
ก่อนที่แดงจะได้ลุกขึ้นมาตั้งหลัก บานาก็มายืนอยู่ที่ตรงหน้าเขาแล้ว
ตรีศูลได้จ่ออยู่ตรงที่คอของแม่ทัพฝ่ายมนุษย์
“เป็นการต่อสู้ที่ดี”
บานาเอยเช่นนั้นให้กับศัตรู ก่อนที่จะดับชีวิตของศัตรูที่น่ายกย่องลง
แม่ทัพฝ่ายมนุษย์ จ้าวแห่งยุทธหัตถี [แดง] ได้ถูกปราบลงแล้ว