เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 47 แตกพ่าย

            “คุณชาย...”หลานเล่อไม่รู้จะมองหน้าหนานหมิงเหอตรงๆ อย่างไร

            ตั้งแต่คุณชายกับคุณหนูบาดหมางกันคราวก่อนงานเขาก็ทวีความลำบากน่าระแวงยิ่งขึ้นด้วยกลัวคุณชายลงโทษตนเองเพราะเรื่องนี้

            สีหน้าของหนานหมิงเหออ่อนล้าเขาน่าจะนอนหลับไม่สนิทมานาน ร่องใต้ตาเลยดำคล้ำหนักขึ้น คุณชายสูงศักดิ์ดีๆท่านหนึ่งยามนี้ทุกข์จนหน้าซีดเซียวไปหมด

            “ปิดประตู ให้นางกลับไป”

            หนานหมิงเหอย่อมรู้นิสัยใจคอของเยี่ยนเจาเจานางทนมาหนึ่งเดือนไม่ง่ายเลยจริงๆ ทว่าเขาไม่อาจปล่อยสัตว์ร้ายภายในจิตใจออกอาละวาดอีกความคิดที่ไม่ควรมีอยู่นี้ เขาควรตัดมันออกเสีย

            เขาจะเป็นคนบาปเองวันหน้าแม้เข้าใกล้นางไม่ได้อีก เขายังสามารถมองนางอยู่ห่างๆต่อให้ใจของนางโดนตนทำร้ายจนพรุน ก็ยังดีกว่ามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเดินเข้าสู่สถานการณ์เสี่ยงอันตรายยากจะย้อนคืน

            เยี่ยนเจาเจาหยิ่งในศักดิ์ศรีตนเองที่สุดนางแบกความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยมก็ยังไม่ได้พบเขาตอนโดนเขาปิดประตูใส่หน้าเลยเกิดความรู้สึกหดหู่และสิ้นหวังอย่างยิ่ง

            หนานหมิงเหอเดิมคิดว่าตนสงบสติมาเดือนหนึ่งใจคิดตกพอประมาณแล้ว

            แต่เขาคาดไม่ถึงเลยสักนิดว่าเกราะป้องกันทางใจและหลักการทั้งหมดที่ตนใช้เวลาหลายวันหลายคืนสร้างขึ้นมาดิบดีจะมลายหายไปเพียงพบหน้านางหากมองมากกว่านี้เกรงว่าคงจะควบคุมตนเองไม่อยู่

            เขาเลยจำต้องรีบวิ่งหนี ความจริงที่ประตูบานนั้นต้องขวางไม่ใช่เยี่ยนเจาเจาหรอกแต่เป็นตัวเขาเอง

            หากการปิดประตูสามารถหยุดนางไม่ให้เข้ามาค้นหาความคิดของตนหนานหมิงเหอก็รู้สึกว่าตนจะควบคุมความคิดที่ไม่ควรเกิดขึ้นมาในอนาคตได้

            สีหน้าของหนานหมิงเหออึมครึมขึ้นเขาวางมือลงบนหน้าอกซ้ายของตนเองเบาๆสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่ปะทุอยู่ภายใน ความขมขื่นของเขาไม่น้อยไปกว่านางแต่กลับไม่มีใครรู้ ป่าวประกาศยิ่งไม่ได้

            สติบอกว่าเขาควรกลับเข้าไปในห้องแต่ในห้องนี้เยือกเย็นเงียบเหงาราวกับถ้ำหิมะ ไม่มีอะไรสักอย่างไม่มีชามน้ำขิงผสมน้ำผึ้งต้นต้วนอีกต่อไป ไม่มีของว่างหอมหวานรสเลิศอีกแล้ว

            ดังนั้นหนานหมิงเหอจึงอยากกลับไปหานางอีกครั้งขาของเขาถึงขั้นเริ่มเปลี่ยนทิศไปทางประตูเอง

            ครั้งสุดท้ายต่อให้เป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟก็ไม่เสียดาย

            เยี่ยนเจาเจาจินตนาการฉากพบกันอีกครั้งไว้นับร้อยนับพันอย่างทว่าในฉากเหล่านั้น ไม่รวมหนานหมิงเหอหันหลังจากไปทันทีที่พบหน้านาง ทั้งยังไม่ยอมพูดกับนางแม้แต่ประโยคเดียว

            หลานเล่อถึงขั้นมาปิดประตูหอร่มรื่นโต้งๆ

            เยี่ยนเจาเจารู้สึกเหมือนว่าฟ้าจะถล่มนางไม่เคยได้รับความอัดอั้นคับข้องใจขนาดนี้มาก่อน...อีกนัยหนึ่งคือนางไม่เคยคิดว่าตนจะต้องทนทุกข์เพราะหนานหมิงเหอต่างหาก

            ทำไมกัน?

            ไม่ใช่นางรับไม่ได้แต่อย่างน้องต้องบอกเหตุผลนางสักหน่อยสิ

            หากเป็นคนอื่นเยี่ยนเจาเจาคงจะหมุนตัวจากไป ไม่แบ่งสายตาไว้เหลียวแลเขาอีกเลยนับจากนี้

            ทว่านางเผลอนึกถึงดอกซิ่งฮวาที่เห็นในวันนั้นและลืมวลี “ดาราพร่างพราวพาตพาพัด” อันเศร้าโศกอ้างว้างไม่ลง ยิ่งคิดใจก็ยิ่งยิ้มเยาะหยัน

            เยี่ยนเจาเจาทั้งน้อยใจทั้งโกรธเคืองรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในกำลังสั่นเทิ้มพร้อมกัน ไม่รู้เอาความกล้ามากจากไหนคิดเพียงว่าวันนี้นางต้องได้รับคำอธิบายกลับไป

            นางไม่เคยดูถูกเขา ทั้งยังอยู่ข้างกายเขาเสมอแต่ขณะนี้นางโมโหเพราะหมกมุ่นอยู่กับความสุขและความโกรธของเขาต่อให้ต้องตัดความสัมพันธ์กันนับตั้งแต่วันนี้ เยี่ยนเจาเจาก็ต้องการคำอธิบาย!

            แม้อายุจริงของนางไม่เด็กแล้วแต่เยี่ยนเจาเจาคิดว่ายามนี้ตนยังเป็นเด็กอยู่ นางยังมีสิทธิ์วิ่งเต้นตามใจตนเองและมีโอกาสเอาแต่ใจ

            แม้รู้ว่าฝนเช่นนี้อาจจะทำให้นางป่วยเยี่ยนเจาเจาก็ยังอยากดื้อรั้นสักครั้ง

            ความกล้าของเยี่ยนเจาเจาพุ่งกระฉูดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเบ้าตานางแดงก่ำ แต่ไม่ยอมปล่อยน้ำตาไหลลงมาง่ายๆ หลังมองซ้ายขวารอบหอร่มรื่นก็พบว่าข้างนอกแนวกำแพงตรงมุมตะวันออกเฉียงใต้มีต้นไม้อยู่หากตนปีนขึ้นไปคงสามารถข้ามเข้าไปในหอร่มรื่นจากยอดกำแพงได้

            ดังนั้นนางจึงเดินจ้ำอ้าวไปทางนั้นแม้ความรู้สึกหวาดกลัวจะผุดขึ้นมายามมองต้นไม้ แต่นางกลับเลือกโยนร่มในมือทิ้ง แล้วปีนขึ้นไปท่ามกลางเม็ดฝนที่มีขนาดเท่าเม็ดถั่ว

            สิ่งที่เยี่ยนเจาเจาแตกต่างกับคนอื่นอย่างสิ้นเชิงคือนางยึดมั่นในหลักการ ไม่หัวชนฝาจะไม่ยอมถอยเด็ดขาดบางทีหนักถึงขั้นหัวชนจนแตกเลือดอาบ แต่ยังไม่ยอมจำนนสาบานว่าจะชนให้ฝาทะลุเลยก็มี

            สตรีสูงศักดิ์ในเมืองเซียงเฉิงเกรงว่าจะมีเพียงเยี่ยนเจาเจาคนเดียวที่กล้าปีนต้นไม้ท่ามกลางอากาศเช่นนี้นางไม่ใยดีว่าขาสองข้างนอกร่มผ้าของนางจะโดนต้นไม้ขูดจนแดงเถือก หรือกระโปรงหรูฉวินผ้าปักซูโจว[1] อันประณีตจะโดนกิ่งไม้แตกสาขารกเกี่ยวด้ายหลุดรุ่ยจนสิงโตน้อยที่เดิมน่ารักไร้เดียงสาก็เปลี่ยนรูปลักษณ์ไป

            ชุดนางเปียกน้ำจนชุ่มโชกทั้งตัวมวยผมเอียงกระเท่เร่ไปด้านข้าง ดอกไม้คู่ที่ร้อยจากลูกปัดบนหัวหลุดดอกหนึ่งไรผมตรงขมับเหนียวเหนอะหนะติดข้างใบหน้า น้ำที่ไม่รู้ว่าเป็นน้ำตาหรือเม็ดฝนก็เลอะอาบทั่วหน้า 

            เบ้าตาเยี่ยนเจาเจาแดงก่ำเหมือนกระต่ายน้อยโกรธจัดดวงตาวาววับแทบแผดเผา

            ท่ามกลางเสียงฝนโปรยปรายในที่สุดเยี่ยนเจาเจาก็ปีนถึงยอดต้นไม้ นางปาดน้ำฝนออกจากใบหน้าอย่างเหนื่อยล้า ก่อนเอื้อมอีกมือข้างไปที่กำแพง

            และเห็นหนานหมิงเหอหลังจากนั้น

            เทียบกับสภาพที่โดนน้ำฝนจนยับเยินน่าสังเวชของนางยามนี้หนานหมิงเหอก็ไม่ดีไปกว่ากันมากนัก

            เขาเองก็ไม่ได้กางร่มเพียงยืนตากฝนภายใต้สายน้ำเงียบๆ ขณะลืมตามองแม่นางใจกล้าผ่านม่านฝนด้วยดวงตาเบิกกว้างข้างหลังไกลๆ มีหลานเล่อที่หน้าตาตกใจตามมา

            หนานหมิงเหอไม่อยากแม้แต่จะกะพริบตาแม้น้ำฝนจะตกกระทบบนเบ้าตาของเขาจนด้านชา

            เยี่ยนเจาเจารู้สึกว่าคำพูดร้อยแปดในหัวพลันปลิวว่อนหายวับไปในพริบตานางอ้าปากพะงาบๆ ผ่านไปครึ่งค่อนวันค่อยเอ่ยว่า “หลานเล่อไยไม่กางร่มให้คุณชายของเจ้า?”

            นางไม่ได้เงียบกริบดังที่เขาจินตนาการ และไม่ถามเสียงดังก้องเช่นที่เขาคิดนางเพียงแค่ปีนไปบนยอดต้นไม้เงียบๆ พร้อมน้ำฝนอาบใบหน้า แล้วเอ่ยปากให้เด็กรับใช้ของเขากางร่มให้เขา

            นางกำลังเป็นห่วงเขา

            ลมหายใจของหนานหมิงเหอหยุดชะงัก

            เขาไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าบนโลกยังมีความรู้สึกที่เจ็บปวดเช่นนี้อยู่ความเจ็บปวดทรมานเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านจากหัวใจไปยังอวัยวะภายในอัดแน่นจนเขาพูดไม่ออกสักคำ

            แนวป้องกันทั้งหมดเริ่มปริแตกหนานหมิงเหอรู้ดีว่าหากเยี่ยนเจาเจาพูดอีกเพียงประโยคเดียว เกราะทางใจที่เขาเพียรสร้างมานับเดือนคงแหลกเป็นผุยผง

            ดังนั้นเขาจึงหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดอีกครั้งแล้วหมุนตัวจากไปโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด

            น้ำตาของเยี่ยนเจาเจาร่วงลงมาทันทีนางมองเห็นร่างของหนานหมิงเหอไม่ชัด กระทั่งเรี่ยวแรงทั้งหมดยังเหมือนจะเลือนหายไป

            แต่นางยังเค้นแรงตะเบ็งเสียงใส่แผ่นหลังของหนานหมิงเหอ“หนานหมิงเหอ! หากท่านเดินไปอีกก้าว ต่อไปข้าจะเด็ดบัวไม่เหลือใยกับท่านกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน!”

            นางไม่เคยเรียกขานนามของหนานหมิงเหอตรงๆและนี่ก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่หนานหมิงเหอเคยคิดไว้ว่านางจะเอ่ยนามของเขา

            เกาทัณฑ์ปล่อยไปแล้วไม่หันหัวกลับอีก

            หนานหมิงเหออดไม่ได้ที่จะชะงักฝีเท้า

            ความสุขในใจเยี่ยนเจาเจาเพิ่งพรั่งพรูขึ้นมาแต่พริบตาต่อมาเขาก็ขยับเท้าก้าวเดินต่อ ทำให้หัวใจของนางราวกับโดนบดขยี้จนแหลกเป็นผุยผง

            นัยน์ตาของเยี่ยนเจาเจาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อนางไม่รู้ว่าเหตุใดหนานหมิงเหอจึงปฏิบัติกับตนเช่นนี้ คำพูดที่ออกมาเลยปะปนไปด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจนใจหนานหมิงเหอแทบจะแหลกสลาย

            “หนานหมิงเหอ! ท่านรังเกียจข้าถึงเพียงนี้?ดี ดีมาก”

            เยี่ยนเจาเจาพลิกตัวลงมาจากสันกำแพงในพรวดเดียวก่อนจะไล่ตามหลังของหนานหมิงเหอ แล้วดึงตัวเขาอย่างแรงให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับตน

            “ต่อไปหากเยี่ยนเจาเจาผู้นี้ยังมาพบหรือพูดกับท่านอีกสักคำข้ายอมเป็นสุนัข”

            การเคลื่อนไหวของนางรุนแรงราวกับเสียสติไปแล้วตอนนางออกจากเรือนวันนี้ได้พกจี้หยกมัจฉาคู่ที่หนานหมิงเหอเคยมอบให้นางมาด้วยยามนี้นางปลดจี้หยกนั้นออกจากลำคอของตนด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะปาลงบนพื้น

            “คืนเจ้า คืนเจ้าทั้งหมด!”

            ไม่เพียงจี้หยกมัจฉาคู่เท่านั้นเยี่ยนเจาเจายังหยิบมาแม้กระทั่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างพวกเครื่องรางที่หนานหมิงเหอเคยส่งมาให้ตอนนางป่วยทว่ายามนี้นางมือสั่นจนถือมันไม่ไหว จึงโยนมันลงต่อหน้าเขาเสียเลย 

            เยี่ยนเจาเจาร่ำไห้จนสะอึกแต่นางกลับไม่เอ่ยอะไรอีก เพียงรูดแขนเสื้อของหนานหมิงเหอขึ้น แล้วดึงสร้อยลูกปัดหยกคู่ที่นางเคยให้ออกมาจากข้อมือของเขา

            หนานหมิงเหอมองแม่นางน้อยตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้างน้ำตาของนางไหลออกมาจากดวงตาเมล็ดซิ่งไม่หยุดจนปะปนกับหยาดฝน

            นัยน์ตาของนางทั้งน้อยใจโมโห และผิดหวัง จนไม่เหลือเค้าความอ่อนโยนที่เคยมีให้เขามาก่อน...เขาสมควรโดนแล้ว

            แต่มือของเขายังคงเอื้อมออกไปอย่างควบคุมไม่อยู่เพียงเพราะอยากเช็ดน้ำตาให้นาง

            เยี่ยนเจาเจาถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อหลบมือของเขา“ไม่ต้องลำบากท่านหรอก”

            ทุกคำทุกประโยคสะท้านก้องในใจของเขา

            ไม่มีน้ำเสียงอบอุ่นที่เคยเรียกขานเขาว่า“พี่ชายรอง” อีกต่อไปแล้ว หนานหมิงเหออดคิดถึงนางตอนนั้นไม่ได้

            นางที่กระโดดพรวดลงมาจากชิงช้าด้วยความมั่นใจว่าเขาจะรับนาง

            นางที่ยิ้มหัวเราะใสซื่อไร้เดียงสาในคืนเดือนหงาย

            ยังมีนางที่กอดจานฝนหมึกที่แตกเป็นเสี่ยงๆกับกระดาษคัดลายมือของเขา พร้อมทั้งร้องไห้ไม่หยุด...

            แต่นางคนนั้นหมุนตัวจากไปแล้วนางกำสร้อยลูกปัดหยกในมือแน่นราวกับกำลังเค้นกำลังออกมาอย่างสุดแรงเพื่อเดินออกไปทีละก้าวๆ

            บนใบหน้าของหนานหมิงเหอไม่อาจแยกได้ว่าเป็นเม็ดฝนหรืออย่างอื่นความเจ็บปวดจากการฝืนพรากจากยังทำเขาไปต่อไม่ถูก แสงสว่างของเขาถูกเขาตัดออกจากชีวิตด้วยน้ำมือตนเองแล้ว

            แม้เยี่ยนเจาเจายามนี้จะมีสภาพคลอนแคลนแต่นางกลับหยิบร่มมากางอย่างใจเย็นโดยไม่หันกลับไปอีก

            นางสั่นเทาไปทั้งตัวทว่ามันไม่ใช่ความหนาว เมื่อนางเดินพ้นจุดที่คิดว่าหนานหมิงเหอมองไม่เห็น นางก็โยนสร้อยลูกปัดหยกลงกับพื้นแล้วทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าปล่อยโฮดังลั่น

            เยี่ยนเจาเจารู้สึกว่าใจของตนเจ็บปวดแสนสาหัสตอนโดนเหลียงอินตัดศีรษะจนเหลือแต่ลำคอ นางยังเจ็บไม่เท่าตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

            แต่ที่นางไม่รู้คือหนานหมิงเหอเดินตามออกมาเขาตามนางอยู่ข้างหลังห่างๆ อย่างถ่อมตนและเงียบเชียบ

            เสียงร้องไห้ของนางเบาลงเรื่อยๆและเมื่อหนานหมิงเหอเห็นร่างนางที่ขดตัวกลมอยู่ใต้ระเบียงทางเดินเหมือนจะแน่นิ่งไปใจเขาก็แทบหยุดเต้น ความแน่วแน่ที่ระส่ำระสายมาเนิ่นนานบัดนี้แตกพ่ายยับเยินเขาวิ่งข้ามสายฝนเข้าไปทั้งอย่างนั้นเอง

             

            เชิงอรรถ

            [1] ผ้าปักซูโจว หมายถึงหนึ่งในสี่ศิลปะการเย็บปักที่มีชื่อเสียงของจีนซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมของเมืองซูโจว มณฆลเจียงซูและเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวลวดลายวิจิตรงดงาม มีความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือปักละเอียดลออ ฝีเข็มดูมีชีวิตชีวาสีสันสดใส แฝงกลิ่นอายของความเป็นท้องถิ่นไว้เต็มเปี่ยม

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786