ปี ค.ศ. 2062 ณ มหานครอันรุ่งเรืองนามว่า 'ควิ้น'
แสงสีส้มทองของดวงอาทิตย์ที่ใกล้ลับขอบฟ้าอาบย้อมไปทั่วเมือง ทว่าความงามนั้นกลับถูกบดบังด้วยเปลวเพลิงแห่งาและเสียงปืนที่ดังประสานกันไม่ขาดสาย นี่ไม่ใช่การสู้รบระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง หากแต่เป็การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากอสุรกายจากโลกแห่งจินตนาการ ซึ่งในเวลานี้ สถานการณ์ของเหล่ามนุษย์กำลังเข้าตาจนและใกล้พ่ายแพ้เต็มที
ณ ด่านสกัดทางออกทิศตะวันตก ป้อมปราการทหารยังคงยืนหยัดต้านทานการบุกของอสุรกายอย่างไม่ลดละ เสียงปืนนับร้อยกระบอกรัวสนั่นหวั่นไหวเพื่อสกัดกั้นฝูงปีศาจไม่ให้เล็ดลอดออกจากเมือง ขณะที่ภารกิจอพยพผู้คนยังคงดำเนินไปอย่างเร่งรีบเพื่อแข่งกับเวลา ท่ามกลางเสียงเครื่องบินรบที่โฉบผ่านผืนฟ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตามด้วยเสียงะเิที่ดังกึกก้องตามหลังไม่ขาดสาย
“รักษาแนวรบเอาไว้!” เสียงของชายผิวสีผู้เป็ผู้นำกองทหารของที่นี่แผดออกมาขณะที่ตายังจับจ้องไปที่ศูนย์เล็งเพื่อหาเป้าหมาย ก่อนที่พลทหารนายหนึ่งจะรีบวิ่งตรงเข้ามาหาเขาพร้อมกับข่าวสารที่เขาไม่อาจนิ่งเฉยได้
“นายพลเควิน แม็กคอยครับ! ป้อมทางทิศตะวันออกของเราขาดการติดต่อไปแล้วครับ!”
นายพลแม็กคอยมีสีหน้าที่เคร่งเครียดทันทีก่อนจะหันไปหาพลทหารอีกคนที่กำลังช่วยผู้คนอพยพอยู่
“ทหาร! ยังมีประชาชนตกค้างในเมืองอยู่อีกเท่าไหร่!”
“ตอนนี้อพยพออกมาได้เกินครึ่งแล้วครับท่าน!”
“…แค่เกินครึ่งอย่างนั้นเหรอ…” นายพลแม็กคอยขบกรามแน่น สายตาจ้องมองกลุ่มคนที่กำลังวิ่งหนีตายออกมาจากตัวเมืองไม่ขาดสาย ก่อนจะมีเสียงะโจากพลทหารดังแทรกขึ้น
“ศัตรูสองนาฬิกา!”
พลทหารคนนั้นชี้ไปยังตึกที่อยู่ห่างออกไปเกือบครึ่งกิโล ร่างมหึมาของอสุรกายขนสีแดงชาดความสูงค้ำตึกสามชั้นโผล่พ้นมุมตึกระฟ้าออกมา มันอ้าปากแผดเสียงคำรามพร้อมพ่นคลื่นเพลิงมหาศาลเข้าแผดเผาทหารและพลเรือนบริเวณนั้นจนพื้นที่รอบด้านพลันแปรสภาพกลายเป็ทะเลเพลิงนรกขนาดย่อมๆ
“ประสานกับเครื่องบินเรา ถล่มมันให้ราบอย่าให้มันออกมาได้!!”
ไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังสิ้นคำสั่ง มิสไซล์ก็พุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะร่างอสุรกายตัวนั้นอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงเครื่องบินรบที่ตีโค้งกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ทว่าการโจมตีอันรุนแรงนั้นกลับทำได้เพียงผลักดันให้มันถอยร่นกลับเข้าเมืองไปเท่านั้น
“เจมส์ เรามีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่!” นายพลหันไปถามทหารคนสนิท
“อีกไม่ถึงยี่สิบนาทีครับท่าน!”
“แล้วศาสตราจารย์ล่ะ ออกจากเมืองไปรึยัง”
“คนของเราแจ้งว่าศาสตราจารย์จะขออยู่ที่ตึกวิจัยจนนาทีสุดท้ายครับ”
ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่ได้เป็ไปตามแผนที่วางไว้ แม็กคอยกวาดสายตามองเหล่าทหารที่กำลังสู้อย่างสุดกำลังสลับกับประชาชนที่กำลังวิ่งหนีตาย เขาขบกรามแน่นก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญ
“เจมส์... สั่งถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากเมืองเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งพลางหยิบตลับะุปืนยัดใส่กระเป๋าเสื้อ
“แล้วท่านละครับ?”
“นายไปซะเจมส์... นี่คือคำสั่ง” เขามองหน้าเจมส์ด้วยสายตาแบบเพื่อนมากกว่าผู้บัญชาการ ก่อนจะหันหลังวิ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองโดยไม่หันกลับมามองอีก
แม็กคอยบุกฝ่าฝูงชนที่วิ่งสวนทางมาคนแล้วคนเล่า เขาปีนขึ้นไปบนหลังคารถเพื่อเพิ่มทัศนวิสัย ก่อนจะประทับปืนขึ้นบ่าแล้วลั่นไกสังหารก็อบลินตนหนึ่งที่กำลังง้างดาบหมายจะฟันใส่ผู้คนอย่างแม่นยำ
“ทุกคน! รีบออกไปจากเมืองเร็วเข้า!” แม็กคอยะโก้องพลางต้อนฝูงชนให้รีบหนี ขณะที่มือก็ยังคงลั่นไกยิงคุ้มกันอย่างไม่หยุดพัก ทว่าในมุมอับสายตา ตะขาบั์สองหัวความยาวกว่าสิบเมตรตัวหนึ่งกลับพุ่งตัวออกมาพร้อมคมเขี้ยวอันแหลมคมหมายจะปลิดชีพเขาจากด้านหลังโดยไม่ให้ทันตั้งตัว
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นที่ด้านหลังเขาพร้อมร่างของตะขาบั์ดิ้นทุรนทุรายกระแทกท้ายรถเสียงดังสนั่น ก่อนที่แม็กคอยจะหันหลังกลับมายิงมันซ้ำอีกชุดให้ตายสนิท เขาเงยหน้าขึ้นพบลูกน้องทุกคนที่ควรจะหนีไปแล้ว พวกเขาต่างปฏิเสธคำสั่งและวิ่งตามผู้บัญชาการมาด้วยความกล้าหาญ แม็กคอยทำได้เพียงพยักหน้าให้กับทหารทุกนายแทนความรู้สึกทั้งหมดในใจ
ทหารทั้งกองร้อยสาดะุและกัดฟันบุกทะลวงฝ่าดงอสุรกายที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นบ้าคลั่งระลอกแล้วระลอกเล่า กลิ่นดินปืนคละคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวเื ทุกย่างก้าวที่รุกคืบไปข้างหน้าถูกชโลมด้วยหยาดเื และต้องจ่ายด้วยลมหายใจของเพื่อนร่วมรบที่ถูกฉีกกระชาก ร่างแล้วร่างเล่าที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินทำให้กำลังพลร่อยหรอลงอย่างน่าใจหาย ทว่าท่ามกลางซากศพและความสูญเสียนั้น กำแพงมนุษย์ที่พวกเขาสร้างขึ้นด้วยชีวิต กลับเป็โล่ที่ช่วยเปิดทางรอดให้ผู้คนนับไม่ถ้วนได้หนีพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราช จนกระทั่งในที่สุด… พวกเขาก็เหลือเพียงหยิบมือเดียวที่ต้องมาตั้งป้อมรับศึกอยู่กลางสี่แยก
‘ติ๊ดๆๆ…ติ๊ดๆๆ’
เสียงเตือนจากนาฬิกาบนร่างไร้ิญญาของ 'เจมส์' ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม็กคอยจ้องมองนาฬิกาเรือนนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจรวดหลายสิบลูกที่แหวกอากาศพุ่งตรงไปยังจุดต่างๆ ทั่วเมือง
ชนวนะเิหัวรบทุกลูกจุดะเิขึ้นเหนือเป้าหมาย พวกมันต่างปล่อยม่านควันสีเขียวขุ่นออกมาฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วในพริบตา
“พระเ้า... โปรดประทานอภัยให้แก่พวกเราด้วย”
แม็กคอยพึมพำคำอธิษฐานสุดท้ายออกมาอย่างแ่เบา ขณะแหงนหน้ายอมรับชะตากรรมอันโหดร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามากลืนกินร่างของเขาไปพร้อมกับเมืองหลวงแห่งนี้