“แสดงว่าคุณพอร์ช มีตัวเลขในใจแล้วใช่ไหมครับ” เจมส์ไม่ได้โกรธ กลับกันเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบยังไง
ได้ยินคำถามแบบนั้น ดาราหนุ่มที่กำลังมีผลงานต้องครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยกล่าวว่า
“ผมว่าอย่างมาก ก็น่าจะวันละแสนบาท”
ใจจริงพอร์ชอยากจะพูดว่าวันละหมื่นแต่มันฟังดูน่าเกลียดเกินไป
พูดตรงๆ เดี๋ยวจะดูไม่ดี ต่อให้เขามีเอฟซีหนุนหลัง ใช่ว่าจะไม่มีคนเกลียดขี้หน้า
“วันละแสน...ตลกจังนะครับ”
“มีอะไรตลกเหรอครับคุณเจมส์?” พอร์ชพยายามที่จะไว้หน้าอีกฝ่ายแล้ว แต่หากฝ่ายนั้นยังแสดงกิริยามารยาทแสนทรามผ่านรายการ ในฐานะพระเอกหนุ่มเขามีแต่ต้องช่วยกระชากหน้ากากจอมปลอมออกมา
“ก็เพราะว่าทุเรียนหนึ่งลูก ราคาอยู่ที่สี่ถึงห้าหมื่น ผมขายเพียงแค่สองลูกเงินก็เข้ากระเป๋าแล้วหนึ่งแสน ดังนั้นคุณจะไม่ให้ผมหัวเราะคุณได้ยังไง” เจมส์ตอบเถรตรง ทำเอาอีกฝ่ายอึ้งงันปากค้าง
“อะไรนะคะ ทุเรียนหนึ่งลูกราคาสี่ถึงห้าหมื่นเลยเหรอคะ!” เมย์แทบจะเป็นลมเมื่อได้ยินราคา
“ใช่ครับ หรือถ้าหากอยากลองชิมดูก่อน ผมก็จะขายแยกเป็นพูละหนึ่งกิโลกรัม หรือหากอยากประหยัดกว่านั้นก็จะหั่นชิ้นเป็นเต๋า ใส่ลังไม้พาเลทสวยงาม แบบนี้ไงครับ” เจมส์ผายมือให้ดูทุเรียนสีทองซึ่งอยู่ในลังไม้
ทุเรียนถูกหั่นเต๋า จัดเรียงเป็นชั้นสลับสูงชัน คล้ายกับภูเขาสีทองหนึ่งลูก
“จริงเหรอคะเนี่ย เกิดมาเพิ่งเคยเห็นทุเรียนแพงขนาดนี้!” จริงอยู่ที่เมย์ไม่ชอบเจมส์ แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าได้ดึงความสนใจทั้งหมดของเธอไป ไม่สามารถละสายตาจากทุเรียนในลังไม้พาเลทได้
“จริงค่ะน้องเมย์ ทุเรียนก้านยาวของคุณเจมส์ลูกใหญ่ เนื้ออร่อยไม่เหมือนที่ไหน พี่น่ะเคยไปกินถึงที่ไร่แล้ว วันนั้นนะแค่ค่าทุเรียนก็หมดห้าหกหมื่น ทำเอากระเป๋าแฟ่บไปเลยค่ะ” คันไฟไม่ได้โกหก วันนั้นหล่อนหมดไปเยอะจริงๆ
หลังจากดื่มด่ำกับทุเรียนเลิศรสกับทีมงาน เขาต้องซื้อติดมือกลับบ้านฝากพ่อแม่พี่น้องเป็นธรรมดา
สำหรับคันไฟที่บ้านมีฐานะดีอยู่แล้ว การกินทุเรียนราคาแพงไม่ใช่ปัญหา
แต่สำหรับดาราที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก หรือเพิ่งจะดัง ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ หากอยากกินของแพง
“งั้นขอชิมหน่อยนะคะ” เมย์ที่เอามือทาบอกหลังจากรู้ราคาไม่สามารถทนดูเฉยๆ ได้ หล่อนรีบขอช้อนและส้อมจากทีมงานทันที
คันไฟเองก็ชิมรวมถึงถามคำถามกับเจมส์หลายคำ
มีเพียงพอร์ชเท่านั้นที่อึ้งไม่หาย ใช้เวลาอยู่นานสองนานกว่าจะปรับสภาพจิตใจได้
“พอร์ช พอร์ช กินทุเรียนสิ อร่อยมากเลย”
หันไปมองดาราสาวที่เล่นคู่กันกำลังกัดกินทุเรียนจากเกษตรกรผลไม้เหมือนตายอดตายอยาก พอร์ชรู้สึกสมเพชจากก้นบึ้งหัวใจ แต่ใบหน้ายังแสร้งยิ้มหวาน
“ทุเรียนราคาแพงขนาดนี้ ผมละแปลกใจจริงๆ ที่คุณเจมส์เพราะพันธุ์มันได้ ใช้ปุ๋ยอะไรเหรอครับ หรือสารเร่งโต...มีสารปนเปื้อนติดมากับเนื้อทุเรียนหรือเปล่า ถ้าหากกินเข้าไปแล้วเกิดเป็นอันตรายขึ้นมา ระวังจะถึงแก่ชีวิตนะครับ”
ถึงจะอึ้งกับราคาทุเรียนแต่พอร์ชไม่สามารถหยุดได้
โดยเฉพาะเมื่อรู้ราคาของทุเรียนต่อกิโลกรัม เขายิ่งไม่สามารถยอมได้
ในฐานะดารามากความสามารถ พอร์ชไม่อาจทนเห็นตัวเองด้อยกว่าคนอื่น โดยเฉพาะพวกใช้แรงงานตากแดดแลกเงิน โคตรเกลียดเข้ากระดูกดำ!
เมย์ที่กำลังเพลิดเพลินกับรสชาติละมุนลิ้นของทุเรียนเป็นต้องชะงักกึก เกือบจะวางช้อนลงเสียเดี๋ยวนั้น
จะว่าไปแล้วก็จริงอย่างที่พอร์ชพูด
นั่นสินะทุเรียนก้านยาวให้ผลผลิตที่มีขนาดใหญ่เกินมาตรฐาน แบบนี้ต้องใช้ปุ๋ยเร่งโตแน่เลย สารเคมีน่าจะเยอะกินเข้าไปอาจทำให้ตับไตไส้พุงได้รับความเสียหาย
“ทุเรียนของผมปลอดภัย ไร้สารปรุงแต่ง รับรองว่ากินเข้าไปแล้วร่างกายจะไม่ได้รับสารพิษ เรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้ แต่ถ้าหากตรวจแล้วไม่เจออะไรเลย คุณต้องจ่ายค่าหมิ่นประมาทให้ผมนะ” เจมส์ดูใจเย็นจนน่าตกใจ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเรื่องนี้เขาได้มีการคิดมาก่อน
ผลไม้หลายชนิดในตลาดมีขนาดมาตรฐาน แล้วถ้าหากมีใครมาทำลายบรรทัดฐานที่ถูกจัดเรียงไว้ ไม่แปลกหากจะถูกมองเป็นพวกนอกคอก ทุเรียนไซส์บิ๊กเบิ้มเองก็อยู่ในลักษณะนี้
พอร์ชไม่คิดว่าเจมส์จะมาไม้นี้ ทำเอาเขาใบ้กินอยู่นานสองนาน
สำหรับดาราหนุ่มพวกเกษตรกรคือคนเขลา ไม่สมควรรู้ข้อกฏหมายในเชิงลึก แต่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับเจ้าของไร่ตรงหน้า
คันไฟชอบพอร์ชก็จริง แต่เขากลับไม่ได้หยุด เนื่องจากที่นี่คือรายการ'คันยิบยิบ'เป็นกระแสมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เรทติ้งรายการสูงขึ้นย่อมหมายถึงมีสปอนเซอร์จำนวนมากรอต่อคิว
ดังนั้นเวทีวันนี้ คันไฟจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพอร์ชและเจมส์
ดาราหนุ่มมากความสามารถขบริมฝีปากตัวเอง ยังคงไม่ยอมแพ้ มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เจมส์อับอายขายหน้า!
เขาครุ่นคิดวิธีอยู่นานสองนาน กระทั่งเหลือบมองเห็นขนาดทุเรียน จึงได้ความคิดดีๆ
“แต่ว่าทุเรียนลูกใหญ่ขนาดนี้ คงต้องใช้รถกระบะขับเข้ามาในกรุงเทพฯ สินะครับ” น้ำเสียงแฝงความเย้ยหยัน ประหนึ่งคนขับรถกระบะเป็นพวกชั้นต่ำ ไม่มีค่าต้องเหลียวแล
เจมส์หัวเราะในลำคอ ยิ่งทำให้พอร์ชโกรธเข้าไปใหญ่
“ขำอะไรเหรอครับ หรือคุณเจมส์จะบอกว่า ขับรถเก๋งเข้ามา...แต่ผมว่าไม่น่าใช่ ทุเรียนคุณลูกใหญ่มากเลยนะ ถ้าหากขนย้ายด้วยรถเก๋งผมว่ามันคงไม่พอ”
เจมส์โบกมือเหมือนไล่แมลงวัน
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้เดินทางบนถนน”
“อะไรนะครับ...” พอร์ชทำหน้าไม่เข้าใจ กระทั่งอีกฝ่ายชี้นิ้วขึ้นข้างบน ค่อยคาดเดาได้ถึงบางสิ่ง
“คุณเจมส์กำลังจะบอกผมว่า คุณขึ้นเครื่องบินจากวังน้ำเขียวมากรุงเทพฯ เหรอครับ หรือจะบอกว่ามีเครื่องส่วนตัว”
เอาเข้าจริงพอร์ชแทบจะลืมไปแล้วว่าเจมส์เคยโม้เรื่องเฮลิคอปเตอร์ เมื่ออีกฝ่ายเป็นคนพูดออกมาตรงๆ แถมยังเป็นในรายการ ในฐานะพระเอกหนุ่ม พอร์ชมีแต่ต้องส่งเสริมด้วยการฉีกหน้า!
“ผมไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วหรอกนะ เพราะผมมีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว และที่เดินทางมากรุงเทพฯ ใช่ผมขึ้นเครื่องตัวเองมา” เจมส์ไม่อยากโอ้อวดเลยให้ตายสิ แต่เมื่อมีคนอยากรู้ว่าเขาร่ำรวยก็ถือว่าสงเคราะห์แล้วกัน
เมื่อเห็นอีกฝ่ายตกมาอยู่ในหลุมพราง พอร์ชลอบหัวเราะในใจ แต่ใบหน้ากลับแสร้งยิ้ม
“โห...ไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับ ผมไม่คิดเลยนะครับเนี่ยว่าเกษตรกรผลไม้เดี๋ยวนี้มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว ขนาดผมเป็นพระเอกยังขับรถราคาล้านกว่าเอง แถมในบางวันก็ช่วยลดโลกร้อน ขึ้นรถบัสขึ้นรถไฟ ประหยัดไปได้อีกหลายตังค์”
“หืม...ไม่คิดเลยนะครับเนี่ยว่าดาราอย่างคุณต้องขึ้นรถสาธารณะ แถมยังเป็นระดับพระเอก สงสัยค่าตัวคงไม่กี่ตังค์ ไม่มีเงินเติมน้ำ....” เจมส์มองอีกฝ่ายพลางส่ายหน้า
มันกำลังดูถูก!
มันกำลังดูถูก!
มันกำลังดูถูก!
แถมยังยิ้มแบบเย้ยหยัน!
พอร์ชแทบไม่สามารถระงับความโกรธได้ เกือบจะกระโจนใส่หน้า แต่ต้องยั้งมือไว้ เพื่อชื่อเสียงที่สั่งสมมา ต้องนิ่งไว้ก่อน
“แสดงว่าคุณเจมส์เนี่ยรวยมากเลยใช่ไหมครับ ผมละอยากจะเห็นแล้วสิ ว่าหน้าตาเฮลิคอปเตอร์ของคุณเป็นยังไง!” พอร์ชเชื่อว่าเจมส์โกหก กล้ามากนะที่มาเกทับเขาหวังให้อับอายขายหน้า
คิดว่าตัวเองรวยนักใช่ไหม ก็ดีวันนี้นี่แหละจะถูกกูกระชากหน้ากากจอมปลอม ให้คนทั่วประเทศได้รู้จักธาตุแท้!
เจมส์ยังไม่ทันตอบ เป็นพิธีกรมากความสามารถอย่างคันไฟ เข้ามาคั่นกลางระหว่างทั้งสาม ในสภาพสองมือถือทุเรียนก้านยาว ปากก็โพล่งว่า
“น้องพอร์ชอยากดูเฮลิคอปเตอร์คุณเจมส์ใช่ไหมคะ บังเอิญวันนั้นพี่ไปไร่ของคุณเจมส์พอดี ก็เลยถ่ายภาพสวยๆ ไว้หลายใบ คุณเจมส์น่ะรวยมากจริงๆ แต่พูดไปจะหาว่าคุยโม้ ทีมงานช่วยเอาภาพขึ้นหน่อยค่ะ”
พอร์ชรู้สึกผิดคลาด
ทำไมพิธีกรอย่างคันไฟถึงได้พูดแบบนั้นล่ะ หรือว่าเจมส์จะมีเฮลิคอปเตอร์จริงๆ...ไม่สิ มันเป็นไปไม่ได้ อีกฝ่ายเป็นแค่เกษตรกรผลไม้กระจอกๆ จะเทียบกับพระเอกอย่างเขาได้ยังไง!
ต่อให้เอาปืนมาจ่อหัว พอร์ชก็ไม่เชื่อ!
แต่แล้วพอร์ชต้องอ้าปากค้าง เมื่อภาพถูกฉายขึ้นจอ
มีเฮลิคอปเตอร์สุดหรูหราจอดตากแดด และไม่ใช่แค่ลำเดียวแต่มีถึงสองลำ!
“เป็นไปไม่ได้ ของไว้โชว์หรือเปล่า...” ต่อให้เห็นภาพพอร์ชยังคงปลักใจไม่เชื่อ
คันไฟยิ้มเยาะอีกฝ่าย ไม่ได้สนใจดาราหนุ่ม หันไปสัมภาษณ์เจ้าของไร่อายุน้อยต่อ
“คุณเจมส์คะ ฉันเชื่อว่าคนที่เข้าไปชมไร่ของคุณคงสงสัย รวมถึงผู้ชมทางบ้านและฉันเองก็ด้วย ช่วยบอกหน่อยได้หรือเปล่าคะว่าทำไมเจ้าของไร่แบบคุณ ถึงได้มีเฮลิคอปเตอร์ในครอบครองถึงสองลำ!”
“เพราะผมขี้เกียจขึ้นรถ” เจมส์ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด
เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมา สั้นๆ และได้ใจความ
แถมยังบ่งบอกถึงสถานะเจ้าของไร่เป็นอย่างดีว่ามีกำลังทรัพย์สินมหาศาล!
พอร์ชอึ้งจนพูดไม่ออก เหมือนกับตัวตลกที่ถูกลากมาตบกลางสี่แยก
สำหรับนางเอกสาวอย่างเมย์ที่มาคู่กัน วินาทีนี้หล่อนแทบอยากหนีไปให้ไกลจากพอร์ช แล้วโผลเข้าอ้อมกอดของคนรวย
คันไฟเอามือทาบอกพอเป็นพิธี แต่ใจจริงก็ตกใจในคำตอบนั่นแหละ
“ไม่คิดเลยนะคะเนี่ยว่าวันนี้ฉันจะได้พบคนรวยตัวจริง ที่เคยให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่เขาเล่นแต่ซูเปอร์คาร์ แต่คุณเจมส์กลับเล่นเฮลิคอปเตอร์ โอ้พระเจ้า! รวยเกินไปแล้ว นี่คุณเจมส์โสดอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย”
“ทำไมเหรอครับ”
“ถ้าโสด ฉันก็จะได้จีบไงละคะ”
เจมส์หัวเราะพอเป็นพิธี ก่อนจะหันไปมองหน้าพระเอกหนุ่ม ตามด้วยกล่าว “มีอะไรอีกหรือเปล่าครับที่คุณยังสงสัยในตัวผม หรือถ้าหากคุณไม่เชื่อ ผมพาขึ้นไปเล่นบนเฮลิคอปเตอร์ก็ได้นะ เผื่อคุณจะได้เข้าใจว่าความสะดวกสบายเป็นยังไง ไม่ต้องทนขึ้นรถ สาธารณะเก่าๆ...”
พอร์ชถึงกับกระอักเลือดออกมา สลบกลางรายการ เป็นเหตุให้ต้องหยุดถ่ายกระทันหัน รีบส่งตัวพระเอกหนุ่มเข้าโรงพยาบาล