โจวเจียอี้จึงตอบกลับไปว่า “ขออภัยท่านผู้าุโ ข้าน้อยเพียงเห็นว่าโอ่งมันลอยมาทางข้าน้อย ข้าน้อยจึงรับเอาไว้เท่านั้นเอง”
“ไร้มารยาท ไร้มารยาทยิ่งนัก พวกข้าดื่มเหล้าในโอ่งแล้วเข้าร่วมวงต่อสู้ แต่เ้ากลับดื่มแล้ววางลงเฉยๆ แล้วแบบนี้มันจะไปสนุกอะไร” แพ้เนียมกุ้นกล่าว
“หยุดก่อน แพ้เนียมกุ้น” หยางฉ่าหยงพูด ก่อนเขาจะเดินเข้ามาหาโจวเจียอี้ก่อนจะมองหน้าเขาแล้วเดินวนรอบตัวโจวเจียอี้และกล่าวว่า “เ้าหนุ่มนี่ หน้าตามันช่างคุ้นเสียจริงๆ”
หงชีเจียงจ้องมองโจวเจียอี้เช่นกัน ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าจำได้ ข้าจำดวงตาของเ้าได้ ดวงตาที่ทำให้น้องรักของข้าจากเสือผู้หญิงที่หยิ่งอย่างทรนงกลายเป็คนแสนเชื่อง ข้าจำได้ไม่ลืม จอมยุทธ์หนุ่ม เ้ารู้จักเปาหวงหลานหรือไม่”
“จะบอกว่าคล้ายเปาหวงหลานก็มิผิด จะบอกว่าคล้ายโจวเที้ยนเปียก็บอกได้เช่นกัน จอมยุทธ์หนุ่ม เ้าเป็ใคร” หยางฉ่าหยงถาม
“ข้าแต่ท่านผู้าุโทุกท่าน ข้าพเ้ามีนามว่าโจวเจียอี้ เป็บุตรของท่านพ่อโจวเที้ยนเปีย และท่านแม่เปาหวงหลาน” โจวเจียอี้กล่าวก่อนจะล่วงแผ่นป้ายประจำตัวของบิดาออกมาให้ทุกคนดู
หยางฉ่าหยงหยิบแผ่นป้ายในมือของโจวเจียอี้มาดู แล้วมองหน้าโจวเจียอี้ ก่อนจะกล่าวว่า “ของโจวเที้ยนเปียจริงด้วย ไม่ผิด ไม่ผิดแน่ๆ เ้าคือลูกชายเพียงคนเดียวของโจวเที้ยนเปีย”
“บุตรของโจวเที้ยนเปีย ประเสริฐ ประเสริฐมาก งั้นเ้าก็เข้ามาร่วมวงต่อสู้กับข้าได้เลย” แพ้เนียมกุ้นพูด
“แพ้เนียมกุ้น เ้าช่วยหยุดอยากต่อสู้สักวันนึงได้หรือไม่ ได้เจอลูกชายของโจวเที้ยนเปียทั้งที เรามากินเลี้ยงฉลองกันดีกว่า” หงชีเจียงกล่าว
“ข้าเห็นด้วย” หยางฉ่าหยงกล่าว ก่อนจะหันหน้าไปทางหลิวอี้หลานและพูดว่า “แม่นางสำนักวังบุปผา พวกข้าพรรคเปลวอัคคีจะขอกินดื่มกันสักหน่อย ขอเชิญเ้าเดินทางกลับได้ไปก่อนหรือไม่”
“พอดีว่านางมากับข้า” โจวเจียอี้พูด หลิวอี้หลานจึงกล่าวกับโจวเจียอี้ว่า “พี่เจียอี้ เชิญท่านอยู่สนทนากับพวกท่านาุโเถิด ข้าพเ้าจะนำยาบำรุงไปให้ท่านอาจารย์อยู่พอดี”
“อี้หลาน รบกวนเ้าแล้ว” โจวเจียอี้กล่าว ก่อนหลิวอี้หลานจะเดินทางกลับไป
จากนั้น หยางฉ่าหยง หงชีเจียง แพ้เนียมกุ้น เมิ่งจี้เพ้ง และโจวเจียอี้ ต่างเดินเข้ามานั่งยังโต๊ะที่ยังหลงเหลืออยู่และไม่ได้ถูกทำลายไป จากนั้นหยางฉ่าหยง ได้กล่าวขึ้นมาว่า “เสี่ยวเอ้อ!”
แม้ภายในร้านจะพังเสียหาย ผู้คนที่นั่งอยู่จะหนีหายกันไปหมด แต่บริกรของโรงเตี๊ยมก็ยังคงอยู่ไม่ได้หนีไปไหน เสี่ยวเอ้อเดินออกมาด้วยความเกรงกลัวเพื่อเข้ามาต้อนรับจอมยุทธ์ทั้งห้า
โจวเจียอี้รินสุราใส่จอกให้แก่ทั้งสี่ก่อนจะรินให้ตัวเอง ทั้งห้าคนร่วมดื่มให้แก่มิตรภาพที่กำลังจะเกิด โจวเจียอี้กล่าวว่า “ท่านผู้าุโ จากที่ข้าดูพวกท่านต่อสู้กันแล้วก็ได้รู้ว่าวรยุทธ์ของพวกท่านสูงส่งกันมาก ถ้าหากว่าข้าเดาไม่ผิดท่านจอมยุทธ์ที่ใช้พัดท่านคือผู้คุมกฎทิศตะวันออกหยางฉ่าหยงใช่หรือไม่”
“มิผิด เ้าเดามิผิด ข้านี่แหละหยางฉ่าหยง” หยางฉ่าหยงกล่าว
“ส่วนท่านที่ใช้วิชาดรรชนี ท่านคือผู้คุมกฎทิศใต้หงชีเจียง ใช่หรือไม่” โจวเจียอี้ถามต่อ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้านี่แหละ หงชีเจียง ผู้เป็หนึ่งในใต้หล้า” หงชีเจียงพูด
“ส่วนท่าน ผู้มีความสุขกับการต่อสู้ ท่านคือผู้คุมกฎทิศเหนือ แพ้เนียมกุ้นใช่หรือไม่” โจวเจียอี้ถามต่อ
“ข้าชื่อแพ้เนียมกุ้น เ้าล่ะพร้อมพ่ายแพ้ให้ข้ารึยัง จะต่อตอนนี้เลยก็ย่อมได้” แพ้เนียมกุ้นตอบ
“วันนี้ข้าน้อยเพียงแค่อยากรู้จักพวกท่านเท่านั้นยังไม่อยากต่อสู้ใดๆ” โจวเจียอี้กล่าว ก่อนจะหันหน้ามามองสตรีเพียงหนึ่งเดียวในวงนี้ แม่นางผู้นี้ดูไปแล้วก็มีอายุห่างจากเขาไม่มากนักแถมหน้าตาของนางยังคงงดงามอีกด้วย โจวเจียอี้จึงถามด้วยอาการประหม่าว่า “แม่นาง ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าท่านมีนามว่าอะไร ต้องขออภัยด้วย”
“ไม่เป็ไรหรอก มันไม่ใช่ความผิดของเ้าที่เ้าจะไม่รู้ ข้าชื่อเมิ่งจี้เพ้ง เป็ลูกศิษย์เพียงคนเดียวของอาจารย์หงชีเจียง อายุเพียงยี่สิบสาม ไม่รู้ว่าจะเป็พี่หรือไม่น้องเ้า” เมิ่งจี้เพ้งพูด
“จี้เจี่ยเจีย ข้าน้อยโจวเจียอี้เป็น้อง” โจวเจียอี้กล่าว
“เจอกันวันแรกเ้าก็เรียกข้าว่าเจี่ยเจีย (พี่สาว) คิดว่าข้าจะอยากเป็เจี่ยเจียของเ้างั้นหรือ” เมิ่งจี้เพ้งพูด
“ข้าน้อยขออภัย” โจวเจียอี้พูด
“ข้าแค่หยอกเ้าเล่น เ้าจะเรียกข้าอย่างไรก็เรียกไปเถิด” เมิ่งจี้เพ้งพูด
จากนั้นหยางฉ่าหยงก็กล่าวขึ้นมาว่า “เมื่อบุตรของโจวเจียอี้น้องรักของพวกเราอยู่ที่นี่ทั้งที เ้าสนใจจะร่วมพรรคเปลวอัคคีของพวกเราหรือไม่ จะได้เดินทางไปที่เขาอัคนีพร้อมกัน”
“แน่นอน ข้าต้องร่วม อาจารย์ของข้ากล่าวว่า พรรคเปลวอัคคีเป็พรรคที่มีความยิ่งใหญ่มากในยุทธภพ” โจวเจียอี้พูด
“อาจารย์ของเ้าบอก อาจารย์ของเ้าชื่อว่าอะไร” หยางฉ่าหยงถาม
“ท่านกล่าวไว้ว่าไม่ให้บอกแก่ผู้ใด แต่ข้ามั่นใจว่าต้องเป็บุคคลที่ทุกท่านรู้จักอย่างแน่นอน ข้าว่าข้ามีโอกาสได้แสดงวรยุทธ์ พวกท่านจะต้องสิ้นสงสัยอย่างแน่นอน” โจวเจียอี้ตอบ
“พวกข้าล่ะอยากจะเห็นวรยุทธ์ของเ้าซะจริงๆ” หงชีเจียงพูด ก่อนจะกล่าวต่อว่า “อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า สำนักหยางชงกำลังจะมีพิธีใหญ่ แล้วเชิญทุกสำนักใหญ่ในยุทธจักรไปร่วมด้วย ข้าอยากให้เ้าไปด้วยจริงๆ”
โจวเจียอี้ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ก็มีคนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาว่า “นี่มัน…นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่า…หรือว่า จ้าวเล่อจินจะบุกมาที่นี่”
เมื่อโจวเจียอี้ได้ยินชื่อจ้าวเล่อจินก็ลุกขึ้นทันที และเดินตรงเข้าไปหาชายคนนั้น และถามเขาว่า “เมื่อสักครู่ท่านพูดถึงจ้าวเล่อจิน ท่านพูดถึงนางทำไม”
“จอมยุทธ์หนุ่ม ท่านไม่รู้เื่เลยหรอ เมื่อไม่กี่วันก่อนนางปีศาจจ้าวเล่อจิน บุกไปถล่มบ้านสกุลหวังจนหมดสิ้น หวังหยั่งซือผู้นำตระกูลก็ถูกนางสังหารอย่างโเี้ ได้ข่าวว่านางจะเดินทางมาที่นี่ ท่านเองก็จงระวังตัวไว้เถอะ” ชายผู้นั้นกล่าวก่อนจะวิ่งออกจากโรงเตี๊ยมไป
เสียงตบโต๊ะดังมาจากแพ้เนียมกุ้น ก่อนเขาจะกล่าวว่า “จ้าวเล่อจิน ธิดาของจ้าวจินไห่ บุกมาสำแดงเดชถึงที่นี่ช่างไม่เกรงใจแพ้เนียมกุ้นผู้นี้เอาซะเลย”
“แพ้เนียมกุ้น เ้าทำเป็พูดดี ไม่ใช่เพราะเ้าเอาแต่เล่นสนุกไปวันๆ งั้นหรอ พวกพรรคโลหิตดำถึงผงาดในแดนเหนือได้ถึงขนาดนี้” หงชีเจียงพูด
“ท่านผู้าุโ ข้ามีเื่จะต้องขอสะสางก่อน เมื่อเสร็จแล้วจะรีบเดินทางไปยังเข้าอัคนีทันที” โจวเจียอี้พูด
“จัดการธุระของเ้าให้เสร็จ แล้วค่อยเดินทางตามพวกเรามา” หยางฉ่าหยงกล่าว ก่อนโจวเจียอี้จะเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมไป