ยังรออยู่
หลังจากที่เยว่ซินนอนคิดเรื่องของชงหยวนมาทั้งคืนสุดท้ายก็ได้ความว่าตนเองนั้นก็อยากเจอหน้าอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อยดังนั้นเมื่อวันต่อมานางจึงให้น้องชายนำทางไปเจอกับคู่หมั้นตั้งแต่วัยเด็กของตนที่ทำงานอยู่โรงหมอทันที
“ท่านพี่จะแต่งงานกับเขาไหม”เยว่สือที่นำทางพี่สาวไปยังโรงหมอเอ่ยถามออกมาเขาไม่รู้ว่าพี่สาวคิดยังไงกับอีกฝ่ายเพราะไม่เห็นนางเอ่ยถึงเรื่องนี้แต่อย่างไร
“เรื่องนั้นพี่จะตอบได้อย่างไรกัน”นางตอบน้องชายออกมา จะให้นางที่เป็นหญิงมาบอกก่อนได้อย่างไรว่าจะแต่งงานกับเขาหรือไม่แล้วไม่รู้ว่าพอเจอกันอีกครั้งเขาจะรู้สึกอย่างไรกับนาง
“ก็ท่านทั้งสองเหอะ” เยว่สือถอนหายใจออกมาไม่ถามต่อ ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่แล้วกัน เขาที่เด็กกว่าไม่กี่ปีก็ขอเป็นเด็กก่อนแล้วกันในเรื่องนี้
เดินทางไม่นานนักก็ถือหน้าโรงหมอเยว่สือเดินนำพี่สาวเข้าไปด้านในทันที
“ข้ามาหาหมอที่ชื่อชงหยวนขอรับ”เขาเดินเข้าไปถามหาคนกับเจ้าหน้าที่ที่รับคนป่วยอยู่ด้านหน้าทันที
“แล้วให้ข้าแจ้งแก่หมอชงว่าอย่างไรเจ้าคะ”เจ้าหน้าที่สาวเอ่ยถามออกมาอย่างนอบน้อม นางปฏิบัติกับคนป่วยและญาติผู้ป่วยดีเสมอตอนนี้ก็เช่นกัน
“บอกว่ากวงเยว่ซินมาขอพบขอรับ”เยว่สือเอ่ยบอกออก นางผู้ที่รับทราบจึงเดินหายเข้าไปด้านหลังทันที ส่วนสองพี่น้องก็มานั่งกันอยู่ตรงม้านั่งด้านข้างที่จัดไว้สำหรับญาติผู้ป่วยก่อน
เจ้าหน้าที่สาวที่เดินเข้าไปแจ้งแก่ชงหยวนเมื่อเขาทราบว่าใครมาหาจึงรีบเอ่ยขอเวลากับหมออาวุโสที่เขาเป็นผู้ช่วยแล้วออกมาหาเยว่ซินทันทีแค่เขาได้ยินชื่อนี้ก็ทำให้หัวใจที่เต้นปกติมาตลอดนั้นเต้นรัวแรงขึ้นจนต้องจับหน้าอกไว้ทีเดียวในตอนแรกก่อนที่มันจะเบาลงเป็นปกติ
“เยว่ซิน”ชงหยวนที่รีบก้าวเดินออกกมายังด้านนอก มองเห็นสองคนเด็กชายและหญิงสาวนั่งคอยอยู่ตรงม้านั่งเสียงที่เขาเปล่งมามันแผ่วเบา แต่หัวใจกลับเต้นแรงยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีกเขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ด้านเยว่ซินที่เห็นชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามานางก็อดจะลุกขึ้นยืนไมได้ จากที่คิดว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ตอนนี้กลับมีความรู้สึกต่างๆ ที่ถาถมเข้ามา ทั้งดีใจที่ได้เจอเบาใจที่เขายังมีชีวิตที่ดี รู้สึกสงสารที่เขาโดดเดี่ยวแต่ที่เด่นชัดเข้ามาในหัวใจนาวนั้นคือความรู้สึกที่อุ่นใจ นางรู้สึกอุ่นใจเหมือนว่าได้กลับบ้านได้เห็นอีกหนึ่งคนที่เป็นเหมือนครอบครัวยังสุขสบายดีแค่นี้นางก็เป็นสุขแล้ว
“ชงหยวน”เยว่ซินก็เอ่ยเสียงเบาออกมาเช่นกัน ชายหนุ่มที่ไม่ได้เจอหน้าคาดตามาหลายปีตอนนี้กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วหน้าตาที่ยังมีเค้าเดิมอยู่หลายส่วนแต่ก็เปลี่ยนไปมากเมื่อเติบโตขึ้นเขายังเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาคนหนึ่ง ด้วยหุ่นที่กำยำเกินกว่าหมอทั่วไปเพราะเดินทางบ่อยสีผิวที่คล้ำแดดเล็กน้อยนี้ไม่ได้ทำให้เขาดูหม่นหมองลงเลยกลับกันมันทำให้เขาดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก ขนาดว่าแค่ทำงานที่โรงหมอแห่งนี้ไม่นานก็มีลูกค้าหรือคนป่วยทั้งสาวและไม่สาวมาให้ตรวจกันไม่หวาดไม่ไหว
“ข้าว่าเราไปนั่งคุยกันที่โรงเตี้ยมใกล้ๆนี้ดีกว่าขอรับ” เยว่สือเสนอออกมาเพราะคุยกันที่นี่ดูเหมือนจะค่อยสะดวกเท่าไหร่
โรงเตี้ยมที่ด้านล่างเปิดเป็นร้านอาหารไม่ไกลจากโรงหมอเท่าไหร่โต๊ะหนึ่งถูกจับจองโดยเยว่สือที่นั่งจิบชากับขนมเล็กๆ น้อยๆส่วนอีกโต๊ะที่มีความเป็นส่วนตัวอยู่บ้างมีชายหนุ่มและหญิงสาวนั่งจ้องหน้ากันอยู่สักพักแล้วตั้งแต่เข้ามา
“เอ่อ/เจ้า” พอจะเอ่ยก็กลับเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันเสียนี่
“เจ้าเอ่อ ท่านพูดก่อนเถอะเจ้าค่ะ” เยว่ซินเอ่ยบอกออกมาไม่ได้เจอะเจอกันนางนางไม่รู้จะเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างไรดีจะเรียกขานอย่างไรก็ดูขัดไปเสียหมด
“เจ้าเอ่ยกับข้าเหมือนเดิมเถอะ”ชงหยวนบอกออกมา เพราะดูแล้วนางก็ประหม่าอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกับตนเอง
“อะอืม”
“ไม่เจอกันหลายปีเจ้าสบายดีนะ” ชงหยวนเอ่ยถามออกมาพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้เขาอยากให้นางผ่อนคลายลงบ้าง เพราะดูนางจะเกรงๆ กับเขาอยู่พอสมควร
“อืมสบายดี แล้วเจ้าข้าเสียใจด้วยนะเรื่องท่านปู่” เยว่ซินเอ่ยออกมายิ้มๆก่อนจะตามด้วยเสียงเศร้าในท้ายประโยค
“ขอบใจนะเจ้าก็เช่นกันข้าเสียใจด้วยด้วยเรื่องท่านปู่กับท่านย่า”ชงหยวนก็ไม่ต่างเอ่ยออกมาด้วยเสียงเศร้า
“อืมขอบใจเจ้ามาก อย่างไรเสียเรื่องก็ผ่านมานานแล้วว่าแต่เจ้าเถอะคงลำบากแย่ตั้งแต่นั้นมา” เยว่ซินเอ่ยถามไถ่ถึงชีวิตที่ผ่านมาของเขา
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”ชงหยวนเอ่ยออกมาด้วยเสียงสบายๆถึงแม้ว่าคนอื่นจะมองว่าชีวิตเขาช่างรันทดขาดเสาหลักแต่สำหรับเขาถึงแม้จะเสียใจมาก แต่ก็ต้องกลับมายืนให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากติดตามผู้เป็นปู่มาแต่เด็กจึงพบเห็นการเกิดการตายมามากเขาจึงปล่อยวางได้เร็วหลังจากนั้นก็จึงยึดเอาวิชาการแพทย์ที่ได้เรียนรู้จากปู่มาเป็นอาชีพต่อแล้วเดินทางกลับมาหญิงสาวที่หมู่บ้านจริงๆ แล้วก่อนที่ปู่เขาจะเสียก็พูดคุยกับเขาว่าก็จะเดินทางพาเขากลับมาสู่ขอเยว่ซินให้กับเขาเช่นกันแต่กลับเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นมาก่อนเรื่องถึงได้ต่างออกไป และพอเขามาถึงหมู่บ้านแล้วยังได้ข่าวว่าสองพี่น้องก็ถูกรับเลี้ยงจากเศรษฐีในเมืองหลวงหลังจากที่ย่าของพวกเขาเสียไปซึ่งเหตุนี้แล้วเขาจึงตัดสินใจมาหางานต่อที่นี่ด้วยหวังว่าจะมีโชคชะตาได้เจอกับนางผู้เป็นคู่หมั้นอีกสักครั้งส่วนเรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไรก็คงแล้วแต่อีกฝ่ายว่าจะรับเขาได้หรือไม่
“ข้าดีใจด้วยนะที่เจ้าได้ทำงานที่ตนรัก” เยว่ซินเอ่ยออกมา นางรู้ดีว่าเขานั้นชื่นชอบการรักษาผู้คนไม่ต่างจากผู้เป็นปู่เห็นแบบนี้เขาก็คงจะหายเศร้าไปได้มาก
“ใช่แล้วล่ะเวลาเห็นคนที่ข้ารักษาหายดี ข้าดีใจอย่างมากและยังรู้สึกว่าท่านปู่ได้ชมข้าอยู่ใกล้ๆด้วย” ชงหยวนตอบอีกฝ่ายออกมาด้วยเสียงอ่อนโยน
“ดีแล้วล่ะข้าก็เช่นกัน ยังเก็บพวกท่านไว้ในใจเสมอ” เยว่ซินก็รู้สึกไปต่างกับอีกฝ่ายนัก
“เจ้ากับน้องชายอยู่ที่นี่คงมีความสุขดีนะ”
“อืมพวกท่านดูแลพวกข้าเป็นอย่างดีไม่ต่างจากท่ายย่าเลยล่ะ ชีวิตนี้ข้าจึงอยากตอบแทนพวกท่านให้ได้มากที่สุด”เยว่ซินเอ่ยออกมาเมื่อนึกไปถึงครอบครัวเจี้ยนเฉิงก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้
“เป็นเช่นนั้นแล้วเจ้ายัง” ชงหยวนอยากจะเอ่ยถามเรื่องของพวกเขาออกมาหลังจากถามไถ่เรื่องต่างๆมาพอสมควร ไม่ใช่ว่าเขารีบร้อนแต่อย่างไร แต่เขาเพียงอยากทำเรื่องให้มันชัดเจนเท่านั้น
“ยังอะไรรึ”
“ยังรอข้าอยู่หรือไม่”ชงหยวนตัดจินใจหลับตาไม่มองอีกฝ่ายถามออกมาทันที เขาไม่กล้าจะมองอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
“เรื่องนั้น”เยว่ซินที่เจอถามออกมาอย่างนี้ นางก็ชงักไปเหมือนกัน เขาถามผู้หญิงออกมาตรงๆอย่างนี้ได้อย่างไรกันนะ นางก็ตั้งรับไม่ทันเช่นกันกับคำถามนี้
“ว่าอย่างไรรึเจ้าตอบออกมาตรงๆ ไม่ต้องสงสารข้าหรอกนะ” ชงหยวนบอกอีกฝ่ายออกมา เขาอยากจะรู้จริงๆถ้านางบอกว่าไม่แล้วเขาจะได้ตัดใจจากนางเสียไม่ปล่อยให้เรื่องมันยืดเยื้อจนชีวิตยึดติดกับฝ่ายนานจนเกินไป
“เอ่ออืม” เยว่ซินเอ่ยออกมาเสียงเบา นางก็เขินอายเป็นเหมือนกันนะ
“เจ้าว่าเช่นไรนะ”
“อืมข้ายังรอเจ้า”เยว่ซินเอ่ยเสียงเบาแต่ก็ดังกว่าเดิมเล็กน้อยทำให้อีกฝ่ายที่ตั้งใจฟังนางนั้นยกยิ้มกว้างออกมาทันทีถ้าทำได้เขาอยากจะกระโดดข้ามโต๊ะไปกอดนางแรงๆสักครั้งให้สมกับความดีใจและโหยหานางตลอดมา
“จริงนะเจ้าพูดจริงๆ นะ” ชงหยวนถามออกมาเสียงดัง เขาอยากจะมั่นใจว่าเมื่อครู่ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองไป
“เบาๆหน่อยสิ” เยว่ซิยได้แต่หันไปขอโทษโต๊ะอื่นๆ ที่มองมาตามเสียงก่อนจะหันกลับมาตักเตือนเขา
“ก็ข้าดีใจแล้วมื่อครู่เข้าบอกว่ายังรอข้าจริงใช่ไหม” เขายังไม่หยุดถามนางออกมาเมื่อตอนแรกยังไม่รู้จะพูดอะไรกับนางอยู่เลย ตอนนี้กลายเป็นคนพูดมากไปเสียแล้ว
“ถ้าเจ้าไม่หยุดข้าจะบอกว่าไม่แล้วนะ” เยว่ซินเอ่ยขู่อีกฝ่ายออกมา
“หยุดแล้วๆก็ข้าดีใจ”ชายหนุ่มที่ตอบเสียงเศร้าแต่หน้าตากลับเบิกบานที่สุดที่จะทำได้ออกมาซะงั้น