เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ภาค 2 ตอนที่ 7 การแสดงที่สมจริง

    ผมตื่นขึ้นมาอยู่ในท่าโอบกอดร่างของจัสมินเอาไว้แนบแน่นพร้อมกับมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งโอบกอดผมมาอีกทีจากด้านหลังเธอคนนั้นก็คืออาเธน่าที่ตอนนี้ส่วนสูงกลับมาอยู่ที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสองเซนติเมตรแล้ว ผมตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะอาเธน่าไม่น่าจะเป็นคนที่มากอดผมก่อนอยู่แล้วและตอนนี้สภาพของเธอก็เปลือยเปล่า
    ผมก็ได้รีบนึกย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เดี๋ยวนะมันจะมีช่วงหนึ่งที่หลังจากที่ผมกับจัสมินหลับใหลกันไปแล้ว อาเธน่าที่กลายเป็นดักแด้ไปตอนนั้นก็ตื่นขึ้นมาในร่างที่ส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรพร้อมกับการวิวัฒนาการไปหลายอย่างความสามารถเพิ่มขึ้นมามากมายบางทีตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเข้าขั้นโกงไม่ต่างจากผมแล้ว
    รู้สึกเหมือนตอนนั้นผมกำลังหลับอยู่แล้วอาเธน่าพยายามที่จะปลุกผมให้ตื่นขึ้นมา และที่น่าตกใจผมเองก็ไม่รู้ว่าอาเธน่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่เพราะดันไปปลุกผมขึ้นมาพร้อมกับพลังแวมไพร์ที่ตื่นขึ้นมาของผมด้วย อารมณ์ความรู้สึกมากมายก็กลายเป็นปะทุขึ้นถึงขีดสุดจนทะลุเพดานไป
    อาเธน่าที่ทำอะไรไม่ถูกเพราะว่าไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแทนที่ผมจะหันความสนใจไปที่จัสมินที่นอนกอดกันกับผมอยู่นั้นกลับเปลี่ยนเป้าหมายมาที่อาเธน่าแทน ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงในสถานการณ์นี้ดีเธอพยายามที่จะหลบหนีออกไปก่อนรอให้อารมณ์ความรู้สึกของผมคงที่
    แต่ไม่ทันที่จะได้ขยับเคลื่อนไหวร่างกายของตนเองอาเธน่าก็ถูกเส้นสายโลหิตมากมายพันรัดรอบตัวเอาไว้จากนั้นก็นำมาส่งมอบให้กับผมไม่ต่างจากราชาของอาณาจักรหนึ่งมอบเจ้าหญิงซึ่งก็คือบุตรสาวของตนเองให้กับจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างเต็มใจ
    (ทำไมถึงเปรียบเป็นเจ้าหญิงนั่นก็เพราะอาเธน่านับว่าเป็นส่วนหนึ่งในสายโลหิตแวมไพร์ของโรเบิร์ตอยู่แล้วแต่เพราะอยู่ดีๆก็จะจับอาเธน่ามามอบให้โรเบิร์ตที่แต่แรกก็ไม่ได้มองอาเธน่าเป็นอย่างอื่นนอกจากผู้ช่วยคนสำคัญ )
    ในเมื่ออ้อยเข้าปากช้างไปแล้วเรื่องอะไรที่ตัวผมในตอนที่ถูกปลุกกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกจะไม่ทำเรื่องแบบนั้นกันละ อาเธน่าก็ถูกผมกดลงจากนั้นก็เริ่มร่วมรักในทันที ผมกับอาเธน่าทำแบบนั้นกันไปกว่าสามชั่วโมงจนกระทั่งร่างกายถึงขีดจำกัดสูงสุดจึงได้หยุดลงส่วนตัวผมก็กลับไปหลับใหลตามเดิม ทิ้งไว้ให้อาเธน่านอนอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้สุดๆร่างกายของเธอเต็มไปด้วยของเหลวสีขาวขุ่นที่เต็มไปทั่วทั้งตัวไม่ว่าจะที่ไหนๆตามร่างกายก็ตาม

    เดิมทีแล้วตัวเธอเองก็ไม่น่าจะมีอารมณ์ความรู้สึกด้านนี้ได้แต่หลังจากที่โดนผมทำแบบนั้นไป มันไม่ใช่ไม่มี อารมณ์ความรู้สึกมันกลับถูกปลุกขึ้นพร้อมกับตอบสนองต่อตัวของผมอย่างเต็มที่ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของเธอแสดงถึงความสุขแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อนจนสายตาที่มองผมเปลี่ยนไป
    และนั่นก็คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เอ่อ...คือว่า จะบอกว่าผมไม่ผิดก็คงไม่ได้เพราะไม่ว่ายังไงพลังแวมไพร์มันก็คือพลังของผมอยู่ดีและผมก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดเพราะฉะนั้นอาเธน่าจะไม่ใช่ผู้ช่วยของผมอีกต่อไปแต่จะกลายเป็นภรรยาของผมแทน
    “หืม! มะ...มาสเตอร์ ตะ...ตื่นแล้วเหรอ”
    ท่าทางกระอักกระอ่วนของอาเธน่าที่ไม่รู้จะอธิบายอะไรยังไงเพราะตอนนี้ตัวเธอกำลังกอดผมอย่างแนบแน่นอยู่นั่นเองทำให้เธอคิดที่จะพยายามดึงมือกลับไปและลบเรื่องราวเมื่อคืนออกไปทั้งหมด กลับไปเป็นแบบเดิมที่เคยเป็น แต่มีเหรอที่ผมจะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ว่าจะด้วยความรักหรือความรับผิดชอบก็ตามแต่
    เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้หญิงมีความรักในตัวของผมแล้วเรื่องอะไรที่ผมต้องปฏิเสธด้วยละ ผมไม่ได้ตกลงแบบนี้ทุกคนอยู่แล้วแน่นอนว่านิสัยของอาเธน่ามันก็ยังอยู่ในความชอบของผมอยู่แล้วด้วย เรื่องอะไรที่ต้องปล่อยผ่านเธอไปแบบนั้น
    ผมปล่อยจากโอบกอดของจัสมินที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติราวกับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีวันไหนที่เธอจะสามารถหลับได้อย่างสนิทและสบายใจเท่าวันนี้อีก ผมหมุนตัวกลับมาโอบกอดอาเธน่าแทน ทำให้เธอตกตะลึงไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าของเธอจะแดงระเรื่อขึ้นมา
    “ไม่ได้นะ มะ...มาสเตอร์ นายจะทำแบบนี้ไม่ได้ เดิมทีฉันก็เป็นส่วนหนึ่งของนายอยู่แล้ว”
    ผมเปลี่ยนวิธีการพูดให้มันอ่อนโยนยิ่งขึ้น
    “ทำไมจะไม่ได้ละ เพราะว่าคุณเป็นภูติประจำตัวของผม? เพราะว่าเกิดมาจากสายเลือดแวมไพร์ของผม? หรือจะเป็นเพราะคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมีความรักได้? ผมขอถามคุณหน่อยว่าใครมันเป็นคนตัดสินใจเรื่องแบบนั้นขึ้นมา”
    “เอ่อ.....”
    อาเธน่าไม่รู้จะตอบอะไรกลับมาอีกมันเป็นเรื่องจริงที่ว่าไม่มีกฎข้อห้ามหรือมีใครบอกห้ามอะไรไว้ มันไม่มีเลย ตัวเธอเองก็สามารถมีความรักได้ด้วยเหรอ มันทำได้จริงเหรอเรื่องแบบนั้น
    “จากนี้ไปไม่ต้องเรียกผมว่ามาสเตอร์อีกต่อไปให้เรียกผมด้วยชื่อของผมนั่นแหละ สถานะของคุณเองก็ไม่ได้ต่างไปจากภรรยาคนอื่นๆของผมเพราะฉะนั้นต่อจากนี้อาเธน่าที่เป็นภูติประจำตัวของผมจะไม่มีอีกต่อไปแต่จะเป็นอาเธน่าที่เป็นภรรยาของผมแทน”
    “ฉันสามารถทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ”
    “ได้สิ”
    “ฉันสามารถที่จะเป็นภรรยาของนายได้ด้วยเหรอ”
    “ใช่แล้ว เรื่องนั้นผมตัดสินใจไปแล้ว”
    “แต่...แต่ว่า”
    “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ผมได้บอกกับคุณว่าทำได้และก็ยอมรับมันด้วยความรักที่ผมมี ไม่ต้องคิดมากอีกแล้วอาเธน่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นภรรยาของผมแล้ว”
    หยาดน้ำตาแห่งความสุขของอาเธน่าก็ไหลออกมาความรู้สึกแบบนี้ สัมผัสแบบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เธอต้องการมาโดยตลอดและวันนี้ก็เป็นจริงแล้ว จากนั้นผมกับอาเธน่าก็ประกบริมฝีปากปล่อยให้รสจูบที่สุดแสนจะโรแมนติกดำเนินไปอย่างช้าๆ
    ..........
    ส่วนข้างนอกในตอนนี้ไอวี่ก็จ้องมองที่เซียนน่าไม่คาดสายตานั่นก็เป็นเพราะเซียนน่าได้ใช้อาวุธลับของตนเองออกมาจ่อที่คอของไอวี่เพื่อพยายามเค้นให้ไอวี่พูดอะไรออกมา
    “นายนั่นมันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้ทำให้ฉันมีความรู้สึกแบบนี้ ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”
    “ฮ่า ฮ่า .....”
    ไอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความเพลิดเพลินไปกับความทรมานของเซียนน่า
    “มันน่าตลกมากนักรึยังไง ตอบมาซะไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าเธอซะฉันไม่สนใจแผนการบ้าบอนั่นอีกแล้ว”
    “เฮ้อ น่าสงสารจริงๆสาวน้อยผู้หลงมัวเมาในรักแรกและก็ยังเป็นรักที่มอบหัวใจให้ไปแล้ว เธอแน่ใจเหรอว่าตัดขาดจากเขาไปได้ขนาดฉันเองที่มีวุฒิภาวะมากกว่าเธอและอยู่มากนานจนไม่มีความรู้สึกรักๆใคร่ๆอีกยังไม่กล้าที่จะปฏิเสธเลยเพราะถ้าฉันเกิดปฏิเสธมันขึ้นมาฉันมั่นใจได้เลยว่าฉันต้องขาดใจตายไปตรงนั้นแน่ๆ ทำไมเธอที่อยู่มาก็นานพอสมควรแล้วยังไม่เข้าใจอีกละ หนูเซียนน่า”
    เซียนน่าที่ถูกไอวี่พูดใส่พร้อมกับเรียกว่า “หนู” ถึงกับเดือดดาลขึ้นมา
    “ฉันจะฆ่าเธอแล้วฆ่านายนั่นไปด้วยแค่นี้ความรู้สึกแบบนี้ก็จะหายไปแล้ว”
    “น่าเสียดายที่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ นี่เธอไม่ได้สังเกตรึยังไงว่าตั้งแต่ต้นฉันจัดฉากมันขึ้นมา จริงสิในฐานะที่ฉันกับเธอก็มีศักดิ์เป็นภรรยาเทียบเท่ากัน ฉันจะบอกอะไรบางอย่างให้ฟังอย่างชัดเจนเลยนะว่า ฉันรู้ทุกการเคลื่อนไหวกลุ่มของเธอทั้งหมดนั่นแหละแต่ที่ฉันไม่ทำอะไรเลยนั่นก็เพราะฉันไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับใครนอกจากโรเบิร์ตคนเดียวแค่ปกป้องเขาได้ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายเรื่องอื่นอีก”
    เซียนน่าเธอรับรู้ได้ผ่านสิ่งที่ไอวี่สื่อมาทุกอย่างทำให้เธอเบิกตากว้างเพราะทุกเรื่องที่ไอวี่พูดมานั้นเป็นความจริงทั้งหมด ทำไมเธอถึงได้มั่นใจขนาดนั้นละว่าไอวี่ไม่ได้โกหก ด้วยสัมผัสพิเศษพร้อมกับความสามารถของตัวเซียนน่าที่โดดเด่นในด้านการตรวจจับและการใช้จิตวิทยาอยู่แล้วทำให้เธอเข้าใจได้ถึงสิ่งที่คนพูดออกมาว่าเป็นความจริงหรือความเท็จ
    “แล้วทำไมตอนนั้นเธอถึงได้บาดเจ็บสาหัสละ ถ้าเธอบอกว่าการโจมตีของฉันไม่ได้ผลก็คงเป็นไปไม่ได้”
    “ว่าแล้วเชียวโลกของเด็กน้อยแบบเธอนี่มันแคบจริงๆ ถ้าไม่แสดงให้สมจริงแล้วเธอจะติดกับดักแล้วถูกจับเข้ามาในตัวของโรเบิร์ตเหรอ อย่าได้ทำอะไรโง่ๆเลยเซียนน่าต่อจากนี้มาญาติดีกันไว้เถอะในฐานะคนที่มีนิสัยและการกระทำเหมือนๆกัน ฉันกับเธอก็ชอบเสียงนั่นเหมือนไม่ใช่เหรอ”
    “เสียงนั่น เสียง.....!!!”
    เซียนน่าถึงกับถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ บุคคลที่อยู่ตรงหน้าของเธอน่ากลัวเกินไปแล้ว
    “อย่ามองฉันแบบนั้นดีกว่านะเพราะฉันไม่ชอบ อย่าได้ทำตัวเหมือนผู้หญิงน่ารังเกียจที่ตีสองหน้าคนนั้นเลย ฉันเห็นแล้วอยากจะจับมาทรมานให้ตายทั้งเป็น”
    แน่นอนว่าผู้หญิงที่ไอวี่พูดถึงก็คืออิซาเบลล่าที่มีเพียงแค่ไอวี่เท่านั้นที่รู้จักตัวจริงของอิซาเบลล่าหมดเปลือก
    “ใคร?”
    “พวกเธอเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ พูดไปแบบนี้อาจจะไม่ชัดเจน”
    ไอวี่หยิบภาพฉายขึ้นมาก่อนจะเปิดให้เซียนน่าดู ในภาพฉายนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้ากลุ่มคนที่สวมชุดสีดำที่มีเอกลักษณ์และที่มีสัญลักษณ์แปลกๆอยู่บนเสื้อของแต่ละคนบ่งบอกถึงฐานะ คนพวกนั้นคือคนที่อยู่เบื้องหลังการทำลายโลก ผู้หญิงคนนั้นที่เห็นในภาพฉายก็คืออิซาเบลล่านั่นเองเธอถือหอกเล่มหนึ่งขึ้นมาก่อนที่จะขว้างลงไปยังโลกทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนั้นขึ้นมา
    “นั่นมัน อิซาเบลล่าเธอไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงยังมีกลุ่มพวกน่ารังเกียจนั่นอีก”
    เซียนน่าก้มหน้าลงไปพร้อมกับความคิดมากมายภายในหัวที่ขัดแย้งกันไปหมด
    “เซียนน่าเธอก็คิดเอาไว้ล่วงหน้าเลยก็ดีนะที่จะบอกเรื่องพวกนี้ให้โรเบิร์ตได้ฟัง เพราะถ้าแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ได้ใช้ทักษะนั่นออกมาแล้วละก็คงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
    เซียนน่าหลับตาลงก่อนที่จะละทิ้งความเป็นปฏิปักษ์กับไอวี่และโรเบิร์ตทิ้งไปให้หมด
    “ในเมื่อฉันเป็นคนของเขาแน่นอนฉันพร้อมบอกความจริงกับเขาได้ในทุกเมื่อแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้นแบบนี้ได้ใช่ไหม”
    “ไม่ต้องรอให้ถึงเวลานั้นหรอก แค่ขึ้นไปให้ถึงโลกชนชั้นที่สามได้ก็บอกเขาไปเถอะ เพราะฉันเกรงว่าเจ้าพวกโลกชนชั้นที่หนึ่งจะมาสร้างความลำบากใจให้กับโรเบิร์ตโดยเฉพาะเผ่าแวมไพร์ที่เป็นพวกเล่ห์เหลี่ยมจัดกันอยู่แล้ว”
    “เอาแบบนั้นก็ได้ ว่าแต่เธอก็เถอะคิดจะแสดงละครอย่างที่เธอได้พูดมาถึงเมื่อไหร่กัน”
    “ก็ไม่รู้สิ ที่ฉันทำก็มีเหตุผลและโรเบิร์ตเขาก็เข้าใจฉันอยู่แล้วด้วยไม่มีเรื่องอะไรต้องกังวลไป”
    เซียนน่าก็ยื่นมือของตนเองออกไปเป็นลักษณะของการจับมือ ไอวี่เองก็ยื่นมือออกมาจับมือของเซียนน่าเอาไว้ก่อนที่ทั้งสองจะยิ้มออกมาให้กันและกัน
    “ฉัน เซียนน่า คอนแวนเดอร์ จากนี้ไปพวกเราสองคนก็มาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเถอะ”
    “ฉัน ไอวี่ ริฮานน่า ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นเช่นกัน”
    จากนั้นแผนการแสดงละครครั้งใหญ่ก็ได้ถูกวางแผนโดยไอวี่กับเซียนน่าขึ้นมาอีกฉากหนึ่ง..........
    . . .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน