ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 โอกาสดีที่หายาก

            เจินชิงฉุนจงใจอุบไว้จงใจไม่อธิบายทั้งหมด เขาทำเพียงสอนเพียงคร่าวๆไม่ได้พูดแต่ความหมายอันลึกซึ้งของอักษรยันต์จากกระถางเตาแห่งวิญญาณ

            ดังนั้นเจินชิงฉุนมั่นใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้คงไม่สามารถรวบรวมพลังหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณออกมาได้หรอกสุดท้ายแล้วอย่างไรก็ต้องคุกเข่าอ้อนวอนเขา พอถึงตอนนั้นเขาตั้งใจจะสั่งสอนหนุ่มน้อยคนนี้เอาให้หลาบจำสักหน่อย

            พอเจินชิงฉุนวาดฝันภาพผลลัพธ์ตามที่คาดว่าน่าจะเป็นใบหน้าอัปลักษณ์ของเขาก็ยิ้มบานแฉ่ง จากนั้นร่างของเขาก็กลายร่างเป็นพลังงานลอยเข้าไปอยู่ข้างในเจดีย์เล็ก เขารอคอยให้ถึงวันที่เด็กหนุ่มคนนั้นจะคุกเข่าขอร้องเขาอย่างใจจดใจจ่อ

            ในเขาหลังตู้เซ่าฝู่อยู่ในสภาวะทำสมาธิฝ่ามือของเขากวาดไปมาท่าทางเฉกเช่นกำลังรวบรวมพลังบางอย่างไว้ที่ฝ่ามือจากนั้นก็เริ่มมีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมาพร้อมกับคลื่นพลังที่แผ่ออกมาทว่าราวกับเจออุปสรรคบางอย่าง สุดท้ายอักษรยันต์ก็ติดขัดและแตะกระจายออก

            ตู้เซ่าฝู่ยังคงไม่ยอมแพ้ยังคงพยายามรวบรวมพลังต่อไป อักษรยันต์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆพลังฝ่ามือดึงอักษรยันต์ให้ไหลเวียนออกมาได้นานขึ้นเรื่อยๆ

            ในระหว่างนั้นหากเจินชิงฉุนตั้งใจดูทุกอากัปกิริยาขั้นตอนการศึกษาของเขาไม่รู้ว่าในใจของเขาจะรู้สึกอย่างไรเพราะทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคาดหวังไว้

            อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนหลับตาพักสายตานอนฟุบอยู่บนก้อนหินบริเวณใกล้ๆก้อนหนึ่ง มันคอยเปิดเปลือกตาเล็กน้อยมองตู้เซ่าฝู่อยู่เป็นระยะๆ จากนั้นก็ปิดตาสองข้างต่อไป

            เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ จากยามอรุณจนถึงยามโพล้เพล้ตู้เซ่าฝู่ยังคงพยายามรวบรวมพลังฝ่ามือหลังจากล้มเหลวไปทุกครั้งเขาก็จะทดลองรวบรวมใหม่ต่อไปเรื่อยๆทุ่มเทกับการฝึกอย่างหนัก

            เมื่อดวงอาทิตย์ใกล้ตกเกิดเป็นภาพลูกเพลิงก้อนใหญ่ที่ใกล้มอดดับเคลื่อนตัวลงผ่านยอดเขาไปแสงสีแสดที่สะท้อนลงมายังเขาหลังทำให้สีของสิ่งที่ถูกแสงยามเย็นมองเห็นเป็นสีแดงคล้ายสีของสนิมตะวันกำลังตกไปในทางทิศประจิม มันกำลังซ่อนตัวไปที่ปลายเส้นขอบฟ้า แสงสีแสดค่อยๆจางลงและหายไป

            “โครม!”

            เมื่อตะวันลับหายจากฟ้าไปความมืดก็เข้ามาปกคลุมภูเขา สุดท้ายในมือของตู้เซ่าฝู่ก็รวบรวมพลังฝ่ามือได้สำเร็จทันได้นั้นเอง รอบตัวเขาก็มีพลังอันดุดันพลุ่งพล่านออกมาอักษรยันต์เคลื่อนไหวเรียงตัวที่ด้านหน้าอย่างรวดเร็วสุดท้ายก็บีบอัดรวมตัวเป็นกระถางเตาใบหนึ่ง ไอร้อนแผ่ออกมาจากกระถางเตาอันนั้นมีอักษรยันต์เปล่งแสงกระโดดออกมาไม่หยุดพลังอานุภาพรุนแรงนี้ราวกับว่ามีคลื่นโถมออกมา

            กระถางเตาที่กำลังแผดเผาอย่างร้อนแรงใบนี้ดูเสมือนจริงน้อยกว่ากระถางเตาแห่งวิญญาณที่เจินชิงฉุนสร้างขึ้นมาพลังก็ดูอ่อนแอกว่ามาก อักษรยันต์ที่พุ่งออกมาก็ดูธรรมดากว่าไม่น้อยอักษรยันต์ที่กระโดดออกมาจากกระถางเตาดูไม่ขลังและแข็งแกร่งเช่นเจินชิงฉุนทว่าก็ยังคงมีแสงของพลังทั้งห้าธาตุสีขาว เขียว ดำ แดง เหลืองปรากฏอยู่และด้านบนของกระถางเตามีแสงสีทองอ่อนๆ พร้อมกับอักษรยันต์เปล่งด้วย

    ขณะนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ว่าพลังปราณที่อยู่ด้านในจุดเสินเชวี่ยและเส้นลมปราณของเขากำลังถูกกระถางเตาดูดไปด้านในกระถางเตาที่หลอมขึ้นมาราวกับเป็นอสุรกายที่มีความสามารถดูดพลังปราณโดยเฉพาะและพลังของมันสามารถสูบกินพลังจากทั้งตัวของเขาไปได้หมดเกลี้ยง

            “กระถางเตาแห่งวิญญาณ เจ้าหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณได้ เป็นไปได้อย่างไร!”

            ร่างเงาของเจินชิงฉุนลอยออกมาปรากฏอยู่ด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่ใบหน้าอ่อนเยาว์แต่อัปลักษณ์กำลังแสดงสีหน้าตกตะลึงเขาเบิ่งตาโตจนแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว ปากค้างจนหุบไม่ลงตู้เซ่าฝู่ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็สามารถหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณได้สิ่งที่ไม่คาดฝันกำลังปรากฏอยู่ในสายตาของเขาตอนนี้

            “พลังอักษรยันต์ห้าสีขาว เขียว ดำ แดง เหลือง เป็นไปได้อย่างไรข้าต้องตาฝาดไปแล้วแน่ๆ”

            จากนั้นเจินชิงฉุนก็กะพริบตาดูหลายๆครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ช่างอัศจรรย์เหลือเกินหากเหตุการณ์นี้ปรากฏในโลกภายนอก และเรื่องไปถึงหูของพวกปีศาจร้ายตัวฉกาจเข้าไม่รู้ว่าจะมีสร้างความหวาดหวั่นให้แก่ปีศาจร้ายมากแค่ไหนเรื่องนี้นับได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ

            “ปึง...”

            ทันใดนั้นกระถางเตาแห่งวิญญาณที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าตู้เซ่าฝู่ก็แตกสลายทำให้ร่างของเขาโซเซถอยหลังไปหลายเก้า สีหน้าของเขาซีดเผือด ในเวลาอันสั้นพลังปราณในร่างของเขาถูกสูบไปจนหมดจึงไม่สามารถประคองรักษาสถานภาพของกระถางเตาไว้ได้การสร้างกระถางเตานี้เหนื่อยยิ่งกว่าออกไปสู้รบครั้งใหญ่เสียอีก

            “เจ้าหนู แต่ก่อนเจ้าไม่เคยรวบรวมพลังสร้างกระถางเตาแห่งวิญญาณจริงหรือ?”

            เจินชิงฉุนยังคงจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งเขาไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่เคยหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณมาก่อน

            “ไม่เคย หรือว่าที่ข้าหลอมออกมาเมื่อครู่ถือว่ายังไม่สำเร็จหรือ?”

            ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยการหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณช่างยากจริงๆ ทำความเข้าใจมันยากเหลือเกิน

            เจินชิงฉุนมองตู้เซ่าฝู่อย่างเซ็งๆแม้ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อ ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของตู้เซ่าฝู่และจากการพิจารณาจากภาพรวมที่เกิดขึ้นแล้วเขาก็พอรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้โกหกเขาแน่นอน

            “ไม่ เจ้าหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณสำเร็จแล้วกระถางเตาแห่งวิญญาณที่เจ้าหลอมมีพลังยันต์ห้าธาตุทองไม้น้ำไฟดินครบถ้วนถือว่าเป็นกระถางเตาแห่งวิญญาณที่สมบูรณ์มากแล้ว”

            เจินชิงฉุนตอบไปอย่างเซ็งๆเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนที่ไม่รู้จะเลือกสรรคำแบบไหนมาพรรณนาดี บอกได้เลยว่าเป็นเจ้าเด็กพิลึกคนหนึ่งเป็นมนุษย์แท้ๆ แต่กลับสามารถฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองได้ทั้งยังสามารถหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณได้สำเร็จภายในเวลาหนึ่งวันและเป็นกระถางเตาแห่งวิญญาณที่มีห้าธาตุครบถ้วน หากไม่พิลึกจะว่าเขาว่าอย่างไรดี

            “สำเร็จแล้วหรือ ข้าคิดว่าจะล้มเหลวเสียอีก ต้องใช้เวลาเป็นวันๆกว่าจะสำเร็จ นี่ข้าไม่มีพรสวรรค์เลยใช่หรือไม่ตอนนั้นเจ้าใช้เวลานานแค่ไหนถึงหลอมออกมาได้สำเร็จต้องใช้เวลาสั้นกว่าข้าแน่เลยใช่หรือไม่” ตู้เซ่าฝู่ที่สีหน้ายังคงซีดจ้องมองมาที่เจินชิงฉุนด้วยสีหน้าเศร้าหมองและผิดหวัง

            “เจ้า!...”

            เจินชิงฉุนสะอึกพูดไม่ออกเขาควรตอบอย่างไรดี หรือว่าควรบอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไปว่าพวกหัวกะทิที่เคยฝึกกับเขาต้องให้เขาสอนอย่างใกล้ชิดโดยใช้เวลาเป็นเดือนๆถึงหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณได้สำเร็จอย่างนั้นหรือ
    เจินชิงฉุนรู้สึกโมโหอยากหยิบก้อนหินมาทุบหัวเจ้าเด็กหนุ่มกวนโอ๊ยที่ทำหน้าไร้เดียงสาอยู่ตอนนี้จริงๆเขารู้สึกเหมือนว่าเจ้าเด็กพิลึกคนนี้กำลังจงใจทำให้เขากระอักกระอ่วนใจ

            “เฮ้อ ข้ารู้ว่าข้าไม่ค่อยมีพรสวรรค์สำหรับการเป็นนักเวทยันต์สักเท่าไรทว่าในที่สุดก็ยังหลอม กระถางเตาแห่งวิญญาณออกมาได้สำเร็จอยู่ละนะ”

            เมื่อเห็นว่าเจินชิงฉุนนิ่งไม่ยอมตอบตู้เซ่าฝู่คิดไปว่าตัวเองมีคอยมีพรสวรรค์ในด้านนี้สักเท่าไรจากนั้นเอ่ยถามเจินชิงฉุนเบาๆ ไปว่า “เอ้อใช่ เมื่อครู่ที่เจ้าบอกข้าว่ากระถางเตาแห่งวิญญาณมีพลังยันต์ห้าธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดินเป็นกระถางเตาแห่งวิญญาณที่สมบูรณ์มาก นั่นหมายความว่าอะไร?”

            เมื่อเจินชิงฉุนได้ยินก็อยากถีบก้นเด็กบ้าคนนี้มากที่ทำให้เขารู้สู้หน้าชา อับอาย และอึดอัดใจขนาดนี้

            ทว่าเจินชิงฉุนรู้ว่าขณะนี้เขายังไม่สามารถทำได้หากต่อไปเขาฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติแล้ว จะเตะเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ให้หงายท้องไปเลยเขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดความโกรธเอาไว้ในใจมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย กล่าวว่า “นักเวทยันต์มีหลายประเภทวิถีการฝึกซับซ้อนกว่าการฝึกฌาน หากให้พูดลึกๆ สามารถแบ่งเป็นนักเวทยา นักเวทอาวุธนักเวทค่ายกล ชื่อของมันก็บอกไว้แล้ว นักเวทอาวุธเหมาะสมในการพัฒนาไปทางด้านการสกัดยานักเวทอาวุธเหมาะสมในการพัฒนาไปทางด้านการสร้างอาวุธ”

            “แล้วนักเวทค่ายกลล่ะ?” ตู้เซ่าฝู่รู้สึกประหลาดใจนึกไม่ถึงว่านักเวทยันต์จะยังมีแบ่งแยกมากมายขนาดนี้

            เจินชิงฉุนเหลือบไปมองพลันกล่าวไปต่อว่า “นักเวทค่ายกลสามารถสร้างค่ายกลยันต์ที่มีพลังอันซับซ้อนนักเวทค่ายกลมีจำนวนน้อยมาก และน้อยที่สุดในบรรดานักเวทยันต์ทุกประเภททุกคนยอมรับกันว่าเป็นประเภทของนักเวทยันต์ที่น่าเกรงกลัวที่สุดแล้ว”

            “ค่ายกลยันต์” ตู้เซ่าฝู่แววตาสุกใสเป็นประกายเรื่องนักเวทค่ายกลเขาเคยได้ยินบ้างนิดหน่อย รู้ว่าคือนักเวทยันต์ที่สามารถวางค่ายกลได้และมีความสามารถพอที่จะต่อกรแคว้นแคว้นหนึ่งได้เลย

            ตู้เซ่าฝู่สูดหายใจเข้าบอกกับเจินชิงฉุนต่อไปว่า “หรือว่านักเวทยากับนักเวทอาวุธจะไม่สามารถสร้างค่ายกลที่มีความซับซ้อนกันได้เลยหรือ?”

            “แน่นอนว่าไม่ได้ ในนักเวทยันต์หมื่นคนสามารถหานักเวทค่ายกลได้เพียงคนเดียวนักเวทยันต์เป็นบุคคลที่หายากราวกับหนวดเต่าเขากระต่ายเลยทีเดียวและแต่ละคนเหล่านั้นก็เก่งเพียงพอที่จะวางตัวเหนือกว่าคนส่วนใหญ่ได้เลยเพราะนักเวทค่ายกลคือนักเวทยันต์ที่มีความสามารถสมบูรณ์และเพียบพร้อมที่สุด”

            เมื่อพูดจบเจินชิงฉุนก็ทำสีหน้าภูมิใจ เขามองตู้เซ่าฝู่พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโสไปให้“ทว่าข้าก็คือนักเวทค่ายกลแห่งอาชีพนักเวทยันต์ที่พูดถึงเป็นคนที่เพียบพร้อมแทบจะทุกเรื่อง การที่เจ้าได้มาพบข้าไม่รู้ว่าเคยทำบุญสั่งสมบารมีมามากแค่ไหน เป็นโอกาสดีที่หายากที่สุดแล้ว”

            ตู้เซ่าฝู่ทำหน้าเหนื่อยหน่ายใส่เจินชิงฉุนกล่าวว่า “พูดจาใหญ่โตเสียขนาดนี้ เจ๋งจริงก็ไม่ต้องมาพึ่งพลังปราณของข้าสิ”

            “เจ้า...”

            เจินชิงฉุนถูกตู้เซ่าฝู่พูดชนะอีกครั้งสีหน้าภาคภูมิใจของเขาหายไป พูดต่อไปอย่างเซ็งๆ ว่า“ร่างกายของมนุษย์เป็นสิ่งที่สุดแสนจะน่าพิศวงในร่างกายทุกคนมีพลังทั้งห้าธาตุคือทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดินห้าชนิดเพียงแต่มีบางธาตุที่แข็งแกร่งบางธาตุที่อ่อนแอ สำหรับนักเวทยันต์หากในกระถางเตาแห่งวิญญาณที่หลอมขึ้นมา มีพลังยันต์ธาตุไฟและไม้ที่แข็งแกร่งก็จะสามารถสกัดตัวยาได้อย่างละเอียดอ่อน เหมาะกับเป็นนักเวทยาหากกระถางเตาแห่งวิญญาณมีพลังยันต์ธาตุทองและน้ำที่โดดเด่นก็จะสามารถสร้างอาวุธออกมาได้อย่างดีและทนทาน เหมาะกับเป็นนักเวทอาวุธ”

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน