สาวน้อยที่มัดผมหางม้าอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงวอร์มสีดำ รองเท้าแตะสีชมพู กำลังนั่งแกว่งเท้าไปมา แววตาไร้เดียงสา มองคนนั้นทีคนนี้ทีพรางอมยิ้มน่ารักไปด้วย สะกดสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังจะเดินเข้าไปในผับพร้อมกับเพื่อนผู้ชายอีกสองคนให้หยุดฝีเท้าลงทันที
กึก!!
“โอ๊ย! มึงสตั้นท์ห่าอะไรว่ะเจย์!? อยู่ๆก็หยุดเดินจนหน้ากูทิ่มหลังมึงเลยเนี่ยไอ้เหี้ย! ค้างอะไรของมึงฮ่ะ!?”
‘ธาม ธีรติ’ เพื่อนสนิทของจีรภัทร์ได้ะโโวยวายขึ้น เพราะจีรภัทร์นั้นหยุดเดินกระทันหันจนทำให้จมูกโด่งเป็สันของธีรติกระแทกใส่กับแผ่นหลังกว้างของจีรภัทร์เข้าอย่างจังเมื่อกี้ แต่เ้าตัวที่โดนต่อว่ากลับไม่ได้สนใจเสียงโวยวายต่อว่าของเพื่อนตัวเองเลยสักนิด เพราะตอนนี้เขากำลังเอาแต่ยืนนิ่งจ้องมองไปยังเด็กตัวเล็กคนนั้นโดยไม่ยอมละสายตาไปไหน
“แล้วเวลาเดิน มึงจะก้มหน้าก้มตาเล่นแต่โทรศัพท์หาเตี่ยอะไรขนาดนั้นหล่ะว่ะไอ้เหี้ยธาม? กำลังแชทง้อเมียต่ออยู่ว่างั้น?”
เป็เสียงแทรกมาจาก ‘เทมส์ ทีรวิช’ เพื่อนสนิทของจีรภัทร์อีกคนที่ช่วยล้อเลียนธีรติออกไปแทน
“ใครง้อเมีย! กูไม่ได้ง้อโว้ย!!”
“กูไม่เชื่อ!”
“กูบอกแล้วว่ากูไม่ได้กลัวเมียไงว่ะ!!”
“กูยังไม่ได้พูดเลยว่ามึงกลัวเมีย ร้อนตัวหนักนะมึงอ่ะ”
“ก็สายตามึงกล่าวหากู!”
“เอ๊า! ไอ้นี่.. กลัวเมียแล้วหลอนฉิบหาย”
“ไอ้เทมส์! กูไม่ได้กลัวเมีย!!’’
“มึงจะะโอะไรหนักหนาฮ่ะ? ตาก็แทบจะถลนใส่กูขนาดนี้ กูคงเชื่อมึงอยู่หรอกนะว่าไม่กลัวเมียหน่ะ เหอะ!..”
เสียงเพื่อนที่กำลังโต้เถียงกันไปมาอยู่ด้านหลังนั้น ไม่ได้ทำให้จีรภัทร์หันไปสนใจคนทั้งสองเลยสักนิด เพราะตอนนี้สายตาของคนตัวสูงยังคงมองตรงไปที่เด็กน้อยร่างบาง ที่นั่งห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรนั้นอยู่ด้วยความสนใจไม่ยอมหยุด
“เจย์! มึงจะแดกมั้ยเหล้า!? เดี๋ยวผับก็ปิดก่อนเฮ้ย!” ธีรติเดินมาตบไหล่จีรภัทร์ทีนึงหลังจากที่เถียงทีรวิชไม่สู้ เพราะตัวเองเป็คนกลัวเมียจริงๆ ตามที่ทีรวิชนั้นได้กล่าวหาทุกประการ
“มึงเข้าไปข้างในก่อนกันเลย กูจะดูดบุหรี่ข้างนอกนี่ก่อน”
“เค.. แล้วตามพวกกูเข้ามานะ” ทีรวิชหันมาพูดกับจีรภัทร์อีกคน
“อืม..” จีรภัทร์ตอบรับหน้านิ่งแบบส่งๆไปงั้น.. เขาจะตามเข้าไปหรือไม่เข้าไปเลยมันก็อีกเื่นึง
พอเพื่อนทั้งสองคนพากันเดินเข้าไปในผับแล้ว จีรภัทร์ที่อยู่ในชุดสูทสีดำก็เดินไปยืนดูดบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ห่างจากจุดที่มนธิชานั้นนั่งอยู่ไม่ไกลมากนัก
คนตัวสูงพ่นไอน้ำของบุหรี่ออกมาเเรงๆ จ้องเขม็งด้วยสายตาไม่พอใจไปที่ยัยเด็กน้อยสดใสนั่งแจกรอยยิ้มน่ารักให้การ์ดคนนั้นทีคนนี้ทีไปเรื่อยไม่ยอมหยุด
‘รู้ว่าตัวเองยิ้มน่ารัก ก็เที่ยวโปรยรอยยิ้มให้คนอื่นไปซะทั่วเลยนะ ยัยเด็กกะล่อนคนนี้!!’
จีรภัทร์ขมวดคิ้วหงุดหงิด ก่อนจะดูดบุหรี่เข้าไปเต็มปอดแล้วพ่นออกมาแรงๆอีกครั้ง เขายืนสังเกตยัยเด็กน้อยยิ้มเก่งนั่นอยู่ห่างๆต่อเพราะอยากรู้ว่าเธอมาทำอะไร หรือมารอใครที่นี่ตรงหน้าผับดึกดื่นขนาดนี้ มันไม่ใช่สถานที่ที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรจะมาเลย โดยเฉพาะเด็กน่ารักอย่างเธอ!
จะว่าคนตัวเล็กนั่นมานั่งรอการ์ดคนใดคนนึงก็ไม่น่าใช่ เพราะไม่มีการ์ดคนไหนเดินเข้ามาคุยกับเธอหรือทำตัวคุ้นเคยเป็พิเศษเหมือนรู้จักกันเลย
ครืด~ ครืด~
เสียงโทรศัพท์จีรภัทร์ดังขึ้น ซึ่งเป็สายเรียกเข้าจากธีรติ
[ไอ้เจย์มึงอยู่ไหน จะเข้ามาได้ยัง!?]
“กูไม่ได้เข้าไปแล้ว พอดีมีธุระต้องทำ”
[ธุระอะไรของมึงว่ะตอนเที่ยงคืน! มาถึงผับขนาดนี้แล้ว ยังจะมีธุระอะไรอีกฮ่ะ!? เคลียร์เื่สาวหรอหรือยังไง!? แม่งแล้วพวกกูก็นั่งรอกันเต็มโต๊ะแล้วเนี่ย! เสือกติดธุระเฉย แล้วไอ้เหี้ยไกด์ก็อีกคน แม่งไปตามจีบเด็กเสิร์ฟคนสวยต้อยๆๆอยู่ อะไรของพวกมึงว่ะเนี่ย!!??]
จีรภัทร์รีบยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน เพราะเสียงตะคอกโวยวายของธีรติที่มันแทบจะไม่เว้น่หายใจตอนะโด่าเขานั้นเล่นเอาแสบแก้วหูไปหมด ‘ไอ้นี่มันช่างเป็คนขี้โวยวายได้ตลอดเวลาจริงๆ!’
“มึงก็แดกกันไปสินั่งกันเป็สิบ ทำไม? กูไม่เข้าไปแล้วกลืนเหล้ากันไม่ลงรึไงฮ่ะ?”
[มันไม่ครบ!!]
“มึงจะะโหาพ่องอะไรนักหนาฮ่ะ? มันไม่ครบก็แดกได้ มึงอย่าขี้โวยวายไอ้เหี้ยธาม กูบอกมีธุระก็คือกูไม่ว่างแล้วไง วันหลังค่อยกินด้วยกันก็ได้มั้ย? แค่นี้ก่อนนะ..”
[เออๆๆ ไปทำธุระของมึงเหอะ! ไอ้เพื่อนชั่ว! ถ้านัดวันหลังแล้วมึงบังอาจชิ่งหนีกูไปแบบวันนี้อีกนะ กูตามถล่มมึงถึงที่บ้านแน่ เข้าใจมั้ย!!??]
“ตามนั้น...”
แม้จะยืนคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแต่จีรภัทร์ก็ยังไม่ละสายตาจากสาวน้อยไปไหนพอธีรติวางสายไป คนที่ยืนมองน้องต่อก็พลันนึกถึงบทสนทนาที่เคยคุยกับเธอก่อนหน้านั้น.…
“พี่บอกเบอร์ตัวเองมาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูโทรไปจีบพี่เอง”
“หนูจำได้.. ไว้เดี๋ยวหนูโทรไปหาเองนะคะ”
‘หนูจะโทรหาพี่เองยังงั้นหรอ? หึ! นี่มันก็ผ่านไปสามชาติเศษแล้วนะครับ! แต่พี่ยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากหนูเลยแม้แต่สายเดียว!!!’
พอนึกถึงคำพูดของยัยเด็กน้อยขี้โกหกเมื่อสามปีที่แล้วขึ้นมาทีไร หัวคิ้วเข้มเขามันก็จะกระตุกเข้าหากันพร้อมกับรู้สึกหงุดหงิดหัวใจโดยอัตโนมัติ
ในตอนนั้นที่เธอบอกว่าจะเป็ฝ่ายโทรมาเอง เขาก็รอ.. รอจากวันเป็อาทิตย์ รอจากอาทิตย์เป็เดือน และเฝ้ารออยู่นานหลายเดือนแต่เธอก็ยังไม่ติดต่อมา แถมตอนที่เจอกันครั้งแรกเขาก็ตื่นเต้นซะจนลืมถามชื่อ ลืมดูชื่อที่ปักไว้บนเสื้อนักเรียนของเธอด้วยเพราะเอาแต่จ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของเธออยู่เลยไม่ทันได้รู้ว่าเธอนั้นชื่ออะไร ครั้นลองให้เพื่อนสนิทอย่างคิรากรถามภรรยามันให้ว่ารู้จักเด็กรูปร่างหน้าตาประมาณนี้หรือเปล่าเธอก็ไม่รู้จักอีก เพราะอาจจะอยู่คนละพื้นที่คนละอำเภอคนละหมู่บ้านกันก็ได้
ถ้าจะให้จ้างคนสะเก็ตรูปออกมาหรือไปจ้างนักสืบดีๆเพื่อตามหาเธอโดยเฉพาะเขาก็ทำได้ แต่เขาไม่อยากทำถึงขั้นนั้นเพราะมันจะดูเอิกเกริกโดยใช่เหตุมากเกินไป ที่สำคัญ... ที่เธอไม่ติดต่อมาก็อาจจะเป็เพราะว่า เธอไม่ได้อยากจะรู้จักเขาไปมากกว่าคนแปลกหน้าก็ได้ เพราะถ้าเธออยากรู้จักกันมากกว่านี้อยากจะ ‘โทรมาจีบเขา’ เหมือนอย่างที่พูดออกมาด้วยความทะเล้นน่ารักนั่นจริงๆ เธอก็คงกระตือรือร้นในการพยายามเก็บช่องทางติดต่อกับเขาไว้มากกว่านี้..
ปกติเขาเป็คนไม่เคยเก็บการกระทำของผู้หญิงคนไหนมาคิดเยอะให้ปวดหัวแบบนี้ แต่เธอเป็เด็กผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขานั้นเอาแต่ฉุกคิด