ตอนที่ 83 โลหิตสรรพชีวิต
“สำหรับชิ้นต่อไป เราขอนำเสนอสมบัติชิ้นนี้แก่เหล่าผู้ฝึกสัตว์ในที่นี้” เสียงประกาศก้องเรียกความสนใจของเหล่าผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด เมื่อนิทานได้ยินเช่นนี้แม้แต่ตัวเขาเองยังหลังตรงขึ้นเล็กน้อย
“อย่างที่หลายท่านทราบ สิ่งมีชีวิตมากมายบนโลกใบนี้ล้วนสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษดึกดำบรรพ์ และในยุคสมัยนั้น เหล่าผู้ที่สลักนามของตนไว้ในกาลเวลาสามารถส่งผ่านพลังของตนไว้ในสายเลือดให้สืบทอดต่อไปได้ตามกาลเวลา” พิธีกรชายอธิบาย
“ผู้มีสายเลือดเหล่านั้นย่อมมีศักยภาพมากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น เกิดเป็นสติปัญญาและความสามารถที่สร้างจุดยืนอันแข็งแกร่งให้แก่พวกเขาในมหาทวีปแห่งนี้”
“ดังเช่นเผ่าซือบาสหรือเผ่ามนุษย์ แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนพลังในสายเลือดนั้นเจือจาง หากสำหรับผู้ที่ถูกเลือกโดยชะตากรรมบางคน พวกเขาสามารถใช้พลังจากสายเลือดได้” ผู้เข้าร่วมพยักหน้าแผ่วเบา ความรู้พื้นฐานเหล่านี้ย่อมเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก
“หากเผ่าทรงปัญญาอย่างเรากลับปรากฏข้อเสียที่เด่นชัด พลังแห่งสายเลือดนั้นแผ่กระจายตามร่างกายส่งผลให้เกิดปัญญากว่าเผ่าพันธุ์ที่ขาดพลังนี้ ในทางกลับกันพวกเราก็ยากจะปรากฏพลังทางสายเลือดเทียบกับเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรหรือเผ่าอื่น ๆ”
“บรรพบุรุษของเผ่าเหล่านั้นแม้ไม่อาจสลักนามไว้ในกาลเวลาแต่ย่อมแข็งแกร่งมากพอจนสืบสายเลือดมาได้ตามกาลเวลา พวกเขาจึงถูกขนานนามอย่างให้เกียรติว่าเทพอสูร เช่นสัตว์อสูรประเภทนกย่อมมีสายเลือดเจือจางของเทพอสูรปักษาม่านเมฆ หรืออสรพิษย่อมมีสายเลือดของเทพอสูรอสรพิษแห่งปาฏิหาริย์”
“การที่เรากล่าวมาเนิ่นนานเช่นนี้คงทำให้ทุกท่านพอเดากันได้แล้ว สมบัติวิเศษชิ้นนี้...มีโอกาสทำให้สัตว์คู่หูของท่านปลุกพลังทางสายเลือด!” พิธีกรสาวหยิบขวดขนาดเล็กที่ถูกนำมาจากด้านหลังขึ้นสู่ฟ้า ให้ทุกคนได้เห็นรูปร่างหน้าตาของของเหลวในขวด
ของเหลวในขวดนั้นมีลักษณะคล้ายยางไม้ หากมีสีแดงและหนืด เฉดสีแดงของมันนั้นมีหลากหลายเฉดมากมายราวกับรวมสีแดงทั้งหมดบนโลกไว้ในขวดนี้ นิทานเห็นของเหลวสีแดงเหล่านั้นปรากฏเป็นหน้าของสิ่งมีชีวิตมากมายหลากหลายสายพันธุ์ที่อัดแน่นกันจนเป็นของเหลวหนืด
“สิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกจัดสร้างขึ้นโดยการผสานโลหิตของสิ่งมีชีวิตมากมายหลายหมื่นชนิดไว้ด้วยผู้รังสรรค์ระดับผู้แสวงวิถีโดยผ่านการคัดเลือกให้โลหิตทั้งหลายส่งเสริมซึ่งกันและกัน เกิดเป็นสมดุลแห่งโลหิตที่มิอาจเพิ่มเติมหรือขาดสิ่งใดไปได้” พิธีกรชายอธิบายขึ้น
“สรรพคุณของมันคือการเพิ่มโอกาสในการปลุกสายเลือดบรรพบุรุษของผู้ดื่ม!” เสียงโห่ร้องตื่นเต้นดังขึ้นรอบด้าน เหล่าผู้ที่อยู่บนชั้นบนสุดบางท่านถึงกับลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างลืมตัว
“หากข้อเสียของมันก็ยังคงเด่นชัดนัก มันไม่อาจปลุกสายเลือดระดับสูงของเผ่าพันธุ์ทรงปัญญาได้ ได้เพียงสายเลือดชั้นรองลงมาอย่างเผ่าสัตว์อสูร เผ่าไร้หาง เผ่าครึ่งสัตว์ และอื่น ๆ” พิธีกรหญิงกล่าวอย่างเสียดาย
“และเนื่องจากความยากในการผลิตและความโหดร้ายของวัตถุดิบ โลหิตสรรพชีวิตนี้สามารถปลุกพลังของผู้ดื่มที่ระดับต่ำกว่านักสลักเท่านั้น หากสูงเกินกว่านั้น มันจะมีสรรพคุณเพียงเสริมสร้างร่างกายเท่านั้น” พิธีกรชายบรรจงอธิบายอย่างชัดเจน กลุ่มการค้าอิสึกะย่อมไม่ปิดบังข้อมูลของสินค้าของตน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้ที่อยู่บนชั้นสูงสุดต่างถอนหายใจอย่างผิดหวัง พวกเขาต่างทำสีหน้าผิดหวังไม่ก็สีหน้าดูถูก หากก็ยังคงมีคนมากมายที่ต้องการมัน โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์สายเลือดรองอย่างเผ่าครึ่งสัตว์ที่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความกระหาย
พวกเขาสามารถใช้มันเพื่อปลุกพลังในสายเลือดของอัจฉริยะรุ่นเยาว์ได้! สมบัติชิ้นนี้ถือว่ามีค่าอย่างมากสำหรับพวกเขา
“และสุดท้ายนี้ เพียงโอกาสก็คือโอกาส ย่อมเป็นไปได้เช่นกันที่ผู้ดื่มจะไม่ได้รับการปลุกพลังสายเลือดใด ๆ แม้จะเป็นเช่นนั้นหากสมบัติชิ้นนี้ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ล้ำค่าเป็นอย่างยิ่งอยู่ดี ทางเราเชื่อว่าทุกท่านคงรับทราบถึงคุณค่าของโลหิตสรรพชีวิตขวดนี้” พิธีกรหญิงยิ้มบาง เธอเดินถือขวดไปรอบ ๆ เวที
นิทานหายใจติดขัด หลังจากที่เขาฟังคำอธิบายของสมบัติชิ้นนี้ เขาก็ถูกครอบงำด้วยความต้องการ นัยน์ตาของเขาจับจ้องไปที่ขวดเล็กชิ้นนั้นอย่างไม่อาจวางสายตาได้แม้แต่น้อย
คีตา! คีตา! ถ้าคีตาได้ดื่มมันละก็! นิทานคิดอย่างวุ่นวายในหัว เวลานี้ลมหายใจของเขาปั่นป่วนไปหมด
คีตาเป็นแค่สัตว์ป่าธรรมดาหากพรสวรรค์ของมันนั้นถึงกับเหนือล้ำยิ่งกว่านิทานเสียอีก ในฐานะมนุษย์ นิทานถือเป็นยอดอัจฉริยะมากแล้ว หากคีตากลับเหนือล้ำไปยิ่งกว่านั้น
ขนาดมันใช้ร่างกายของสัตว์ป่าธรรมดายังทำได้ขนาดนั้น ถ้ามันสามารถปลุกพลังทางสายเลือดได้ละก็! นิทานคิดอย่างตื่นเต้น เขาพลันจินตนาการถึงตอนที่คีตาได้รับร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างบรรพบุรุษแห่งสายเลือด หรือได้รับความสามารถทางสายพันธุ์มา พลังโดยรวมของพวกเขาย่อมสูงขึ้นอีกหลายขั้น
โดยทั่วไปแล้ว บรรพบุรุษของสายพันธุ์สุนัขมีอยู่สามทางหลัก เทพอสูรสุนัขคว้าจันทร์ เทพอสูรหมาป่าคมเขี้ยว เทพอสูรจิ้งจอกหอนสุริยัน คีตาเป็นหมาป่า บางทีคงเป็นหนึ่งในสองทางหลัง นิทานพึมพำ
อินจันทร์ที่เห็นท่าทางของนิทานแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เขารู้ดีว่านิทานนั้นรักคีตาแค่ไหน หากมีโอกาสเขาย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะหาของดี ๆ ให้แก่คีตา
“พี่นิทานครับ ผมให้ยืมก่อนได้นะครับ” อินจันทร์พูดขึ้น นิทานได้ยินดังนั้นถึงกับหันขวับจนคอแทบหัก เขารู้ตัวดีว่าของชิ้นนี้เขาพอมีโอกาสคว้ามาได้ จากที่เขาสังเกตดู ราคาของสมบัติที่ไม่ถึงระดับอริยะสมควรอยู่เพียงหลายแสนจนถึงหลายล้านไกอา ยิ่งโลหิตสรรพชีวิตขวดนี้ไม่สามารถดื่มได้โดยผู้ที่ระดับสูงกว่าผู้เรียนรู้ แถมยังจำกัดที่สายเลือดชั้นรองยิ่งทำให้ราคาของมันสมควรไม่สูงเสียดฟ้า
แต่อย่างไรผลลัพธ์ในการมอบโอกาสปลุกพลังทางสายเลือดก็หอมหวานเป็นอย่างยิ่ง เผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นรองทั้งหลายย่อมต้องการครอบครอง ของชิ้นนี้ราคาสมควรอยู่ในระดับเดียวกันกับแอปเปิลวสันต์ผันแปรหรือสูงกว่าเล็กน้อย
นิทานมองว่าตนยังพอมีโอกาสด้วยเงิน 2ล้านห้าแสนไกอาของเขา หากก็ยังไม่แน่นอนนัก
เมื่ออินจันทร์เห็นท่าทางของนิทาน เขาก็หัวเราะขำ พลางพูดย้ำอีกครั้ง
“ผมให้ยืมเงินก่อนได้ครับพี่นิทาน ยังไม่ต้องรีบคืนก็ได้ครับ ผมไม่รีบ” อินจันทร์ยิ้มบาง เจ้าพระยาอุทุมพรไม่ได้สั่งให้เขาซื้อหาสมบัติชิ้นใดเป็นพิเศษ และตัวเขาเองก็พอมีเงินเก็บในระดับหนึ่ง การให้นิทานยืมจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก
นิทานได้ยินดังนั้นก็ยิ้มดีใจ หากผ่านไปชั่วครู่เขาก็ส่ายหน้าปฏิเสธด้วยสีหน้าเสียดาย
“ไม่เป็นไรครับ พูดตามตรงผมติดหนี้น้ำใจของน้องอินทร์เยอะเกินไปแล้ว ผมคงรับไว้ไม่ได้ครับ” นิทานส่ายหน้า เขานึกถึงทั้งคำแนะนำและโอกาสต่าง ๆ ที่อินจันทร์มอบให้แล้วเขาก็อดละอายเล็ก ๆ ไม่ได้
เขายังแทบไม่ได้ตอบแทนอะไรมากมายนัก ถึงแม้อินจันทร์จะบอกว่านิทานช่วยชีวิตตนไว้ แต่เขาคิดว่าอินจันทร์ชดใช้คืนมากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านข้อมูลในนครรัตนะ การแนะนำสิ่งดี ๆ ต่าง ๆ มากมายและเหรียญตราอุทุมพร
เขาเข้าใจว่าส่วนหนึ่งอินจันทร์มองว่าเป็นการลงทุนในอนาคต หากนิทานกลับรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่นัก แม้เขาจะค่อนข้างสนิทกับอินจันทร์แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขาใกล้ชิดกันถึงปานนั้น เขายินดีช่วยเหลืออินจันทร์แต่การยืมเงินทีเดียวหลายล้านนั้นค่อนข้างมากเกินไป
“พี่นิทานไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นก็ได้นะครับ ถือว่าเป็นการแสดงมิตรภาพในแบบของผมก็ได้ครับ ผมไม่ได้ให้เลยสักหน่อย ยังไงพี่นิทานก็ต้องคืนนะครับ” อินจันทร์ยังคงเสนอข้อเสนอของตน
นิทานคิดเล็กน้อยแต่ก็ยังคงส่ายหน้า ไม่ใช่เขาไม่เชื่อใจอินจันทร์แต่เขายังไม่รู้สึกว่าตนไว้ใจอินจันทร์ขนาดที่ยินดีจะติดหนี้น้ำใจมากมายเพียงนั้น
อินจันทร์เห็นดังนั้นก็ไม่ดื้อดึง เพียงพยักหน้าเบา ๆ มองงานประมูลต่อไป
“โลหิตสรรพชีวิตนี้ทางเราขอเปิดที่ราคา 5แสนไกอาครับ! สามารถเพิ่มได้ทีละไม่ต่ำกว่า1แสนไกอา!” พิธีกรชายพูดขึ้น
“6แสนไกอา!” ชายชราเผ่าไร้หางผู้มีใบหน้าคล้ายหมีพูดขึ้น
“7แสนไกอา!” คราวนี้เป็นตัวแทนของเผ่าครึ่งสัตว์ผู้มีหางอสรพิษที่สู้ราคา
“1ล้านไกอา!” นิทานพูดขึ้น เรียกสายตาของผู้เข้าร่วมประมูลมากมายให้หันมามอง เขากัดฟันเพิ่มขึ้นทีเดียวไปถึง1ล้านไกอาเพื่อหวังจะลดคู่แข่งที่อยากลองเข้าร่วมโดยไม่ได้ต้องการจริงจัง
“1ล้าน1แสนไกอา!” สตรีหัวล้านผู้หนึ่งพูดขึ้นจากห้องส่วนตัว
“1ล้าน2แสนไกอา!” ชายชราเผ่าไร้หางไม่ยอมแพ้ สู้ราคาต่อไป
“1ล้าน3แสนไกอา!” นิทานกัดฟัน
“1ล้าน5แสนไกอา!” เผ่าครึ่งสัตว์ย่อมไม่ยอมแพ้ ความสำคัญของสมบัติชิ้นนี้สำหรับพวกเขาแล้วมากมายมหาศาล
“1ล้าน6แส..” เด็กชายคนหนึ่งที่มีร่างเล็ก หากกลับมีใบหน้าเลือนรางคล้ายหมอกเสนอราคาขึ้น
“1ล้าน8แสนไกอา!” ยังไม่ทันที่เด็กผู้นั้นจะพูดจบ ชายชราเผ่าไร้หางกลับรีบเสนอราคาขึ้นอีกครั้ง ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนทราบว่ายังไงตนก็ต้องการสมบัติชิ้นนี้
นิทานกัดฟันจ้องมองสองคู่แข่งหลักของตนอย่างเผ่าครึ่งสัตว์ผู้มีหางอสรพิษและชายชราจากเผ่าไร้หาง พวกเขาทั้งคู่ต่างต้องการโลหิตสรรพชีวิตเช่นเดียวกันกับนิทาน ยิ่งเผ่าไร้หางด้วยแล้ว
เผ่าครึ่งสัตว์เป็นลูกผสมระหว่างหลากหลายเผ่าพันธุ์และเผ่าสัตว์อสูร สายเลือดของพวกเขาค่อนข้างสับสนวุ่นวาย ส่วนเผ่าไร้หางนั้นสืบสายเลือดมาจากเทพอสูรหมีไร้หางโดยเฉพาะ
“2ล้านไกอา!” นิทานพูดขึ้น เขาได้แต่ภาวนาให้ราคาหยุดอยู่แค่นี้ เขาไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น
“2ล้าน1แสนไกอา!” ชายชราเผ่าไร้หางก็กัดฟันแน่น
“2ล้าน2แสนไกอา!” เผ่าครึ่งสัตว์สู้ราคาอย่างดื้อดึง พวกเขาไม่ได้ซื้อสมบัติชิ้นนี้ในฐานะของทั้งเผ่า แม้ฐานะในเผ่าของพวกเขาจะค่อนข้างสูงแต่พวกเขาก็ไม่ได้มีเงินให้ถลุงเพื่อเรื่องส่วนตัวมากมายนัก
นิทานสองตาเป็นสีเลือด เขาตัดสินใจดันทีเดียวขึ้นไปจนสุดและภาวนาให้ทั้งสองไม่อาจสู้ราคาต่อไหว
“3ล้านไกอา!” นิทานคำนวณราคาของโอสถฟื้นจิตคร่าว ๆ หากเขาขายทั้งหมด เขาจะมีเงินราว ๆ นั้นอย่างเฉียดฉิว
อย่าเพิ่มอีกนะเฟ้ย พวกแกสถานะในเผ่าตั้งสูง ระดับขั้นในการขีดเขียนชะตาก็สูง ไปหาสมบัติที่อื่นเซ่! นิทานพึมพำ
ขอให้ตอนเสนอราคาองุ่นติดคอ ขอให้ตอนจะพูดดันสะอึก ขอให้อยู่ ๆ เงินในกระเป๋าโดนขโมย! นิทานสาปแช่งอย่างแรงกล้า
คีตาที่เห็นดังนั้นจึงอ้าปากพะงาบ ๆ พึมพำไม่เป็นภาษาตามนิทาน แม้มันไม่เข้าใจว่านิทานกำลังทำอะไรแต่มันก็อยากร่วมด้วย อินจันทร์จึงมองภาพหนึ่งคนหนึ่งหมากำลังพึมพำอะไรบางอย่างขณะที่จ้องไปที่เผ่าไร้หางและเผ่ามนุษย์สัตว์ด้วยสายตาสาปแช่ง
อินจันทร์ถึงกับพูดไม่ออกกับภาพตรงหน้า เขาไม่เคยเห็นนิทานสภาพนี้มาก่อน
“3ล้าน2แสนไกอา!” เสียงของชายชราเผ่าไร้หางทำให้นิทานใจสลาย เขามองชายชราผู้นั้นลุกขึ้นสู้ราคาด้วยสีหน้าราวกับจะร้องไห้
“3ล้านห้าแสนไกอา!” เผ่าครึ่งสัตว์ก็ตอบโต้โดยการดึงราคาขึ้นไปอีก นิทานได้แต่ถอนหายใจ เขาพยายามเต็มที่แล้วจริง ๆ แต่เขาไม่อาจสู้สองคนนั้นได้เลย ความแตกต่างทางด้านเงินนั้นยังมีอยู่ช่วงใหญ่
นิทานพลันคิดข้อเสนอของอินจันทร์ใหม่อีกครั้งเมื่อเขาเห็นอินจันทร์หันมายิ้มให้ ดูจากสีหน้าแล้วอินจันทร์ย่อมมั่นใจว่าเขาไม่มีปัญหากับการซื้อโลหิตสรรพชีวิตขวดนี้
นิทานห้ามใจตัวเองอย่างยากลำบาก จะอย่างไรเขาก็มีกฎการดำเนินชีวิตของตัวเองที่เขาต้องทำตาม เขาไม่ยินยอมติดหนี้น้ำใจอันใหญ่หลวงขนาดนี้กับคนที่เขาไม่เชื่อใจอย่างแท้จริง
อินจันทร์เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย เหมือนตัวเขาเองก็รู้ตัวดีเช่นกันว่านิทานยังไม่เปิดใจให้เขาเต็มที่
ท่ามกลางความสิ้นหวัง เสียงใสของสตรีคนหนึ่งที่แสนจะคุ้นหูของเขาก็ดังขึ้นมาจากห้องชั้นบนสุด
“5ล้านไกอาค่ะ”