'ข้าปราบมันอย่างง่ายดายตามที่คิด พวกก็อบลินตัวใหญ่แต่ไร้เดียงสาในการต่อสู้ เหมือนกับคู่หูคนใหม่ของข้าที่โง่เขลา และไร้ฝีมือ
ข้ากลายเป็คู่หูเ้าเด็กนั่น เขาอ่อนประสบการณ์นักหากไม่ได้ข้า เขาคงไปไม่รอด เหอะ ! สำนึกในบุญคุณของข้าไว้เถอะ เ้าเด็กใหม่ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเ้าจำไว้ !'
“ผู้เล่นอัคคีได้ปราบาาก็อบลิน” เสียงจากระบบดังขึ้นพร้อมหน้าต่างแสดงอาชีพของผู้เล่นได้รับการพัฒนา
สถานะตัวละคร
ชื่อผู้เล่น : อัคคี
อาชีพ : นักธนู (Archer)
เลเวล : ๑๕
พลธนูส่วนใหญ่แบ่งออกเป็สามกลุ่ม คือภาคประชาชน ,กองทัพหลวง และ แชฟเฟนสตาร์(นักต่อสู้อิสระ)คนจำนวนมากใฝ่ฝันจะเป็นักธนู แม้การยิงธนูจะเป็ทักษะที่ยากจะเชี่ยวชาญ
นักธนูสามารถเคลื่อนที่ได้แม้ในระหว่างการโจมตีและมีความเร็วในการเคลื่อนที่ ๆ เร็วกว่าเมื่อเทียบกับคลาสอื่น ๆพวกเขาเชี่ยวชาญการต่อสู้เคลื่อนที่ ใช้ประโยชน์จากการโจมตีระยะไกล
อาชีพที่ 2 Hunter เลเวล: ๒
นักล่าเริ่มต้นด้วยการฝึกสุนัขล่าสัตว์และพัฒนาไปสู่การฝึกสัตว์ประหลาดต่างๆ เพื่อช่วยพวกมันในการต่อสู้ HunterMasters เชี่ยวชาญทั้งอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์และการฝึกสัตว์ร้ายที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพื่อทำให้มันเชื่อง
นักล่าเป็ผู้ฝึกสอนล่าศัตรูโดยใช้สหาย และทักษะที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับเ้าของ เช่นการกัดและจับศัตรู หรือค้นหาเป้าหมายที่ซ่อนอยู่
สกิล :
Concentration(สมาธิตั้งมั่น) : ๑๕
ตั้งสมาธิเพื่อเพิ่มอัตราคริติคอล
Swift Step (วิ่งยิง) : ๑๐
โจมตีได้ในขณะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพิ่มความเร็วในการหลบหลีก และความเร็วในการเคลื่อนที่ของนักธนูเมื่อใช้การโจมตีปกติ และทักษะบางอย่าง
Leap(เผ่น) : ๑๐
ทำการะโถอยหลัง ไม่เสียหายขณะะโและไม่อยู่ในสถานะต่อสู้อีกหลังจากลงสู่พื้น
Twin Arrow(ลูกศรคู่) : ๑๕
ยิงธนู ๒ ดอกใส่ศัตรูพร้อมกันสร้างความเสียหาย + ๕๐ % แก่ศัตรูที่เป็เกราะเบา
Oblique Shot (บังคับลูกธนู) : ๕
ใครว่าลูกธนูต้องยิงตรง ๆแบบเดียว การบังคับสายคันธนู ยิงให้ลูกโค้ง ตามใจชอบ สามารถยิงข้าม หรืออ้อมสิ่งกีดขว้าง
Multi Shot (ยิงต่อเนื่องรุนแรง) : ๓
ทักษะสกิลของยอดนักธนูที่ผ่านการฝึกมือแทบแตก ในการยิงรัว
คู่หูยังไม่มีชื่อ
เวลไฮเดอร์
เลเวล : ๓๐๔
อัคคีตื่นเต้นยินดีเมื่อเปิดค่าสถานะตัวเองออกดู
“ฮันเตอร์ เท่ไปเลย เพราะเราได้เ้าเวลไฮเดอร์มารึเปล่านะจึงได้เปลี่ยนสายอาชีพ” เขาพิจารณาดูค่าต่าง ๆ ทันใดนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้น
“ผู้เล่นอัคคีพบศัตรู” ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอระบบ เหลือบมองรอบๆ ค่ายของพวกก็อบลิน แต่ไม่พบเ้าเวลไฮเดอร์
“มันหายไปไหน”
“บ้าจริงไม่ฟังกันเลย” นึกถึงคู่หูที่มีเลเวลสูงกว่าตัวเองมันเหมือนเด็กซนที่ควบคุมยาก ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น วิ่งไปหลังค่ายของก็อบลินที่ยังไม่เคยสำรวจ ก่อนจะได้ยินเสียงของเวลไฮเดอร์และก็อบลินต่อสู้กันแต่พอไปก็ต้องชะงัก เพราะคู่หัวตัวดีกำลังติดกับดัก ไม่สามารถหลบหนีได้ และตอนนี้มันถูกโจมตีโดยก็อบลินหลายสิบตัว แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงกว่าครั้งก่อนคือก็อบลินที่พบในครั้งนี้มีอาวุธแข็งแกร่งกว่าเดิม
“เวลไฮเดอร์เสียชีวิต ผู้เล่นสามารถเรียกได้อีกครั้งภายใน ๓๐นาที ” เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นเมื่อร่างของคู่หูหายไป
“กูว่าแล้ว ให้มันได้อย่างยังงี้ซิ” อัคคีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหมั่นไส้คู่หูซะเต็มกำลัง แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรนาน ก็อบลินที่เหลือต่างวิ่งกรูมาที่เขา
“เอ้า ! ฉิบหายแล้ว” ชายหนุ่มร้องเสียงดังเตรียมขึ้นสายธนูทันใดนั้นพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาก็สั่นะเืเลือนลั่นรอยแตกร้าวมากมายแผ่กระจายออกไปตามแรงโยกะเื พร้อมกับร่างของมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นตรงรอยแยก แต่ด้วย"สกิลเผ่น” อัคคีจึงใช้ทักษะที่เพิ่งได้มา หลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิดเขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นมอนสเตอร์ที่ไม่คุ้นเคย
(Leap (เผ่น) - ทำการะโถอยหลัง ไม่เสียหายขณะะโและไม่อยู่ในสถานะต่อสู้อีกหลังจากลงสู่พื้น - ผู้เขียน)
“โอ้โห นี่มันก็อบลินสายพันธุ์อะไรเนี่ย"เขาถูกล้อมโดยพวกมันจนหมดทางหนีอีกครั้ง
“ผู้เล่นอัคคีเสียชีวิต”
อัคคีเสียชีวิตทั้งหมดตอนนี้ ๕๘๓ ครั้ง
...
ไคท์พบกระโจม หรือค่ายขนาดใหญ่บริเวณจัตุรัสกลางเมืองทั้งค่ายทหาร นักบวช และนักเวทย์ถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน รวมทั้งมนุษย์ NPC จำนวนมากต่างรวมตัวกันที่นี่นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นเดินเข้าออกดันเจียนอย่างต่อเนื่องละลานตาจนเขาแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็ใคร ทั้ง NPCและมนุษย์ดูคล้ายกันไปหมดบรรยากาศตอนนี้เรียกว่าคึกคักอยู่ไม่น้อย
NPC มากมายเช่นนี้ ทำให้ไคท์เกิดสงสัยว่าในประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง นอกจากจะมีอัศวินซึ่งเป็นักรบสวมชุดเกราะเต็มยศ และนั่งบนหลังม้าศึกที่สง่างามแล้วอาจจะมีนักเวทย์ พ่อมด ร่วมทัพหรือบัญชาการรบในกองทัพด้วย
ายุคกลางของยุโรปผู้วิเศษหรือพ่อมดมักถูกมองว่าเป็ส่วนหนึ่งของกองทัพ โดยใช้ความสามารถทางเวทมนตร์มีอิทธิพลด้านจิตใจ เหนือสิ่งอื่นใด สามารถชักจูงใจผู้คนให้หลงเชื่อหรือทำตามสิ่งที่บอกโดยบางครั้งก็ไร้ซึ่งการต่อต้าน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็ภาพสมมติของาเป็ส่วนใหญ่และไม่จำเป็ต้องถูกต้องตามประวัติศาสตร์เสมอไป
ในตำนานยุโรปโบราณ นักรบมักนับถือดรูอิด(Druid) ซึ่งเป็สมาชิกของชนชั้นนักบวชระดับสูงในวัฒนธรรมเซลติกเขาเป็ผู้นำทางศาสนาเช่นเดียวกับผู้มีอำนาจทางกฎหมาย ผู้พิพากษา ผู้ดูแลทรัพย์สินผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และที่ปรึกษาทางการเมืองพวกเขาถือว่ามีพลังเหนือธรรมชาติ เช่น การทำนายและเชื่อว่ามีความสามารถในการควบคุมพลังธรรมชาติ ตัวอย่างอื่น ๆของผู้วิเศษหรือพ่อมดในตำนานยุโรปที่นับถือ เช่น เมอร์ลินซึ่งเป็พ่อมดที่มีชื่อเสียงในตำนานอาเธอร์ และแกนดัล์ฟตัวละครในปกรณัมชุดมิดเดิลเอิร์ธของ J.R.R.
ไคท์เดินตรงไปหามาโร่หัวหน้าอัศวินส่วนผู้เล่นอื่นต่างสังสัยกันว่า การที่ NPCมากมายเหล่านี้รวมตัวกันต้องมีเหตุบางอย่างแน่ แต่ไม่มีใครรู้ว่าคืออะไร
“เควสนี้เป็เควสใหญ่ พวก NPCเริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว” ไคท์คิดเพราะั้แ่เขาได้รับ ภารกิจระดับ SSก็พบว่ามันส่งผลกระทบต่อพวกเขาแค่ไหน
“เราทำภารกิจเรียบร้อยแล้ว” ชายหนุ่มพูดกับมาโร่ขณะที่เขาง่วนอยู่กับเอกสารบนโต๊ะ
“วิเศษมาก ท่านมีนามว่าอะไร คราวก่อนข้าไม่ได้สอบถาม” มาโร่เงยหน้าขึ้นมองพลางลุกขึ้นยืน ภายในมือถือกระดาษม้วนหนังแกะ
“เรามีนามว่าไคท์”
“เอาละไคท์ ข้าจะไม่กล่าวอ้อมค้อม ตอนนี้เราเจอปัญหาเข้าแล้ว”มาโร่พูดด้วยสีหน้าตึงเครียด
“มีอะไรเหรอครับ”
“ตอนนี้เราเกือบเสร็จสิ้นการเตรียมการเบื้องต้นแล้วแต่ยังขาดแผนที่ชั้นหนึ่งของหอคอย เรามีอุปกรณ์ทำแผนที่แต่เราไม่มีกำลังพลเพียงพอจะสำรวจ” มาโร่กล่าว บนโต๊ะมีโฮโลแกรมจำลองเป็ภาพผังเมืองเสมือนจริงเมื่อเขาแตะมือลงบนหอคอย ก็ได้ยินเสียงว่าไม่พบแผนที่ของหอคอย
“ท่านจงไปขอแผนที่จากสมาคมนักผจญภัยพวกเขาเคยเข้าไปในหอคอยมาก่อน พวกเขาอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ใกล้ท่าเรือปัญหาที่ท่านควรรู้คือ พวกเขาไม่เหมือนนักบวช หรือสมาคมนักเวทย์พวกเขาเป็อิสระจากราชอาณาจักรไม่ขึ้นตรงกับใคร ดังนั้นข้าจึงไม่อาจส่งจดหมายอย่างเป็ทางการเพื่อเชิญพวกเขาได้”
“เควสระดับ SS ผู้เล่นได้รับเควสต่อเนื่อง ไม่สามารถปฎิเสธได้”เสียงจากระบบแจ้งเตือนทำให้ไคท์มีสีหน้าประหลาดใจ แต่ยังตอบด้วยท่าทีปกติ
“เรายินดีไปพบพวกเขา”
“ดี ท่านเก่งกาจมาก คิดไม่ผิดที่เลือกท่าน แต่ต้องระวังหัวหน้านักผจญภัยเคยเป็หนึ่งในอดีตผู้กล้า อย่าประมาทเขา”มาโร่พูดขณะเดินมาหาไคท์และตบไหล่เขาเบา ๆ ชายหนุ่มค้อมศีรษะก่อนเดินออกจากกระโจมตรงไปยังทิศตะวันตกของเมือง
“แค่ไปขอแผนที่ทำไมต้องให้ระวังตัว”เขารำพึงกับตัวเอง
......
'ข้าและเด็กคนนั้นตายกันหลายรอยจนจำไม่ได้แล้วว่าตายไปครั้งที่เท่าไร เ้าเด็กนั่นพยายามสื่อสารให้เชื่อฟังเขาแต่ข้าคือใครและเด็กนั่นเป็ใครที่จะสั่งข้า ข้าไม่ฟังคนที่อ่อนแอกว่าหรอกนะเ้าไม่คู่ควรจะเป็นายของข้าด้วยซ้ำ'
เวลไฮเดอร์เดินผ่านความมืดภายในถ้ำอย่างไร้ความกังวลใดๆ
“รอฉันก่อน เดี๋ยวก็ตายอีกหรอก”อัคคีส่งเสียงเหนื่อยหน่ายตามหลังเวลไฮเดอร์
'ข้าไม่ได้สนใจเสียงนั้น ข้าคิดว่าเขาอ่อนแอและไม่คู่ควร คิดแล้วก็โกรธโกรธที่ต้องติดอยู่ที่นี่ โกรธที่ต้องเจอเื่แบบนี้ ก็อบลินปรากฏเบื้องหน้าของข้า ข้าเข้าจู่โจมตามวิถีแห่งนักรบข้าไร้ความกลัว พวกมันมากมายรุมล้อมมาที่ข้าอีกครั้ง ข้าสู้กับพวกมันครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าไม่มีวันสิ้นสุด และนี่คือชะตากรรมของนักรบอย่างข้า'
ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่สู้ดีจุดเกิดของผมเปลี่ยนไป จากการตายแล้วเกิด ตอนนี้ผมเกิดใหม่ที่ค่ายของก็อบลินแม้ไม่มีพวกมันในค่ายแล้ว แต่เวลไฮเดอร์ยังไม่ฟังคำสั่งของผมและเราพากันไปตายหลายครั้ง ดูเหมือนที่นี่จะผ่านไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนเคยก็อบลินมีจำนวนมากขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นธนูของผมไม่แรงพอจะสังหารมันได้ในการยิงเพียงครั้งเดียวไม่เหมือนกับก็อบลินกลุ่มแรกที่เจอ
สกิลตรวสอบ
Thief Goblin (ก็อบลินจอมโจร)
Physical Attack ๕๙ ~ ๑๑๐ Magic Attack ๒๘~ ๕๒ Physical Defense ๙๒ Magic Defense ๖๑
HP : ๓๓๔
SP : ๑๑๙
อธิบาย
ก็อบลินจอมโจรก็อบลินที่สมเป็ก็อบลินจริง ๆ อิสระดุจพายุ ไวดุเหมือนแส้ฟาด มันหายตัวไปโผล่ด้านหลังศัตรูได้ ระวังด้วยละ
พวกมันเร็วมากไม่ง่ายเลยที่จะยิงให้โดนตัวมัน เเม้มันยืนอยู่ตรงหน้า แล้วผมยิงลูกธนูไปตรง ๆมันก็ยังหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว มันแทบไม่กลัวลูกธนูด้วยซ้ำ และถ้าหากยิงชักช้าไอ้พวกก็อบลินโจรยังสามารถหายตัวแล้วโผล่มาแทงข้างหลังเราได้ทุกเมื่อ เรียกได้ว่าประมาทไม่ได้เลย
VubbeMiner Goblin Miners (ก็อบลินนักขุด)
Physical Attack ๕๙ ~ ๑๑๐ Magic Attack ๒๘ ~ ๕๒ Physical Defense ๙๒ Magic Defense ๖๑
HP : ๓๓๔
SP : ๑๑๙
อธิบาย
ก็อบลินขุดเหมือง อย่าอยู่ดูถูกมันเชียวมันถึกเืเยอะ และอยู่เป็กลุ่ม
ไอ้กรรมกรพวกนี้เืเยอะยังกะาาก็อบลินยิงมันจนตัวเป็เม่นแล้วก็ใช่ว่ามันจะล้ม ที่สำคัญแม่งชอบอยู่กันเป็สมาคมทั้งจำนวนเยอะและตายยากถ้าประมาทมัวเพลินยิงไปเรื่อยละก็พวกมันจะรุมล้อมรุมทุบกลับจุดเกิดอย่างไว
แต่ที่เป็ปัญหาจริง ๆไม่ใช่แค่พวกก็อบลินเท่านั้น เพราะมอนสเตอร์ตัวใหม่ที่เจอ ทำผมตายหลายครั้งมากกว่าพวกก็อบลินซะอีก มันมุดดินได้และสกิลตรวจจับ ไม่สามารถจับได้หากมันอยู่ใต้ดินมันคือหนอนก็ไม่เชิง รูปลักษณ์เหมือนปลาวาฬแต่ดำดินได้น่าประหลาดที่คนออกแบบปลาให้พวกมันดำดิน ลำตัวมันเป็หิน ธนูของผมแทบยิงไม่เข้าลำบากมากกว่าจะจัดการสักตัว หากเจอมันสัก ๓-๔ ตัว บอกเลยครับผมกลับจุดเซฟ
Ston Orca (วาฬหิน)
Physical Attack ๓๘~ ๕๘ Magic Attack ๓๑ ~ ๔๗ Physical Defense ๑๔๕ Magic Defense ๙๐
HP : ๓๘๒
SP : ๑๙๘
อธิบาย
Stone Orca เป็กรณีที่แปลกประหลาดแม้กระทั่งในหมู่สัตว์ประหลาดที่จะปรากฏหลังจากMedzio Deina พวกมันเป็สัตว์ทะเลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบกน่าประหลาดใจที่พวกมันมาอาศัย และกินแร่หินในเหมือง และปรากฏตัวในพื้นที่ ๆห่างไกลจากมหาสมุทร ยังไม่มีใครไขปริศนาเื้ัสัตว์ประหลาดเหล่านี้ได้
ตอนนี้ผมยังไม่รู้วิธีจะผ่านไปได้อย่างไรเ้าเวลไฮเดอร์ก็ยังคุยกันไม่รู้เื่ แต่ผมเชื่อว่า มันจะเหมือนกับทุกครั้งผมต้องเก่งขึ้นเท่านั้น ผมถึงจะอยู่รอด
ผู้เล่นอัคคีเสียชีวิตทั้งหมด ๗๑๐ ครั้ง
(ตามตำนานของลิทัวเนีย MedzioDiena หรือที่รู้จักกันในชื่อ The Day of the Divine Tree คือ วันแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ บอกเล่าเื่ราวของ Laima เทพีแห่งโชคชะตาผู้ซึ่งละทิ้งเทพีเพื่อนของเธอ เมื่อการโจมตีของเมดซิโอ เดียนา อย่างไรก็ตามความสำคัญหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ในนิทานพื้นบ้านหรือตำนานของชาวลิทัวเนียนั้นไม่ชัดเจนจากข้อมูลที่มีอยู่- ผู้เขียน)
...
ไคท์ออกเดินทางจากจัตุรัสกลางเมืองมายังทิศตะวันตกจากตรงนี้เป็อิสระไร้กำแพงโอบล้อม ลมทะเลพัดมากระทบใบหน้าให้ความรู้สึกสบายใจ มีผู้เล่นไม่มากนักและ NPC แถวนี้ก็ดูดิบเถื่อน นักผจญภัยเหล่านี้ต่างจากนักรบพวกเขาไม่สนใจชื่อเสียงเกียรติยศเหมือนอัศวิน สนแค่การผจญภัยและการต่อสู้เท่านั้น
NPC อาชีพประหลาดนี้ จากสกิลตรวจสอบน่าจะเป็ Scout (นักผจญภัย)
หน่วยสอดแนม หรือนักสำรวจ หรือพวกชอบการผจญภัย เริ่มต้นขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์เมลคีลหลังจากที่ผู้กล้ารุ่นแรกปราบจอมมารได้สมาคมนักผจญภัยก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้น โดยได้รับการยอมรับโดยตรงจากทุกอาณาจักรและทุกเมือง
พวกเขาเป็องค์กรอิสระที่ไม่ขึ้นตรงกับเมืองหรือหน่วยงานใดๆ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุการะหว่างเมืองพวกเขามักได้รับมอบหมาย ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลที่ดันเจียนหรือป่าลึกที่เสี่ยงภัย หรือแถบชายแดนใน่าหลังจากที่พรมแดนของราชอาณาจักรขยายออกไปและไร้าหน่วยสอดแนมก็ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการติดตามและล่ามอนสเตอร์
คลาส Scout มีทักษะการรุกที่หลากหลาย การหลบหลีกและอัตราคริติคอลสูงเป็คลาสที่เน้นการรุก แต่เป็ที่รู้กันว่าใช้ SP อย่างรวดเร็ว
บริเวณท่าเทียบเรือมีเรือจอดอยู่ไม่กี่ลำ นั่นหมายความว่า เรือยังไม่ออกเดินทางเวลานี้มีนักผจญภัยมากมายที่นี่ และดูแตกต่างจากผู้เล่น
“พวกนี้น่าจะเป็ NPC” ไคท์คิด พลางมองไปรอบ ๆร้านค้าและอาคารต่าง ๆ NPC (ตามความคิดของไคท์) เดินเข้าออกพลุกพล่าน ในขณะที่ชายหนุ่มสำรวจสิ่งต่าง ๆโดยไม่สนใจอะไรนัก ก็พบกับอาคารหลังหนึ่งที่มีตราสัญลักษณ์มีดสั้นและปืน ของพวก Scout เขารู้ทันทีว่านั่นคือที่หมาย

ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบสืบเท้าเข้าไปในอาคาร ก็พบว่า บรรยากาศภายในวุ่นวายเกินกว่าจะเรียกว่า สมาคมของนักผจญภัยแต่เหมือนผับบาร์ที่มีนักดื่มจากทั่วมุมโลกกำลังส่งเสียงดังอึกทึกครึกโครม
ตามโต๊ะต่าง ๆ มี NPC นั่งจับกลุ่มดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ด้านซ้ายมือเป็เคาน์เตอร์ยาวที่มีพนักงานต้อนรับของกิลด์(Guild)ยืนให้บริการ ไคท์กวาดสายตามองพลางคิดคงไม่ใช่เพียงแค่ดื่มให้เมามายอย่างเดียวแต่พวกเขามองการดื่มเป็เื่ของสุนทรียะ เป็เื่ของการให้ความรู้แลกเปลี่ยนเื่ราวต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในค็อกเทล เบียร์คราฟท์ เบียร์สดต่าง ๆไคท์คิดอย่างครึ้มใจ นึกถึงโลกของเขา
จู่ ๆเสียงจ้อกแจ้กจอแจก็เงียบลงฉับพลัน เมื่อชายแปลกหน้าก้าวเข้ามาสายตาไม่ต่ำกว่าสิบคู่มองมาที่เขาเป็จุดเดียว บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
“ที่นี่ไม่ต้อนรับคนนอก” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับชายรูปร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาประจันหน้ากับไคท์ ภายใต้เสื้อผ้าที่มองเห็นได้ อาจกล่าวได้ว่าเนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรี
“คงไม่เกิดเื่อะไรขึ้นนะ”ไคท์คิดขณะสบตาอีกฝ่าย
“เรามาขอพบหัวหน้าสมาคมนักผจญภัย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและท่าทีสงบนิ่ง
“เ้าคิดว่า หัวหน้ากิลด์ ใครอยากเจอก็เจอได้เลยงั้นเหรอ”
“คนแบบนี้มีทุกที่จริง ๆ”ไคท์คิดอย่างละเหี่ยใจ
“เรามีคำขอสำคัญ เกี่ยวกับภัยของเมืองแคนทาลอสหัวหน้าสมาคมเป็คนเดียวที่คลี่คลายปัญหานี้ได้..." ไคท์พยายามนึกหาถ้อยคำรื่นหู
“ออกไปจากที่นี่ซะ” เขาะโพร้อมกับชูกำปั้นขึ้น มีแสงสว่างวาบล้อมรอบแขนของเขา พริบตาเดียว ก็ขยายขนาดเท่าลูกตุ้มพุ่งแหวกอากาศมายังไคท์ที่ยังยืนนิ่ง
“หยุดก่อนกาเรน” เสียงหนึ่งดังขึ้นหมัดที่เกือบต่อยใส่หน้าไคท์ ชะงักกลางคัน บ่งบอกว่าฝีมือไม่ธรรมดา
เ้าของเสียงเมื่อครู่เดินลงมาจากชั้นสองของอาคาร ทุกคนมองมาที่เขาเป็ตาเดียวมีทั้งเสียงถอนหายใจและเสียงพึมพำ แต่ไม่มีใครพูดอะไร ร่างในชุดสีดำก็ปรากฎตัวขึ้น เขามีใบหน้าหล่อเหลา ผมสีฟ้าดวงตาคมกริบจับจ้องไคท์ไม่วางตา และเดินมาหยุดตรงหน้าเขาชายที่ชื่อกาเรนหลบไปข้าง ๆ ขณะที่เขาทรุดกายลงเก้าอี้ตัวหนึ่งก็วางรองนั่งอย่างรวดเร็ว
“หืมมม เท่จัด” ไคท์คิดในใจ

“ข้าคือ'โลกิ' หัวหน้ากิลด์ หากปล่อยให้กาเรนใช้พลังในนี้ที่นี่คงราบเป็หน้ากรอง” โลกิปรารภ และหันไปมองกาเรน โบกมือให้เขาหลบไปด้านหลังเหมือนไม่สนใจไคท์ที่อยู่ตรงหน้า
“สวัสดีครับ เรามีนามว่าไคท์ได้รับคำร้องจากหัวหน้าอัศวิน มาขอแผนที่หอคอยกับทางสมาคม” ไคท์กล่าวโดยไม่อ้อมค้อม
“แหม ตรงไปตรงมาดีจัง” โลกิหัวเราะเสียงดังลั่นทุกคนต่างหัวเราะตาม และเงียบลงเมื่อเขายกมือขึ้น
“งั้นเหรอ ทำไมเ้าไม่วิ่งกลับไปแล้วให้มาโร่มาเเทนล่ะ“ โลกิถามเยาะ ๆ ทำท่าสบายอารมณ์ดวงตามีแววหยามหยันตลอดเวลา
“ถ้าแผนที่สำคัญ ทำไมให้สุนัขมาคาบ"เขายิ้มอย่างเ็าพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมจะหันหลังให้
“ดะ เดี๋ยวก่อนครับ” ไคท์ร้องอุทรณ์แต่ยังไม่ทันขาดคำ โลกิก็สะบัดมืออย่างรวดเร็ว ไคท์ไม่ทันระวังมีดปลายแหลมเล่มเล็กแทงเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างแม่นยำ
“ผู้เล่นไคท์เสียชีวิตแต่เนื่องจากเกิดเหตุในเมืองจึงไม่สูญเสียสิ่งใด”เสียงจากระบบดังขึ้นพร้อมกับไคท์ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาตรงจุดเกิดหน้าอาคารเริ่มต้น
“ไม่ง่ายเลยจริง ๆ กับเควสระดับ SS ”ชายหนุ่มรำพึง ขณะมองดูหอคอย
....
บันทึกของอัคคี
เอาละตอนนี้ผมผ่านมา่หนึ่งของถ้ำได้แล้ว ไม่อยากจะคุยเลยว่า ผมผ่านมาได้อย่างไร ฮ่า ฮ่าฮ่า ผ่านได้ไงน่ะเหรอ อืมม... เริ่มเล่าตรงไหนดี งั้นไปดูสเตตัสผมก่อน
สถานะตัวละคร
ชื่อผู้เล่น : อัคคี
อาชีพ : นักธนู (Archer)
เลเวล : ๑๕
พลธนูส่วนใหญ่แบ่งออกเป็สามกลุ่ม :ภาคประชาชน ,กองทัพหลวง และแชฟเฟนสตาร์(นักต่อสู้อิสระ)มีคนจำนวนมากที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นักธนูเสมอแม้ว่าการยิงธนูเป็ทักษะที่ยากจะเชี่ยวชาญ
นักธนูสามารถเคลื่อนที่ได้แม้ในระหว่างการโจมตีและมีความเร็วในการเคลื่อนที่ที่เร็วกว่าเมื่อเทียบกับคลาสอื่น ๆพวกเขาเชี่ยวชาญในการต่อสู้เคลื่อนที่ ใช้ประโยชน์จากการโจมตีระยะไกล
อาชีพที่ ๒ Hunter เลเวล: ๒
นักล่าเริ่มต้นด้วยการฝึกสุนัขล่าสัตว์และพัฒนาไปสู่การฝึกสัตว์ประหลาดต่างๆ เพื่อช่วยพวกมันในการต่อสู้ HunterMasters เชี่ยวชาญทั้งอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์และการฝึกสัตว์ร้ายที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพื่อทำให้มันเชื่อง
นักล่าเป็ผู้ฝึกสอนล่าศัตรู โดยใช้สหายและทักษะที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับเ้าของ เช่น การกัดและจับศัตรูหรือค้นหาเป้าหมายที่ซ่อนอยู่
สกิล :
Concentration(สมาธิตั้งมั่น) : ๑๕
ตั้งสมาธิเพื่อเพิ่มอัตราคริติคอล
Swift Step (วิ่งยิง) : ๑๐
โจมตีได้ในขณะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพิ่มความเร็วในการหลบหลีก และความเร็วในการเคลื่อนที่ของนักธนูเมื่อใช้การโจมตีปกติ และทักษะบางอย่าง
Leap(เผ่น) : ๑๐
ทำการะโถอยหลัง ไม่เสียหายขณะะโและไม่อยู่ในสถานะต่อสู้อีกหลังจากลงสู่พื้น
Twin Arrow(ลูกศรคู่) : ๑๕
ยิงธนู ๒ ดอกใส่ศัตรูพร้อมกันสร้างความเสียหาย + ๕๐ % แก่ศัตรูที่เป็เกราะเบา
Oblique Shot (บังคับลูกธนู) : ๕
ใครว่าลูกธนูต้องยิงตรง ๆ แบบเดียว การบังคับสายคันธนูยิงให้ลูกโค้ง ตามใจชอบ สามารถยิงข้าม หรือ อ้อมสิ่งกีดขว้าง
Multi Shot (ยิงต่อเนื่องรุนแรง) : ๓
ทักษะสกิลของยอดนักธนูที่ผ่านการฝึกมือแทบแตก ในการยิงรัว
คู่หูยังไม่มีชื่อ
เวลไฮเดอร์
เลเวล : ๓๐๔
สกิวของ Hunter
Come Back! (กลับมานี่)
หยุดการโจมตีของคู่หูและเรียกมันกลับมาที่ฝั่งของฮันเตอร์คู่หูที่กลับมาจะไม่โจมตีศัตรูจนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่
Attack!(โจมตี)
เป็คำสั่งพื้นฐานที่ใช้สั่งคู่หูโจมตีศัตรู
คู่หูยังไม่มีชื่อ
เวลไฮเดอร์
เลเวล : ๓๐๔
....
บันทึกของเวลไฮเดอร์
ข้าและเ้าหนุ่ม เราสองคนเติบโตขึ้นจากความตายนับไม่ถ้วน ข้ายังกังขาในความเก่งกาจของเขา เหมือนดังภาพฝันในคืนที่เลวร้ายก็อบลิน มากมายรุมล้อมข้า ข้ายืนหยัดเพียงลำพังและคิดว่าอาจต้องล้มตายเหมือนทุกครั้ง ทว่า
“สกิล Come Back! (กลับมานี่)” เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของข้าพร้อมร่างของข้าที่าเ็ กลับมาอยู่ที่จุดเกิด
“ข้ายังไม่ตายเหรอนี่” ข้าคิดและมองไปรอบ ๆ แต่าแตามร่างกายยืนยันได้อย่างดีว่า ข้ายังไม่ตาย ร่างของเขายืนอยู่เหนือข้า
“อย่าวิ่งออกไปแบบนั้น เราตายกันมากเกินไปแล้วรู้ไหม”เด็กนั้นพูดกับข้า เหอะ ! ข้าไม่สน ข้าหันหลังอีกครั้ง เตรียมจะเดินเข้าไปต่อสู้เพราะนี่คือวิถีของข้า สู้เพื่อรอด
เขาก้มลง และเริ่มลูบคลำตัวข้าเบา ๆ ข้าไม่อาจขัดขืนหรือต่อต้านเขาได้อาการาเ็ค่อย ๆทุเลาและหายไปในที่สุด
การปฐมพยาบาลเพื่อนร่วมทาง
* เมื่อ HP คู่หูต่ำกว่า ๕๐% เปิดใช้งานเอฟเฟกต์ (ปฐมพยาบาล) เพื่อฟื้นฟู HP เป็เวลา๒ วินาที
ระยะเวลาเพิ่มขึ้น ๑ วินาทีต่อระดับ(ปฐมพยาบาล) ไม่สามารถใช้งานได้อีก ๑๐ นาทีหลังจากเปิดใช้งาน
“การที่เราไม่ชนะ ไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ เราแค่หาวิธีแบบใหม่ ๆเท่านั้น ถ้านายทำแบบเดิม เราจะไปกันไม่รอดนะเ้าคู่หู”เขาพูดขณะลูบตามลำตัวของข้า คำพูดนี้ช่างเหมือน... เหมือนกับ...
คำพูดของชายคนหนึ่งที่ข้าไม่ได้ยินมานานแล้ว
“คู่หู” นานแล้วที่ข้าไม่ได้ยินคำนี้ ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ข้ามักบอกตัวเองแบบนั้นเสมอข้าคิดแบบนั้น ไม่ใช่เพราะข้าเก่งหรือเย่อหยิ่ง แต่นายของข้า มักบอกว่าข้าคือ'คู่หู' ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง
นายเก่าของข้ามักเรียกข้าว่า"คู่หู" คำพูดนี้ทำให้ข้านึกย้อนไป เมื่อครั้งที่ข้าอยู่กับเขาชายผู้ไม่เคยยอมแพ้ คอยช่วยเหลือผู้คน สิ่งมีชีวิตใด ๆ ไม่เว้นแม้แต่มอนสเตอร์ก็มักได้รับความเมตตาจากเขา
ข้าคิดถึงอดีตเ่าั้ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ภาพในหัวย้อนเข้ามาในความทรงจำ ภาพของนายคนเก่าและประโยคที่คอยให้กำลังใจข้า ใน่เวลาที่ยากลำบาก
“สกิลใช้ได้จริง ๆ ด้วย” เด็กนั้นพูดอะไรบางอย่าง
“แม้ว่าเขาดูไร้คุณสมบัติกว่าเ้านายเก่าแต่เด็กนี่ก็คอยช่วยเหลือข้า และต่อสู้ตกตายด้วยกัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาเหมือนกับนายท่าน เขาไม่เคยยอมแพ้”
...
บันทักของอัคคี
ใช่แล้ว สกิล Come Back ! (กลับมานี่)ผมเพิ่งเห็น ตอนตรวจสถานะอีกครั้ง เพราะเ้าเวลไฮเดอร์ไม่เชื่อฟังทั้งมันและผมจึงพากันไปตายมั่วไปหมด
สกิลนี้ทำให้ผมสามารถเรียกเวลไฮเดอร์กลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง ตอนแรกมันแทบไม่ฟังอะไรเลยอาจเพราะระดับของมันมากกว่าผม แต่พอตายไปหลายครั้ง มันคงแปลกใจ และรู้ว่าผมเป็คู่หู
ผมรู้ ผู้ชายอย่างผมเป็เ้านายไม่ดีนักผมเคยเลี้ยงสุนัข แต่มันจากไปนานแล้ว ผมเสียใจมากตอนมันตายจึงไม่อยากเลี้ยงอะไรอีก พูดแล้วก็คิดถึง
ครั้งหนึ่งหลังจากเราตายไม่รู้ครั้งที่เท่าไร ก่อนเวลไฮเดอร์ จะโดนรุมล้อมละมั้ง ผมลองใช้สกิลเรียกมันกลับมา มันบาบเจ็บสาหัสผมใช้สกิลและรักษามัน ขณะลูบขนมัน เวลไฮเดอร์มองมาที่ผมซึ่งกำลังบ่นถึงจุดเซฟโซนที่ค่ายก็อบลิน
หน้าตามันดูซาบซึ้งใจแปลก ๆ คงปลื้มที่ผมช่วยไว้อืมม..แปลกดีนะ เกมออกแบบให้สัตว์เหล่านี้มีอารมณ์ความรู้สึกด้วย
ขณะลูบหัวมันเล่น มันส่งเสียงคล้ายเด็กทารกอย่างน่ารัก นิ่งและไม่วิ่งเข้าไปในถ้ำเหมือนเคยมันหยุดและเดินมาที่ผม พร้อมกับทำเสียงออดอ้อน
“ผู้เล่นอัคคีให้ความรักกับคู่หู ปลดล็อกสายสัมพันธ์มิตรภาพ”เสียงจากระบบแจ้งเตือนถึงการกระทำของผม ทำให้ผมแปลกใจเหมือนกัน และตอนนั้นเอง ผมคิดได้ว่าควรตั้งชื่อให้กับเ้าเวลไฮเดอร์นี้
“ฉันจะตั้งชื่อให้แกนะ” ผมพูดพร้อมกับลูบไปที่ตัวของเวลไฮเดอร์มันส่งเสียงครางในลำคอ ก่อนจะถูไถคลอเคลียผม เหมือนแมวเล่นกับเ้าของ
ผมนึกอยู่ครู่หนึ่ง ว่าควรใช้ชื่ออะไรจู่ ๆ ผมก็นึกถึงสุนัขที่ตายไป
“ฉันให้แกชื่อว่า'เ้ากล้า'"
'ข้าได้รับชื่ออันเหมาะกับจิตใจที่แข็งแกร่งตามวิถีคู่หูคนใหม่ของข้าชื่อข้ามาจากความกล้าหาญและไม่กลัวตาย ข้าเคยช่วยเขาไว้จากาาก็อบลินและต่อสู้กับสัตว์ร้ายโดยไม่กลัวเกรง'เวลไฮเดอร์เชิดหน้าอย่างองอาจ
“ผู้เล่นอัคคีตั้งชื่อให้กับคู่หู” เสียงจากระบบดังขึ้นเวลไฮเดอร์มีท่าทีดีใจ สองขาเล็ก ะโเหยง ๆ
สกิลของ Hunter
Come Back ! (กลับมานี่)
หยุดการโจมตีของคู่หูและเรียกมันกลับมาหาฮันเตอร์คู่หูเมื่อกลับมาจะไม่โจมตีศัตรูจนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่
Attack ! (โจมตี)
เป็คำสั่งพื้นฐานใช้สั่งคู่หูโจมตีศัตรู
คู่หู : เ้ากล้า
เวลไฮเดอร์(ชื่อสายพันธุ์)
เลเวล : ๓๐๔
อัคคีเปิดดูค่าสถานะตัวละครของคู่หูซึ่งเปลี่ยนไปแล้ว ที่สำคัญตอนนี้เ้ากล้า ไม่วิ่งพล่านเหมือนคราวก่อน
“โอ้โห สกิลอาชีพฮันเตอร์” เขาตื่นเต้นเมื่อเห็นสกิลใหม่หลังจากตั้งชื่อเ้ากล้า
“ยอดไปเลย”ชายหนุ่มตาลุกวาว เตรียมตัวเพื่อจะบุกอีกครั้ง
ผู้เล่นอัคคีเสียชีวิต๗๘๐ ครั้ง
...
“เควสระดับ SS ผู้เล่นได้รับเควสต่อเนื่อง ไม่สามารถปฎิเสธได้”
คำอธิบาย : ผู้เล่นต้องไปนำแผนที่จากนักสำรวจ
เพิ่มเติม : ผู้เล่นไม่ได้รับความเป็มิตรจากสมาคมนักผจญภัย
ไคท์รู้สึกมึนงงเริ่มประจักษ์แล้วว่าเควสนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
"ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม มาโร่ให้ระวังโลกิแล้วทำไมพวกเขาถึงไม่ชอบหน้ากัน?”
“เป็ไปได้ไหมว่า NPC ที่ควบคุมโดย AIมีความคิดอิสระเป็ของตัวเอง? และไม่มีแบบแผนเหมือนเกมทั่วไปพวกเขาอาจมีเื่ราวหรือภูมิหลังเป็ของตัวเอง มากกว่าแค่พูดและทำตามสคริปต์และถ้าใช่ ก็แสดงว่า NPC สามารถคิดและวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเองทำให้พวกเขามีนิสัยใจคอเป็ของตัวเอง...” ชายหนุ่มครุ่นคิดในสิ่งที่อาจเป็ไปได้
“กำลังคิดอะไรอยู่คะ” เสียงใสดังขึ้น ทำให้ไคท์ที่กำลังเหม่อลอยสะดุ้งสุดตัวเขาหันมามองตามเสียง ก็พบว่าหล่อนคือผู้หญิงที่เคยเจอที่สถาบันเวทมนตร์
“อ้าา..คุณ” เขาคาดไม่ถึง กับการพบกันกะทันหัน
“ฉันเรียกคุณอยู่นาน มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” หล่อนพูดรัวเร็ว พร้อมกับสืบเท้าเข้ามาใกล้
“คะ คือ ..ผม..”
“ฉันผ่านมาพอดี เห็นคุณยืนอยู่ที่นี่แล้วฉันกำลังไปหอคอย เพื่อนำเอกสารบางอย่างส่งให้คุณมาโร่” หล่อนพูดเจื้อยแจ้วดวงตากลมโตจ้องมองไคท์อย่างค้นคว้า
“อ้าา..”ไคท์รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ที่คอเขาพูดอะไรไม่ออก
“คุณคงสงสัยว่า ฉันแอบตามคุณมารึเปล่า เปล่านะคะ... เปล่า ..ฉันแค่ผ่านมาจริง ๆไม่ได้ตั้งใจเจอคุณเลยนะคะ ฉันไม่ได้แอบตามคุณหรือแอบมองหาคุณเลยนะ”หล่อนส่ายหน้า แก้มแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงสุก
“ทำไมคุณไม่พูดอะไรเลย”
“คุณชื่ออะไรนะครับ”เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด