Chapter 20
นักวิทยาศาสตร์กับการตัดสินใจ
จากข้อมูลที่แสดงบนแว่นตาของเขาทำให้โนบิลแน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นซินเทซิส
เธอควรจะเป็นผู้ควบคุมจักรกลสามตัวก่อนหน้านี้
โนบิลเก็บปืนลงและจัดปกของเสื้อโค้ทให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยถาม
“ทางเลือกของเรามีอะไรบ้าง?”
หญิงสาวผมสีพีชแสดงสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ดูซุกซน
“อยากเจรจาเหรอ? สมองยังพอใช้ได้อยู่นี่นา”
“สองครั้งแล้ว ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี อย่าให้มีครั้งที่สาม”
โนบิลกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา แต่คำกล่าวนั้นทำให้หญิงสาวต้องแสยะยิ้ม
“ไม่งั้นจะ?”
สิ้นคำพูดนั้นศีรษะของหญิงสาวก็ต้องสะบัดไปด้านหลังอย่างแรง คล้ายกับถูกอะไรบางอย่างพุ่งเข้าชน
กลางหน้าผากของเธอปรากฎรู ๆ หนึ่ง
โนบิลชักปืนออกมายิงอีกครั้งด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ
หญิงสาวแสยะยิ้ม เธอก้มหน้ากลับลงมาเพื่อเตรียมจะพูดถากถางความพยายามอันไร้ประโยชน์ของอีกฝ่าย
เบื้องหน้าของเธอยังมีกระสุนอีกหลายนัดลอยค้างอยู่บนอากาศ เพราะม่านป้องกันที่ถูกกางขึ้นโดยอัตโนมัติในชั่วพริบตาที่ร่างกายได้รับความเสียหาย จึงมีเพียงนัดแรกที่เล็ดรอดเข้ามาได้
ทว่ารอยยิ้มของเธอก็ต้องชะงักไป เธอรีบใช้นิ้วควักกระสุนที่คาอยู่ออกมาจากรูบนหน้าผาก และพบว่าเมื่อมันถูกดึงออกมา ก็มีสสารสีเงินร่วงหล่นจากหัวกระสุน
“แก!!”
โนบิลโฉบตัวลงคว้าวัตถุบางอย่างขึ้นจากพื้นแล้วขว้างมันไปทางหญิงสาว
มันคือจรวดมิสไซล์ที่เคยปักอยู่บนร่างของโนร่า
จรวดมิสไซล์รูปร่างคล้ายปากกาสองอันพุ่งไปถึงเบื้องหน้าของหญิงสาวผมสีพีช แล้วมันก็ทะลุผ่านม่านป้องกันเข้าไปโดยไร้การกีดขวาง
โนบิลลั่นไกอีกครั้งในจังหวะที่มิสไซล์แต่ละลูกยังผ่านพ้นม่านป้องกันเข้าไปไม่หมด
กระสุนสองนัดพุ่งทะลุตัวมิสไซล์จนแหลกเป็นผุยผง แล้วผ่านม่านป้องกันเข้าไปแทน
หญิงสาวถูกกระสุนเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างจนเซไปด้านหลังเล็กน้อย เธอรีบใช้มือดึงกระสุนออก แต่ก็ไม่อาจยับยั้งสสารสีเงินได้อย่างทันท่วงที
ระบบภายในร่างของเธอเกิดการแปรปรวณ เพราะสสารสีเงินในหัวกระสุนก็เป็นนาไนท์ชนิดหนึ่ง
ม่านป้องกันเบื้องหน้าได้สลายตัวไป ทำให้กระสุนที่เคยติดค้างอยู่ค่อย ๆ ร่วงหล่น หญิงสาวพยายามใช้นาไนท์ในร่างเข้าต่อต้านกับนาไนท์แปลกปลอม แต่นี่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
ในเวลานั้นเอง โนบิลที่เข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายก็จ่อปลายกระบอกปืนของปืนลูกโม่เข้าที่กลางหน้าอกของหญิงสาว
เธอจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยตาเบิกค้าง
ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายช่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือตัวเธอในตอนนี้ไร้การป้องกันอย่างสิ้นเชิง
และตำแหน่งที่ถูกปืนจ่ออยู่ยังเป็น ‘คอร์’ แกนกลางของร่าง ซึ่งมีสถานะเปรียบเสมือนสมองและหัวใจ
“หยุดการทำงานของนาไนท์ในร่างของผู้หญิงคนนั้นซะ ก่อนนั้นก็ทำให้กลับเป็นอย่างเดิมด้วย”
โนบิลย่อมหมายถึงโนร่า หญิงสาวผมสีพีชที่งอตัวด้วยท่าทางเจ็บปวดขบฟันแน่นก่อนจะตอบกลับไป
“เรื่องนั้นทำไม่ได้… แต่อีกไม่นานนาไนท์ก็จะหยุดทำงานไปเอง… อึก!!”
โนบิลใช้ปืนอีกกระบอกลั่นกระสุนสองนัดใส่หัวเข่าของหญิงสาว ทำให้เธอต้องทรุดนั่งลง
ใช่ว่าไม่พอใจกับคำตอบของอีกฝ่าย แต่โนบิลรู้ดีว่ากระสุนแต่ละนัดนำนาไนท์เข้าไปในร่างของเธอได้อย่างจำกัด ตอนนี้นาไนท์ชุดแรกน่าจะถูกทำให้เสื่อมสภาพลงพอสมควรแล้ว เมื่อการสนทนายืดเยื้อออกไป เขาจึงต้องยืดเวลา
“ฉันพูดจริงนะ! นั่นเป็นนาไนท์แบบทำงานอัตโนมัติ เมื่อทำงานเสร็จมันจะหยุดไปเอง!”
“ถ้าผู้หญิงคนนั้นตาย เธอก็ต้องตายด้วย”
โนบิลกล่าวอย่างเย็นชาพร้อมกับขึ้นนกของปืนลูกโม่ในมือ หญิงสาวมีอาการลนลาน จึงรีบอธิบายอย่างตะกุกตะกัก
“มะ.. ไม่ใช่นะ! เข้าใจผิดแล้ว! นาไนท์นั่นไม่ได้มีไว้ทำลาย แค่ใช้แก้ไขสภาพร่างกายให้เป็นไปตามข้อบังคับเฉย ๆ “
ได้ยินเช่นนั้น โนบิลก็ต้องขมวดคิ้ว เขาหันกลับไปมองโนร่า และพบว่าอาการของอีกฝ่ายเริ่มคงตัวแล้ว
โนร่าที่หอบหายใจอยู่กับพื้นไม่มีหูหรือหางแมวอีก เส้นผมที่เคยมีสีทองยาวสลวยกลายเป็นผมสั้นสีฟ้าอ่อน กระโปรงเอี๊ยมยีนส์สีเหลืองก็กลายเป็นกางเกงเอี๊ยมยีนส์สีฟ้าเช่นกัน
ลมหายใจของเธอค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ เธอเริ่มรับรู้ได้ถึงร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป เธอคลำหาใบหูที่ไม่ดำรงอยู่อีก และรูดจับเส้นผมที่สั้นลงกว่าเดิมมากด้วยอาการสับสน
ตอนนี้รูปลักษณ์ของเธอไม่ใช่ฮาลฟ์บีสเผ่าแมวอีกต่อไป แต่เป็นมนุษย์ธรรมดา
โนบิลหันกลับมาทางหญิงสาวผมสีพีชอีกครั้ง
“ถ้างั้นเรื่องนี้ก็เป็นอันเลิกรากันไป”
“แก…”
หญิงสาวขบฟันด้วยด้วยแววตาไม่ยินยอม แต่ก็ยังข่มโทสะเอาไว้เพราะสถานการณ์ที่เสียเปรียบ
โนบิลก็มองออกถึงเรื่องนี้
“เธอเป็นฝ่ายใช้กำลังก่อน ทั้งยังจงใจยั่วยุ อย่าคิดโยนความผิดให้กับคนอื่น ถ้ายอมคุยกันดี ๆ แต่แรกก็สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องยุ่งยากทั้งหมดนี้ได้”
“ฉันเริ่มก่อนเหรอ? แม่นั่นไม่ฟังคำเตือนแล้วคิดจะลงมือก่อนชัด ๆ !”
“คำเตือน? ‘พบผู้ละเมิดการปรับแต่ง เริ่มดำเนินการแก้ไข’ นั่นน่ะรึ? ไม่เห็นมีตรงไหนที่ฟังเป็นคำเตือนเลย แล้วคนที่เริ่มโจมตีก่อนคือหมาของเธอต่างหาก”
“ก็แม่นั่นยกมือขึ้นเหมือนเตรียมจะโจมตีนี่นา”
“เรื่องนั้นเธอขวัญอ่อนหวาดผวาไปเอง จะโทษคนอื่นได้ยังไง?”
“ฮึ่ม.. แล้วทีนายล่ะ? แค่พูดจาไม่เข้าหูก็เหนี่ยวไกแล้ว ตอนนี้ค่อยมาใช้เหตุผลเหรอ?”
โนบิลครุ่นคิดเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็หันปลายกระบอกปืนไปทางอื่นและนั่งชันเข่าลง ก่อนจะกล่าว
“เมื่อครู่นี้ฉันอารมณ์ร้อนไปหน่อยจริง ๆ แต่เธอก็ไม่ฟังคำเตือนนี่นา ขอยืนยันคำเดิมว่าถ้าคุยกันดี ๆ แต่แรกก็ไม่มีปัญหา แต่ฉันยอมรับผิดที่ใจเร็วเกินไป ถ้าขอโทษ จะถือว่าหายกันไปได้รึเปล่า?”
“นายนี่มัน…”
หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตามหลักเหตุผลแล้วเธอไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะลงมือฆ่าเธอจริง ๆ แต่ชายคนนี้ก็ทำเรื่องที่อยู่นอกเหนือการคาดคะเนของเธอมาตั้งแต่แรก เธอจึงไม่คิดจะเสี่ยง
“ตามนั้นก็ได้! ฉันจะไม่เอาเรื่อง!”
แม้จะเป็นเพียงคำพูดปากเปล่า แต่สำหรับเผ่าซินเทซิสแล้ว นี่ถือเป็นการตกลงอย่างเป็นทางการ โนบิลจึงยอมเก็บปืน
“ขอโทษที่แนะนำตัวช้า ฉันชื่อโนบิล, โนบิล คอนทริฟ ยินดีที่ได้รู้จัก”
หญิงสาวผมสีพีชถลึงตามอง เพราะอีกฝ่ายทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างหน้าตาเฉย
โนบิลไม่ได้รอคอยคำตอบของฝ่ายตรงข้าม เขากลับหลังหันแล้วเดินไปหาโนร่าที่เพิ่งจะลุกขึ้นมา
รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นไม่ถึงกับทำให้จำไม่ได้ แต่ก็มีความแตกต่างจากเดิมค่อนข้างมาก โนร่าตอนนี้กลายเป็นหญิงสาวผมสั้นสีฟ้า สวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาวและกางเกงเอี๊ยมยีนส์สีฟ้าอ่อน ใบหน้าอันงดงามนั้นยังคงเดิม แต่ทรงผมและการแต่งกายทำให้มีความน่ารักเข้ามาแทนที่ความงดงามของสาวแรกรุ่น
“หู.. หูของฉัน…”
โนร่าที่กำลังลูบคลำหูแมวที่ไม่มีอีกต่อไปแล้วกล่าวด้วยดวงตาคล้ายกับคนจะร้องไห้
“ถ้ารู้ว่าเป็นเรื่องแค่นี้ ฉันนั่งดูเฉย ๆ ดีกว่า”
โนบิลกล่าว ทำให้โนร่ายิ่งทำหน้าบูดบึ้ง
ในระหว่างนั้นเขาก็ก้มลงเก็บมิสไซล์อันสุดท้ายที่อยู่บนพื้น แล้วซุกเข้ากระเป๋าของเสื้อโค้ท
“ชื่อของฉันคือโซวริส! จำเอาไว้ ฉันจะจับตาดูพวกนาย!”
หญิงสาวผมสีพีชกล่าวด้วยเสียงอันดัง เธอสามารถขยับร่างกายได้ดั่งใจแล้ว หลังพูดจบจึงรีบเดินจากไปด้วยความขุ่นเคือง
โนบิลพิมพ์ชื่อของอีกฝ่ายลงในนาฬิกาข้อมือเพื่อกันลืม จากนั้นจึงเดินไปทางนักสืบทั้งสอง
“มีเหตุไม่คาดฝันเล็กน้อยทำให้ถูกขัดจังหวะ เรามาเริ่มกันใหม่ละกัน โนร่า เรียกแมวมาอีกทีซิ”
เขากล่าวกับเฟเลเซียที่ยังคงยืนอึ้ง ก่อนจะหันไปบอกโนร่า
“เรียกเริกอะไรเล่า!? นายเรียกเองเถอะ!”
โนร่าที่น้ำตาคลอเบ้าตวาดพร้อมกับขว้างถุงขนมเข้าใส่โนบิล แต่อีกฝ่ายก็เอามือรับไว้ได้
หลังขว้างถุงขนมเสร็จ เธอก็เดินย่ำเท้าจากไป
โนบิลมองดูแผ่นหลังของอีกฝ่ายพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะหันมาหาเฟเลเซีย
“วันนี้อาจไม่สะดวกแล้ว ขอนัดเป็นวันหลังได้รึเปล่า นี่ไอดี FINE ของผม แอดไว้หน่อยนะครับ”
*FINE คือแอพพลิเคชั่นสนทนายอดนิยมของยุค ย่อมาจาก Fun Intuitive Natural Exchange
เฟเลเซียมีสีหน้างุนงง แต่เธอก็แอดไอดีของอีกฝ่ายตามที่มีการขอ เพราะเดิมก็ตั้งใจว่าควรหาช่องทางติดต่อเก็บไว้อยู่แล้ว
เดวิดถอนหายใจเบา ๆ เพราะมองออกแต่แรกว่าชายหนุ่มสวมแว่นคนนี้มีเจตนาแอบแฝง แต่นี่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเฟเลเซีย
ที่สำคัญคือเขารู้สึกสนใจในตัวอีกฝ่ายขึ้นมา เพราะด้วยฝีมือระดับนี้ หากเป็นนักผจญภัย อย่างต่ำก็ควรจะอยู่แรงค์ S ด้วยซ้ำ
ต้องรู้ว่า ซินเทซิสทั้งหมดล้วนมีศักยภาพในการต่อสู้เทียบเท่านักผจญภัยแรงค์ S หรือสูงกว่า ต่อให้ไม่ใช่ซินเทซิสที่ถูกสร้างมาเพื่อต่อสู้ก็ตาม
เดวิดคิดว่าคงต้องลองตรวจสอบดู
หลังจากแลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อกันเรียบร้อยแล้ว โนบิลก็ขอตัวกลับ เฟเลเซียมองดูแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่แตกต่างไปจนกเดิมอยู่บ้าง
ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนสื่อถึงการมีข้อความใหม่เข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเธอ
เป็นข้อความจากคนที่ใช้ชื่อว่า Nobeaw มีรูปอวาตาร์เป็นแมวสีส้มสวมแว่นขอบกลมสีดำ ส่งสติ๊กเกอร์เป็นรูปแมวสีส้มโบกมือเข้ามา
---------------------------------------------------------------------------