หมอตุลย์ลาลุงสมิธแล้วออกจากโรงตีเหล็ก เขามุ่งไปที่ร้านขายของ จัดการขายของที่ดรอปจากมอนสเตอร์ทั้งหมดออกไปแล้วซื้ออาวุธเพิ่ม ชายหนุ่มซื้อโล่กลมทองแดง มีดทองแดง ขนมx10 กระสอบผ้าx1 ผ้าพันแผลx20 และโพชั่นเพิ่มพลังชีวิตx2 จนเหลือเงินแค่200เหรียญทองแดง
“จริงสิ เราซื้อด้วยเงินจริงได้รึยังนะ” หมอตุลย์รีบกดคำสั่งซื้อในร้านขายของดู พบว่าตอนนี้เขาสามารถแลกเงินได้แล้ว หมอตุลย์กดซื้อเงิน 1 เหรียญทองทันทีอย่างไม่ลังเลด้วยเงิน 5000 เครดิต
[เหรียญทอง(ซื้อ) : เปลี่ยนมือไม่ได้ ไม่สามารถหล่นหายได้]
ชายหนุ่มอ่านคำบรรยายดู นี่เป็นมาตรการของผู้ผลิตเกมออโรร่าออนไลน์ที่ทำเอาไว้เพื่อป้องกันการทุ่มตลาดจากบริษัทใหญ่ๆหรือคนรวยๆที่หวังจะใช้เงินในการซื้อเหรียญทองภายในเกมมากๆ กำหนดในการซื้อเหรียญ จำกัดที่ 5000 เครดิตต่อเดือน ดังนั้นหากจะระดมทุนใดๆก็ไม่สามารถทำได้ จะแกล้งทิ้งเหรียญแล้วให้พวกเดียวกันมาเก็บก็ทำไม่ได้
“แต่แบบนี้ก็แค่ไปซื้อของแล้วให้ร้านทอนก็ได้นี่นา”
‘กิ้ง! ทำไม่ได้ หากท่านต้องการใช้เหรียญที่ซื้อมาในการซื้อขายสินค้า ท่านต้องแปลงเงินให้พอดีเสียก่อน ท่านสามารถแปลงเงินได้ด้วยคำสั่งแปลงเงินในกระเป๋าเงิน’
“ไหนลองดูซิ แปลงเงินเป็นเหรียญทองแดงทั้งหมด เฮ้ย อั่ก” กริ๊งๆๆๆ
ร่างของชายหนุ่มล้มลงที่พื้น ตัวเลข -2 สีแดงลอยขึ้นเหนือศีรษะ เนื่องจากพอแปลงเหรียญเป็นทองแดงทั้งหมด 5000 เหรียญ น้ำหนักเงินในถุงที่เพิ่มขึ้นกว่า40กิโลกรัมก็กระแทกจนชายหนุ่มเซล้มข้อเท้าพลิก เหรียญหล่นกระจาย ชั่วพริบตาเดียว มีผู้เล่นที่เดินอยู่แถวนั้นมองมาตาเป็นประกาย วิ่งเฮกันเข้ามาเก็บเหรียญขึ้น บางคนถึงกับวางหอกวางดาบในมือลงกับพื้นเพื่อเก็บเหรียญ ยังไงหอกดาบที่ตกพื้นก็ไม่สามารถขโมยได้อยู่แล้ว ต่างจากเหรียญเงิน
“ฮ่าๆๆ เสร็จกู” “เฮ้ย กันมันไว้ อย่าให้มันเก็บเหรียญทัน พวกเราช่วยกัน”
หมอตุลย์มองอย่างงุนงง พวกนี้นี่มันหน้าด้านกันได้ขนาดนี้เลยรึ ด้วยความเคยชิน เขาเรียกคำสั่งอัดคลิปขึ้นมาทันที ภาพตรงหน้าถูกบันทึกเอาไว้ ในจังหวะนั้นเองที่เขาจึงค่อยสังเกตว่าคนหลายๆคนที่เข้ามาต่างทยอยซ่อนสถานะชื่อของตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้เขาจำชื่อได้
หมอตุลย์ก้มลงจะเก็บเหรียญมั่ง หากแต่ถูกมือคู่หนึ่งเข้ามาจับข้อมือไว้ “หึหึหึ อย่าหวังเลย ทำใจซะเถอะ ถือว่าแกผิดเองที่ทำเหรียญตกช่วยไม่ได้” เด็กหนุ่มผมทองคนนึงในชุดนักบวชจับข้อมือของหมอตุลย์ไว้แน่นไม่ให้ไปไหน
เหลือบมองด้วยหางตา หมอตุลย์ดันมือไปข้างหน้าเตรียมจะสู้ แต่อีกฝ่ายหัวเราะ “คิดดีๆ ถ้าแกสู้แกเจอทหารยามฆ่าแน่ๆ”
ทหารยามมองดูการแย่งชิงเหรียญที่ตกแต่ไม่ได้เข้าห้ามเพราะว่ายังไม่เกิดการต่อสู้ที่บาดเจ็บเกิดขึ้น
‘กิ้ง! เหรียญที่ซื้อขายไม่สามารถเปลี่ยนมือได้ ท่านต้องการเก็บเหรียญคืนหรือไม่’ เสียงระบบดังขึ้นในหัวของหมอตุลย์ แน่นอนว่าเขาตอบกลับทันทีว่า...“ต้องการ” แว้บ!
เหรียญที่ตกอยู่ที่พื้นทั้งหมดหายไปในพริบตา คนที่กำลังแย่งกันเก็บต่างชะงัก“เชร็ด นี่มันเหรียญที่ใช้เงินจริงซื้อมา”“ไอ้บ้า ทำพวกเราเสียเวลา” “เฮ้ย ว่างนักเหรอไงมาหลอกคนอื่น ไอ้โรคจิต ... อ๋อชื่อเดสม่อนนี่เอง”
แต่ละคนก่นด่าแล้วลุกขึ้น บางคนจดจำชื่อของเขาเอาไว้อย่างไม่พอใจที่เงินตรงหน้าหายไปหมด ... หมอตุลย์ส่ายศีรษะอย่างระอาใจ ... เขาเป็นฝ่ายเสียหายแท้ๆไม่ใช่เหรอ ชายหนุ่มมองไปที่คนด้านหน้าโน้นที่กำลังหยิบดาบที่วางไว้ที่พื้นขึ้นมา ปลายแหลมเปี๊ยวสะท้อนแสงเป็นประกาย แล้วความคิดนึงก็แวบขึ้นมาจริงสิ ... ทหารยาม!
ตอนนี้แหละ!
หมอตุลย์เลื่อนเท้าไปที่เท้าของเด็กหนุ่มผมทองที่จับข้อมือเขาอยู่ก่อนจะดึงแขนของตนเข้าหาลำตัว ฝ่ายตรงข้ามที่กำลังกำข้อมือของหมอตุลย์อยู่ก็เลยเสียหลักเอียงเหมือนจะล้มลงข้างหน้า
“เฮ้ย แก แกจะทำอะไร”
เมื่อจะล้มไปข้างหน้าแต่ขาตัวเองติดขาของอีกฝ่าย ทางเดียวที่จะทรงตัวไม่ให้ล้มได้ก็คือกระชากดึงท่อนบนกลับ เด็กหนุ่มผมทองออกแรงดึงกระชากเต็มที่เพื่อฝืนแรงต้านจากอีกฝ่าย แล้วก็ต้องพบว่าหมอตุลย์ไม่ได้ออกแรงดึงแล้วแต่กลับพุ่งเข้าหาตนเองแทน
การดึงตัวเต็มแรงของเจ้าเด็กหนุ่มผมทองบวกกับการดันไปข้างหน้าของหมอตุลย์ ทำให้ร่างของ ‘เดสม่อน’ พุ่ง ‘เสียหลัก’ไปข้างหน้า มุ่งเข้าหาดาบที่กำลังถูกหยิบขึ้นจากพื้น
ฉึก!Critical hit -40
“อ้ากกก” หมอตุลย์ล้มลงกับพื้น ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากดาบที่ปักทะลุท้องอยู่ ความเจ็บปวดที่หลั่งไหลเข้ามาจากการตั้งค่า 100% ทำให้เขาปวดจนลุกไม่ขึ้น
“เฮ้ย อะไรวะ” ฝ่ายตรงข้ามต่างอุทานอย่างงุนงงเมื่อมีเสียงสัญญาณดังขึ้นทั่วบริเวณ ‘กิ้ง! ทีมภูผาผงาดโจมตีคนภายในเขตหมู่บ้าน ติดสถานะสีแดง 1 วัน’ ส่วนในหัวของหมอตุลย์นั้นอีกเสียงนึงก็ดังขึ้น‘กิ้ง! ทีมภูผาผงาดโจมตีท่าน ท่านมีเวลาโต้กลับ30นาที’
“เจ้าคนชั่วช้า อยู่ต่อหน้าทหารยังกล้าทำร้ายคนกลางวันแสกๆ ยอมให้จับซะดีๆ” ทหารสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถือหอกวิ่งตรงเข้ามาทีมภูผาผงาด
“ดะ เดี๋ยวก่อน พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”“เจ้าหมอนั่นมันเอาท้องมาจิ้มโดนดาบเอาเองนะ”
แต่ละคนพยายามปฏิเสธแต่ก็ไร้ผล ทหารยามประจำหมู่บ้านเดินตรงเข้าหา
เคร้ง!
เสียงดาบของใครบางคนปัดเข้าที่หอกของทหารที่ตั้งตรงเข้ามา
“หนอย ขัดขืนการจับกุมแถมยังต่อสู้อีกเรอะ[หอกทะลวงเกราะ]”ฉึก ฉึก ฉึก
ตัวเลขสีแดงขึ้น -80 -80 -80 สามครั้งที่เหนือศีรษะของผู้เล่นทีมภูผาผงาดคนที่ต่อสู้ จนล้มลงตายกับพื้นในการโจมตีเดียว แม้ว่าแต่ละคนจะมีเลเวลที่ 10 แต่เมื่อเทียบกับทหารประจำหมู่บ้านที่เลเวล 20 แล้ว ความต่างชั้นขนาดนี้ทำให้ค่าการบาดเจ็บเพิ่มสูงขึ้นเท่าทวี
“ถอยก่อนเร็วเข้า แย่แล้ว ทางนี้ก็มีทหาร”“อ้าก”
เสียงผู้เล่นทีมภูผาผงาดร้องขึ้นอย่างตกใจสับสนก่อนจะล้มลงตายทีละคน ทหารประจำหมู่บ้านต่างวิ่งเข้ามาจากทุกทิศทางจนกระทั่งไม่มีทางหนีได้อีก ผู้เล่นที่เหลือต่างมองหน้ากันแล้วหันไปหาหมอตุลย์ที่กำลังใช้ผ้าพันแผลอุดแผลที่ท้อง
“แก ไอ้เดสม่อน เราไม่ยอมตายแค่ฝ่ายเดียวหรอก แก ตาย!” เด็กหนุ่มผมทองชักมีดสั้นออกมา ขณะที่นักดาบอีกสองคนก็หันดาบในมือพุ่งเข้าใส่
หมอตุลย์เก็บผ้าพันแผลแล้วเอื้อมไปตบกระเป๋า หอกทองแดงด้ามยาวปรากฎขึ้นในมือ เขาหันหอกไปเบื้องหน้าเข้าหาร่างที่กำลังตรงเข้ามา จากนั้นเสือกแทงหอกเข้าใส่ซอกคอของเด็กหนุ่มผมทอง เลือดฉีดพุ่งออกจากเส้นเลือดแดงแคโรติทซ้าย ก่อนที่ในพริบตาถัดมาเส้นเลือดแดงแครอติทขวาจะถูกตัดขาดเฉกเช่นเดียวกัน
Critical hit -15 ,-15 {มึนงง}{เสียเลือด -20ต่อวินาที}{เสียเลือด -20ต่อวินาที}เจ้าหนุ่มผมทองคนนั้นล้มลงกับพื้นโดยไม่มีโอกาสต่อสู้
จากนั้นชายหนุ่มก็เล็งไปทางนักดาบทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้ามา โถมร่างเข้าใส่และเสือกแทงหอกเข้าสุดแรงที่ตำแหน่งหัวใจของคนซ้าย
Critical hit -100{มึนงง}{เสียเลือด -20ต่อวินาที}
ดึงหอกออกมาและแทงสวนเข้าไปที่ใบหน้าของคนขวา Critical hit -50
“โอ๊ย ตาข้า ยะ อย่า อ้ากกก”
หมอตุลย์ดึงหอกออกแล้วแทงเข้าใส่ศีรษะของเจ้าคนสุดท้ายอย่างไม่ยั้ง ตัวเลข -50 -50 -50 ลอยขึ้นเป็นจังหวะ แทงจนกระทั่งมันล้มลงไปแน่นิ่งแล้วหมอตุลย์จึงดึงหอกออกแล้วมองไปรอบๆ ตอนนี้เหลืออีกแค่เจ้าหนุ่มผมทองคนเดียวที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นพร้อมสถานะเสียเลือดและมึนงง หากแต่มันพยายามใช้โพชั่นช่วยยื้อชีวิตไว้สุดแรง“แก แกไม่กลัวว่าจะเป็นศัตรูกับทีมภูผาผงาดรึไง”
ฉึก
แล้วทุกคนในที่นั้นก็เห็นMedicที่ชื่อเดสม่อนแทงหอกซ้ำลงไปจนร่างเบื้องล่างแน่นิ่ง
เดสม่อนชักหอกกลับขึ้นมา มองไปยังร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงแล้วก็พูดออกมาช้าๆชัดๆ
“ชีวิตมีค่า อย่าซ่ากับผม”