ซูหยุนหรานยิ้มอย่างเบิกบานใจที่สามารถสร้างเื่ใหญ่ให้ครอบครัวซูขายหน้าต่อหน้าผู้คนมากมายได้สำเร็จ เมื่อบิดารับปากให้ในสิ่งที่้า นางจึงเดินตามพวกเขากลับเข้าจวนอย่างสบายใจ
“ท่านอ๋อง ข้าว่าพี่สะใภ้คนนี้ดูไม่เลวเลยนะ นางจัดการหมอหลวงซูเสียอยู่หมัดด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ” เผยหยวนจื่อมองฉินจื่อฉิง “หากฝ่าาพระราชทานสมรสให้ท่านกับนางจริงท่านก็อย่าปฏิเสธเลย ข้าคิดว่านางเหมาะสมกับท่านมาก”
“ชื่อเสียงของข้าเป็อย่างไรเ้าไม่รู้หรือ ถึงแม้จะมีตำแหน่งพระชายาอ๋องเป็สิ่งล่อใจ แต่เ้าคิดว่าจะมีสตรีสักกี่คนที่อยากแต่งกับอ๋องต้องคำสาปอย่างข้า” ฉินจื่อฉิงพูดอย่างเ็า
“แต่ข้าว่านางไม่น่าจะเชื่อข่าวลือเท็จพวกนั้นนะ”
“เอาเป็ว่าเ้าไปสืบมาให้ข้าทีว่าทำไมนางถึงได้ดูเปลี่ยนไปเป็คนละคนถึงขนาดนี้”
เผยหยวนจื่อเหล่ตามองเ้านาย “สนใจนางขึ้นมาแล้วล่ะสิ”
“บอกให้เ้าไปสืบก็ไปสืบมาเถอะน่า จะมัวพูดมากอยู่ทำไม”
“เฮอะ...ทำปากแข็งเข้าไปเถอะ” เผยหยวนจื่อเบ้ปาก “กับข้าน่ะเ้าจะปากหนักอย่างไรก็ได้ แต่กับสตรีไม่เหมือนกัน มีอะไรก็ต้องรีบพูดรีบบอก อย่าเผลอให้พวกนางคิดไปเองเชียว ถึงตอนนั้นเ้าจะรู้ว่าเื่ใหญ่ที่แท้จริงเป็อย่างไร”
ฉินจื่อฉิงยิ้มให้สหาย “ดูเหมือนเ้าจะมีประสบการณ์เื่นี้มากพอสมควร เช่นนั้นข้าจัดงานแต่งให้เ้าเลยดีหรือไม่”
เผยหยวนจื่อรีบโบกมือ “ไม่เอา...ไม่เอา เ้าอย่าเอาเื่คอขาดบาดตายมาล้อเล่นแบบนี้ อีกอย่างหากข้าแต่งงานแล้วเ้าจะทำอย่างไร ผู้ช่วยฝีมือดีไม่ได้หาได้ง่ายๆ หรอกนะ”
“สามวัน” ฉินจื่อฉิงพูดขึ้น
“อะไรคือสามวัน?” เผยหยวนจื่อทำหน้าใ “อีกสามวันเ้าจะจัดงานแต่งให้ข้า! ท่านอ๋องเพื่อนรัก เ้าอย่าทำร้ายข้าเลย”
“สามวันเ้าต้องเอาเื่ซูหยุนหรานมารายงานข้าให้หมด”
เผยหยวนจื่อตบหน้าอกพร้อมถอนหายใจโล่ง “ค่อยยังชั่ว นึกว่าเ้าจะจัดงานแต่งให้ข้าเสียแล้ว”
“ยังมาพูดไร้สาระอยู่อีก รีบไปจัดการเื่ที่สั่งไว้สิ!”
“ได้! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เผยหยวนจื่อหายไปอย่างรวดเร็ว มีเพียงฉินจื่อฉิงที่มองไปที่ประตูจวนของหมอหลวงซูอย่างสงสัย “ในเมื่อเ้าฉลาดและเก่งกาจขนาดนี้ แล้วทำไมวันนั้นเ้าถึงถูกคนหลอกให้ไปตกลงในสระน้ำต่อหน้าเสียนอ๋อง นอกจากชื่อเสียงจะเสียหายแล้ว เ้ายังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ”
หลังจากที่ซูหยุนหรานสร้างเื่วุ่นวายอยู่หน้าจวนอย่างไม่เกรงใจใคร บ่าวรับใช้ก็ไม่กล้าปฏิบัติกับนางเช่นเมื่อก่อน ตรงข้ามกลับหันมาเชื่อฟังนางเป็พิเศษ อย่างไรซูหยุนหรานก็เป็คุณหนูใหญ่ คำสั่งของนางย่อมมีน้ำหนักกว่าคำสั่งของอนุหลินและคุณหนูรองหลายเท่า
“คุณหนูเ้าคะ ั้แ่วันนั้นอนุหลินกับคุณหนูรองก็ไม่มาหาเื่ท่านอีกเลยนะเ้าคะ” เซียงเซียงทำผมให้เ้านายอย่างอารมณ์ดี
“พวกนางคงไม่มายุ่งกับข้าอีกพักใหญ่เลยล่ะ” ซูหยุนหรานยิ้มกับตัวเองในกระจก “พอหน้าตากลับมาสะอาดสะอ้าน ข้าก็นับเป็หญิงงามเหมือนกันนะเนี่ย”
“เดิมคุณหนูก็งดงามมากอยู่แล้วเ้าค่ะ แต่ฮูหยินกับอนุหลินกลัวว่าคุณหนูรองจะด้อยกว่าท่าน พวกนางจึงส่งเสื้อผ้าเก่าทั้งสีสันก็ไม่เหมาะกับวัยมาให้ท่านสวมใส่ ไม่เท่านั้นนะเ้าคะ แม้แต่ชาดทาปากสักตลับก็ยังไม่มีให้ เครื่องประดับก็มีแค่ปิ่นไม้ราคาไม่กี่อีแปะ” เซียงเซียงถอนหายใจ “เฮ้อ...ฮูหยินใหญ่ก็แปลกนะเ้าคะ คุณหนูเป็บุตรแท้ๆ ของนาง แต่ทำไมนางกลับมอบความรักความเอาใจใส่ให้กับคุณหนูรองเพียงคนเดียว หากใครไม่รู้คงนึกว่าคุณหนูรองเป็บุตรสาวแท้ๆ ของฮูหยินใหญ่ ส่วนคุณหนูของข้าคงถูกมองว่าเป็บุตรของอนุหลิน”
“เ้าบ่นเป็คนแก่ไปแล้วรู้ไหม” ซูหยุนหรานยิ้มให้สาวใช้ผ่านกระจก “นางไม่รักไม่ห่วงข้าสิดี หากมีเยื่อใยต่อกันมากๆ วันหน้าข้ากับนางก็จะตัดขาดกันลำบาก”
“คุณหนู! คุณหนูอยากตัดสัมพันธ์กับฮูหยินใหญ่หรือเ้าคะ” เซียงเซียงถามอย่างใ
“ไม่ใช่แค่ตัดขาดกับท่านแม่ แต่ข้าจะตัดขาดกับท่านพ่อและคนของจวนนี้ทั้งหมดด้วย” ซูหยุนหรานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่ว่า...” เซียงเซียงทำท่าทางลังเล
“แต่ว่าอะไร? หรือเ้าไม่อยากติดตามข้าแล้ว”
“ไม่ใช่เ้าค่ะ บ่าวพร้อมติดตามคุณหนูไปทุกที่” เซียงเซียงรีบอธิบาย “แต่ที่บ่าวกังวลคือหากคุณหนูตัดสัมพันธ์และออกจากตระกูลซู แล้วคนอื่นจะมองคุณหนูอย่างไร อีกทั้งการออกเรือนกับครอบครัวดีๆ และเหมาะสมก็คงจะทำได้ยากเพราะคุณหนูจะไม่มีบ้านเดิมคอยสนับสนุน หากเป็เช่นนั้นแล้วในอนาคตคุณหนูจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพียงใดเ้าคะ”
“ความลำบากที่เ้าว่ามาข้าไม่กลัวเลยสักนิด เ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าชีวิตความเป็อยู่ของข้าในตระกูลซูเป็อย่างไร เช่นนั้นโลกภายนอกก็คงจะไม่ลำบากไปกว่านี้อีกแล้วกระมัง อีกอย่างนะ ข้ายังมีครอบครัวของท่านตา ท่านตาตัดขาดกับท่านแม่แล้วก็จริง แต่หากเขารู้ว่าข้าตัดขาดกับท่านพ่อและท่านแม่ ท่านตาต้องพร้อมที่จะอ้าแขนรับข้ากลับตระกูลแน่” ซูหยุนหรานมองสาวใช้ “เซียงเซียง ยังมีความจริงบางอย่างเกี่ยวกับข้าที่เ้ายังไม่รู้”
“เื่อะไรหรือเ้าคะ”
“วิชาแพทย์อย่างไรเล่า ข้าไม่ใช่คนไม่รู้วิชาแพทย์ และวิชาแพทย์ของข้าก็ดีมาก แต่ที่ข้าไม่แสดงความสามารถออกมาก็เพราะข้าไม่อยากให้คนสกุลซูรู้” ซูหยุนหรานยิ้มแล้วพูดต่อ “หากท่านแม่รู้ว่าข้าเก่งวิชาแพทย์ เพื่อที่จะเอาใจท่านพ่อ นางคงไม่ให้ข้าออกไปแสดงความสามารถข้างนอกแต่นางคงให้ข้าถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้กับซูชิงหว่าน โดยเฉพาะท่านพ่อกับอนุหลิน เ้าคิดว่าพวกเขาจะยอมให้ข้าโดดเด่นกว่าลูกสาวกับลูกชายสุดที่รักของพวกเขาหรือ ห้องเก็บฟืนหรือศาลบรรพชนคงไม่พอที่พวกเขาจะส่งข้าไป แต่คงเป็หลุมลึกที่จะเป็ที่นอนสุดท้ายของข้า”
“คุ...คุณหนู นายท่านคงไม่โหดร้ายกับท่านขนาดนั้นกระมังเ้าคะ” เซียงเซียงมองเ้านายของตนเองอย่างกังวล “แต่ว่าคุณหนู คำพูดบางคำพูดก็ไม่ควรพูดออกไปตรงๆ นะเ้าคะ อีกอย่างตอนนี้ที่เรือนของเราก็ไม่ได้มีแค่ท่านกับข้าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หากมีใครนำคำพูดนี้ไปพูดข้างนอก คุณหนูต้องถูกทำโทษอีกแน่เลยเ้าค่ะ”
“ได้...ได้...ข้าจะเชื่อเซียงเซียงของข้าทุกคำ” ซูหยุนหรานเอื้อมมือไปบีบแก้มสาวใช้ “วันนี้มีคนเอาค่าใช้จ่ายรายเดือนมาให้ข้าหรือยัง”
“เอามาแล้วเ้าค่ะ” เซียงเซียงยื่นถุงเงินให้เ้านาย “ยี่สิบตำลึงอยู่ในนี้ทั้งหมดแล้วเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นวันนี้เราออกไปเดินเที่ยวที่ตลาดกัน ในเมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าออกจวนได้อย่างอิสระ แล้วเราจะมัวมาอุดอู้อยู่แต่ในเรือนทำไม” ซูหยุนหรานเดินนำสาวใช้ไปอย่างอารมณ์ดี
“ชิงหว่าน ข้าได้ยินว่าไม่กี่วันก่อนพี่สาวของเ้าไปทำเื่ขายหน้าให้จวนอีกแล้วใช่หรือไม่” ฝูอิงอิ๋งถามสหาย “แล้ววันที่นางตกลงไปในสระน้ำ นางตั้งใจให้เสียนอ๋องลงไปช่วยจริงๆ ใช่ไหม”
“นาง...นางบอกว่าเป็อุบัติเหตุ” ซูชิงหว่านตอบอย่างลังเล
“จะเป็อุบัติเหตุไปได้อย่างไร ในเมืองหลวงมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่านางพยายามเข้าหาเสียนอ๋อง” ฝูอิงอิ๋งพูดขึ้นอย่างไม่เชื่อ “แต่พี่สาวของเ้าคนนี้ก็ชอบสร้างเื่จริงๆ นะ นางไม่คิดจะรักษาหน้าตาของตัวเองบ้างหรือไร”
“เหอะ...คนอย่างซูหยุนหรานถนัดแต่ทำเื่ขายหน้าเท่านั้น เสียทีที่เกิดเป็คุณหนูใหญ่ของจวน แต่ความสามารถกลับสู้ชิงหว่านของเราไม่ได้แม้แต่น้อย” จ้าวหมินิ่พูดต่อด้วยท่าทางพอใจ “ดีที่วันนั้นเสียนอ๋องไม่ได้ลงไปช่วยนาง ไม่เช่นนั้นนางคงได้แต่งเข้าจวนอ๋อง ไม่พ้นชิงหว่านของเราต้องเสียใจ แต่จะว่าไป...เป็ฉิงอ๋องลงไปช่วยนางขึ้นมาก็ดีเหมือนกัน ข้าคิดว่าคนไร้ความสามารถเช่นนางเหมาะสมกับคนต้องคำสาปอย่างฉิงอ๋องเป็ที่สุด นี่เรียกว่าอะไรนะ แสร้งทุกข์กายแต่ไม่ได้ผลอย่างที่หวังใช่หรือไม่”
“พี่หญิงไม่ได้รับการอบรมมาั้แ่เด็กจึงมักจะทำอะไรตามใจตนเองไปบ้าง พวกเ้าก็อย่าไปว่านางเลย” ซูชิงหว่านทำหน้าเศร้า “อีกอย่างนางเป็คุณหนูใหญ่ ไม่ว่าจะทำเื่ใหญ่ขนาดไหนก็ไม่มีผู้ใดตำหนินางได้อยู่ดี หากเปลี่ยนมาเป็ข้า...”
โครม! เก้าอี้นั่งล้มเสียงดัง ผู้คนที่นั่งอยู่ในโรงน้ำชาต่างพากันหันมามองที่โต๊ะของซูชิงหว่านและสหายเป็ตาเดียว
“หากเปลี่ยนเป็เ้าแล้วอย่างไร” ซูหยุนหรานถือวิสาสะเข้าไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ “ซูชิงหว่าน เ้าพูดต่อให้จบสิ”
“พี่หญิง! ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ซูชิงหว่านถามอย่างใ
“ที่นี่คือโรงน้ำชา ในเมื่อเ้ามาได้แล้วทำไมข้าจะมาไม่ได้” ซูหยุนหรานยิ้มเย็น “เมื่อครู่เ้าจะพูดว่าอะไร ไม่พูดต่อให้จบเล่า”
ซูหยุนหรานกับเซียงเซียงเดินซื้อของอยู่นานจนรู้สึกกระหายน้ำ คิดว่าจะแวะดื่มชาที่โรงน้ำชาสักแห่ง แต่พอเห็นรถม้าของจวนฉิงอ๋องจอดอยู่ด้านนอก ซูหยุนหรานจึงตัดสินใจเลือกที่จะเข้ามาที่โรงน้ำชาแห่งนี้ นางอยากมาดูให้ชัดว่าฉิงอ๋องจะมีใบหน้าเหมือนภาพจำลองที่จัดแสดงไว้ในสุสานก่อนที่นางจะทะลุมิติมาหรือเปล่า
“ซูหยุนหราน! เ้าอย่าคิดจะรังแกชิงหว่าน” จ้าวหมินิ่ทำสีหน้าดูถูกอีกฝ่าย “ชิงหว่านกลัวเ้าแต่ข้าไม่กลัว หากเ้ายังรังแกชิงหว่านไม่หยุด ข้าจะเป็คนสั่งสอนเ้าเอง”
“สั่งสอนข้า?” ซูหยุนหรานหัวเราะ “จ้าวหมินิ่ เ้าจะพูดถึงข้าอย่างไรก็ได้ เพราะข้าไม่คิดจะสนใจกับคนเบาปัญญาอย่างเ้าแม้แต่น้อย แต่เมื่อครู่เ้ากล้าพูดจาดูิ่ฉิงอ๋อง หาว่าฉิงอ๋องเป็คนต้องคำสาป เ้าคิดว่าหากฉิงอ๋องรู้ เขาจะจัดการเ้าอย่างไร”
“ข้า...ข้าไม่ได้ดูิ่ฉิงอ๋อง และข้า...ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” จ้าวหมินิ่ะโกลับใส่ซูหยุนหราน “ซูหยุนหราน! เ้าอย่าพูดจาบิดเบือน ข้าไม่ได้ล่วงเกินท่านอ๋องและไม่ได้ดูิ่ท่านอ๋อง ที่ข้าพูดมาทั้งหมดข้าหมายถึงเ้า”
“อ้อ...เป็อย่างนี้นี่เอง” ซูหยุนหรานเงยหน้าขึ้นมองไปที่ชั้นสอง “เช่นนั้นเ้าลองบอกคนที่ยืนอยู่บนนั้นทีว่าสิ่งที่เ้าพูดพวกเขาเข้าใจว่าอย่างไร เพราะข้าเห็นพวกเขายืนฟังสิ่งที่เ้า ฝูอิงอิ๋ง แล้วก็ซูชิงหว่านพูดกันอย่างสนุกปากมานานแล้ว”
บนชั้นสองของโรงน้ำชามีฉิงอ๋องและเสียนอ๋องยืนอยู่คู่กันจริงๆ และไม่รู้ว่าพวกเขายืนฟังอยู่นานเท่าไหร่แล้ว เพราะทั้งคู่ต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก