ในเจดีย์เทียนถาม ปู่หลี่ต้าเหอ เรื่องของผลึกเซียนจิ้งจอกฟ้า ว่าใช้งานอย่างไร
“ ผลึกเซียนจิ้งจอกฟ้า ผู้ที่สามารถดูดซับได้ ต้องเป็นมีสายเลือดจิ้งจอกผสมอยู่
เรื่องนี้เจ้าสามารถดูดซับได้เลย จะช่วยให้เจ้าบรรลุเป็นเซียนได้เร็วยิ่งขึ้น”
“ ข้าสามารถเลื่อนระดับพลังได้ทุกสามเดือน แต่ถ้าดูดซับ ผลึกเซียน จะทำให้เร็วเลื่อนระดับ พลังได้เร็วขึ้นอีกหรือ” เทียนสงสัย
“ ถูกต้อง ถือว่าเป็นโชดดีของเจ้าแล้ว เจ้าลองดูดซับดู แล้วก็จะรู้” ปู่หลี่ต้าเหอเอ่ยตอบ เทียนเริ่มดูดซับพลังผลึกเซียนตามที่ปู่หลี่ บอกทันที พลังที่เข้ามาในร่างเทียน ไม่ใช้พลังเทพยุทธ์ทั่วไป แต่นี้เป็นพลังที่ใสบริสุทธ์ แต่เปี่ยมด้วยพลังยิ่งนัก
ไม่คิดเลยว่าพลังเซียนจะมีลักษณะเช่นนี้ เทียนดูดซับได้ครึ่งชั่วโมง ร่างกายก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเซียน เวลานี้อวัยวะภายในของเทียนเริ่มเปลี่ยนเป็นไป
เทียนรู้สึกว่า มันมีพลังอยู่อัดแน่น จนคล้ายกลับว่ามันกำลังจะระเบิดออกมา ปู่หลี่ต้าเหอ รีบบอกให้เทียนท่อง เคล็ดวิชาเซียนตามที่ท่านเทพฝูซูเคยให้เอาไว้ ทันที
สร้างร่างกายเป็นแผ่นฟ้า ให้โลหิตเคลื่อนย้ายเหมือนมหาสมุทร หัวใจหนักแน่นเหมือนแผ่นดิน วิญญาณกลมกลืนไปรอบจักรวาล เทียนเริ่มสร้างความคิดใหม่แบบเซียน ทำให้พลังในร่างกายเริ่มเปรียบได้ดั่งท้องฟ้า หัวใจมั่นคงดั่งแผ่นดิน
วิญญาณเคลื่อนไหวได้ดังใจนึก เทียนท่องเคล็ดวิชาเซียน แล้ว ทำตามหลายร้อยรอบ พันรอบ จนทุกอย่างนิ่ง พลังเทพยุทธ์ อัครพรหมเทพ ก็พุ่งระเบิดไปทีเดียว10 ขั้น จากระดับ 45 ขึ้น 55 ส่วนวิญญาณยุทธ์ ขึ้นจาก 50 กลายเป็น 60 แล้วอีกขั้นเดียว ก็จะขึ้นระดับ ราชันวิญญาณยุทธ์แล้ว ผนึกสีฟ้ายังส่องสว่างไม่จางหาย
แสดงว่าจะมีพลังเหลืออีกมา เทียนเก็บเอาไว้ ฝึกขั้นต่อไป
เทียนนั่งสมาธิปรับ พลังที่ได้มาอีกรอบ เทียนปล่อยพลังเวทย์ออกมา จากร่างกาย
มีวงแหวนจอมเวทย์ ปรากฎขึ้นอีก 2 วงจากระดับ 5 ขึ้นเป็นจอมเวทย์ระดับ 7 แล้ว
เทียนเริ่มสร้างอาวุธวิญญาณ เพิ่มอีกหลายชิ้น คราวนี้ มีพลังมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า อาจเป็นเพราะพลังที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นได้ ณ ตอนนี้เทียนสามารถปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์รักษาคนได้เพิ่มครั้งละ 10 คนได้สบาย เทียนเรียกพลังเซียนที่นำมาใช้ร่วมกับพลังเทพ ไว้รักษาคนว่า พลังเทพเซียนบริสุทธิ์
“ อาจารย์ ข้าอยากได้หมดเลย” องค์หญิงหนิงซวน เห็นเครื่องประดับเกือบ 20ชิ้นวางอยู่ ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี
“ ของทุกชิ้น มันเป็นอาวุธวิญญาณ ไม่ใช่แค่เครื่องประดับ ข้าสร้างมาหลายชิ้น ก็เพื่อให้เจ้าเลือกโดยเฉพาะ เช่น กำไลเพิ่มพลังยุทธ์ สร้อยป้องกันพิษ ปิ่นปักผมล่องหน ตุ้มหูเพื่อพลังจิต เสื้อเกราะกันอาวุธ กันพิษ แล้วเพิ่มพลัง ถ้าเจ้าอยากได้ก็เอาไปให้หมดก็ได้ แต่ต้องไปซื้อเครื่องประดับ ของผู้หญิงมาให้อาจารย์เพิ่มด้วย ข้าไปซื้อทีไร คนขายมองหน้าข้าแปลกๆ ทุกที”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์” องค์หญิงหนิงซวงดีใจมากที่ได้ อาวุธวิญญาณมากมายเช่นนี้ แถมยังมีความสวยงามแข็งแรงอีกต่างหาก
“ อีกสามวันอาจารย์จะไปแล้ว เจ้าต้องฝึกปรุงยาที่อาจารย์สอนให้เก่ง อีก 6 เดือน อาจารย์จะกลับมาทดสอบเจ้า” เทียนเอ่ยออกมาว่าจะไปแล้ว เทียนอยู่ที่จักรวรรดิไท่หยวนเกือบสามเดือนแล้ว แล้วก็มอบหยกเอาไว้ติดต่อกันให้กับ องค์หญิงหนิงซวนด้วย
“ อาจารย์ ท่านอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ” องค์หญิงหนิงซวงไม่อยากให้เทียนไป
“ ไม่ได้หรอก อาจารย์มีเรื่องหลายอย่างที่ต้องทำ คราวหน้ากลับมา อาจารย์จะหา
ดวงจิตธาตุไฟมาให้เจ้าด้วย ต่อไปเจ้าจะได้ฝึกเป็นจอมเวทย์ได้” เทียนยังรู้สึกเป็นห่วงว่า พลุเวทย์ที่ ราชครูจอมเวทย์ที่ส่งไปนั้น น่าจะพาปัญหาเข้ามาในไม่กี่วันนี้ แต่เทียนคงรอได้ไม่เกิน สามวัน คงต้องกลับเสียที ป่านนี้อาจารย์คงบ่นแย่หายไปทีเดียวสามเดือน
บนเรือเหาะหงษ์บิน ที่กำลังลอยอยู่เหนือท้องฟ้ายามเย็น มีชายชรา 2 คน มีศิษย์หญิงชายอีก สี่คนวัย 18 ปีกำลังยืนมองมายังจักรวรรดิ ไท่หยวน
“ จากพลุวิญญาณชีวิตของราชครู น่าจะอยู่ใกล้แถวนี้ ข้าจะลองตรวจดูในลูกแก้ววิญญาณ” ชายชราชุดเขียว เอ่ยกับทุกๆ คน แล้ว นำลูกแก้ววิญญาณออกมา แล้วใช้พลังเปิดดูเหตุการณ์ ลูกแก้ววิญญาณมีภาพขึ้นมา โดยเริ่มตั้งแต่บุกเข้ามาในวัง แล้วได้สู้กับเทียน สุดท้ายถูกธนูยิงตาย
“ เฮ้อ เวรกรรม ราชครูเผิง เก่งกาจมาชั่วชีวิต ฝึกพลังได้ถึงระดับ 9 กลับมาพลาดท่ากับเด็กหนุ่ม มีพลังเวทย์เพียงระดับ 5 เท่านั้น” ชายชราชุดเขียวเอ่ย
“ ท่านอาจารย์ เช่นนี้พวกเราควรจะจับเขากลับสำนักเราหรือไม่” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ ยังไงก็ต้องจับกลับไป ถึงแม้เขาจะทำผิดพลาด ยังไงก็เป็นคนของสำนักหยางซาน จะยอมให้ถูกคนอื่นสังหารง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร” ชายชุดเขียวเอ่ย
“ ศิษย์พี่ห้าให้ข้าไปจับมันมาเลยไหม” ชายชุดน้ำเงินรีบเอ่ย
“ รอก่อน ข้าสังหรณ์ใจบางอย่าง อาลี่ อาจง อาหนัน อาไห่ เจ้าทั้งสี่ลงไปสืบประวัติชายคนนี้ แล้วขึ้นมารายงานนข้า” ชายชุดเขียวสั่งศิษย์ทั้งสี่ หนุ่มสาวทั้งสี่
ใช้นิ้วเขียนยันต์ แล้วทั้งสี่คน ก็ยืนบนยันต์แล้วกระโดดลอยลงมาที่เมืองไท่หยวน
มาที่หน้าร้านหมอ ของเทียน ทั้งสี่คนแยกย้ายกันไปถามชาวบ้านทันที ไม่นานก็กลับมาบนเรือหงส์บินอีกครั้ง
“ มันเป็นหมอนามว่า ซูเทียน มันมีฉายาว่าหมอเทวะ รับรักษาคนไม่คิดเงิน มันมาจากเมืองเทพยุทธ์ 50 คนแรกมันคิดค่ารักษา คนละ สิบล้านเหรียญ จากนั้นมันรักษาฟรี ไม่เก็บเงิน 1,800 คน มันเคยประลองได้เป็นอันดับ 1 ของสนามเทพยุทธ์ หลังจากนั้นฝีมือถึงระดับ อัครพรหมเทพเลยไม่ได้ต่อสู้อีก หมอเทวะรักษาคนที่นี่ครบ 1,200 คนแล้วคาดว่าจะตระเวนไปรักษาที่อื่นต่อ แต่ยังไม่รู้ว่าที่ไหน”
ทั้งสี่สรุปรายงานมาเท่านี้
“ ใครเป็นอาจารย์จอมเวทย์ของมัน” อาจารย์ชุดเขียวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย
“ ไม่ทราบแน่ชัด มันปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อ สามปีก่อน ที่สนามเทพยุทธ์ พวกเราทราบเพียงเท่านี้” ศิษย์ทั้งสี่สืบได้แค่นี้ก็ ใช้ได้แล้ว
“ ศิษย์พี่เรื่องนี้ข้าคิดว่า หมอเทวะผู้นี้ถือว่าเป็นคนดีทีเดียว ถ้าหากจับเขาไปลงโทษเกรงว่า เราจะกลายเป็นคนบาป นะศิษย์พี่” ชายชราชุดน้ำเงินเอ่ยแบบตรงไปตรงมา
“ น้องหกพูดถูก แต่ว่าเราได้รับมอบคำสั่งจาก เจ้าสำนัก กลับไปจะบอกกับเขาอย่างไร” ศิษย์พี่ห้าเริ่มสองจิตสองใจ
“ พวกเราไปคุยกับเขาสอบถามที่มาเรื่องวิชาเวทย์ของเขา แล้วค่อยตัดสินใจดีไหม” ศิษย์ลำดับหก เสนอแนะ ศิษย์พี่ห้าพยักหน้าเห็นด้วยจึงลงมาที่ร้านหมอเดินเข้าไปที่ร้านขอพบกับเทียนทันที
“ พวกท่านเข้ามามีธุระอะไรหรือเปล่า เวลานี้ท่านหมอเทวะ กำลังจะออกเดินทางไปจากเมืองนี้แล้ว” เสี่ยวชิงเอ่ยกับจอมเวทย์ทั้งสอง เทียนเดินออกมาพอดี พอเห็นสัญลักษณ์ ก็รู้ว่าน่าจะมาจากสำนักเดียวกัน
“ พวกท่านมีทั้งหมดเชิญเข้ามาด้านในเลย” เทียนพยักหน้าให้กับเสี่ยวชิง
“ ท่านคือหมอเทวะ และเป็นจอมเวทย์ด้วยใช่หรือไม่” ชายชราอันดับ หกเอ่ยตามตรง
“ ถูกแล้ว ข้ามีอาจารย์บรรพบุรุษอยู่สี่ท่าน ไม่ทราบว่าท่านรู้จักหรือไม่” เทียนไม่ปฎิเสธ เพราะเห็นทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาร้าย เทียนก็อยากรู้ประวัติอาจารย์ทั้งสี่เช่นกัน จึงหยิบสัญลักษณ์ ของที่ท่านมอบไว้ออกมาให้ทั้งสองได้ดู
ทั้งสองคนตกใจที่ได้เห็น ไม่คิดว่าเทียนจะเป็นศิษย์ของท่านสี่แม่ทัพใหญ่ในอดีตของจักรวรรดิต้าหลี่ถัง
“ ท่านหมอเทวะ ข้าคือนักพรตลิ่ว นี่คือศิษย์พี่ข้านักพรตอู่ พวกเรามาจากสำนักหยางซาน แห่งจักรวรรดิต้าหลี่ถัง เมื่อร้อยกว่าปีก่อน มีการปฎิวัติองค์ชายรัชทายาทถูกลอบปลงพระชนม์ องค์ชายรองขึ้นครองราชย์แทน ช่วงนั้น
ทั้งจักรวรรดิออกตามหาตราพระราชลัญจกร แต่ไม่มีใครพบ เวลานี้เปลี่ยนจักรพรรดิมาแล้ว 3 คน ทุคนก็ลืมตราพระราชลัญจกรกันไปหมดแล้ว แต่หากว่ามันปรากฎขึ้นอีก ท่านหมอน่าจะตกอยู่ในอันตราย” นักพรตลิ่วเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ขอบคุณที่เป็นห่วง ตัวข้าเป็นหมอมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน หากถูกฆ่าตายง่ายๆ ก็สุดแล้วแต่ฟ้ากำหนดเถอะ” เทียนไม่ใคร่ใส่ใจ อันตรายที่นักพรติลิ่วบอกออกมา
“ ข้าพูดตามตรง พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อ ตามจับคนที่ฆ่า ราชครูเผิง ซึ่งเราสืบรู้มาว่า คนที่สังหารเขาก็คือท่าน แต่หลังจากที่ได้ทราบว่าท่านเป็นใคร ทำให้พวกเรา ไม่อยากทำร้ายท่านเลย และไม่อยากให้ท่านได้รับอันตรายอีกด้วย” นักพรตอู่เอ่ยตามตรง
“ ขอบคุณพวกท่านทั้งสองคน ที่ไม่ทำอะไรข้า ที่ฆ่าสังหารราชครูก็เพราะว่าเขา คิดโค่นล้มบัลลังก์ จักรวรรดิแห่งนี้ หากพวกเขาทำสำเร็จ ชีวิตผู้บริสุทธิ์ ต้องไหลนองเป็นสายน้ำแน่ และที่สำคัญ เขาตั้งใจทำร้ายศิษย์ของข้าอีกด้วย ทำให้ข้าต้องลงมือขั้นเด็ดขาด” เทียนเอ่ยตามตรง
“ พวกเราเข้าใจแล้ว” นักพรตทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกัน
“ ท่านหมอท่านสนใจจะไปจักรวรรดิต้าหลี่ถังกับพวกเราไหม” นักพรตอู่เอ่ยถามตามตรง
“ ใช่ ความรู้การแพทย์ของท่านเท่าที่ศิษย์ข้าสอบถามมา ยังไม่เคยมีใครที่ท่านรักษาไม่ได้เลยสักคน หากได้ไปรักษาคนที่จักรวรรดิของเรา คงทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย” นักพรตลิ่วเห็นด้วย
“ หมายความว่าอย่างไร” เทียนสงสัย
“ ในจักรวรรดิของเรามีสำนักพรตที่ใหญ่อยู่ สี่สำนัก คือหยางซาน หยินซาน หนันซาน และ ตงซาน ทั้งหมดเป็นสำนักเวทย์ทั้งหมด ชาวบ้านเจ็บป่วยไข้ ต่างก็มาหาพวกเรา ชาวจอมเวทย์ ซึ่งจากที่พวกเรารู้มา มันไม่ใช่การรักษาที่ถูกต้อง มันเป็นเวทย์อาคมรักษา ที่คนใช้ต้องมีพลังระดับสูงเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่นักพรตที่รักษาล้วนแต่ต้มตุ๋นทั้งนั้น ชาวบ้านทั่วไปเวลาเจ็บป่วยไม่มีเงินรักษา ก็ไปขอยันต์ตามสำนักต่าง ๆ เพื่อน้ำไปต้มกิน ทำให้พวกเราลำบากใจที่จะเอ่ยยิ่งนัก มีแต่คนมีฐานะ แล้วข้าราชการคนมีเงินถึงจะไปหาหมอที่แท้จริงซึ่งเก็บค่ารักษาแพงมาก พวกชาวบ้านจนๆจึงต้องไปหานักพรตหมอผีกันหมด” นักพรตอู่เอ่ยตามตรง
“ ข้าเข้าใจ ข้าจะไปกับพวกท่าน แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง คือ ข้าอยากให้พวกท่านเป็นที่ปรึกษาเรื่องวิชาเวทย์ให้ข้าด้วย” เทียนเอ่ยแบบนี้ นักพรตทั้งสองก็พยักหน้า
“ได้ท่านสามารถเป็นศิษย์ ฆาราวาส พวกเราจะให้คำแนะนำกับท่านเอง” ท่านนักพรตอู่รีบเอ่ยด้วยความยินดี
ทำให้เทียนต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางต้องไปที่สำนักหยางซาน จักรวรรดิต้าหลี่ถัง สถานที่ บรรพบุรุษเคยอยู่อาศัยมาก่อน
เทียนใช้เวลานั่งเรือเหาะอยู่สามวัน ในระหว่างอยู่บนเรือเหาะ เทียนก็สอบถามเรื่องที่เทียนกำลังจะฝึก นั่นคือสร้างดินแดนมายา เทียนได้ความรู้ที่ท่านนักพรตอู่ กับนักพรตลิ่ว ได้สอนสั่ง เทียนก็สามารถสร้างแดนมายาเป็นของตัวเอง ไว้กักขัง
หรือต่อสู้กับคนอื่นได้นี่เป็นวิชาที่ผู้ที่มีพลังจอมเวทย์ระดับที่เจ็ดขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถฝึกได้ แล้วในที่สุดเทียนก็มาถึงดินแดนแห่งเวทย์มนตร์มายา จักรวรรดิต้าหลี่ถ้ง....