ตอนที่ 10 คุณหนีไม่พ้นแล้ว
ลี่หนานเสวียนอธิบาย “นี่คือเครื่องหมายแสดงฐานะนายหญิงตระกูลลี่ที่ได้รับสืบทอดต่อกันมา ตราบใดที่มีมันอยู่ คุณก็สามารถสั่งการให้ทุกคนในตระกูลลี่สละชีวิตเพื่อคุณได้”
ลู่โจวมองเขาอย่างเหลือเชื่อ
ลี่หนานเสวียนพูดเสริม “รวมถึงคุณปู่จอมพลของผมด้วย”
“ของสำคัญขนาดนี้ควรมอบให้ภรรยาท่านจอมพลซึ่งเป็สตรีที่มีอำนาจสูงสุดในตระกูลลี่ไม่ใช่เหรอ มีเพียงท่านที่ควบคุมตระกูลลี่ได้ และทุกคนถึงจะเคารพ” ลู่โจวรีบดึงสร้อยคอออก ปรากฏว่าไม่ว่าจะถอดอย่างไรก็ถอดไม่ออก “ทำไมถึงถอดไม่ได้ล่ะ”
ลี่หนานเสวียนยึดมือเขาไว้ “ผมเป็คนสวมให้คุณเอง มีแค่ผมที่สามารถถอดมันได้ ตอนนี้คุณย่าอายุมากแล้ว หลายๆ เื่ก็เหลือบ่ากว่าแรง และมีหลายอย่างที่ไม่สามารถทำด้วยตนเอง สิ่งนี้ทำให้ท่านกังวลใจมาก อีกอย่างท่านก็ดูแลตระกูลลี่แทนคู่ชีวิตในอนาคตของผมมานานหลายปีแล้ว คงถึงเวลาที่ท่านควรจะเกษียณและดื่มด่ำกับชีวิตอย่างมีความสุขเสียที”
“ต่อให้ท่านเกษียณแล้ว ก็ควรจะเป็แม่ของคุณหรือผู้าุโหญิงท่านอื่นมารับ่ต่อถึงจะถูก”
ลี่หนานเสวียนส่ายหน้า “คุณแม่ของผมไม่มีความสามารถในการควบคุมทั้งตระกูลลี่หรอก แม้ผู้าุโหญิงคนอื่นๆ จะมีความสามารถเก่งกาจ แต่ก็ไม่มีใครเหมาะสมเท่าคุณ ่แรกอาจมีคนไม่ยอมรับ แต่ผมเชื่อว่าคุณมีศักยภาพมากพอที่จะเอาชนะได้ทั้งหมด และทำให้พวกเขารู้ว่าคุณทำได้”
“แต่ว่า...” ลู่โจวอยากบอกว่าเขากับลี่หนานเสวียนยังไม่ทันได้แต่งงานกัน เขาก็เข้ามาควบคุมตระกูลลี่แล้ว แบบนี้มันไม่ถูกต้องตามกฎหรือเปล่า ทว่าลี่หนานเสวียนไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด อีกฝ่ายลากเขาเดินออกจากบ้าน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแต่งงานกับเขา
ในเมื่อลี่หนานเสวียนพิสูจน์ให้เห็นขนาดนี้แล้ว ลู่โจวก็คิดว่าตัวเองไม่ควรขี้ขลาดอีก เขากุมมือลี่หนานเสวียนแน่นแล้วรีบก้าวเท้าเดินออกจากบ้านหยางเหมินพร้อมกัน
เมื่อมาถึง ลู่โจวพบว่าบรรยากาศของตระกูลลี่ยิ่งดูเคร่งขรึมและทรงอำนาจ ทั่วทั้งลานบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความซื่อสัตย์ ภักดี ชอบธรรม และยุติธรรม ชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกเหมือนเห็นทหารกลุ่มหนึ่งทำความเคารพมายังเขา ราวกับประเทศกำลังจัดขบวนทหารสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ข้างหูยังได้ยินเสียงแซ่ซ้องก้องกังวาน ‘ทำความเคารพนายน้อยลู่’
เสียงะโดังกังวานนั้นทำให้ลู่โจวรู้สึกเหมือนเืทั่วร่างกายกำลังเดือดพล่านอย่างบอกไม่ถูก จนเผลอหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว แล้วทำความเคารพไปยังเบื้องหน้า
ลี่หนานเสวียนมองเขาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อลู่โจวกะพริบตา ราวกับเมื่อครู่เป็เพียงภาพลวงตา เวลานี้ในลานบ้านว่างเปล่าไร้ผู้คน เขาลดมือลงอย่างเขินอาย “เมื่อกี้เหมือนผมเห็นทหารกลุ่มหนึ่ง...”
ลี่หนานเสวียนจูงลู่โจวเดินต่อไปข้างหน้าพลางกล่าว “ตระกูลลี่มีตำนานเล่าขานกันว่า หลังจากคนตระกูลลี่และทหารที่พวกเขาเคยนำทัพเสียชีวิตไปแล้ว จิติญญาทหารของพวกเขาจะหวนกลับมายังตระกูลลี่เพื่อปกป้องตระกูลลี่และประเทศชาติ แต่คนที่สามารถมองเห็นพวกเขามีไม่มาก และคนที่สามารถสั่งการพวกเขาได้ก็ยิ่งมีน้อย”
“ยังสามารถสั่งการพวกเขาได้ด้วยเหรอ” ทำไมลู่โจวยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่ตำนาน
ลี่หนานเสวียนเพียงยิ้มโดยไม่เอ่ยคำใด จากนั้นพาลู่โจวมายังเรือนข้างเพื่อวัดตัวตัดชุดพิธีการ
ลู่โจวยุ่งอยู่ครึ่งค่อนวันโดยไม่ได้พักผ่อน สีหน้าเริ่มแย่ขึ้นเรื่อยๆ หลังจากช่างออกแบบชุดวัดตัวพวกเขาเสร็จ ลี่หนานเสวียนก็รีบพาลู่โจวกลับมานอนกลางวันที่บ้าน
ลู่โจวล้มตัวนอนบนเตียงแล้วถามว่า “คุณจะพักสักหน่อยไหม”
ลี่หนานเสวียนส่ายศีรษะ “ผมไม่มีนิสัยนอนกลางวัน”
เปลือกตาลู่โจวแทบลืมไม่ขึ้นแล้วจริงๆ “งั้นผมนอนแล้วนะ”
ก่อนเขาจะหลับ จู่ๆ ลี่หนานเสวียนก็ถามขึ้นมาหนึ่งประโยค “วันเดือนปีเกิดในบัตรประชาชนของคุณเป็วันเกิดจริงหรือเปล่า”
ลู่โจวขานรับ ‘อือ’ เบาๆ แล้วผล็อยหลับไป
ลี่หนานเสวียนหยิบบัตรประชาชนออกมาจากกระเป๋าเงินของลู่โจว มองวันเกิดที่ระบุอยู่้าก่อนใส่บัตรประชาชนกลับที่เดิม จากนั้นนั่งลงข้างๆ พลางหมุนเหรียญทองแดงในมือเล่น
ผ่านไปสักพัก เขาก็หยุดการกระทำนั้น
ลี่หนานเสวียนขมวดคิ้ว เขาสามารถยืนยันได้ว่าวันเกิดบนบัตรประชาชนไม่ใช่วันเดือนปีเกิดที่แท้จริงอย่างแน่นอน เพราะวันธรรมดาไม่ดีไม่ร้ายแบบนี้ไม่สามารถให้กำเนิดคนที่ดวงดีขนาดนี้ได้แน่
แล้วทำไมครอบครัวของอีกฝ่ายต้องปลอมแปลงวันเกิดด้วยล่ะ
หรือพวกเขารู้ว่าลู่โจว...
ลี่หนานเสวียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความให้ลูกน้องของตนเอง จากนั้นนั่งลงข้างเตียง มองลู่โจวที่กำลังนอนหลับพลางยิ้มมุมปาก “ครั้งนี้คุณหนีไม่พ้นแล้ว”