ระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ)

    ตอนที่ 33 กำจัดคนทรยศ

            ที่ด้านล่างของห้องโถงเฟียร์เลนตอนนี้กำลังรอคอยคำสั่งต่อไปจากบอสของตนและเมื่อมันได้รับข้อความ ตัวของมันก็เดินไปยังลิฟท์ของผู้บริการพร้อมกับขึ้นไปยังชั้นบนสุดทันที บอสไอรอนกับคุณไครเซอร์อยากจะพูดคุยกันกับมันยังงั้นเหรอ ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรแต่อาจจะเป็นข้อมูลของการทำงานหลังจากนี้ก็เป็นได้


            ติ๊ง!


            เพียงไม่นานชายหนุ่มหน้าบากก็มาถึงชั้นบนสุด เสียงประตูลิฟท์ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับร่างเงาของทั้งสองที่กำลังนั่งรออยู่


            "ไม่ทราบมีเรื่องอะไรหรอบอส..?"


            ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยความเคารพ จากนั่นเขาก็จ้องมองไปยังไครเซอร์ด้วยรอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์ ท่าทีของมันถ้าเป็นปกติเช่นนี้พวกเขาอาจจะไม่สงสัยเลย เฟียร์เลนผู้นี้แสดงความภักดีเป็นอย่างมากต่อองค์กรของตนเอง เขาไม่มีท่าทีว่าจะทรยศหรือหักหลังเลยซักนิดเดียว แต่ด้วยท่าทีเช่นนี้แหละมันถึงทำให้ไม่ผิดสังเกต ถ้าชายวัยกลางคนไม่ได้เห็นอนาคตของตนเองขึ้นมาละก็ เขาก็คงจะไม่รู้ไปจนวันตายว่าเบื้องหลังการล่มสลายขององค์กรมังกรดำทั้งหมดก็มาจากเจ้านี่ทั้งสิ้น


            ไอรอนไม่ได้เป็นคนพูดขึ้นเขาหลับตาลงราวกับว่าไม่อยากจะรับรู้ถึงเรื่องนี้ แต่ทว่ากลับเป็นตัวชายหนุ่มอย่างไครเซอร์เองที่ได้เอ่ยขึ้น


            "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก เพียงแค่ผมอยากจะสอบถามเรื่องต่างๆหน่อยน่ะ"


            ทันใดนั่นเขาได้คว้ามือของตนและกางมายังทิศทางของเฟียร์เลน ด้วยระยะห่างที่ห่างกันไม่ถึง5เมตร มันย่อมอยู่ในรัศมีการโจมตีของเขา ชายหนุ่มหน้าบากก็พลันประหลาดใจว่าเขากำลังจะทำอะไร หรือว่าจะขอจับมือกับมันหรอ


            "ปฏิเสธแรงโน้มถ่วงx10"


            ต่างหูของดวงดาวแห่งสงครามได้ทำงานขึ้น มันปลดปล่อยพลังผ่านร่างกายของชายหนุ่มพร้อมกับสำแดงพลังเทคโนโลยีที่สูงล้ำ อากาศเบื้องหน้าเริ่มสั่นกระเพึ่อมจนกลายเป็นภาพเบลออยู่เล็กน้อย เสมือนกับเป็นสายน้ำตกที่ถาโถมลงมาจากฟากฟ้า


            ครืนนนนนนน!


            พริบตานั่นแรงกดทับอันมหาศาลก็ได้ถาโถมลงมาอย่างหนักหน่วง


            ปัง!


            เฟียร์เลนหน้าเปลี่ยนสีไปไหนทันที ร่างกายของมันถูกกดทับจนแทบจะคุกเข่าลง ร่างกายสั่นไหวและหนักอึ้งไปทั้งหมด ผืนห้องรอบบริเวณเกือบสองเมตรแตกกระจายอยู่นิดๆ


            "ไม่เลว นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3แทบจะขยับตัวไม่ได้ ถ้าใช้โจมตีซึ่งๆหน้าก็คงจะยากนิดหน่อยเพราะรัศมีของมันยังไม่กว้างพอ!!"


            ไครเซอร์ที่กำลังควบคุมแรงโน้มถ่วงอยู่ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เทคโนโลยีรีแอดชั่นของดวงดาวแห่งสงครามใช้อานุภาพสสารแห่งจักรวาลผ่านทางร่างกายและกระตุ้นการทำงาน ถ้าเกิดยิ่งใช้ไปนานๆเรี่ยวแรงของเขาจะยิ่งอ่อนลงราวกับว่ากำลังถูกสูบพลังไปยังไงยังงั้น แต่มันก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรในการควบคุมบุคคลที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า


            "คะ..ควบคุมแรงโน้มถ่วง?!! อย่าบอกนะว่านี้คือพลังริปเปอร์ของบอส ไม่ใช่สิ คนเราสามารถมีพลังริปเปอร์ได้เพียงชนิดเดียว พลังริปเปอร์ที่บอสมีคือการควบคุมอณูเลือดภายในร่างกายของตน งั้นก็หมายความว่าบอสมีเทคโนโลยีของดวงดาวแห่งสงคราม..!!"


            ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนอย่างตกใจพร้อมกับนัยน์ตาที่สั่นไหวไปมา ภาพทั้งหมดที่มันได้เห็นชั่งเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก การควบคุมแรงโน้มถ่วงเพื่อกักขังศัตรูถือเป็นพลังที่ร้ายกาจและมีชื่อเสียงไปทั่วจักรวาล ไม่คิดเลยว่ามันจะได้มาเห็นเทคโนโลยีรีแอดชั่นจากบอสของตน ในใจถึงกับบอกว่าคิดถูกจริงๆที่ได้ติดตามเขาหลังจากนี้


            "ทะ..ทำไมคุณทำเช่นนี้..!!"


            เฟียร์เลนที่ขยับตัวไม่ได้เพราะแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นถึง10เท่าก็พยายามจะพูดออกมาอย่างยากลำบาก ในใจมันสั่นไหวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว อย่าบอกนะว่าเรื่องราวทั้งหมดที่มันได้ทำลับหลังจะถูกเปิดเผยแล้ว เป็นไปไม่ได้ หลักฐานทั้งหมดหรืออะไรก็ไม่มีทิ้งไว้เลยซักนิด ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่บอสรับรู้ถึงเรื่องนี้


            "เหอะๆ เฟียร์เลน เรื่องทั้งหมดที่แกลอบติดต่อกับคานนะ ฉันรู้อยู่ตั้งนานแล้วละ แกอาจจะไม่เชื่อแต่ทว่าตัวของฉันน่ะสามารถมองเห็นอนาคตของตนเองได้ ทั้งเรื่องการรับแกมาเลี้ยง ทั้งเรื่องการก่อสร้างองค์กร ทั้งหมดล้วนแล้วอยู่ในสายตาของฉันทั้งสิ้น ในตอนแรกฉันก็พยายามที่จะเลี้ยงดูและเปลี่ยนแปลงให้แกเป็นคนใหม่ทั้งหมด แต่พอถึงเรื่องการสืบทอดขององค์กรที่แกได้ถามขึ้น ในเวลานั่นทุกสิ่งทุกอย่างในตัวของแกก็เปลี่ยนแปลงไป มันเป็นอนาคตที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้"


            ชายวัยกลางคนลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกับก้าวเดินมายังร่างที่กำลังคุกเข่าอยู่ ใบหน้าของเขาดูหม่นหมองและสิ้นหวังอยู่ไม่น้อย จากนั่นเขาก็ได้เอ่ยขึ้นมาอีก


            "ฉันบอกไปแล้วใช่ไหมว่าองค์กรนี้จะถูกส่งมอบให้กับใครคนนึง ซึ่งนั่นก็คือบอสไครเซอร์ผู้นี้!!"


            เมื่อพูดจบเขาก็ผายมือไปยังชายหนุ่มที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ ส่วนอีกมือนึงของเขาก็ยังปลดปล่อยพลังเพื่อควบคุมชายหนุ่มหน้าบากนั่น


            "มะ..ไม่จริงน่า?! งั้นตลอดเวลาที่ผ่านมามึงจะเก็บกุไว้ทำไมอยู่หลายปี ทำไมไม่ฆ่าทิ้งให้ตายไปซะ..!!"


            เฟียร์เลนตะโกนขึ้นเสียงแข็ง ใบหน้าของเขาดุร้ายและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นี้คือนิสัยที่แท้จริงของมัน อารมณ์ทั้งหมดถูกระเบิดขึ้นมาอย่างหนัก ทุกสิ่งที่มันกำลังจะได้รับมาทั้งหมด มันกำลังจะหายไป ในอดีตมันเคยถามกับไอรอนว่าผู้สืบทอดคนต่อไปขององค์กรคือใคร ในตอนแรกตัวของชายหนุ่มก็คิดว่าเป็นมัน เพราะไอรอนดูแลมันเหมือนกับลูก แต่เมื่อเห็นว่าผู้สืบทอดกองกำลังไม่ใช่มัน ตัวของมันก็ได้ไปติดต่อกับคานเพื่อที่จะลงมือลับหลังในการทำลายองค์กรและเมื่อไอรอนตาย มันจะได้ขึ้นเป็นบอสคนใหม่ขององค์กรนั่นเอง


            "ก็ง่ายๆ เพราะเขารอฉันปรากฏตัวขึ้นมายังไงละ สำหรับงูพิษอย่างแกที่ทรยศได้แม้แต่คนที่เลี้ยงดูตนเองมา ย่อมไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่"


            ไครเซอร์พูดจบก็ลงมือในทันที มือขวาของเขาได้ควบแน่นอณูเลือดจนเริ่มก่อตัวเป็นหอกโลหิตสีแดงสด มันคมกริบราวกับว่าจะทะลวงได้ทุกสิ่ง


            เฟียร์เมื่อเห็นเช่นนั่นก็หน้าซีดเผือดอยู่ยกใหญ่ ลางสังหรณ์ภายในใจได้บอกว่ามันกำลังจะตาย ประกายแสงโลหิตจากคมหอกเลือดนั่นคือความรู้สึกหวาดกลัวที่แท้จริง


            "อ๊ากกกกกกกก!! ไอ้พวกสารเลว กุขอสาบแช่งพวกมึงให้ต้องตายอย่างทรมาน!!"


            เสียงสาบแช่งอันดังลั่นได้ดังขึ้นจากปากของมัน ชายหนุ่มคำรามปลดปล่อยพลังพยายามที่จะหลุดจากแรงโน้มถ่วงนี้ ทั้งร่างกายปูดโปนจนปรากฏให้เห็นถึงเส้นเลือดที่นูนออกมา แต่ด้วยเทคโนโลยีรีแอดชั่นของดวงดาวแห่งสงคราม ก็ได้ทำให้มันหมดสิ้นถึงความหวัง แรงโน้มถ่วงนี้รุนแรงกว่าที่มันคิดไว้มาก ขยับร่างกายไม่ได้อย่างใจนึกเลยด้วยซ้ำ


            ไอรอนเมื่อได้เห็นถึงธาตุแท้ที่แท้จริงของมันก็ส่ายหัวออกมาอย่างอ่อนใจ เขาจ้องมองไปยังเฟียร์เลนด้วยดวงตาอันน่าสังเวช ไม่คิดเลยว่าจุดจบของมันจะต้องเป็นเช่นนี้ อันที่จริงมันอยากจะลงมือเองเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อเห็นว่าบอสไครเซอร์จะจัดการด้วยตนเอง ตัวของมันก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างแน่นอน


            "บลัดสเปียร์"


            ชายหนุ่มไม่ได้สนใจถึงเสียงร้องนั่น เขาขว้างหอกเลือดไปยังหัวของเฟียร์เลนที่กำลังถูกแรงโน้มถ่วงกดทับอยู่ ชายหนุ่มหน้าบากจ้องมองประกายแสงที่พุ่งเข้ามาด้วยความสิ้นหวัง อำนาจที่วาดฝันเอาไว้ทั้งหมดได้หยุดลงในวันนี้แล้ว


            จึก!


            หอกเลือดทะลวงหัวของมันจนกลายเป็นหลุมลึก ส่วนหอกโลหิตก็พุ่งไปติดยังกำแพงห้องและเริ่มละลายสลายหายไป เฟียร์เลนรองหัวหน้าองค์กรได้ตกตายลงด้วยข้อหาที่ทรยศต่อพวกพ้องของตนเอง ร่างของมันล่วงหล่นลงสู่พื้นห้องทำให้โลหิตนับไม่ถ้วนไหลย้อมไปทั่วบริเวณ


            "เฮ้อ การใช้พลังทั้งสองพร้อมกันกินแรงอยู่ไม่น้อยเลยแฮะ หลังจากนี้ต้องรีบพัฒนาพลังของนักสู้แห่งดวงดาวแล้วสิ"


            ไครเซอร์ถอนพลังแรงโน้มถ่วงของตนพร้อมกับหยุดการทำงานของมัน ขณะนั่นร่างกายของเขาก็โซเซอยู่เล็กน้อย แต่มันก็เป็นเพียงแค่อาการเหนื่อยล้าที่ปรากฏออกมาไม่ถึงสองวิก็เท่านั้น ชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟาพลางถอนหายใจอย่างหนัก


            "จบสักที หลังจากนี้องค์กรสเปคเตอร์ของเราจะได้เริ่มต้นใหม่ เดียวค่อยเอาร่างของมันไปเผาทิ้ง"


            ชายวัยกลางส่งสัญญาณเรียกให้ลูกน้องของตนเองขึ้นมายังด้านบน หลังจากนั่นตัวของมันก็จะติดต่อไปยังไซเนอร์เพื่อให้เขามาพบปะและพูดคุยกัน แต่ทว่ายังไม่ทันที่ไอรอนจะได้ติดต่อไป วินาทีนั่นห้วงอากาศบริเวณนึงของห้องก็ได้สั่นไหวขึ้น ร่างเงาของคนผู้นึงได้ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า


            "ไซเนอร์ เจ้าขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง...?!!"


            ทั้งไครเซอร์ทั้งไอรอนเมื่อเห็นพลังนี้ก็พลันตกใจอยู่นิดๆ พลังริปเปอร์ที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ เจ้านี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หรือว่ามันอยู่บนนี้มาตลอดเลยหรอเนี่ย


            "ไม่ต้องติดต่อ ฉันรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว ว่าไงบอสไอรอน ไม่ใช่สิ คงจะต้องบอกว่าอดีตบอสแล้วสินะ"


    คล้ายกับเรื่องระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน