ไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด

    ตอนที่ 43 ทำไมกัน

            เมื่อกล่าวจบร่างชายหนุ่มก็สลายก่อนปรากฏอีกครั้งเบื้องหน้าหญิงชราหัวอู่เหรินที่ยิ้มรับการต้อนรับอันอบอุ่นนี้ พร้อมกายสูงใหญ่ที่ยืนเซไปมาของหมางต้าที่ตอนนี้ ดูเหมือนมึนๆ พร้อมกัดฟันเจ็บแสบไม่น้อยด้านหลังมีร่างไป๋ลู่ที่กำลังยันร่างชายชราไม่ให้ล้มลงสุดความสามารถ 



            "ดูเหมือนท่านครูฝึกจะบาดเจ็บ คงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยจากศึกที่ยืดเยื้อนี้ มาเถิดขอเชิญท่านไปพักผ่านก่อนเถอะ งานฉลองที่จัดมานี้นานนับ 7 วันอีกทั้งเจ้าเมืองหมู่บ้านจุดอื่นและหัวหน้าคุ้มกันประตูทั้งสี่ที่เหลือจะตามมาร่วมงานนี้ด้วย เชิญขอรับ...ท่านอาจารย์ท่านก็เช่นกันเชิญขอรับ เจ้าก็ด้วยนะ...เจ้าหนูเจ้าคงลำบากไม่น้อยเลยที่อยู่ตรงนั้นอีกไม่นาน.....?" 



            ชายหนุ่มเกราะเหยี่ยวสีขาวที่สุขุมกำลังจะพูดอันใดต่อ เกิดสายลมขนาดใหญ่พร้อมปรานที่สัมผัสได้อย่างบ้าคลั่งที่คุ้นเคยที่พวกเค้าทั้ง สามต่างก็รู้ว่าเป็นของผู้ใดด้านหญิงชราหัวอู่เหรินก็ทำได้เพียงหลับตาส่ายไปมา หมางต้าก็ส่งสัญญาณให้ชาวยุทธ และลูกศิษย์รีบเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ กองกำลังบางส่วนตรึงกำลังส่วนนึงไว้เผื่อสถานการณ์ไม่สู้ดี ทุกคนต่างปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างรู้ความกระจายตัวออกไปพร้อมร่างชายหนุ่มปริศนาเกราะขาวที่พุ้งตัวอย่างรวดเร็วเข้าหา



            ร่างจุดเดียวที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมแรงลมที่ตามหลังชายหนุ่มดั่งวายุพิโรษ ปกติการเดินทางจะเป็นการฉีกลมไปด้านข้างเพื่อขับสลายแต่สิ่งที่เฒ่าแก่ทำนั้นกลับเป็นการโคจรชักนำแรงลมไหลวนรอบตัวเพื่อเสริมความเร็วในการเดินทางและสะสม คลื่นพลังลมตลอดทางเผื่อในกรณีเจอฝูงอสูรขนาดใหญ่ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มสำผัสได้มีเพียงกองกำลังมนุษย์ที่ประจำการในเมือง พร้อมเสียงมากมายที่ตะโกนเรียกสติชายหนุ่มให้หยุดความเร็วลงก่อนจะเห็นร่างคุ้นเคยที่พุ้งเข้าหาตนในที่สุด



            "สงบสติของเจ้าก่อน เฉินซิน! ว่าแล้วชายหนุ่มปริศนาพร้อมฟาดฝ่ามือยาวเข้าประกบฝ่ามือ เฒ่าแก่โรงเตี้ยมนามเฉินซินที่พุ้งมายั่งรวดเร็วแต่ไม่อาจฝืนลดความเร็วได้ทันมิเช่นนั้นแรงลมโกรกขนาดใหญ่ที่ตามมาอาจบดขยี้ตัวเค้าเองได้ ต้องจำยอมรับฝ่ามือต้านแรงชายหนุ่มที่ปล่อยออกมาเสริมแรงลมสะท้อนปัดป้องแรงโหมกระหน่ำที่ตามความเร็วเบื้องหลังปลิ่วว่อนสลายไป



            ก่อนร่างทั้งสองจะค่อยๆ ลงสู่พื้นภายใต้ปราณจิตของตนเฉินซินที่เพ่งครอบทั้งตัวหมู่บ้านอย่างรีบร้อนก่อนจะชันเข่าอย่างไร้เรี้ยวแรง ก่อนจะกระหน่ำทุบพื้นหลายที ไม่อาจทำใจกับภาพจิตที่สำรวจภายในตัวโรงเตี้ยมของตน มาดผู้ดีของเฒ่าแก่เหลือเพียง ชายหนุ่มเจ้าสำราญร้องโห่ดั่งถูกสาวบอกเลิกกลางวันแสกๆ



            "นี่! ไม่จริงน่า ข้าไปเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเหตุใดกัน....ก่อนร่างชายปริศนาจะแตะไหล่ หนาชายหนุ่มสองสามทีก่อนจะเดินจากไปพร้อมชาวยุทธรอบข้างทิ้งไว้เพียงแสงอาทิตย์อ่อนที่สาดส่องถึงกายที่ดุดันราวกับสัตว์ป่าพร้อมจิตที่มีทั้งความโศกเศร้าที่ปะทุเข้ามาดับความหวังภายในทิ้ง  เหลือไว้เพียงโทษะที่พร้อมปะทุได้อย่างทุกเมื่อ ก่อนจะสังเกตเห็นร่างนึงที่ยังคุ้นเคยตรงหน้า



            มือน้อยข้างนึงที่กำนิ้วก้อยหมางต้าแน่น ยืนนิ่งค้างก่อนจะค่อยย่างกายทีละช้าๆ ก่อนจะคลายออกพร้อมวิ่งเข้าหาชายหนุ่มที่พยายามอดกลั่นน้ำตาก่อนหน้ากางมือเข้าหาเด็กหนุ่ม   ที่เหลือไว้ให้หยาดน้ำตาในตอนนี้ต่างพลั่งพลูออกมาทั้งคู่  ชโลมโทษะภายในจิตใจพร้อมร่าง เด็กน้อยพุ่งเข้าหาไม่สนสิ่งใดอื่นอีก พร้อมร่างทั้งสองโห่เข้ากอดกันราวกับพี่น้องที่พรากจากกันไปนาน



            "เฒ่าแก่ท่านไปไหนมา เหตุใดท่านถึงทิ้งข้าให้อยู่ตัวคนเดียว  ข้ากลัวแทบตายฮือๆ"



            เด็กน้อยทิ้งคราบความปิติภายใต้ตอนนี้น้ำตาและสิ่งปฏิกูลออกจากรูจมูกไหลเยิ้มย้อมรวมกัน พร้อมเสียงโฮ่ดั่งสนั่นไม่แพ้เสียงชาวบ้านที่วิ่งเข้ากอดร่างบุตรหลานของตนเช่นกัน ทั่วพื้นที่ตอนนี้เหลือไว้เพียงชาวบ้านที่ไม่อาจหาสามีก่อนจะทิ้งกายโศกเศร้าอาดูรไว้ หลากหลายอารมณ์ของเเต่ละคนล้วนแล้วมารวมกัน ณ จุดนี้จุดเดียว



            "ข้าขอโทษเจ้าหนู ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่น่ารับภารกิจนี้ไปเลยสวรรค์กลั่นแกล้งข้าโดยแท้ เหตุใดจึงต้องเป็นยามข้าไม่อยู่ ไม่ยุติธรรม ๆ ญาติข้า คนของข้า ทำไมกัน! 



            "มันเป็นความผิดของข้าเองที่ฝืนส่งเจ้าไปทำภารกิจ"  เสียงหญิงชราที่เดินตามไป๋ลู่อดไม่ได้ที่จะก้มลงสำนึกตนที่ผิดไม่กล้ามองดวงตาที่จดจ้องนางทั้งน้ำตาโดยตรงของเฉินซิน "ท่าน!..... ชายหนุ่มเหมือนพยายามจะกล่าวสิ่งใดต่อแต่ก็ทำได้เพียงเงียบงำไว้ ก่อนจะสูดหายใจลึกพร้อมอุ้มเด็กหนุ่มที่เกาะตัวแน่นดั่งกาวไว้ด้านข้าง "ขอเวลาข้าทำใจหน่อย ท่านอาจารย์....ท่านอาวุโสดีใจที่ท่านกลับมาปลอดภัยขอรับ"


            

            ชายหนุ่มค่อยๆ ย่างก้าวผ่านร่างนางไปพร้อมเด็กน้อยไป๋ที่ตอนนี้เอาแต่ร้องให้ ทุกการบทสนทนาหาได้เข้าหูเด็กหนุ่มแต่ใดมีเพียงความคนึงหาบุรุษด้านข้างที่คลุกคลี กับเด็กน้อยคนนี้มานานเพียงเท่านั้น เฉินซินที่เมื่อเปิดประตูโรงเตี้ยมก็เห็นร่างที่คุ้นเคยมากมายตอนนี้อยู่ในระหว่างรอทำพิธี คราบเลือดร่องรอยบาดแผลล้วนแล้วถูกเยียวยาในลักษณะปกติแล้วทั้งสิ้นเหลือไว้เพียงร่างที่ไม่มีวิญญาณอยู่ภายในนั้นอีกต่อไป ด้านข้างเด็กน้อยก็กอดร่างทิวท่ายที่ช่วยตนจากอสูรเสือดำ ณ ชั้นสามและเอาตัวเข้าแลกบุญคุณนี้เด็กหนุ่มไม่เคยลืมอย่างแน่นอน ตามปนิธานที่ตั้งไว้ก่อนหน้า

    คล้ายกับเรื่องไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด ที่คุณอ่าน