ใบหน้าสวยไร้คราบดินโคลนเงยขึ้นมองนี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าเขาชัดๆและใกล้ขนาดนี้ กลางคืนว่าหล่อแล้วกลางวันหล่อกว่าหลายเท่า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มรับกับคิ้วหนาได้รูปของเขายิ่งมองยิ่งมีเสน่ห์เธอคิด
“ขอบคุณค่ะ”
“นอกจากเจ็บขาแล้ว มีเจ็บตรงไหนอีกมั้ย” ร่างน้อยสำรวจตัวเองก่อนส่ายหัวเป็คำตอบให้เขา
“แล้วเมื่อกี้จะลุกไปไหน”
“ฉันอยากล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำรู้สึกไม่สบายตัวค่ะ”เธอบอก
“อืม ทำได้หมดยกเว้นอาบน้ำเดี๋ยวให้ป้าป่านมาเช็ดตัวให้” เขาบอกพร้อมแนบฝ่ามือแตะที่หน้าผากและแก้มทั้งสองข้างของเธอเช็กอุณหภูมิให้ก่อนช้อนอุ้มเธอขึ้นอีกครั้ง
“ว้าย...นี่คุณจะทำอะไร” คนไม่ทันตั้งตัวร้องเสียงหลง
“ช่วยพาคุณไปส่งที่ห้องน้ำไง”
“ไม่ต้องเดี๋ยวฉันไปเอง”
“รู้เหรอว่าห้องน้ำไปทางไหน”อังวรีส่ายหัวเบาๆก่อนตอบ
“ห้องแค่นี้หาไม่ยากหรอก” ใบหน้าหวานบอกเสียงเบาขณะซุกหน้าแนบที่อกกว้างของเขา
“แล้วเดินเองได้มั้ยล่ะ” เธอไม่ตอบเขาจึงอุ้มพาเธอเดินไปวางที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า หยิบแปรงสีฟันพร้อมบีบยาสีฟันยื่นให้ก่อนหันไปหยิบโฟมล้างหน้าผู้ชายและผ้าขนหนูยื่นให้อีกที หญิงสาวได้แต่มองตามทุกอิริยาบถของเขาโดยไม่ขัดอะไร
“ใช้อันนี้ล้างหน้าไปก่อนที่นี่มีแค่นี้เสร็จแล้วเรียกผมรออยู่ด้านนอก” เขาบอกก่อนเดินออกไปปล่อยให้เธอทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยถึงจะรู้สึกโชคร้ายที่ต้องเจอคนตามฆ่าจนต้องหนีเอาชีวิตรอดทั้งคืนแต่ก็ถือว่าโชคดีเช่นกันที่ได้เจอเขา ที่พาเธอออกจากป่ามาได้อย่างปลอดภัยไม่อย่างนั้นป่านนี้เธอได้ตายเป็ผีเฝ้าป่าไปเรียบร้อยแล้ว
“เสร็จแล้วค่ะ” หลังทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยคนป่วยถูกอุ้มมานั่งที่ปลายเตียงตามเดิมถึงอยากจะเดินเอง แต่เมื่อกี้เธอลองยืนด้วยตัวเองแล้วมันปวดจนทนไม่ไหว
“ผมมีเื่ต้องคุยกับคุณ” เขาบอกสีหน้าจริงจัง
“อืม” หญิงสาวพยักหน้า
“คุณชื่ออะไร อายุเท่าไหร่”
“ชื่ออิ้งค์คะ อายุ26”
“ทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน”
“กราฟิกดีไซน์ บ้านอยู่กรุงเทพ”
“คุณมาที่นี่กับใคร”
“ฉันมาคนเดียว”
“รู้จักที่นี่ได้ยังไง”
“อินเทอร์เน็ตค่ะ”
“ในข้อมูลที่จองมีชื่อของผู้หญิงอีกคนเธออยู่ที่ไหนครับ”
“ติดงานเลยมาไม่ได้ค่ะ”
“เธอเป็เพื่อนคุณเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ”เขาพยักหน้ารับรู้ก่อนถามคำถามสุดท้าย
“คุณมีแฟนหรือยัง”
“ฉันโสดเดี๋ยวนะคะเื่พวกนี้มันเกี่ยวอะไรกับเื่ที่เรากำลังคุยกัน”เขายิ้มพอใจกับคำตอบที่ได้รับก่อนอธิบาย
“ข้อมูลเบื้องต้นไงผมจะได้รู้ว่ากำลังคุยอยู่กับใคร”
“...”อังวรีมองอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่เป็จังหวะที่ป่านทองนำอาหารเข้ามาให้พอดี เขาจึงหยุดบทสนทนาไว้เพียงเท่านั้น
“คุณทานข้าวก่อนเดี๋ยวสักพักจะมีตำรวจมาสอบปากคำเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น คุณก็เล่าตามความจริงได้เลย”
“เดี๋ยวคะ เออ คุณ..”
“คิมหันต์ครับ” เขาตอบโดยไม่ต้องรอให้เธอถาม
“คิมหันต์ ที่นี่ไร่คิมหันต์”
“ใช่ครับไร่ผมเองเรียกผมว่าพี่เขมก็ได้ ผมอายุมากกว่าคุณ”
“เข้าใจแล้วค่ะ เอ่อคุณคิมหันต์คือว่าชุดที่ฉันใส่ก่อนหน้านี้ในกางเกงมี...”
“เอสดีการ์ด แม่บ้านเอามาให้ผมแล้ว” -ดูเหมือนเขาจะรู้ความคิดเธอไปซะหมด-เธอคิด
“เอ่อ..คุณเปิดดูหรือยังคะ”
“ครับดูแล้ว คุณคงใมาก”
“ค่ะฉันคิดว่าเพราะสิ่งนี้ฉันถึงโดนพวกมันตามฆ่า”
“ไม่ต้องกังวลอะไรผมรับปากคุณแล้วว่าอยู่ที่นี่คุณจะปลอดภัย” เขาบอกน้ำเสียงจริงจังอังวรีสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนเอ่ยถามเื่ที่ตนอยากรู้
“แล้วนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ...ในคืนนั้นละคะ” เธอถามน้ำเสียงสั่นเครือทั้งที่รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากถามให้แน่ใจถามไปน้ำตาเ้ากรรมก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เสียใจที่เป็ต้นเหตุให้พวกเขาต้องเจอเื่เช่นนี้
“คุณอิ้งค์เื่ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดของคุณเพราะพวกชั่วพวกนั้นต่างหากที่เป็คนทำ ส่วนนักท่องเที่ยวบนนั้นพวกเขาแค่โชคร้ายที่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้รวมถึงตัวคุณด้วย” มือหนายื่นไปเช็ดน้ำตาที่แก้มให้ ก่อนลูบหัวไหล่ปลอบ สงสารเธอจับใจที่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ใครจะทำใจได้เธอคงเสียขวัญหน้าดู
“พวกเขาไม่รู้เื่อะไรด้วยเลยเป็เพราะฉันหยิบเอสดีการ์ดนั้นมา พวกเขาถึงต้องมาตาย บางทีฉันน่าจะตายไปพร้อมกับพวกเขาเลยจะได้ไม่ต้องมารู้สึกแบบนี้”
“อย่าคิดแบบนั้นสิครับในเมื่อหนีรอดมาได้ก็เป็หน้าที่ของคุณที่จะช่วยทวงความยุติธรรมให้กับพวกเขาอย่าให้พวกเขาต้องมาตายฟรี” คำพูดของเขาดึงสติเธอให้กลับมาเธอเห็นด้วยกับคำพูดของเขา ใบหน้าแน่วแน่ของเธอทำเขาเริ่มกังวลกลัวว่าเธอจะกล้าทำในสิ่งที่เป็อันตรายกับตัวเอง -ไม่น่าพูดออกไปแบบนั้นเลย-เขาคิด
“คุณทานข้าวก่อนเถอะเดี๋ยวเราค่อยคุยกันต่อ”เธอทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ตอนนี้เธอหิวจนกินช้างได้ทั้งตัวแล้วส่วนเขายืนมองคนหิวทานอาหารตรงหน้าโดยไม่สนใจเขาอีกต่อไปเห็นดังนั้นเขาจึงเดินกลับลงไปด้านล่างปล่อยให้เธอรับประทานอาหารต่อไป