ไอความแค้นและเสียงคร่ำครวญที่เคยปกคลุมป่าต้องห้ามแห่งนี้มานานนับพันปี... ได้สลายหายไปจนหมดสิ้นราวกับไม่เคยมีอยู่จริง... เมื่อจ้าวแห่งความแค้นได้ถูก "ชำระล้าง" ไปแล้ว เหล่าวิญญาณพยาบาทที่เหลืออยู่ก็ได้สูญสิ้นเจตจำนงและค่อยๆ สลายกลับคืนสู่ธรรมชาติ... ป่าวิญญาณคร่ำครวญ... ได้รับการปลดปล่อยแล้วโดยแท้จริง
เฟิงหลงยืนนิ่งอยู่กลางลาน... เขากำลังหลับตาลง... และสัมผัสถึงพลังวิญญาณอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขา "แก่นวิญญาณพยาบาท" ของภูตพยาบาทจ้าวสุสานนั้นบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างยิ่งยวด มันกำลังบำรุงและเสริมสร้าง "ทะเลแห่งจิตสำนึก" ของเขาให้ขยายกว้างขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง! พลังจิตวิญญาณของเขาในตอนนี้... น่าจะแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือระดับราชันย์ขั้นต้นเสียอีก!
หลังจากที่ปรับสมดุลพลังวิญญาณได้แล้ว... เขาก็ลืมตาขึ้น... และเดินตรงไปยังแท่นบูชาศิลาโบราณ... ที่ซึ่ง "กล้วยไม้กลืนวิญญาณ" กำลังเบ่งบานอย่างงดงามและเย้ายวน
เขายื่นมือออกไปและบรรจงเด็ดมันขึ้นมาทั้งดอกอย่างระมัดระวังที่สุด... ทันทีที่มันหลุดออกจากแท่นบูชา... กลีบดอกไม้สีดำสนิททั้งเจ็ดกลีบก็พลันส่องประกายแสงสีดำระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด! พลังงานวิญญาณอันบริสุทธิ์และลึกลับแผ่ออกมาจนทำให้เขารู้สึกสดชื่นไปถึงจิตวิญญาณ!
"ยอดเยี่ยม..." เขาพึมพำกับตัวเอง "ด้วยสิ่งนี้... พลังจิตวิญญาณของข้าจะสามารถก้าวไปสู่ระดับใหม่ได้ในเวลาอันสั้น!"
เขาไม่ได้คิดที่จะดูดกลืนมันในทันที... พลังงานของมันรุนแรงเกินไป... เขาจำเป็นต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยและเงียบสงบเพื่อปิดด่านฝึกตนอย่างจริงจัง เขาเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติอย่างระมัดระวัง...
แต่แทนที่จะจากไปในทันที... เขากลับเดินไปยังจุดที่ร่างของภูตพยาบาทจ้าวสุสานเคยผุดขึ้นมา... ที่นั่น... มีชุดเกราะโบราณที่ผุพังและง้าวศึกสีดำขนาดมหึมาตกอยู่... มันคือ "ร่างเนื้อ" ที่แท้จริงของมันในยามที่ยังมีชีวิตอยู่
เฟิงหลงใช้เท้าเขี่ยซากชุดเกราะนั้น... และก็ได้พบกับบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน... มันคือแหวนมิติวงหนึ่งที่ดูเรียบง่ายแต่กลับทำจากวัสดุที่ไม่ธรรมดา!
เขาใช้จิตสัมผัสของตนเองแทรกซึมเข้าไป... และก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
ภายในแหวนมิตินั้น... ไม่ได้มีเพียงแค่กองหินปราณและโอสถจำนวนหนึ่ง... แต่กลับมีม้วนตำราที่ทำจากหนังสัตว์และแผ่นที่ที่เก่าแก่จนแทบจะเปื่อยยุ่ย!
เขานำมันออกมา... และเริ่มอ่าน...
มันคือ "บันทึกของแม่ทัพหลี่"... บันทึกของภูตพยาบาทจ้าวสุสานในสมัยที่เขายังเป็นมนุษย์!
ในบันทึกนั้นเล่าว่า... เขาคือแม่ทัพใหญ่แห่ง "อาณาจักรดาวตก" อาณาจักรโบราณที่เคยรุ่งเรืองเมื่อหลายพันปีก่อน เขาได้รับคำสั่งลับจากจักรพรรดิให้มาตามหา "สมบัติลับ" บางอย่างในป่าแห่งนี้... แต่เขากลับถูกสหายสนิทและรองแม่ทัพของตนเองทรยศหักหลัง! เขาและกองทัพทหารกล้าของเขาถูกลอบโจมตีและสังหารหมู่ ณ ที่แห่งนี้!
ความแค้นและความไม่甘ใจของเขาและเหล่าทหารได้หลอมรวมกับพลังงานวิญญาณอันหนาแน่นของป่า... และก่อให้เกิด "กล้วยไม้กลืนวิญญาณ" ขึ้นมา... และตัวเขาเองก็ได้กลายเป็นภูตพยาบาท... จ้าวแห่งสุสานผู้คอยพิทักษ์มันมาตลอดหลายพันปี...
"ที่แท้... ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง..." เฟิงหลงถอนหายใจยาว... แม้แต่ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่... ก็ยังหนีไม่พ้นการทรยศหักหลัง
แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตาของเขาลุกโชนขึ้น... คือเนื้อหาในหน้าสุดท้ายของบันทึก!
'ข้า...หลี่มู่... ได้อุทิศทั้งชีวิตให้แก่การคิดค้นเคล็ดวิชาค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุด... "ค่ายกลอสูรไร้พ่าย"... มันคือค่ายกลที่สามารถใช้คนเพียงไม่กี่คนต้านทานกองทัพนับหมื่นได้... แต่น่าเสียดาย... ที่ข้ายังไม่ทันได้ใช้มัน... ก็ต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคนทรยศเสียก่อน... ข้าขอทิ้งเคล็ดวิชานี้ไว้... เพื่อรอคอยผู้ที่มีวาสนา... และคู่ควรที่จะสืบทอดเจตจำนงของข้า...'
และในม้วนตำราที่อยู่ข้างๆ... ก็คือรายละเอียดทั้งหมดของ "ค่ายกลอสูรไร้พ่าย!"
เฟิงหลงเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น! นี่มัน...นี่มันคือสมบัติที่ล้ำค่ายิ่งกว่ากล้วยไม้กลืนวิญญาณเสียอีก! มันไม่ใช่แค่เคล็ดวิชาต่อสู้ส่วนตัว... แต่มันคือ "ศิลปะแห่งสงคราม!" มันคือสิ่งที่สามารถใช้สร้าง "กองกำลัง" ของเขาเองได้ในอนาคต!
"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก!"
เขาเก็บม้วนตำราและแผนที่นั้นเข้าไปในแหวนมิติของตนเอง... แผนที่นั้น... น่าจะเป็นแผนที่ที่นำไปสู่ "สมบัติลับ" ที่แม่ทัพหลี่กำลังตามหา...
บัดนี้... การเดินทางมายังป่าวิญญาณคร่ำครวญของเขา... ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้แล้ว...
เขาได้ทั้งพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล... ได้ทั้งกล้วยไม้กลืนวิญญาณที่จะช่วยให้เขาก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น... และยังได้เคล็ดวิชาค่ายกลที่ทรงพลังและแผนที่สู่สมบัติลับอีกด้วย!
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของสำนักเมฆาคราม... ดวงตาของเขาทอประกายแสงที่ชาญฉลาดและอำมหิตยิ่งกว่าเดิม...
"เหลยป้าเทียน... หวังเฉิน..."
"...เกมของพวกเจ้า... มันจบลงแล้ว"
"เพราะนับจากนี้ไป... ข้าจะเป็นคน... กำหนดกฎของเกมเอง"