ในค่ำคืนที่มีพายุหิมะตกหนัก ด้วยอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งคืน จึงเป็เหตุให้ร่างเล็กของเด็กหญิงวัย 12 ขวบ ที่กำลังนอนป่วยด้วยพิษไข้ขึ้นสูงอยู่นั้นนอนหายใจผะแ่ไม่ได้สติมาเป็เวลานานมากกว่าหนึ่งคืนแล้ว
“พี่ใหญ่ของเ้าออกไปตามหมอั้แ่เมื่อคืน จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมาไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดหรือไม่”
เสียงของหญิงสาววัยราวๆสามสิบปีเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลทั้งกับคนที่กำลังไปตามหมอและกับคนที่กำลังนอนป่วยไม่ได้สติอยู่ในตอนนี้ด้วย
ร่างผอมบางของนางเดินวนไปวนมาอยู่ภายในกระท่อมมุงจากหลังน้อยที่มีสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา จนทำให้เด็กหญิงตัวน้อยวัยแปดขวบที่นั่งเฝ้าพี่สาวของตนเองอยู่นั้นรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาในทันที
“ท่านแม่ เลิกเดินวนไปวนมาซักทีเถิด รู้หรือไม่ว่าท่านกำลังจะทำให้ข้าเวียนหัวจนจะไม่สบายตามพี่รองไปอีกคนแล้ว”
เสียงเล็กของเด็กน้อยดังเจื้อยแจ้วเตือนผู้ที่มีศักดิ์เป็มารดาของตนเอง หนูน้อยเฝ้ามองผู้เป็แม่เดินอยู่เช่นนี้เป็เวลานานหลายชั่วยามแล้ว จึงอดไม่ได้ขอพูดซักหน่อยเถิด
ผู้เป็แม่ถอนหายใจหนักหน่วงคราหนึ่งแล้วกล่าว
“เช่นนั้น เ้าเฝ้าพี่รองของเ้าเอาไว้ แม่จะออกไปเอาฟืนมาเพิ่ม”
เป็เพราะอากาศที่หนาวจัดนางจึงต้องก่อไฟเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นภายในบ้าน ลำพังผ้าห่มที่มีอยู่ในบ้านนั้นไม่สามารถให้ความอบอุ่นต่อร่างกายของทุกคนภายในบ้านได้เลย อีกอย่างผ้าห่มที่มีทั้งหมดนางก็ได้นำมาห่มให้กับบุตรสาวคนรองจนหมดแล้วนั่นเอง
“เ้าค่ะ”
ร่างเล็กตอบรับอย่างแข็งขัน พร้อมกับพยักหน้าจนหัวสั่นหัวคลอน
เมื่อมารดาเดินออกไปแล้วเด็กน้อยจึงเอื้อมมือเข้าไปจับกุมมือของพี่สาวที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มหลายชั้น นางรู้สึกได้ถึงความเย็นชืดจากการัันั้น ก่อนหน้านี้ที่นางจับมือของพี่สาวมือของนางยังคงร้อนจัดด้วยพิษไข้อยู่เลย เหตุใดจึงเย็นจัดเช่นนี้ในเวลาเพียงไม่นาน
เด็กน้อยไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพี่สาวของตนนั้นได้จากไปอย่างสงบแล้วจากพิษไข้ที่เป็อยู่ นางได้แต่นั่งกุมมือของผู้เป็พี่อยู่เช่นนั้นด้วยความไร้เดียงสา
ในระหว่างที่นางกำลังสงสัยอยู่นั้นเสียงของคนที่กำลังพูดคุยกันที่ด้านนอกก็เรียกความสนใจทั้งหมดของเด็กหญิงให้ต้องวิ่งออกไปดู นางวางมือของพี่สาวลงอย่างนุ่มนวลและวิ่งออกไปที่นอกบ้านในทันที
ซึ่งในระหว่างนั้นเองมือที่เย็นชืดก็กลับมาอบอุ่นอีกครั้งราวกับเป็คนละคน
เป็ิญญาของปณิตานั่นเองที่เข้ามาแทนที่ดวงิญญาที่เพิ่งล่วงลับไป ร่างที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มสว่างวาบครานึงไม่นานทุกอย่างก็กลับไปเป็เช่นเดิม ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน
เมื่อเด็กหญิงวิ่งมาถึงที่นอกบ้านนางก็พบว่าเสียงนั้นก็คือเสียงของพี่ใหญ่ของนางพร้อมกับชายแก่อายุราวๆหกสิบกว่าปีอีกคนกำลังเดินอย่างเร่งรีบมาทางบ้านของนาง
“รีบมาดูพี่รองเร็วเข้า มือของนางเย็นไปหมดแล้ว”
เด็กน้อยรีบกล่าวด้วยความใสซื่อ จนทำให้ผู้มาใหม่เริ่มใจคอไม่ดีหนักกว่าเดิมหลายเท่านัก
“ท่านหมอเชิญทางนี้” เด็กหนุ่มที่มาด้วยกันรีบนำทางในทันที
"เป็เช่นไรบ้างท่านหมอ" นางหลี่ซึ่งเป็มารดาของเด็กทั้งสามเพิ่งกลับมาจากหาฟืนทันทีที่เห็นท่านหมอตรวจอาการให้กับบุตรสาวของตนอยู่นั้น เอ่ยปากถามขึ้นอย่างร้อนลน
เมื่อหมอได้จับดูชีพจรของเด็กสาวก็พยักหน้าด้วยท่าทีผ่อนคลาย ตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ชีพจรเต้นสม่ำเสมอดี ต้มยาให้กินซักสองสามวันก็ฟื้นตัวแล้ว แต่ก็ต้องคอยระวังให้ดี่ที่เพิ่งฟื้นตัวใหม่ๆอย่าเพิ่งให้โดนลมหนาว ประเดี๋ยวไข้จะกลับเอา"
ทุกคนที่ได้ฟังที่หมอกล่าวก็ต่างถอนหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความโล่งอก
"ขอบคุณท่านหมอหวังมากเ้าค่ะ"
นางกล่าวออกไปด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความลำบากใจเมื่อนึกถึงจำนวนเงินที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนเอง ที่ต้องนำมันมาจ่ายค่ายาให้แก่ท่านหมอ
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของนางหลี่แล้วนั้นหมอหวังซึ่งเป็หมอประจำหมู่บ้าน เขาทราบถึงความเป็อยู่ของครอบครัวนี้เป็อย่างดี ถึงแม้จะสงสารแต่ก็ยังต้องตัดใจกล่าวออกไปด้วยความลำบากใจอยู่ดี
"ข้าจะคิดเพียงค่ายาก่อนก็แล้วกัน"
"ชุดละเท่าไหร่หรือเ้าคะท่านหมอ"
"ยาชุดละ 50 อีแปะ หนึ่งชุดใช้ต้มได้สามครั้ง ลูกสาวเ้ากว่าจะหายก็คงต้องใช้ยาราวสามถึงห้าชุดกระมัง"
"ส่วนค่าหมอนั้นข้าคิดเพียงค่าตรวจครั้งละ 100 อีแปะเช่นเดิมนั่นล่ะปะเดี๋ยวเ้าค่อยนำมาให้ข้าวันหลังก็ได้"
"ขอบคุณท่านหมอหวังมากเ้าค่ะ รอข้าไปหยิบเงินซักครู่"
นางหลี่ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวเฉกเช่นเดิม เหตุเพราะตอนนี้เงินทั้งหมดภายในบ้านนั้นเหลือเพียง 1 ตำลึงเงินเพียงเท่านั้น และอีกนานกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยว ไม่รู้ว่าลำพังเงินที่เหลืออยู่นี้จะสามารถอยู่ได้จนถึงตอนนั้นหรือไม่
บิดาของเด็กๆเป็คนของขบวนคารวานรับจ้างเมื่อสามปีที่แล้วมีขบวนพ่อค้าจากทางใต้ ้มาว่าจ้างให้คุ้มครองขบวนสินค้ากลับ ไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไรจนกระทั่งป่านนี้ยังไม่เห็นแม้เงาของคนเป็สามี หากเขายังอยู่ความเป็อยู่ของทุกคนคงไม่ลำบากเช่นนี้ นางคิดอย่างโศกเศร้า
นางเดินเข้าไปหยิบเงินที่ตนได้นำไปซุกซ่อนเอาไว้ในตู้ไม้สีซีดหลังเล็ก แล้วนับเหรียญอีแปะออกมาจำนวน 250 อีแปะ เพื่อแลกกับยาจำนวน 5 ชุด เสร็จแล้วจึงเดินออกมานำมันยื่นส่งให้กับหมอหวัง
หมอหวังรับเงินมาแล้วเอ่ยส่งท้าย และยื่นส่งห่อยาจำนวน 5 ห่อส่งให้นางหลี่ นางหลี่รีบรับมาและยื่นส่งให้บุตรชายนำไปต้มในทันที
"รีบไปต้มยามาให้ลูกเ้าดื่มเถิด ข้าลาก่อน"
"ท่านหมอหวังค่อยๆเดิน ข้าขอส่งเพียงเท่านี้"
นางเดินออกไปส่งหมอหวังถึงด้านหน้าประตูรั้วบ้าน ส่งเสร็จก็รีบไปดูอาการบุตรสาวคนรอง
ไม่นาน หลี่ลู่เสียน บุตรชายคนโตก็เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับถ้วยยาที่มีควันลอยกรุ่นกลิ่นยาสมุนไพรหอมฟุ้งไปทั่วบ้านบ่งบอกถึงความร้อนของยาได้เป็อย่างดี
นางหลี่กุลีกุจอรับถ้วยยาจากมือบุตรชาย
"ลู่เสียนรีบพยุงน้องสาวเ้าขึ้นมาเร็ว"
หลี่เฉิงรีบช้อนตัวของน้องสาวขึ้นแล้วจัดท่าให้นางนั่งพิงใหล่ของตนเอง เมื่อจัดท่านั่งเสร็จนางหลี่จึงนำช้อนตักยาที่อยู่ในถ้วยร้อนกรุ่นขึ้นมาเป่าซักพักจึงป้อนเข้าปากบุตรสาวทีละช้อน จนยาหมดถ้วย จากนั้นจึงนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้กับบุตรสาวของนางทั่วทั้งตัวั้แ่หัวจรดเท้า
ร่างผอมบางของเด็กสาวเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นจากผืนผ้าที่กำลังเคลื่อนไหวไปตามส่วนต่างๆของร่างกายของตนเอง ดวงตากลมโตที่กำลังหลับพริ้มอยู่นั้นค่อยๆหลี่ปลือขึ้นทีละน้อยจนสามารถมองเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างชัดเจน