ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 45 ตลาดกลางเมือง
หลังเจรจาการค้าเรียบร้อยหลัวเลี่ยงหรูอาสาจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารสี่พ่อลูก แต่จางหย่งเอ่ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ก่อนจะพาลูกๆ ออกจากร้านขายผ้ามุ่งหน้าไปยังบ้านช่างชุนเพื่อสอบถามเรื่องซ่อมประตูบ้านและทำห้องน้ำด้านหลังบ้าน ตอนแรกที่จางหย่งยังไม่ทำเพราะเขามีเงินในมือแค่ 10 ตำลึง นอกจากซ่อมหลังคาและค่าอาหารแล้วยังต้องแบ่งบางส่วนเก็บเอาไว้ในยามจำเป็น แต่ตอนนี้มีเงินจากที่อาฟงลูกชายคนเล็กชนะการแข่งขันเมื่อเช้านี้ ทำให้มีเงินในมือเพิ่มขึ้นมาอีก 10 ตำลึง
เสี่ยวเหมาที่เห็นจางหย่งออกมาจากร้านก็ลุกขึ้นแล้วเดินตามไป โดยไม่ต้องให้เรียก หลัวเลี่ยงหรูที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกว่าจางหย่งเป็นคนมีความสามารถจริงๆ มีหัวการค้าทั้งสามารถเลี้ยงลูกๆ และฝึกสัตว์เลี้ยงออกมาได้ดีขนาดนี้ หากได้แต่งบุรุษดีๆ เช่นนี้เป็นเขยเข้าบ้านจะดีแค่ไหนกันนะ นางได้แต่คิดในใจ
ตอนนี้ที่บ้านของหลัวเลี่ยงหรูเองก็เร่งรัดเรื่องการแต่งงานของนาง แม้นางจะยืนยันว่าต้องการหาคู่ครองด้วยตัวเอง แต่พวกเขาก็ยังคงร้อนใจอยู่ดี ตระกูลหลัวเป็นตระกูลคหบดีอันดับต้นๆของเมืองหังโจว มีบุตรชายหนึ่งคนและบุตรสาวหนึ่งคน บุตรชายคนโตเป็นขุนนางท้องถิ่นถูกส่งไปประจำที่ต่างเมือง ทำให้ตอนนี้มีเพียงบุตรสาวอย่างหลัวเลี่ยงหรูเป็นคนช่วยดูแลการค้าของตระกูล โชคดีที่นางชื่นชอบและมีหัวทางการค้าติดตัว ทางบ้านจึงตั้งใจให้นางแต่งเขยเข้าบ้าน
ปีนี้หลัวเลี่ยงหรูอายุยี่สิบปีแล้ว นางยังไม่พบคนที่ถูกใจ จะไม่ให้บิดามารดาของนางร้อนใจได้อย่างไร กลัวว่ายิ่งอายุมากขึ้น บุรุษดีๆ จะถูกหมั้นหมายไปหมด เหลือเพียงคนไม่ได้เรื่องเท่านั้น แต่หลัวเลี่ยงหรูกลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งมองนานยิ่งเห็นธาตุแท้ของคน นางไม่เชื่อว่าจะไม่มีบุรุษดีๆให้นางมองหาหรอกนะ
-----------
จางหย่งพาลูกทั้งสามเดินไปทางบ้านช่างชุนอย่างชำนาญ แม้ช่างชุนจะเป็นช่างซ่อมหลังคา แต่เขาเชื่อว่าช่างชุนจะต้องมีบรรดาช่างที่จะมาช่วยทำประตูและห้องน้ำให้เขาได้แน่ๆ
ช่างชุนที่เห็นผู้มาเยือนที่หน้าบ้านก็ออกมาต้อนรับก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"หลังคาที่ข้าทำมีปัญหาหรือ"
"ไม่ใช่ขอรับ พอดีข้าอยากจะหาคนมาช่วยซ่อมแซมบ้านและสร้างห้องเล็กๆ ให้ ข้าเห็นช่างชุนดูเป็นผู้กว้างขวาง จึงอยากมาขอคำปรึกษา"
"ฮ่าๆๆ เจ้ามาถามถูกคนแล้ว โชคดีจริงๆ วันนี้เหล่าฉีอยู่ที่บ้านของข้าพอดี มาๆ เข้ามาก่อน"
ช่างชุนเปิดประตูต้องรับจางหย่งและลูกๆ เข้าไปด้านใน เสี่ยวเหมาที่เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยถามขึ้นว่า
'เจ้านาย แล้วข้าล่ะ'
จางหย่งที่ได้ยินคำถามของสุนัขมิติก็หยุดชะงักเท้าไปนิดหนึ่ง เขาคิดเสมอว่าเสี่ยวเหมาคือคนในครอบครัว ทำให้ลืมไปว่ามันเป็นสุนัขตัวหนี่ง เขาจึงหันเอ่ยถามช่างชุนขึ้นว่า
"เอ่อ ไม่ทราบว่าสัตว์เลี้ยงของข้าตัวนี้..."
"อ้อ พาเข้ามาได้เลย ไม่มีปัญหา"
"ขอบคุณขอรับ"
กล่าวจบทั้งสี่คนหนึ่งตัวก็พากันเข้าไปในบ้านของช่างชุน ในบ้านมีบุรุษวัยกลางคนผิวคล้ำแดด ตัวสูงใหญ่นั่งรออยู่คนหนึ่ง เมื่อเขาเห็นกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่ก็มองไปทางช่างชุนด้วยความสงสัย ช่างชุนที่เห็นสหายมองมาก็กระแอมออกมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"อะแฮ่ม เหล่าฉี นี่คือจางหย่ง เด็กหนุ่มที่ข้าเพิ่งไปซ่อมหลังคาให้เขาไป"
"อ้อ"
"ส่วนนี่คือเหล่าฉี เขาเป็นช่างไม้ รับงานเกี่ยวกับงานไม้ทุกประเภท มาๆ นั่งก่อนแล้วเราค่อยคุยธุระกัน"
จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองทางบุรุษสองคนที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกๆ ขึ้นว่า
"ลูกๆ อยู่กันเงียบๆ ก่อนนะ พ่อคุยธุระเสร็จจะพาพวกเจ้าที่เป็นเด็กดีไปเดินเที่ยวตลาดในเมือง"
เด็กๆ ที่ได้ยินต่างพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะนั่งข้างๆ จางหย่งอย่างสงบเสงี่ยม เสี่ยวเหมาก็นอนหมอบข้างๆ อย่างเรียบร้อยด้วยเช่นกัน ช่างทั้งสองที่เห็นก็รู้สึกชื่นชมจางหย่งอยู่ในใจ ชายหนุ่มผู้นี้สอนลูกๆ ของเขาได้ดีจริงๆ เมื่อทุกคนนั่งลงจนครบ ช่างชุนก็เอ่ยขึ้นว่า
"พ่อหนุ่มเจ้ามีอะไรก็บอกเหล่าฉีได้เลย"
"ขอบคุณขอรับ ข้าน้อยมีนามว่าอี้จางหย่ง ต้องการหาช่างไปช่วยซ่อมประตูและสร้างห้องปลดทุกข์เล็กๆ ด้านหลังบ้านขอรับ"
"คนจากตระกูลอี้ข้าไม่รับ"
จู่ๆ ช่างฉีที่แลดูใจดีกลับดุดันขึ้นมาเมื่อเขาได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้ามาจากตระกูลอี้ จางหย่งที่ได้ยินถึงกับตกใจไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
"ท่านผู้อาวุโส ข้าเคยเป็นลูกหลานตระกูลอี้ก็จริง แต่ตอนนี้ข้าแยกบ้านกับบ้านใหญ่แล้ว ข้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับพวกเขานะขอรับ"
"เป็นเรื่องจริงงั้นรึ"
"ข้าได้ทำสัญญาแยกบ้านกับตระกูลใหญ่อี้เรียบร้อย สัญญามีเก็บไว้ที่ทางการฉบับหนึ่ง หากท่านไม่เชื่อ ข้าสามารถพาท่านไปดูได้ขอรับ"
"ดีแล้วที่แยกออกมาจากตระกูลผู้ดีจอมปลอมแบบนั้นได้"
กล่าวจบช่างฉีก็เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะมาพูดคุยถึงสิ่งที่จางหย่งต้องการ สถานที่ที่เขาต้องไปทำ และตกลงราคา เมื่อตกลงกันได้ก็นัดกันในวันพรุ่งนี้ เพราะช่างฉีต้องมีเวลาเตรียมอุปกรณ์ อีกทั้งจางหย่งเองก็อยากพาลูกๆ เที่ยวเล่นตลาดก่อนกลับบ้าน เมื่อตกลงกันได้จางหย่งก็เอ่ยลาก่อนจะพาเด็กๆ และเสี่ยวเหมาเดินไปตลาดกลางเมือง
เส้นทางที่เขามาตอนแรกไม่ได้ผ่านตลาด ทำให้จางหย่งไม่เห็นว่าวันนี้มีตลาดใหญ่สุดสัปดาห์ สองข้างฝั่งเต็มไปด้วยของขายมากมาย นอกจากผักผลไม้ที่ชาวบ้านนำมาขาย ยังมีเนื้อสัตว์และขนมหลากหลายชนิด ขณะที่ทุกคนกำลังเลือกดูขนมอย่างมีความสุข เสียงของเสี่ยวเหมาก็ดังขึ้นในหัวของจางหย่งว่า
'เจ้านาย สาวสวย ท่านต้องไปช่วยเร็วเข้า'
เอ่ยจบเสี่ยวเหมาก็พุ่งตัวออกไปในตรอกทางด้านหน้า ทำให้จางหย่งถึงกับงุนงง สาวสวยที่ไหนกัน เหตุใดเขาถึงมองไม่เห็น แม้จะไม่เข้าใจแต่เขาก็รีบอุ้มลูกๆ แล้วพาพวกเขาตามไปในตรอกแห่งนั้นทันที เมื่อตามเข้ามาก็พบว่าเสี่ยวเหมากำลังยืนกางขาส่งเสี่ยงข่มขู่เด็กชายสวมชุดหรูหรา ด้านหลังเสี่ยวเหมาเป็นสุนัขอีกตัวหนึ่งที่มีแผลตามตัว
"ไอ้หมาบ้า หลบไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะฟาดเจ้าอีกตัวหนึ่ง"
หลังกล่าวจบ แส้ที่อยู่ในมือเด็กชายก็พุ่งเข้าไปหาเสี่ยวเหมา จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็พุ่งเข้าไป เอามือข้างหนึ่งจับแส้ไว้ทันท่วงที แม้พลังวิญญาณของเขาจะยังไม่ได้ถูกฝึกฝนอย่างถูกต้องนัก แต่อาศัยทักษะกีฬาที่เขามี หากรับแส้ที่ฟาดมั่วๆจากเด็กคนหนึ่งไม่ได้คงขายหน้าแน่ๆ
เมื่อถูกจับแส้ไว้ได้เด็กน้อยก็โมโหเป็นอย่างมาก เขากระทืบเท้าอย่างขัดใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าจะสั่งสอนสัตว์เลี้ยง พวกเจ้าไม่เกี่ยวถอยไปเดี๋ยวนี้!!"
"เหตุใดต้องสั่งสอนสัตว์เลี้ยงรุนแรงเช่นนี้? สัตว์เลี้ยงเองก็มีชีวิตจิตใจเช่นกัน"
"มันไม่เชื่อฟังข้า ข้าก็ต้องสั่งสอนมันสิ"
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินก็เอ่ยขึ้นว่า
'ไม่ใช่นะเจ้านาย สาวสวยบอกว่าเด็กชายไม่ใช่เจ้านายของนาง'
สาวสวย? อย่าบอกนะว่าสาวสวยที่ว่าหมายถึง...
"เจ้าพวกน่ารำคาญ รู้ไหมว่าข้าเป็นหลานของใคร!!"
"ขนาดตัวเองยังไม่รู้ว่าใครเป็นหลานของใคร แล้วพวกเราจะไปรู้ได้อย่างไรกัน"
อาฟู่ลูกชายคนกลางเอ่ยขึ้น เด็กชายมองไปทางต้นเสียงอย่างโมโห เมื่อเขาสะบัดแส้ให้หลุดจากมือจางหย่งได้ก็ตวัดมันไปทางเด็กๆ ทั้งสามคนทันที
จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็โมโหขึ้นมาบ้างแล้วเช่นกัน ครั้งนี้เขาไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นเด็กอีกต่อไป เขาจับแส้ที่ตวัดไปทางลูกๆ ของเขาแล้วสะบัดอย่างแรงจนเด็กชายล้มลงกับพื้น เป็นเด็กยังมีนิสัยใจคอเหี้ยมโหดขนาดนี้ ถ้าโตไปจะขนาดไหนกัน เสียงร้องไห้ของเขาดังขึ้นจนบ่าวรับใช้ที่ตามหามาพบตัวเข้า พวกเขาได้แต่ตกใจวิ่งเข้าไปพยุงเด็กชายขึ้นมา เด็กชายมองไปข้างหน้าด้วยความโมโหก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"พวกเจ้า ไปจัดการพวกมันให้ข้าเดี๋ยวนี้"
"หยุดนะ!!"