แสงจากผลึกค่อยๆดับลง เหลือเพียงเงาสะท้อนสีแดงจางๆ บนพื้นผิวโลหะของแท่นเชื่อมต่อห้องควบคุมกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ความเงียบนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันหนักขึ้น เต็มไปด้วยความจริงที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ ทศกัณฐ์ยืนนิ่งมือของเขายังคงวางอยู่บนแท่น ความรู้สึกสั่นะเืภายในร่างกายยังไม่จางหายเหมือนบางส่วนของเขายังคงเชื่อมต่ออยู่กับสิ่งที่เพิ่งเห็น “คุณโอเคไหม”สีดาถามเบาๆ เขาไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาของเขายังคงมองแผนที่ที่เลือนหายไปแล้ว“ผมยังอยู่” เขากล่าวในที่สุด เสียงของเขานิ่ง แต่ลึกลงไปมีบางอย่างเปลี่ยนไป
หนุมานเดินเข้าใกล้แท่นเขามองผลึกที่ตอนนี้สงบนิ่ง “สิ่งนั้นไม่ได้เพียงแสดงข้อมูล” เขาพูด“มันตอบสนองต่อคุณ เหมือนมันรู้ว่าคุณคือใคร” ทศกัณฐ์ถอนมือออกจากแท่นแสงทั้งหมดดับลงทันที เหลือเพียงความมืดของพื้นผิวโลหะ “หรือมันรู้ว่าผมคืออะไร”เขาตอบ สีดามองเขา เธอไม่เห็นความกลัวในดวงตาของเขา แต่เธอเห็นคำถามและนั่นทำให้เธอกังวลมากกว่าเดิม ชายชราที่นั่งอยู่ใกล้ผนังไอเบาๆเืสีเข้มปรากฏที่มุมปากของเขา “โครงสร้างในร่างกายของเ้า” เขาพูดอย่างยากลำบาก“มันเป็สะพาน สะพานที่เชื่อมสองด้านเข้าหากัน” หนุมานขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่าถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ ประตูก็จะยังเปิดได้” ชายชรานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าอย่างช้าๆ “ในทางทฤษฎี…ใช่” ความเงียบแผ่ขยายออกไปอีกครั้งสีดากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “งั้นเราต้องหาวิธีตัดการเชื่อมต่อนั้น” เธอกล่าวทันที“ก่อนที่สิ่งนั้นจะใช้มัน” ชายชราหัวเราะเบาๆ เสียงแหบแห้ง “พวกเราพยายามแล้ว”เขาพูด “เราพยายามปิดมัน ทำลายมัน แม้แต่หยุดหัวใจของเขา”คำพูดนั้นทำให้หนุมานเงยหน้าขึ้นทันที “แต่เขาก็ยังกลับมา”ชายชรามองทศกัณฐ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยทั้งความผิดและความหวัง “เ้ารอดมาได้ทุกครั้ง”สีดาหันไปมองทศกัณฐ์ทันที “นั่นไม่เคยอยู่ในรายงานของรัฐบาลโลก” ทศกัณฐ์ไม่ตอบเขาไม่เคยเห็นรายงานเ่าั้ด้วยตัวเอง เขาเพียงได้รับการบอกเล่าว่าเขาเป็“ความสำเร็จ” ไม่เคยมีใครบอกว่าเขาเคยเป็ “ความล้มเหลว” มาก่อนหนุมานหายใจออกช้าๆ “งั้นคำถามที่แท้จริงคือ ไม่ใช่ว่ามันจะตามหาเขาได้หรือไม่”เขาพูด “แต่คือเมื่อไร” ในขณะนั้น เสียงเตือนเบาๆ ดังขึ้นจากผนังด้านหนึ่งไม่ใช่เสียงเตือนภัย แต่เป็สัญญาณการตรวจจับภายใน“มีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างพลังงานของคุณ” สีดากล่าวขณะมองหน้าจอข้อมูล“มันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ั้แ่คุณเชื่อมต่อกับผลึก” ทศกัณฐ์มองมือของตัวเองไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในระดับที่มองเห็นได้ แต่เขารู้สึกได้ถึงความแตกต่างเล็กน้อยเหมือนมีเสียงสะท้อนที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน “มันอันตรายไหม” เขาถามสีดาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา “ฉันยังไม่รู้”ชายชราหลับตาอย่างอ่อนแรง “นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาสร้างวงแหวนพลังงานรอบลังกา”เขากล่าว “ไม่ใช่เพื่อป้องกันศัตรูจากภายนอกเท่านั้นแต่เพื่อปิดผนึกบางสิ่งที่อยู่ภายในด้วย” หนุมานหันไปมองเขาทันที “คุณหมายถึงเขา”ชายชราไม่ตอบ แต่ความเงียบของเขาก็เพียงพอแล้ว คำพูดนั้นลอยค้างอยู่ในอากาศหนักและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทศกัณฐ์ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดเขาเพียงหันไปมองออกไปนอกหน้าต่างโปร่งใสของห้องควบคุมดาวเคราะห์สีน้ำเงินลอยอยู่ไกลออกไป งดงามและเปราะบางเขาเคยเชื่อว่าหน้าที่ของเขาคือการปกป้องมัน แต่ตอนนี้ เขาเริ่มสงสัยว่าเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องโลก หรือเพื่อเปิดทางให้บางสิ่งเข้ามากันแน่สีดาเดินเข้ามายืนข้างเขาโดยไม่พูดอะไร การมีอยู่ของเธอเงียบสงบ แต่มั่นคง“ไม่ว่าความจริงจะเป็อย่างไร” เธอกล่าวในที่สุด “คุณคือคนที่คุณเลือกจะเป็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสร้างคุณให้เป็” ทศกัณฐ์มองเธอ คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่นกว่าข้อมูลใดในผลึก หนุมานยืนอยู่ไม่ไกล เขามองทั้งสองคนก่อนจะยิ้มจางๆ “งั้นขั้นตอนต่อไปคืออะไร” เขาถาม ทศกัณฐ์หันกลับไปมองผลึกบนแท่นมันสงบนิ่ง ราวกับรอคำสั่ง “เราจะรอดูสถานการณ์และเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด”เขากล่าว “ถ้ามีใครบางคนกำลังตามหาผม ผมจะไม่รอให้มันเป็ฝ่ายพบก่อน”แสงจากระบบในห้องสะท้อนบนใบหน้าของเขา และเป็ครั้งแรกั้แ่ได้รับคำเตือนเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนเหยื่อที่กำลังถูกล่าแต่เหมือนนักล่าที่เพิ่งรู้ว่ามีบางสิ่งที่คู่ควรกับการเผชิญหน้า
ทศกัณฐ์ยังคงยืนมองผลึกบนแท่นเชื่อมต่อแสงภายในมันสงบนิ่ง แต่เขารู้ว่ามันไม่ได้ดับลงจริงเพียงแค่รอการกระตุ้นครั้งต่อไป หนุมานเดินวนรอบห้องอย่างใช้ความคิด“ถ้ารัฐบาลโลกรู้ว่าคุณคือสะพาน พวกเขาจะไม่ปล่อยให้เื่นี้อยู่นอกการควบคุมแน่”เขาพูด สีดาพยักหน้า “การเชื่อมต่อเมื่อครู่ทำให้ระดับพลังงานของวงแหวนเปลี่ยนไปแม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่มันมากพอให้ระบบตรวจจับส่วนกลางรับรู้”ทศกัณฐ์หันมามองเธอ “คุณคิดว่าพวกเขาจะทำอย่างไร”สีดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าพวกเขาเชื่อว่าคุณคือความเสี่ยงพวกเขาจะเลือกความมั่นคงของโลก มากกว่าความไว้ใจในตัวคุณ” คำพูดนั้นลอยค้างอยู่ในอากาศหนุมานหยุดเดินแล้วมองทศกัณฐ์ตรงๆ “คุณเตรียมใจไว้หรือยังถ้าวันหนึ่งพวกเขาไม่ได้มองคุณเป็ผู้พิทักษ์ แต่เป็ประตู” ทศกัณฐ์ไม่ตอบทันทีเขามองออกไปยังความมืดนอกหน้าต่างโค้งของห้องควบคุม “ถ้าพวกเขา้าคำตอบผมจะให้คำตอบ” เขากล่าวในที่สุด “แต่ถ้าพวกเขา้าา ผมจะไม่เป็ฝ่ายที่เริ่มก่อน”เสียงแจ้งเตือนระดับต่ำดังขึ้นจากระบบสื่อสาร สีดาหันไปดูหน้าจอทันทีสัญลักษณ์ตรารัฐบาลโลกปรากฏขึ้นกลางอากาศ “คำร้องขอเชื่อมต่อจากสภาสูง” เธอพูดเบาๆหนุมานยิ้มบางๆ “ดูเหมือนพวกเขาจะตัดสินใจเร็วกว่าที่คิด” ทศกัณฐ์พยักหน้า“เปิดสัญญาณ” โฮโลแกรมขยายตัวขึ้นเป็ภาพห้องประชุมขนาดใหญ่ทรงกลมโปร่งใสล้อมรอบด้วยที่นั่งเรียงเป็ชั้น เสียงฮัมของระบบถ่ายทอดสดก้องเบาๆในอากาศ ใจกลางห้องนั้นคือสัญลักษณ์โลกสีเงินหมุนช้าๆและรอบมันคือสมาชิกสภารัฐบาลโลกหลายสิบคน บางคนเป็มนุษย์ธรรมดาบางคนคือผู้ได้รับการเสริมสร้างทางพันธุกรรม ประธานสภา ชายวัยกลางคนในชุดสีเข้มเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย “ทศกัณฐ์แห่งลังกา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ“เราตรวจพบความผิดปกติของวงแหวนพลังงานเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน คุณจะอธิบายอย่างไร”ทศกัณฐ์ยืนตรง แววตานิ่ง “เป็การทดสอบข้อมูลที่ได้รับใหม่ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น” เสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นทั่วห้องประชุมก่อนที่สตรีคนหนึ่งทางด้านขวาจะพูดขึ้น “ข้อมูลที่ไม่ได้รายงานต่อสภาถือเป็การละเมิดข้อตกลงความมั่นคงโลก” หนุมานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่ไม่พูดอะไรสีดายืนข้างทศกัณฐ์อย่างสงบ ประธานสภายกมือให้เงียบ “ประเด็นไม่ใช่เพียงขั้นตอน”เขากล่าว “แต่คือธรรมชาติของพลังงานที่ถูกกระตุ้นเราได้รับรายงานว่ามันมีรูปแบบสอดคล้องกับเหตุการณ์รอยแยกระดับศูนย์เมื่อสิบปีก่อน”บรรยากาศในห้องควบคุมลังกาเย็นลงทันที ทศกัณฐ์ตอบอย่างมั่นคง “ผมคือผู้ที่ปิดรอยแยกนั้น”สมาชิกอีกคนเอนตัวมาข้างหน้า “หรือคุณคือสิ่งที่ทำให้มันเกิดขึ้น”ความเงียบแผ่ขยายในทั้งสองสถานที่ ประธานสภามองทศกัณฐ์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก“รัฐบาลโลกไม่สามารถเสี่ยงต่อการเปิดประตูซ้ำๆได้” เขากล่าวช้า ๆ“เพื่อความมั่นคงของมนุษยชาติ เราจะส่งคณะตรวจสอบพิเศษไปยังลังกา มีอำนาจเต็มที่ในการประเมินและหากจำเป็ ก็ต้องดำเนินมาตรการยับยั้งทันที” สีดาขมวดคิ้ว“มาตรการยับยั้งหมายถึงอะไร” สตรีคนเดิมตอบแทน “หมายถึงการหยุดภัยคุกคามที่ต้นตอยังไงล่ะ”หนุมานหรี่ตา “คุณกำลังเรียกเขาว่าภัยคุกคามอย่างนั้นเหรอ” ประธานสภาไม่หลบสายตา“เรากำลังเรียกสถานการณ์นี้ว่าความเสี่ยงระดับสูงสุด” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ“คณะพิเศษจะออกเดินทางภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง” ภาพโฮโลแกรมเริ่มเลือนลงแต่ก่อนสัญญาณจะตัดไป สมาชิกคนหนึ่งที่นั่งเงียบมาตลอดก็พูดขึ้นเสียงของเขาเย็นเฉียบ “หากการประเมินชี้ชัดว่าเขาคือสะพานจริงๆเราจะต้องตัดสะพานนั้นทิ้ง” สัญญาณขาดหาย ห้องควบคุมลังกากลับสู่ความเงียบอีกครั้งหนุมานเป่าลมหายใจออกช้าๆ “พวกเขาไม่ได้ส่งผู้ตรวจสอบธรรมดามาแน่ๆ” สีดาพยักหน้า“คณะพิเศษระดับนั้น มีเพียงหน่วยเดียวที่มีสิทธิ์” เธอเงยหน้ามองทศกัณฐ์“ผู้สืบสายอวตารระดับเทพของรัฐบาลโลก” ทศกัณฐ์ไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่ในดวงตาของเขาแสงสีแดงสะท้อนวาบหนึ่งก่อนจะจางหาย “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เตรียมต้อนรับแขกกันเถอะ”เขากล่าวเสียงนิ่ง จากนั้นก็มองไปยังหนุมาน “แล้วนายล่ะ จะเอายังไง รัฐบาลโลกจ้างนายมาเพื่อหยุดผมไม่ใช่เหรอ” หนุมานหัวเราะ “ฮ่าฮ่าฮ่า ชั้นยกเลิกงานนั่นไปแล้วล่ะคิดๆดูแล้ว มาอยู่กับนายคงจะสนุกกว่าเยอะ ถ้างั้นชั้นขออยู่ที่นี่ต่ออีกซักระยะก็แล้วกันเผื่อมีเื่สนุกๆให้ทำ” ทศกัณฐ์ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย “ตามใจนายละกัน” และในตอนนั้นทุกคนในห้องก็รู้ดีว่าแขกที่กำลังจะมาถึง ไม่ได้เดินทางมาเพื่อเจรจา หากแต่มาเพื่อพิสูจน์ว่าผู้พิทักษ์แห่งลังกา คือโล่ของโลก…หรือคือประตูที่ควรถูกทำลายกันแน่