เนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ

    70 ข้าไม่อยากแต่งงาน

            จางฝูลู่เห็นเฉินอี้หน้าเหวอไปพักใหญ่ก็หัวเราะ“ทั้งสองคนบอกว่า ที่เขายังอยู่ที่นี่เพราะเป็นคำสั่งของท่านลู่”จางฝูลู่มีสีหน้าครุ่นคิด“แต่ทั้งสองคนมิยอมบอกว่าท่านลู่ให้เขาอยู่ที่นี่เพื่ออะไร”

            เฉินอี้ขมวดคิ้วนำเรื่องที่จางฝูลู่เล่ามาตีความในหัวของตนเองทันทีและได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นสีหน้าของเฉินอี้จึงดีขึ้นและหายสงสัยแล้ว

            “เอ๊ะ! เจ้าทำหน้าเช่นนี้แสดงว่ารู้แล้วใช่หรือไม่ว่าท่านลู่สั่งให้ทั้งสองคนมาทำอันใดที่นี่”จางฝูลู่เห็นสีหน้าของเฉินอี้ก็รู้ทันทีว่าเขาได้คำตอบแล้ว

            เฉินอี้แอบยิ้มและหันมาตีหน้าซื่อใส่จางฝูลู่“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า”

            อาไฉเดินถือถ้วยยามาให้จางฝูลู่เฉินอี้จึงขอตัวกลับแต่จางฝูลู่ไม่ยอมให้เขากลับ

            “ดื่มยาแล้วเจ้าก็ต้องนอน จะให้ข้าอยู่ทำอันใดเล่า”เฉินอี้ยืนอยู่ข้างเตียง จางฝูลู่จับมือเขาไว้

            “เจ้าอยู่อีกครู่หนึ่งเถิด ข้ามีเรื่องอยากคุยด้วย”

            เฉินอี้พยักหน้าจางฝูลู่บอกให้อาไฉนำน้ำชาและของว่างมาให้เฉินอี้เขาเองก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองยังไม่ได้กินข้าวเช้า พลางนึกถึงจินลี่หยางว่าเขาได้กินอันใดบ้างหรือยัง

            “ใครที่โรงไม้ถูกสังหารกันนะ” จางฝูลู่บ่นงึมงำ เขารู้สึกไม่สบายใจที่คนร้ายเข้าใกล้ตัวมากขนาดนี้

            “หากเจ้าไม่สบายใจ ข้าจะไปถามมาให้”

            “มิต้องหรอกอาอี้” จางฝูลู่รีบหันมาบอกเขา “แม่ข้าไปตลาดเดี๋ยวก็รู้แล้วล่ะ”

            เฉินอี้พยักหน้าจางฝูลู่ยังนั่งหน้าบึ้งอยู่บนเตียงพลางถอนใจ

            “มีอันใดอยากคุยกับข้ามิใช่หรือ” เฉินอี้เอ่ยเตือน แต่จางฝูลู่ยังถอนใจอยู่เฉินอี้ยิ้มและส่ายหน้า

            “เทพลีลากลับมาอีกแล้วหรือ” เฉินอี้ถามน้ำเสียงหยอกล้อ จางฝูลู่หัวเราะหึๆ

            “ท่านแม่จะจับข้าแต่งงานแล้ว” จางฝูลู่หน้างอ เฉินอี้นิ่งอึ้งไป

            “กับผู้ใดหรือ”

            “บุตรสาวคนเล็กตระกูลเหลย”

            ทั้งสองคนนิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่ง

            “เหล่าจาง เจ้าจะไม่สบายใจด้วยเหตุใด นี่เป็นเรื่องที่ดีมิใช่หรือ”เฉินอี้ยิ้มให้เขา

            จางฝูลู่เดินลงจากเตียงมานั่งข้างเฉินอี้“แต่ข้าไม่อยากแต่ง”

            “เหตุใดไม่อยากแต่ง”

            “ข้าไม่ได้ชอบนาง”

            “แล้วเจ้าชอบผู้ใด”

            จางฝูลู่ก้มหน้าไม่ตอบเฉินอี้จับไหล่เขาตบเบาๆ “เจ้าชอบแม่นางลู่ใช่หรือไม่”

            จางฝูลู่แดงตั้งแต่คอถึงใบหูพยักหน้าเล็กน้อยทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าอยู่

            เฉินอี้นั้นเข้าใจความลำบากใจของเขาเพราะการแต่งงานของบุตรธิดา บิดามารดาเป็นผู้กำหนด หน้าที่ของลูกคือทำตามคำสั่งจางฝูลู่เป็นลูกชายคนเดียว และเพราะว่าท่านป้ารักเขามาก นางจึงเคร่งครัดกับเขามากขึ้นไปด้วยคงไม่ยอมให้จางฝูลู่ทำตามใจตนเองในเรื่องนี้อย่างแน่นอน

            “อิจฉาเจ้าจังเลยเหล่าจาง มีมารดามาบังคับให้แต่งงานด้วยล่ะ”เฉินอี้กล่าวและหัวเราะเบาๆ

            จางฝูลู่มองเฉินอี้หน้าคว่ำเขารู้ว่าเฉินอี้แกล้งหยอกล้อเขา แต่เขาก็ยังอดเคืองในใจมิได้ “ให้เจ้าแต่งแทนดีไหมเล่า”

            “มิต้องกังวลใจไปหรอกเหล่าจาง” เฉินอี้ยิ้มให้เขา“อาจจะมีอันใดเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้”

            จางฝูลู่พยักหน้าหายหน้างอ “อืม อาจเป็นเช่นนั้น”

            “อาอี้! เจ้ากลับมาแล้วรึ อาลู่! เจ้าลงจากเตียงมาทำไม” ฮูหยินจางร้องเรียกทั้งสองคน

            “ข้ากลับมาแล้วขอรับท่านป้า” เฉินอี้หันไปร้องตอบฮูหยินจางยิ้มให้และตบไหล่เขาเบาๆ

            “ข้ามิได้เป็นอันใดมากเสียหน่อยท่านแม่” จางฝูลู่เอ่ยกับมารดาเสียงอ่อยฮูหยินจางละมือจากเฉินอี้ไปดึงลูกชายให้กลับไปที่เตียง จางฝูลู่เดินลากขาไปด้วยความไม่เต็มใจ

            “ดื่มยาหรือยัง”

            “ดื่มแล้วขอรับ” จางฝูลู่รีบตอบเอาใจมารดา เพราะนางเริ่มเสียงแข็งใส่เขา

            “ท่านแม่ขอรับ ได้ข่าวเรื่องที่คนงานของโรงไม้ไฉกังถูกฆ่าหรือไม่ขอรับ”จางฝูลู่เอ่ยถามขณะที่นางจัดผ้าห่มให้เขา

            “อืม” ฮูหยินจางพยักหน้า สีหน้าดูเศร้าหมอง

            “เป็นผู้ใดขอรับ” จางฝูลู่ใจคอไม่ดี เฉินอี้ก็รอฟังเช่นเดียวกัน

            ฮูหยินจางถอนใจมองหน้าจางฝูลู่อย่างเศร้าสร้อย “เป็นติงฉี”

            จางฝูลู่รู้สึกสะท้านไปทั้งตัวพูดอันใดมิออกไปพักใหญ่ ฮูหยินจางมองหน้าลูกชายที่ตอนนี้ใบหน้าขาวซีดไปหมดน้ำตาเอ่อมาที่ขอบตา

            “จริงหรือท่านแม่ ท่านมิได้ฟังผิดมาใช่ไหมขอรับ”จางฝูลู่เอ่ยถามมารดาเสียงสั่นเครือ

            ฮูหยินจางก็น้ำตาคลอเช่นเดียวกันลูบหัวจางฝูลู่ด้วยความสงสารและพยักหน้า

            ติงฉีอายุสิบเจ็ดปีเป็นเด็กน่ารัก คุยเก่ง เขาค่อนข้างสนิทสนมกับจางฝูลู่และยังเป็นเด็กที่น่ารักสำหรับคนในโรงไม้ทุกคนทั้งที่เมื่อวานนี้เพิ่งจะได้คุยเล่นกันแท้ๆ แต่วันนี้ติงฉีกลับเหลือเพียงร่างเย็นชืดความสดใสหายไปพร้อมกับลมหายใจของเขา

            จางฝูลู่ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ฮูหยินจางพลอยน้ำตาไหลไปกับเขาด้วย

            เฉินอี้ได้ยินเสียงร้องไห้ของจางฝูลู่เขาก็รู้สึกสะเทือนใจและค่อยๆ เดินออกไปจากห้องของเขาอย่างเงียบเชียบ หันไปฝากฝังให้หลิวซูเจี๋ยช่วยดูแลจางฝูลู่อย่าให้เขาเสียใจมากเกินไปนักเพราะเขายังบาดเจ็บอยู่ จะไม่ดีต่อสุขภาพของเขา

            เฉินอี้เดินกลับบ้านของตนเองช้าๆในหัววุ่นวายสับสน

            “เฉินอี้ ท่านเองก็ต้องดื่มยาด้วยนะ”อาหลิ่งกล่าวเตือนเขาเมื่อเห็นเขานั่งนิ่งอยู่ที่ระเบียงริมน้ำมาพักใหญ่แล้ว

            เฉินอี้หันมามองนางเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวแล้วจึงพยักหน้า “จริงสินะ”แล้วเขาจึงลุกขึ้นไปก่อไฟต้มยา อาหลิ่งต้องคอยเตือนเขาว่าต้องทำอะไรต่อตลอดเวลา เพราะดูเหมือนเฉินอี้เหม่อลอยหลายครั้ง

     

            จินลี่หยางจัดการดูแลเคลื่อนย้ายศพของติงฉีเสร็จเรียบร้อยก็เรียกทหารในกองทหารรักษาเมืองมานั่งประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนการสืบคดีและการจับคนร้าย

            จินลี่หยางค่อนข้างหนักใจเพราะทหารในกองทหารรักษาเมืองของซุนฉือมีน้อยมาก เพียงสิบห้าคนเท่านั้นการจะเพิ่มเวรยามตรวจตรารอบๆ เมืองจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

            ทหารเฝ้าหน้าประตูวิ่งเข้ามาในห้องที่ทุกคนกำลังประชุมกันอยู่และกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “หัวหน้าจินขอรับ ท่านออกมาดูที่ด้านหน้าหน่อยขอรับ”

            ทุกคนหันไปมองผู้ที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องประชุมด้วยความประหลาดใจจินลี่หยางขมวดคิ้วและรีบเดินออกไปด้านนอก

            ชาวบ้านจำนวนมากยืนออกันอยู่ที่หน้าประตูของกองทหารรักษาเมืองเมื่อเห็นจินลี่หยางก็รีบกล่าวกับเขาว่ากลุ่มคนทั้งหมดนี้ยินดีช่วยเหลือกองทหารรักษาเมืองในการจับคนร้ายและการเดินเวรยามตรวจตรารอบๆ เมืองเพื่อให้เมืองซุนฉือกลับมาสงบสุขอีกครั้งโดยเร็ว

            จินลี่หยางมองกลุ่มชาวบ้านที่มีทั้งหญิงและชายหลากหลายช่วงอายุก็รู้สึกตื้นตันใจนัก

            ชาวบ้านขอให้จินลี่หยางอย่าได้ปฏิเสธน้ำใจจากพวกเขาจินลี่หยางพยักหน้าแต่ขอพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านทุกคนก่อนเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาชาวบ้านทุกคนรับคำด้วยความยินดี

            กว่าจะซักซ้อมวางแผนกับชาวบ้านเสร็จเรียบร้อย ตะวันก็คล้อยต่ำลงเกือบตกดินเมื่อชาวบ้านกลับออกไปหมดแล้วจินลี่หยางก็นั่งพักอยู่ในห้องของเขาด้วยความอ่อนเพลีย

            เหอผิงเดินเข้ามาหาจินลี่หยางในมือถือกล่องสำรับอาหารมาด้วย

            “พี่จินขอรับ กินข้าวก่อนเถิดขอรับ” เหอผิงยิ้ม จินลี่หยางมองกล่องสำรับงงๆ

            “เจ้าทำอาหารหรือ” จินลี่หยางถาม เหอผิงหัวเราะ

            “เปล่าขอรับพี่จิน สำรับนี่เป็นชาวบ้านที่นำมาให้ขอรับ”

            จินลี่หยางมองกล่องสำรับอาหารและยิ้ม

    คล้ายกับเรื่องเนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586