..พอฟังเื่ป้า ฉันก็วกกลับมาพิจารณาตัวเอง ที่ฉันใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทุกวันนี้ เพราะฉันยึดถือ และไม่ปล่อยจากอดีต.. และคนที่ทุกข์ใจที่สุด คงเป็คนรอบข้าง ..ที่รักฉันจากใจจริงๆ
“ฮึก… ป้าคะ”
“นะ หนูเฌอ ร้องไห้ทำไม?!”
“ฮืออออออ”
ฉันนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นข้างๆ ป้า จนเกือบเย็น ลุงก็มาเรียกป้าให้กลับบ้าน หลังล่ำลากันแล้ว ฉันเดินขึ้นห้องด้วยอาการเหม่อลอย หลากหลายความรู้สึกเข้าถาโถม
ฉันรู้ว่าตัวเองร้าย และทำผิดต่อคนอื่นแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเศร้ากับการกระทำของตัวเองที่ผ่านมาเท่านี้มาก่อน
พระอาทิตย์ลับตาไปแล้ว เหลือเพียงความมืดและแสงลิบหลี่จากดวงจันทร์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ฉันสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงเคาะประตู
ก็อกๆๆ
แกร้ก
เขายืนจ้องฉัน มุมปากที่ตอนแรกยิ้มกวนประสาทตามปกติ หุบลง ใบหน้าตึง คิ้วขมวด
“ร้องไห้ทำไม”
“มะ ไม่มีอะไร .. พอดีดูหนังเศร้า”
“บ่อน้ำตาตื้นั้แ่เมื่อไร“ เขาถอนหายใจออกมาแล้วโยกหัวฉันเล่นเบาๆ
“ไม่เป็อะไรหรอกน่า .. ว่าแต่มีอะไร”
“เห็นบ้านมืดน่ะ คิดว่าเธอว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่งไปแล้ว”
“บ้ารึไง ใครจะว่ายไปถึง ฉันจมน้ำตายั้แ่ 10 เมตรแรกแล้ว”
“หึ รู้ตัวก็ดี… ฉันซื้อก๋วยเตี๋ยวริมฝั่งมาฝาก กินด้วยกันไหม”
“อ่าา เดี๋ยวตามลงไป อุ่นให้ด้วย”
“ครับ คุณหนูเฌอพราวด์”
“ไอ้คุณบ้า..” ฉันพึมพำด่า ปิดประตูใส่ใบหน้าหล่อกวนๆ ของเขา แล้วอาบน้ำจัดแจงตัว
หลังลงมาถึงห้องครัว เขากำลังฮัมเพลงเทน้ำก๋วยเตี๋ยวใส่ถ้วยพอดี พอประจำที่ได้แล้ว ฉันก็มือไว คว้าไวน์ในแก้วเขาขึ้นจิบอย่างโหยหาแอล
“นิสัย.. ไม่ขอสักคำ” เขาบ่นอุบ
“หวงหรอ แค่อึกเดียวเอง”
เขาส่ายใบหน้าเบาๆ ทำเสียงจิ๊จ๊ะตำหนิฉันในคอ แล้วนั่งลงตรงข้าม ก๋วยเตี๋ยวเรือกลิ่นหอมโชยแตะจมูก ฉันยกขึ้นชิมแล้วร้องว้าวออกมาอย่างไม่เก็บอาการ
“หื้มมมม อร่อยนะเนี้ย”
“ก็บอกว่าแล้วว่าเ้าอร่อย”
“ว่าแต่ ทำไมวันนี้กลับมาไว”
“เคลียร์งานเสร็จแล้วน่ะ”
“ไม่นอนพักเก็บแรงล่ะ ฉันเห็นคุณกลับบ้านตีหนึ่งตีสองเกือบทุกวัน ไม่เหนื่อยหรอ”
“เหนื่อยอยู่ แต่ไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียว”
“หึ ฉันไม่เล่นพิเรนทร์อะไรหรอกน่า ถอดใจเื่จะกลับบ้านแล้ว”
“....” เขายกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง เหมือนไม่เชื่อฉัน
“อยู่นี่ก็สนุกดี มีอะไรให้ทำทั้งวัน ป้ากับลุงก็น่ารัก ไม่ต้องไปเจอสังคมปลอมๆ เพื่อนที่คบเพราะหวังประโยชน์จากฉัน”
“คนรักเธอก็มี.. ลืมแล้วหรอ”
“....”
“เห็นเธอทำตัวประสาทน้อยลงแบบนี้ ค่อยสบายใจหน่อย”
“ทำไม ...หลงรักฉันแล้วหรอ”
ฉันแกล้งแซว อมลูกชิ้นโชว์แก้วป่องๆ ใส่เขา เขาหยีปากรังเกียจเช่นเดิมแล้วก้มกินก๋วยเตี๋ยวต่อ
หลังอิ่ม ฉันอาสาล้างจาน ส่วนเขาเดินไปห้องรับแขกเปิดหนังดู กระดิกเท้า จิบไวน์สบายใจ
‘ดูข้างหลังยังรู้ว่าหล่อ น่าหมั่นไส้ชะมัด ชิ’
ฉันเดินไปนั่งลงข้างๆ เขา โดยถือแก้วไวน์ติดมือไปแต้มขอแจมด้วย เขายกเทให้อย่างรู้งานพร้อมยื่นซองสีขาวให้
“อะไร”
“เงินเดือนของเธอ”
“เงินเดือน!!! นี่ฉันอยู่ครบเดือนแล้วหรอ”
“ยัง แต่จะให้”
“กรี้ดดดด เงินเดือนก้อนแรกจากหยาดเหงื่อฉัน”
ฉันยกแบ๊งสีเทา 9 ใบขึ้นชูฟ้า ยกหอม ตบใบหน้าตัวเองซ้ำๆ
“ตื่นเต้นอะไร เธอใช้เงินวันนึงเป็ล้านไม่เห็นตื่นเต้นแบบนี้เลย”
“ก็อันนั้นมันเงินพ่อนิ นี่เงินของฉัน เงินจากการทำงานของฉัน”
“หึ …”
‘ใช่สิ ใช้โอกาสนี้….’
“พรุ่งนี้ว่างรึเปล่า”
“ทำไม”
“พาไปตลาดท่าเรือหน่อย”
“เพื่อ?”
“ใช้เงินเดือนไง … ฉันจะซื้อครีมดีๆ เสื้อผ้าสวยๆ ของกินอร่อยๆ ตอบแทนตัวเอง”
ฉันพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น ยกแบ้งค์เทาขึ้นชูตรงหน้าเขา
“ไม่อ่ะ เดี๋ยวเธอนึกคึกเล่นอะไรพิเรนทร์ ทำฉันเดือดร้อนอีก“
เขาพูด พลางลุกขึ้นเดินหนี
‘ไม่ได้นะ เดี๋ยวแผนกร่อยหมดสิ‘
“นี่!!! ก็บอกแล้วไงว่าถอดใจแล้ว”
“ไม่เชื่อหรอก เธอมันตลบหลังฉันจนระแวงไปหมดแล้ว”
“ไม่ทำแบบนั้นหรอกน่าา ..เดินตามฉันทุกฝีก้าวเลยก็ได้ สัญญา”
ฉันยกนิ้วก้อยน้อยๆ ตรงหน้าเขา ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ ทำตายิ้ม หน้าอ้อนใส่ เขากอดอก ก้มใบหน้ามองฉันด้วยสีหน้าเรียบ ขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดหนัก
“....”
“น้าาาาา คุณเธียร แค่วันเดียวก็ได้ ฉันอยากซื้อของเองบ้างนิ”
“.....”
“ฉันรู้ว่าคุณใจดี อย่าทำเหมือนเล่นตัวเลยน้าาาา”
ฉันอมยิ้ม จิ้มนิ้วไปที่กล้ามอกล่ำๆ ของเขา แล้วเปลี่ยนมาโอบเอวเบาๆ เอนตัวไปในอ้อนกอดอุ่น เขาเปลี่ยนท่าทีจากกอดอกมาเท้าเอวแทน
“ก็ได้”
“กรี้ดดดด ใจดีที่สุดละ…”
“แต่ต้องพูดว่า ‘พี่เธียรคะ เฌออยากให้พาไปตลาดค่ะ’ ก่อน”
ฉันยืนนิ่ง อ้าปากค้าง ใกับเงื่อนไงประหลาดๆ ของเขา เขายักคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง เอียงหูทำท่ารอฟัง มุมปากยิ้มกริ่มแกล้งฉันด้วยความสนุก
“พูดสิ”
“.!!...ทะ ทำไมฉันต้อง..”
“งั้นก็ไม่ต้องไป”
เขาดึงแขนฉันออกจากเอวเขา ทำท่าจะเดินหนี ฉันยิ่งกอดไว้แน่น กัดเม้มริมฝีปาก เพื่อรวบรวมความกล้า
“พะ พี่…” โอ้ยยย อยากตัดลิ้นตัวเองโว้ยยย
“เสียงหวานๆ ด้วย” เขากอดอกสั่ง ทำท่าแคะขี้หูรอ
“พี่เธียรคะ… อึก.. เฌอ ” อยากกรี้ดโว้ยยยย ทำไมมันพูดยากเย็นแบบนี้นะ
“....”
“ยะ อยากให้พาไปตลาด....ค่ะ”
เสียงใสแบบหวานเจี๊ยบเปล่งลอดออกจากไรฟันเป็ทีละคำอย่างยากลำบากประหนึ่งเด็กหัดพูด เขากลั้นขำจนหน้าแดงเอ่ยแซวฉัน
“เห็นในความพยายาม … จะพาไปสักวันก็ได้”
“เป็พระคุณอย่างสูง…อุ๊ป”
ยังไม่ทันจบประโยค เขาดึงฉันเข้าแนบชิด ใบหน้าคมก้มลงทาบทับริมฝีปาก ดูดเม้มเบาๆ แทรกลิ้นลิ้มเลียกระตุ้นความร้อนในใจ
จุ๊บ
“อื้ออออ…”