บทที่ 31
‘ไม่ใช่ว่าคุณปอนจะจำเราได้หรอกนะ.. ไม่สิ เราเพิ่งเจอกับคุณปอนก็แค่ครั้งเดียว สนิทก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น หรือว่าจะเป็นที่เสียงของเรา บางทีเธออาจจะจำได้ แต่เราก็ใช้ที่ดัดเสียงไปแล้วนี่ เธอไม่น่าจะจำได้สิ หรือว่าจะเป็นที่กลิ่น..’ไอซ์คิดสับสนกับตัวเองในหัว สมองอันน้อยนิดของเขาแล่นเร็วราวกับเครื่องบินที่เร่งความเร็วสูงสุด จนตอนนี้เขาลืมที่จะตอบกลับปลายสาย“คุณคะ... คุณยังอยู่ไหมคะ.. หรือว่าเรากดเบอร์ผิดนะ.. ขอโทษนะคะ ฉันอาจจะกดโทรไปผิดเบอร์ค่ะ” ปังปอนที่ไม่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายก็นึกว่าตัวเองนั้นโทรผิด และกำลังจะวางสายไป ไอซ์ที่หลุดออกจากภวังค์ความคิดก็ได้เร่งตอบกลับในทันที“อ่ะ!! เปล่าๆครับ ขอโทษนะครับคุณปอน พอดีตอนนี้มันก็ดึกแล้ว ผมเบลอๆ สมองเลยประมวลผลช้าไปหน่อย ว่าแต่..คุณปอนมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าถึงได้ติดต่อมาในเวลานี้” ไอซ์กล่าวขอโทษ และกล่าวถามกลับไปทางปลายสายทันที หลังจากที่พอจะตั้งตัวได้แล้ว“..เอ๊ะ!! ตายจริง นี่มันก็ตีสามแล้ว.. ขอโทษค่ะคุณไอซ์.. งั้นเอาไว้เป็นวันพรุ่งนี้เช้าปอนจะติดต่อไปใหม่นะคะ” ปอนที่ลืมไปว่าตอนนี้มันเวลาตีสามกว่าแล้ว บางทีคุณไอซ์อาจจะกำลังพักผ่อนอยู่ก็เป็นไปได้ เธอจึงคิดที่จะวางสาย แล้วค่อยโทรไปใหม่ในเวลาทำการ“ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้เลยก็ได้ครับ พอดีผมอยู่ข้างนอกพอดีครับ” ไอซ์ตอบกลับ“คือ..ปอนอยากจะถามเรื่องโพชั่นที่คุณไอซ์ให้ปอนมา ตอนแรกปอนไม่รู้ราคาก็เลยรับเอาไว้ ตอนนี้ปอนมาเช็กราคาที่ดันเจี้ยน ราคามันค่อนข้างเกินเอื้อมสำหรับปอนเกินไปน่ะค่ะ” ปังปอนกล่าวกับไอซ์ตรงๆ“เรื่องโพชั่นนี่เอง.. ตอนนี้คุณปอนอยู่ที่ดันเจี้ยนอย่างนั้นเหรอครับ พอดีเลย ผมกำลังจะเข้าไปที่ดันเจี้ยนพอดี เอาไว้คุยกันที่สถานีดันเจี้ยนก็ได้ครับ”ไอซ์ยิ้มเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องราคาของโพชั่น ยิ่งกับพวกของคลาสสูงๆอย่างนี้ ราคาคงไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านเป็นแน่ แต่เป้าหมายของเขาไม่ได้ต้องการให้คนที่เขาให้สิ่งของไปตรวจเช็กราคา เขาต้องการที่จะให้อีกฝ่ายใช้เลย โดยที่ไม่ต้องถามหรือสืบหาราคาของมันอย่างนี้“ได้ค่ะ ฉันจะรออยู่ที่สถานีดันเจี้ยนนะคะ” ปังปอนกล่าวกลับก่อนที่จะวางสายกันไป เวลาผ่านไปไม่นานไม่เกิน 10 นาที รถแท็กซี่จากแอปพลิเคชันชื่อดังก็จอดสนิทที่หน้าทางเข้าสถานีดันเจี้ยนประจำเมืองเชียงใหม่ ไอซ์จ่ายเงินไปร้อยกว่าบาทแบบเป๊ะๆ และเขาอาจจะติดนิสัยความขี้งกนี้จากพี่สาวของตัวเองก็เป็นไปได้ ไอซ์มุ่งตรงไปโซนการค้าของสถานีทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายเขาจึงเริ่มกล่าวทักทาย“สวัสดีครับ ไม่เจอกันแป๊บเดียว เหมือนจะน่ารักขึ้นเป็นกองเลยนะครับคุณปอน”ไอซ์กล่าวทักทายกับปังปอนด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้มาเพียงลำพังเท่านั้น หรือบางทีอาจจะเป็นเพื่อนของเธอก็เป็นไปได้ ถ้าเธอไม่แนะนำคนคนนี้ เขาก็ไม่อยากจะทักให้ตัวเองหน้าแตกหรอก“สวัสดีคะคุณไอซ์.. จริงสิ ปอนขอแนะนำพี่สาวของปอนนะคะ นี่..พี่แป้งค่ะ” ปังปอนกล่าว“สวัสดีค่ะ ชื่อแป้งค่ะคุณไอซ์.. เป็นพี่สาวแท้ๆของปังปอนเองค่ะ” แป้งกล่าวอย่างสุภาพ เธอไม่รู้ว่าไอซ์อายุเท่าไร แต่เขาคือผู้มีพระคุณที่จะช่วยซื้อที่ดินของครอบครัวเธอ และมันเป็นความหวังในการรักษาอาการป่วยของคุณแม่พวกเธอ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโพชั่นเจ้าปัญหาอันนี้อีก“สวัสดีครับ ผมก็นึกว่าเป็นเพื่อนของคุณปอนเสียอีก เห็นหน้าเด็กเอามากๆเอาครับ..” ไอซ์ยิ้มหวานให้กับทั้งสองคน สองพี่น้องนี้ หน้าตาต่างกันอย่างสิ้นเชิง ราวกับคนละพ่อคนละแม่กันอย่างไรอย่างนั้น คนหนึ่งออกสวยหน้าคม แต่อีกคนออกน่ารักน่าเอ็นดู“ปากหวานจังเลยนะคะคุณไอซ์ คุณเองก็ยังหนุ่มยังแน่น หน้าตาดูดีราวกับเทพบุตรลงมาเกิด ไม่ทราบว่าคุณมีแฟนหรือกำลังคบใครอยู่ไหมคะ” แป้งกล่าวพร้อมชมไอซ์ไปในตัว ปังปอนที่ได้ยินทั้งสองชมกันไปกันมาก็ไอขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ทั้งสองกลับมาที่ประเด็นหลักของวันนี้“แฮ่ม!! พี่คะ เราต้องคุยเรื่องโพชั่นไม่ใช่เหรอคะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวก็รบกวนคุณไอซ์เอาได้” ปังปอนกล่าวเตือนกับพี่แป้งที่ยังคงจะออกนอกเรื่องนอกทะเลไปไกลกว่านี้“นั่นสิ.. ต้องขอโทษคุณไอซ์ด้วยนะคะ.. ฉันต้องการพูดคุยเรื่องโพชั่นที่คุณไอซ์ได้ให้กับน้องสาวฉันมา ฉันคิดว่ามันมีราคาที่ค่อนข้าง เออ..มหาศาลสำหรับพวกเราเกินไป มันเป็นเรื่องยากที่เราจะรับเอาไว้โดยที่ไม่ระแวงใดๆ คุณไอซ์คงเข้าใจความหมายนะคะ” แป้งเริ่มกล่าวเข้าประเด็นทันที ปังปอนเองก็ทำสีหน้ากังวลกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ไอซ์เองก็มองออกว่าพวกเธอคิดกันยังไงเช่นกัน“เข้าใจแล้วครับ พวกคุณคงกังวลเรื่องผลลัพธ์แอบแฝงสินะครับ.. จะกล่าวว่าผมไม่หวังอะไรเลยมันก็คงจะเรียกได้ว่าโกหก.. แต่อย่าได้คิดอะไรมากเลยครับ ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะให้คุณปอนหรือคุณพี่สาวมาเป็นของผม หรือแลกมาด้วยอย่างอื่น เอาตรงๆ คุณปอนคือผู้หญิงในฝันของผมเลยครับ ผมเพียงแค่หวังจะสร้างความประทับใจ และอยากจะสร้างความสัมพันธ์ต่อๆไปกับเธออย่างจริงใจ แต่ถ้าคุณปอนลำบากใจ หรือมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ว่าหรือจะบังคับอะไรหรอกนะครับ ถือว่าผมให้โดยเสน่หาก็แล้วกัน..”ไอซ์กล่าวพร้อมกับเกาแก้มแก้เขินของตัวเองไปเบาๆ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไรกับเขา บางทีอาจจะกลัวเขาไปเลยก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องคิดในแง่ดีเอาไว้ก่อน“ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณไอซ์ ตอนนี้ปอนยังไม่พร้อมที่จะเปิดใจให้กับใคร ขอโทษนะคะที่ต้องกล่าวปฏิเสธตรงๆ แล้วก็เรื่องโพชั่นนี้ปอนคิดว่าราคาของมันสูงเกินไป ปอนรับเอาไว้ไม่ได้ค่ะ” ในใจของปอนตอนนี้กำลังสับสนเกี่ยวกับความรักของตัวเองอยู่ เธอเลือกที่จะตอบกลับอย่างสุภาพ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายดูผิดหวังมากเกินไป ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เข้าใจว่าเธอไม่ได้ต้องการเหมือนกับที่เขาต้องการก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้“เฮ้อ.. ขอบคุณนะครับที่กล่าวออกมาได้ค่อนข้างตรงอย่างนี้.. แต่อย่าห่วงเลยครับ ผมไม่ใช่คนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรขนาดนั้น ดีเสียอีกทุกอย่างมันจะได้ชัดเจนขึ้น.. เอาเป็นว่าไหนๆเราก็รู้จักกันแล้ว คุณปอนกับคุณแป้งก็ถือว่าเป็นเพื่อนผมคนหนึ่ง ดังนั้นหลังจากนี้ต้องการให้ผมช่วยเหลืออะไรก็โทรมาได้ตลอดนะครับ”ไอซ์กล่าว และยิ้มอย่างเศร้าๆ เรื่องโพชั่นเจ้าปัญหาที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาลดสถานะลงเหลือเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น เขารับมันมาจากมือของปังปอนจากนั้นเขาก็พูดขึ้นต่อ“ถ้าคุณปอนอยากจะคืนโพชั่นนี้ ผมจะรับเอาไว้ แต่สำหรับผมแล้วการเจอกันครั้งแรกถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เอาเป็นของขวัญอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับหยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ และมันก็คือเหรียญทองจำนวนสองเหรียญ จากนั้นเขาก็ยื่นให้ทั้งสองคนคนละ 1 เหรียญ“หวังว่าจะไม่ปฏิเสธกันนะครับ..” ไอซ์ยิ้มกว้างให้กับพวกเธอ ปังปอนที่เห็นอย่างนั้นก็หันไปมองพี่สาวของตัวเอง เธอไม่รู้ว่าควรจะรับเหรียญทองนี้ดีไหม แป้งที่มองน้องสาวอยู่ก็เข้าใจคำถามในแววตาที่ส่งมา“ถ้าเหรียญทองนี้.. ก็พอรับเอาไว้ได้ค่ะ.. ขอบคุณนะคะ” แป้งกล่าวขอบคุณไอซ์เล็กน้อย เธอรู้ดีว่าการที่ปฏิเสธน้ำใจรอบที่สองนั้นเป็นอะไรที่เสียมารยาทอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงรับเอาไว้ ปังปอนที่เห็นพี่สาวตัวเองรับเหรียญเอาไว้ เธอก็รับตามพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขาด้วยเช่นกัน“ว่าแต่..คุณแป้ง คุณใช้ชื่ออะไรในฐานะฮันเตอร์กันครับ..” ไอซ์กล่าวถาม“ฉันเหรอคะ?.. ฉันใช้ชื่อว่าแป้งโกะค่ะ คุณไอซ์ถามทำไมเหรอคะ” แป้งตอบกลับอย่างงงๆ