ไซเบอร์แมชชีน บุรุษอหังการ

    เมฆาหวนลม

    ทันใดนั้นได้มีเสียงปะทะดังมาจากด้านหน้าของศาลเจ้า จินหยางประคองเฉินจินออกไปด้านหน้าพบเห็นชายฉกรรจ์สวมชุดสีเทาที่พบเจอตอนเช้ากำลังสังหารกลุ่มคนที่ล้อมศาลเจ้าเอาไว้ เฉินจินรีบก้มคารวะ

    “คารวะท่านหัวหน้าจางหลง”

    จางหลงหันมามองเฉินจินพร้อมกับยกยิ้ม

    “เจ้าได้รับบาดเจ็บ?”

    “ขอรับท่านหัวหน้า อี้เฟิงได้ทรยศพวกเราเข้าร่วมกับตระกูลหยาง อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้อาวุโสอีกหลายคนได้เข้าร่วมกับพันธมิตรสวรรค์แล้ว แต่ข้ายังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดบ้าง โชคดีที่คุณชายผู้นี้ช่วยเหลือข้าเอาไว้”

    จินหยางรีบก้มคารวะ

    “ข้าน้อยจินหยาง คารวะท่านหัวหน้าจางหลง”

    “ขอบใจเจ้ามากน้องชายจินหยาง เอาเถอะตอนนี้เราต้องรีบไปแล้ว อีกไม่นานพวกทหารคงมาที่นี่”

    หลังจากนั้นจางหลงก็พาทั้งสองหลบออกไปทางด้านหลังของศาลเจ้าลัดเลาะไปตามตรอกมืดเข้าไปที่บ้านหลังหนึ่ง เมื่อเข้ามาในบ้านพบเห็นชายฉกรรจ์สามคนและหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่

    “หัวหน้าใหญ่กลับมาแล้ว”

    “ผิงผิงช่วยดูแลเฉินจินด้วย เขาได้รับบาดเจ็บ”

    ผิงผิงรีบเข้ามาประคองเฉินจินไปรักษาบาดแผล ส่วนจางหลงนำกล่องไม้ยื่นให้ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่ง

    “น้องชายผู้นี้มีนามว่าจินหยางเขาได้ช่วยเหลือเฉินจินเอาไว้ ตอนนี้พวกเราอย่ารีบเคลื่อนไหวรอให้ถึงงานหมั้นค่อยลงมือ”

    “ขอรับ”

    “น้อยชายจินหยาง คนผู้นี้มีนามว่าคงอู๋ หม่าเวย และเย่หยาง ทั้งสามเป็นคนของกลุ่มพยัคฆ์เหล็กของข้า”

    “ข้าน้อยจินหยางขอรับ”

    “เอาละตอนนี้ข้าต้องไปสถานที่หนึ่งก่อนพวกเจ้าคอยดูแลเฉินจินก็แล้วกัน น้องชายจินหยางเจ้าสนใจเดินเล่นกับข้าหรือไม่?”

    “ได้ขอรับ”

    ทั้งสองเดินออกไปตามทางไม่ถึงครึ่งเค่อทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่ทางตันในตรอกแห่งหนึ่ง

    “ที่นี่เป็นทางตัน”

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเป็นกังวล ข้าไม่คิดที่จะหาเจ้ามาสังหารที่นี่”

    จินหยางขมวดคิ้ว

    “ท่านหัวหน้าจางหลง ท่านคิดว่าท่านสามารถสังหารข้าได้”

    “ใจเย็น ๆ ไอ้หนู”

    ทั้งสองหันมาจ้องมองกันอย่างไม่วางตาต่างฝ่ายต่างแผ่ลมปราณออกมากดดันคนที่อยู่ด้านหน้า”

    “โอ้ ไม่คิดว่าเจ้าจะมีพลังที่สามารถกดดันข้าได้ เอาเถอะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เราต้องปะทะกัน เมื่อถึงเวลาข้าก็อยากรู้ว่าเจ้ามีความสามารถมากเพียงไหน”

    จางหลงแสยะยิ้มเดินเข้าไปในตรอก พบเจอประตูไม้บานหนึ่งอยู่ทางขวามือ ด้านบนมีป้ายเขียนอักษรเมฆาหวนลม จางหลงเคาะไปที่ประตูไม้เสียงดังลั่น ไม่ถึงสามลมหายใจได้มีหญิงชราผู้หนึ่งเปิดประตูออกมา

    “ร้านของเราปิดแล้ว เชิญท่านมาพรุ่งนี้”

    “ไม่เอาน่า ข้าคือหัวหน้าพยัคฆ์เหล็กแห่งพรรคฟ้าดิน”

    “ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านกล่าวออกมา”

    “อรุณทอแสง เมฆาหวนลม สังหารราตรีทมิฬ”

    หญิงชราขมวดคิ้ว ชะโงกมองไปรอบด้านเมื่อไม่พบเจอผู้ใดนางจึงเปิดประตูต้อนรับทั้งสอง

    “เชิญทั้งสองเข้ามาด้านในก่อน”

    ทั้งสองเดินเข้ามาด้านในพบบ้านหลังหนึ่งมีชายฉกรรจ์สองคนถือดาบยืนขวางอยู่ด้านหน้าประตูบ้าน

    “พวกท่านโปรดรอสักครู่ข้าจะไปเรียนนายท่านก่อน”

    จางหลงหรี่ตามองจินหยางที่ยังคงยืนนิ่ง

    “ที่นี่เป็นที่ตั้งของเมฆาหวนลมสาขาหนึ่งในฉงชิ่ง คนที่เราจะไปพบคือหัวหน้าสาขาของเมฆาหวนลม ที่นี่เป็นสถานที่ขายข่าวต่าง ๆ ในยุทธภพหากเจ้าต้องการทราบข่าวสามารถซื้อข่าวได้จากที่นี่ได้ แน่นอนว่าคนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาที่นี่”

    จินหยางพยักหน้าตอบรับ

    “แล้วเหตุใดท่านถึงพาข้ามาที่นี่?”

    “ข้าอยากให้เจ้ารู้จักที่นี่เอาไว้ อย่างน้อยเจ้าจะได้รับรู้ว่าในยุทธภพนี้ยังมีสถานที่แห่งนี้อยู่ มันสามารถช่วยเหลือเจ้าได้เมื่อเจ้าต้องการทราบข่าวของศัตรูของเจ้า”

    “ข้าจะจำจดในสิ่งที่ท่านชี้แนะขอรับหัวหน้าจางหลง”

    ทันใดนั้นเองหญิงชราก็เดินออกมาจากในบ้าน

    “ต้องขออภัยพวกท่านทั้งสอง เชิญด้านในเถอะตอนนี้ท่านหัวหน้าพร้อมแล้ว”

    เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในพบชายชราตาบอดผู้หนึ่งสวมเสื้อสีเทานั่งอยู่ด้านหน้าโต๊ะไม้ มีเทียนหนึ่งเล่มถูกจุดเอาไว้ตรงกลาง

    “ไม่พบกันเสียนานท่านหัวหน้าพยัคฆ์เหล็กแห่งพรรคฟ้าดิน สิ่งใดนำพาท่านกลับมายังที่นี่ แล้วจอมยุทธ์หนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน?”

    “เขาเป็นคนรู้จักของข้าเอง ข้าพาเขามาที่นี่เพื่อเปิดหูเปิดตา”

    จินหยางรีบก้มคารวะ

    “ข้ามีนามว่าจินหยางขอรับผู้อาวุโส”

    “โอ้ ท่านเป็นคนรู้จักของหัวหน้าจางหลงอย่างนั้นรึ? น้อยคนนักที่หัวหน้าจางหลงจะเอ่ยวาจาแนะนำท่าน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พบเจอท่านคุณชายจินหยาง เชิญพวกท่านทั้งสองนั่งเถอะ”

    ในระหว่างนั้นหญิงชราก็เดินเข้ามาพร้อมกับชุดน้ำชา

    “หัวหน้าจางหลงมาที่นี่คงไม่เพียงแค่มาเยี่ยมข้าหรอกนะ”

    “แน่นอนข้ามาที่นี่เพื่อหาข่าว”

    “ราคาของข่าวขึ้นอยู่กับความยากง่ายที่ได้รับมา ว่าแต่ท่านต้องการทราบข่าวใดรึ?”

    “ผู้อาวุโสของพรรคฟ้าดินที่คิดทรยศเข้ากับพันธมิตรสวรรค์ และแผนการที่พันธมิตรสวรรค์เรียกประชุมด่วนที่หูเป่ย์”

    จางหลงล้วงไปที่อกเสื้อดึงถุงเงินถุงใหญ่ออกมาวางบนโต๊ะด้านในเต็มไปด้วยทองคำแท่ง

    “เป็นอย่างที่ทุกคนรับรู้พันธมิตรสวรรค์เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการสำนักทลายฟ้า แต่ที่แท้จริงแล้วพวกเขาต้องการคัดเลือกผู้นำยุทธภพ โดยผู้อยู่เบื้องหลังคือยี่มู่ผู้คุมกฏราตรีทมิฬ เขาคอยบงการอยู่ด้านหลังและเป็นผู้กุมความลับของแปดสำนักใหญ่ แต่ความลับใดนั้นพวกข้ากำลังสืบให้แน่ชัด ส่วนผู้อาวุโสของพรรคฟ้าดินนั้นพวกท่านมาเร็วเกินไป ข้ากำลังให้คนออกไปสืบข่าวเรื่องนี้ หากได้เรื่องอย่างไรแล้วข้าจะให้คนไปส่งข่าวแก่ท่านก็แล้วกัน อีกอย่างเงินที่ท่านนำมามันมากเกินไปข้าจะบอกข้อมูลให้ท่านอีกนิดเพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่ท่านจ่าย ตอนนี้หยางลู่หัวหน้าตระกูลหยางกำลังมุ่งเป้ามาที่ท่านและกล่มพยัคฆ์เหล็กของท่านเพื่อสร้างผลงานเอาใจแปดสำนักใหญ่หวังว่าท่านจะระวังตัว อีกอย่างพวกเขากำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อร่วมงานการหมั้นหมายที่สำนักเหินหาว”

    จินหยางเมื่อได้ยินนามหยางลู่เขากำหมัดทั้งสองแน่น ไม่ถึงสิบลมหายใจทั้งสองคนก็ออกจากที่นี่มุ่งหน้ากลับไปรวมกลุ่มกับพวกเฉินจิน ชายชราที่นั่งอยู่ใช้มือขวาแกะบางอย่างที่ลำคอหลังจากนั้นเขาก็ถอดหน้ากากหนังมนุษย์ออกมาเป็นหญิงสาวผู้หนึ่งใบหน้างดงาม

    “ท่านแม่เฒ่าส่งมือดีที่สุดของเราที่อยู่ที่นี่ติดตามเขาไป”

    “ท่านจะให้ข้าส่งเฟยหลงติดตามหัวหน้าจางหลง”

    หญิงสาวส่ายศีรษะไปมา

    “ไม่ ข้าหมายถึงคุณชายจินหยางให้เฟยหลงติดตามเขาแล้วคอยรายงานให้ข้าเป็นระยะ”

    “ข้าไม่เข้าใจที่ท่านกล่าว”

    “ท่านไม่สงสัยในตัวคุณชายจินหยางอย่างนั้นรึ? ข้าต้องการรู้ตัวจริงของเขาน่าแปลกใจเด็กหนุ่มที่มีพลังปราณไม่ถึงสิบปีแต่สามารถเป็นคนรู้จักกับจางหลงหัวหน้าพยัคฆ์เหล็กได้ ข้ารู้จักเขามานานเขาไม่เคยพาผู้ใดติดตามมาแม้แต่คนของเขา แต่วันนี้เขากลับพาคุณชายจินหยางมาด้วย อีกอย่างส่งคนของเราเฝ้าที่สำนักเหินหาวและตระกูลอวี้เอาไว้ด้วย”

    “ข้าจะรีบแจ้งต่อเฟยหลงและคนของเรา”

    และแล้วงานหมั้นหมายของคุณชายใหญ่สำนักเหินหาวและหญิงงามแห่งตระกูลอวี้ตระกูลใหญ่ในต้าจู๋ก็เกิดขึ้นชาวยุทธมากมายต่างเดินทางเข้าร่วมที่นี่ตระกูลอวี้ แปดสำนักใหญ่แห่งพันธมิตรสวรรค์ต่างส่งตัวแทนนำของขวัญร่วมแสดงความยินดี เจ้าเมืองนำกำลังทหารครึ่งหนึ่งคอยดูแลความสงบรอบบริเวณตระกูลอวี้ เพราะเมื่อสองวันก่อนมีการสังหารหมู่เกิดขึ้นที่ศาลเจ้า จินหยางหาได้สนใจเข้าร่วมงานหมั้นหมายที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้อง รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากเสร็จสิ้นงานหมั้นหมายเขาออกเดินทางออกจากเมืองต้าจู๋พร้อมกับกลุ่มพยัคฆ์เหล็กมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงฉงชิ่งเพื่อดักรอสังหารหยางลู่และคนตระกูลหยางระหว่างทางขากลับจากการร่วมงานหมั้น ทั้งหมดหยุดพักอยู่บริเวณเนินเขาแห่งหนึ่งตามเส้นทางหลักมุ่งหน้าสู่หลวงฉงชิ่ง ชั่วน้ำเดือดหม่าเวยก็รีบวิ่งขึ้นมาบนเนินอย่างเร่งรีบ

    “อีกสามลี้ขบวนของตระกูลหยางจะมุ่งหน้ามาถึงที่นี่ขอรับท่านหัวหน้า อีกอย่างมีกลุ่มคนติดตามตระกูลหยางมาด้วยขอรับ”

    “ดี พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม สังหารพวกมันให้หมดอย่างให้เหลือรอดกลับไปที่ตระกูลของพวกมันได้ ส่วนกลุ่มคนที่ติดตามมาถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของพวกมันก็แล้วกัน เหอะ บัดซบนักคิดสังหารข้าผู้นี้เพื่อเอาใจแปดสำนักใหญ่ ราคาที่ต้องจ่ายคือลบตระกูลหยางออกไปจากยุทธภพ”