บทที่ 24: คุณชายสามตระกูลหลี่
ขบวนรถม้าทองคำเคลื่อนผ่านประตูเมืองขนาดใหญ่ของนครหลวงสวรรค์อย่างสง่างาม ประตูเมืองสร้างด้วยแผ่นหินแกรนิตขนาดยักษ์สูงตระหง่านหลายสิบวาประดับตราสัญลักษณ์มังกรสวรรค์สีทองอร่าม มีทหารหลวงเฝ้าตรวจคนหนาแน่น ทว่าเมื่อจีเสวี่ยยื่นป้ายตราหงส์สวรรค์ขบวนก็ผ่านเข้าไปฉลุย เมืองหลวงแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลตระการตากว่าเมืองหลงไห่หลายสิบเท่า กลิ่นเป็ดย่างหอมฉุยและซาลาเปานึ่งพ่นควันฉุยลอยมาตามลมโชย ถนนหนทางปูด้วยศิลาแผ่นหนาเรียงรายไปด้วยหอคอยสูงระฟ้า ตลาดร้านค้าคึกคักไปด้วยผู้คนและรถม้าขุนนางสัญจรไปมาส่งเสียงอึกทึกครึกโครมจนผมที่รักความเงียบสงบถึงกับต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยความหงุดหงิดแสร้งบ่นขี้เกียจตามประสาคนรักความสบายสไตล์สโลว์ไลฟ์
พวกเราเคลื่อนพลเข้าสู่จวนพระราชทานหลังใหญ่ส่วนตัวขององค์หญิงใหญ่จีเสวี่ย จวนแห่งนี้สร้างจากหินหยกขาวปูพื้นด้วยไม้สักขัดมันเงาวับ มีสวนดอกไม้สวรรค์บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล และลำธารจำลองใสสะอาดที่มีปลาหลากสีสันว่ายวนไหลผ่านชวนรื่นรมย์ใจยิ่งนัก สาวใช้และองครักษ์หญิงในจวนพากันคุกเข่าจัดแถวต้อนรับเรียบร้อย ผมไม่รอช้ากะล่อนโปรยยิ้มหยอกล้อส่งสายตาพราวเสน่ห์ให้พวกสาวใช้จนนางเขินอายหน้าแดงตัวม้วนไปตามๆ กัน
ข้ารีบกระโดดขึ้นไปนอนแผ่หลาบนตั่งนุ่มยาวในเก๋งจีนโบราณริมน้ำอย่างขี้เกียจ โดยมีหลิวเหมยหลินและไป๋หลิงคอยจัดเตรียมสำรับน้ำชาอู่หลงและขนมโก๋ป้อนถึงปาก สบายอุราประหนึ่งฮ่องเต้น้อยนอนรอรับความเจริญ
"บ้าจริง... สามีจ๋า เพิ่งมาถึงก็แผลงฤทธิ์หว่านเสน่ห์ใส่สาวใช้ขององค์หญิงใหญ่จนหน้าร้อนกันหมดแล้วนะจ๊ะ!" เหมยหลินบิดหูผมเบาๆ กึ่งหมั่นไส้กึ่งเอ็นดู
"โธ่... เมียจ๋า สามีเพียงแค่มอบรอยยิ้มสร้างสันติภาพให้โลกใบนี้น่าอยู่เท่านั้นเองจ้ะ ฮ่าๆ!" ผมหัวเราะร่าเริงปัดป้อง
ทว่าช่วงสายของวันถัดมา จีเสวี่ยชักชวนพวกเราออกไปเดินเที่ยวชมตลาดย่านการค้ากลางเพื่อดูสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและการสะสมกำลังรบของขุนนางในเมืองหลวง ข้าเดินอยู่ตรงกลางโดยมีเหมยหลินควงแขนขวา จีเสวี่ยควงแขนซ้าย และมีไป๋หลิงกับเฉินฮวาเดินระนาบหลัง ปรากฏการณ์นี้ทลายสายตาผู้ชายทั้งตลาดพากันอิจฉาตาร้อนผ่าวแทบกระอักเลือกพากันกระซิบกระซาบ: *"ไอ้หนุ่มหน้าขรึมนั่นเป็นใครกันวะ?! ถึงได้กวาดนางงามตระกูลลู่และองค์หญิงใหญ่ไปครองหมดแผ่นดินแบบนี้ หรือชาติที่แล้วมันกู้โลกไว้กันแน่?!"*
ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยสมุนไพรปราณวิเศษและศิลาพลังงานวางขายละลานตา ทันทีที่เราก้าวเท้าเข้าสู่ลานน้ำพุหยกขาวของตลาดสวรรค์กลาง เสียงเกือกม้าศึกดังกึกก้องแผดเผาฝุ่นดินจนฝูงชนพากันแตกฮือหลบหนี ขบวนม้าศึกสายพันธุ์ 'ม้าสวรรค์โลหิต' สีขาวบริสุทธิ์จำนวนยี่สิบตัวควบพุ่งตรงมาขวางหน้าพวกเราอย่างรวดเร็วและป่าเถื่อน นำโดยชายหนุ่มร่างผอมเกร็งสวมชุดผ้าไหมราคาแพงระยิบระยับใบหน้าหยิ่งยโสโอหัง มันคือ 'หลี่เทียน' คุณชายสามลูกรักของอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่!
หลี่เทียนจ้องมองมาที่องค์หญิงใหญ่จีเสวี่ยด้วยสายตาแทะโลมกระหายใคร่ เนื่องจากมันคอยตามจีบและหมายมั่นจะแต่งงานยึดครองนางมานานหลายปี ทว่าทันทีที่ดวงตาของมันเลื่อนมาเห็นมือของผมที่กำลังกุมมือขาวนุ่มของจีเสวี่ยไว้อย่างสนิทสนมเหนียวแน่นเคียงข้างภรรยาทั้งสาม ใบหน้าของมันพลันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและริษยาแทบกระอักเลือดร้อนลุ่ม
"จีเสวี่ย! ไอ้หน้าขาวกะล่อนไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ข้างกายเจ้าคือตัวสุนัขตัวใดกัน?!" หลี่เทียนตวาดกร้าวชี้แซ่ม้าสีแดงชาดมาที่หน้าผม "นี่หรือเขยขยะตระกูลลู่แห่งเมืองหลงไห่ที่สายข่าวของข้ารายงาน?! ช่างต่ำต้อยต้อยต่ำชะมัด! เจ้ากุมมือองค์หญิงใหญ่แห่งแผ่นดินด้วยมือสกปรกของขยะเช่นนั้นได้อย่างไร!"
จีเสวี่ยสะบัดหน้าเย็นชาแผ่รังสีพลังเย็นยะเยือกปกป้องผมทันที: "หลี่เทียน! หุบปากสุนัขของเจ้าเสีย! นี่คือใต้เท้าเซียวเฉิน เสนาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินและเป็นชายหนุ่มยอดรักของข้า! เจ้าไม่มีสิทธิ์มาใช้วาจาสามหาวกับเขาที่นี่!"
หลี่เทียนได้ยินคำว่า "ยอดรัก" จากปากองค์หญิงใหญ่ก็สติหลุดโกรธจนหน้ามืดคล้ายเป็นบ้า มันหัวเราะเยาะเสียงแหลมกวนประสาทขู่เข็ญกิริยาหยาบคาย
"ฮ่าๆๆ! เสนาธิการงั้นรึ?! ไอ้หนุ่มหน้าขาวที่เกาะสะโพกสตรีรวยหากินไปวัน ๆ เช่นนี้เนี่ยนะ?! เฮ้ย! ไอ้ขยะเซียวเฉิน! ถ้าแกยังมีศักดิ์ศรีหลงเหลืออยู่บ้างล่ะก็ คลานลอดใต้ท้องม้าศึกของข้าแล้วไสหัวออกจากเมืองหลวงไปซะ! ไม่อย่างนั้นข้าจะสั่งให้องครักษ์เกราะหินสับกระดูกแกให้กลายเป็นขยะถมคูเมืองหลวงสวรรค์!"
ผมโบกพัดกระดาษปัดผ่านใบหน้าหล่อเหลาโปรยยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์กวนอารมณ์: *'หึๆ... ยอดฝีมือเมืองหลวงนี่ชอบหาเรื่องใส่ตัวจริงโว้ย! ข้าเพิ่งทะลวงแกนทองคำขั้น 1 มาหมาด ๆ ดันมีกระสอบทรายพรีเมียมมารอให้ตบถึงที่!'*
"โอ้โฮ... คุณชายสามหลี่เทียนหน้าจืด" ผมแกล้งถอนหายใจยาวกวนประสาทขยิบตาหวานให้ "ที่แกต้องขี่ม้าสูงขนาดนี้เพราะกลัวคนเห็นว่าขาสั้นจนเดินไม่พ้นโคลนรึเปล่าจ๊ะ?! แล้วหน้าตาแดงแจ๋ปานส้นเท้าลิงแบบนั้น ไปแอบทาแป้งแต่งหน้าของแม่มาหรือกำลังท้องผูกอึไม่ออกกันแน่ล่ะจ๊ะคุณชายจ๋า?!"
ฝูงชนชาวบ้านรอบข้างได้ยินคำหยิกแกมหยอกล้อกะล่อนของผมก็พากันหัวเราะคิกคักขำขันลั่นลานตลาด สองภรรยาอย่างเฉินฮวาและไป๋หลิงที่ยืนเยื้องเบื้องหลังรีบกระชับทวนและกระบี่เตรียมสู้ ไป๋หลิงกระซิบเสียงเย็น: *"สามี... ให้ข้าสับหัวสุนัขตัวนี้เลยไหมจ๊ะ ปากไม่รักดีเยี่ยงนี้ข้ากลัวว่าดาบข้าจะลั่นใส่หน้ามันก่อนจ้ะ"* เฉินฮวากล่าวเสริมอย่างโมโห: *"ท้าทายสามีสุดหล่อของกองทัพ ข้าจะลุยทุบกระดูกข้อมือมันเอง!"*
ผมหัวเราะก๊ากปลอบโยนพลางเอื้อมมือไปโอบดึงเอวของทั้งสองสาวเข้ามากอดลูบสะโพกนุ่ม: *"ใจเย็นจ้ะเมียรัก ปล่อยให้หน้าที่ตบกบาลหมาเฝ้าบ้านเป็นของสามีดีกว่านะจ๊ะ"*
หลี่เทียนโกรธจนหน้าสลับสีเขียวคล้ำชักดาบยาวตะโกนสั่งองครักษ์เกราะหินขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้น 6-8 ทั้งยี่สิบนายทันที
"ฆ่ามัน! สับหัวไอ้ขยะปากเสียตัวนี้ให้สุนัขกิน!"
องครักษ์เกราะหินถือกระบองเหล็กหนามยักษ์หนักห้าร้อยชั่งรุมดาหน้าบุกเข้าใส่ผมพร้อมกันส่งรังสีสังหารหนาแน่นสะท้านฟ้าปะทุแรงลมพัดฝุ่น
ผมยืนนิ่งสงบกางมือเปล่าปะทะรังสีม่วงทองระเบิดออกตูมใหญ่!
*เคร้งงงง!*
เสียงอาวุธเหล็กปะทะผิวกายาอมตะทนทานดังสนั่นปานฟ้าผ่า ทว่ากระบองเหล็กหนามกลับหักสะบั้นบิดเบี้ยวเด้งออกกระจายปานเศษไม้ผุ โดยที่เสื้อคลุมขาวของผมไม่มีรอยฉีกขาดและร่างกายสะดุ้งไหวแม้แต่น้อย! อานุภาพระดับแกนทองคำขั้น 1 ปะทุรังสีม่วงทองระยิบระยับส่งผลให้ผลแรงกระแทกย้อนกลับสะท้อนองครักษ์ทั้งยี่สิบนายละลิ่วปลิวลอยลื่นไสลกระแทกแผงขายส้มขายผักล้มคว่ำแตกกระเจิงฝุ่นตลบอบอวลชนกรงไก่ระทึกขวัญ
หลี่เทียนเห็นองครักษ์ระดับหัวกะทิพ่ายแพ้ในพริบตาโดยที่ข้าไม่ขยับตัวด้วยซ้ำก็เบิกตากว้างหวาดกลัวขาสั่นระรัว มันพยายามเงื้อดาบฟาดใส่ผมทว่าผมใช้เพียงสองนิ้วมือคีบดาบยาวเหล็กไหลของมันหักสะบั้นดังเปรี๊ยะปานหักหน่อไม้แล้วบดเศษเหล็กแหลกละเอียดเป็นผงสีเงินโรยหล่นปานผงฝุ่นทราย! ข้าสาวเท้าก้าวเดียวประชิดตัวคว้าคอเสื้อหลี่เทียนยกลอยขึ้นมาจากหลังม้าศึกบีบคอแน่นจนหน้ามันเขียวซีดแถมส่งกลิ่นลมปราณม่วงทองขู่ให้สะดุ้ง
"คุณชายสามหลี่เทียน..." ผมแสยะยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์ดวงตาเปล่งรังสีสังหารเฉียบคม "กลับไปบอกเสนาบดีพ่อของแกด้วยนะจ๊ะ... ว่าถ้าวันหลังกล้าส่งขยะหางแถวมาขวางเส้นทางสโลว์ไลฟ์ของข้าอีก ข้าจะเอาหัวสุนัขของแกมาตั้งแท่นวางเม็ดหมากรุกจีนโชว์แผ่นดินโว้ย!"
ผมเหวี่ยงร่างหลี่เทียนละลิ่วลอยร่วงหล่นหัวปักถังปุ๋ยขี้ม้าข้างทางส่งเสียงดังจ๊วบใหญ่ สภาพจมขี้ม้าส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลน่าสมเพชสุดขีด ท่ามกลางเสียงเฮดังลั่นสะใจของชาวบ้านเมืองหลวงที่เกลียดชังความเย่อหยิ่งทนงของตระกูลหลี่มานานแสนนาน มันพยุงร่างที่เต็มไปด้วยมูลม้าตะเกียกตะกายขึ้นควบม้าหนีเตลิดแผดเสียงตะโกนอาฆาตลั่นถนน
"ไอ้สารเลวเซียวเฉิน! วันพรุ่งนี้คือการศึกประลองหมากรุกหลวงกระดานทองคำต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้! พ่อของข้าจะบดขยี้แกให้ป่นปี้ไร้แผ่นดินอยู่แน่!"
ผมเช็ดมือกับผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมอย่างอุ่นใจและก้าวเท้าเยื้องย่างโอบเอวสี่สาวงามอย่างกะล่อนพราวเสน่ห์กลับจวน ข้าหันมาขยิบตาหวานลามกใส่สาว ๆ พลางแซวเล่น: *"เมียจ๋า... พรุ่งนี้แข่งหมากรุกจีนศึกเดือด คืนนี้ข้าต้องลับสมองฝึกคำนวณเสียหน่อย สนใจมาให้ข้าใช้แผ่นหลังของพวกเจ้าตั้งตารางเล่นวางเม็ดหมากเพื่อทบทวนทฤษฎีไหมจ๊ะ?!"* สาวๆ พร้อมใจกันยื่นนิ้วมาบิดเอวข้าแก้เขินกันใหญ่กระเจิดกระเจิงกระอะหัวเราะลั่นจวน สบายใจสุดๆ ไปเลยโว้ย!
*พวกเรารีบเดินกลับจวนตระกูลลู่อย่างร่าเริงใจ ค่ำคืนนั้นในห้องนอนของข้า ข้าแกล้งวางเม็ดหมากขาวหมากดำลวนลามลูบไล้ไปตามเนื้อนิ่มๆ ของสี่สาวงาม สร้างเสียงครางระเส่าอื้ออึงสลับเสียงตีหลังมือข้าเบา ๆ ช่างเป็นค่ำคืนล่วงหน้าแห่งความบันเทิงศึกรักอย่างอัศจรรย์ใจ ก่อนเตรียมประลองศึกใหญ่กระดานทองคำในวันพรุ่งนี้โว้ย! ข้าลั่นวาจาว่าข้าจะกวาดตระกูลหลี่ให้ล้มพินาศสิ้นกระดานแน่นอนจ้ะ!*
(โปรดติดตามบทต่อไป...)