True World โลกแท้จริง

    ตอนที่ 45 ลาก่อนเมืองเดอร์ล็อค

    นทีออกจากคฤหาสน์เพียงลำพังเพราะก่อนหน้านั้น สาว ๆ ได้ส่งข้อความมาบอกเขาว่าพวกเธอจะล่วงหน้าไปก่อน


    " หืม...โอลิเวีย เธอไปยืนทำอะไรตรงนั้นน่ะ ? "


    ทันทีที่นทีก้าวออกจากคฤหาสน์ก็สังเกตเห็นเอลฟ์สาวที่ยืนหลบมุมอยู่ตรงกำแพง เธอดูราวกับลูกหมาที่ถูกเจ้าของเอามาทิ้งไว้


    " เอ่อ...ฉะ..ฉันมาเป็นห่วงคุณหนูอาเรียน่ะค่ะ! ก็เลยว่าจะมาเยี่ยมเธอ "

    " อ๋อ..ถ้าอาเรียล่ะก็เธอเพิ่งหลับไปเมื่อกี้น่ะ อย่าเพิ่งไปรบกวนเธอเลย... "

    " อ๋อ..ค่ะ! "


    โอลิเวียนั้นเหมือนดั่งกระต่ายตัวน้อยที่ลนลาน ทั้งที่ปกติเธอนั้นจะเป็นคนที่สุขุมอยู่เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกกิลด์ จากนั้นก็เกิดความเงียบขึ้นระหวางทั้งสองคน


    จ๊อก...


    " อ๊า! มะ..ไม่ใช่นะคะ เผ่าเอลฟ์มักจะมีเสียงแบบนี้เวลาที่พักผ่อนไม่เพียงพอน่ะค่ะ! "


    โอลิเวียแก้ตัวอย่างพัลวัน นทียิ้มมุมปากเล็กน้อยกับท่าทีของเธอ เขาไม่คิดว่าเอลฟ์สาวที่มักจะดูพึ่งพาได้อยู่เสมออย่างโอลิเวียจะมีมุมน่ารักแบบนี้เหมือนกัน


    " ผมกำลังจะไปหาอะไรกินน่ะ คุณช่วยแนะนำผมหน่อยได้มั้ย ? "

    " แน่นอนค่ะ! เชิญทางนี้เลย "


    โอลิเวียหันขวับแล้วออกเดินนำหน้าทันที เธอไม่อาจทนต่อความอับอายกับเสียงเมื่อครู่ได้ แต่หูเจ้ากรรมที่ยื่นยาวของเธอนั้นก็ไม่สามารถปิดบังความอายของเธอได้แม้เธอจะหันหลัง มันเป็นสีแดงระเรื่ออย่างชัดเจนโดยที่นทีไม่ต้องสังเกตก็เห็นได้


    ' เธอน่ารักแฮะ '


    นทีขำพลางเดินตามโอลิเวียไป ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในบททดสอบนั้น เขาก็ไม่เคยที่จะปล่อยตัวตามสบายเลยสักครั้ง ทุกย่างก้าวที่เขาเดินเขาจะระแวดระวังตัวอยู่ตลอด แต่เมื่อบททดสอบของเขาคลี่คลายลงแล้ว เขาจึงเริ่มผ่อนคลายแล้วสังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้นกว่าเดิม เขาดื่มด่ำกับบรรยากาศต่างโลกอย่างเต็มที่ก่อนที่เขาจะกลับไปสู่โลกที่มีแต่ซอมบี้แต่ก็เป็นบ้านเกิดของเขาเช่นกัน


    ระหว่างทางที่พวกเขาไปนั้นเกิดเรื่องที่ทำให้นทีแปลกใจ โดยปกติแล้วชาวเมืองมักจะเข้ามาทักทายเขาอยู่ตลอด แต่คราวนี้ทุกคนกลับทำแค่สงสายตาอันลึกซึ้งแล้วคำนับให้กับเขาก่อนที่จะกลับไปทำกิจวัตรของพวกเขาต่อไป นทีคาดว่าพวกเขาคงอยากให้ความเป็นส่วนตัวกับเขามากขึ้นหรือไม่ก็มีใครบางคนทำให้พวกเขาเป็นแบบนี้


    นที : พวกเธอเองสินะ...

    พิมชนก : เอ๋...หมายถึงอะไรเหรอ ? ≖‿≖

    ไลล่า : อย่ามากล่าวหากันซี้ซั้วนะ!(︶^︶)

    กันยา : นายไม่ต้องรีบมาที่ร้านนะ พวกเรากำลังทำความสะอาดอยู่น่ะ(  ̄▽ ̄)


    นทีขำกับคำตอบของพวกเธอที่ไม่ค่อยจะมีพิรุธเท่าไร เขาปิดหน้าต่างแชทแล้วเดินตรงไปที่แผงลอยที่มีควันพวยพุ่งขึ้นมา


    " ขอเนื้อกระต่ายสองไม้ค่ะ! "

    " อ้าว! คุณโอลิเวียนี่เอง ไม่รับเนื้อหมาป่าแดงแบบทุกทีเหรอครับ "

    " มะ...ไม่เป็นไรค่ะ! "


    นทีที่ได้ยินบทสนทนาก็ขำ เขาคาดเดาว่าเธอนั้นคงชื่นชอบเนื้อหมาป่าแดงก่อนหน้านี้ แต่จากเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นคงทำให้เธอไม่อยากทานมันอีก


    " โอ้! ท่านนที อรุณสวัสดิ์ครับ เชิญเลือกตามสบายเลย ฟรีทุกอย่างครับ "

    " งั้นผมไม่เกรงใจล่ะนะ "


    นทีเดินเข้าไปหยิบเนื้อที่ดูน่าอร่อยขึ้นมาหนึ่งชิ้น แต่ทันใดนั้นเองก็มีมือมาคว้าเนื้อไม้นั้นไป เมื่อนทีหันไปมองก็พบกับชายร่างอ้วนที่เคี้ยวเนื้อของเขาอย่างเอร็ดอร่อย


    " เมืองนี้มันดีจริง ๆ มีของกินฟรีด้วย พวกเอ็งก็อย่ารอช้ารีบไปหยิบซะสิ ฮ่า ฮ่า! "


    ชายร่างอ้วนบอกให้ชายสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้องนั้นเข้าไปหยิบเนื้อบนโต๊ะที่จัดวางไว้ขึ้นมากิน


    " คุณลูกค้าครับ! นี่ของซื้อของขายไม่ได้แจกฟรี กรุณาจ่ายเงินด้วยครับ! "

    " อ้าว..ก็แกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าฟรี! ทำไมกลับคำซะล่ะ เป็นพวกหลอกลวงนี่เองสินะ ข้าไม่เจียดเงินให้หรอก ฮ่า ฮ่า "


    ชายร่างท้วมกล่าวพลางหัวเราะ เศษเนื้อที่เคี้ยวไม่ละเอียดกระเด็นกระดอนออกมา นทีเอามือไปแตะไหล่ขวาของเจ้าของแผงพร้อมส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะเสกคทาเวทขึ้นมาพร้อมที่จะสั่งสอนชายร่างอ้วนตรงหน้า


    ' ไม่ว่าโลกไหน ๆ ก็ต้องมีคนแบบพวกแกสินะ '  แต่ก่อนที่นทีจะได้ลงมือนั้น 


    ปั๊ก!


    " โอ้ย! ใครปามาว่ะ! "


    จู่ ๆ ก็มีก้อนหินปามาใส่ชายร่างอ้วนเข้าไปเต็มหน้า เมื่อเขาหันไปเจอต้นตอก็พบกับฝูงชนมหาศาลที่มีก้อนหินอยู่เต็มมือพวกเขา


    " พะ...พวกแกจะทำอะไร นี่มันเมืองเถื่อนแบบไหนกัน! "


    แต่ก่อนที่ชายร่างอ้วนจะได้โวยวายต่อ หินนับร้อยก้อนก็ลอยละลิ่วมาใส่พวกเขาราวกับสายฝน มีก้อนหนึ่งโดนเต็ม ๆ ขมับของเขาทำให้เลือดไหลอาบลงมา


    " กล้าดียังไงมาขัดขวางการเดทของท่านนทีกับคุณโอลิเวีย ! "

    " ไอ้หมูตอนยังไม่รีบไปอีก ! "

    " ดอกนี้สำหรับเจ้าของแผงเนื้อย่าง! "


    ชาวเมืองระดมป่าหินพร้อมก่นด่าอย่างไม่หยุดหย่อน จนสุดท้ายแล้วชายร่างอ้วนและลูกน้องต้องวิ่งหนีไป เมื่อนั้นชาวเมืองก็หยุดปาหินพร้อมหันมาส่งยิ้มให้กับนทีและโอลิเวียก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    ' ดะ...เดท! ' โอลิเวียคิดถึงคำพูดที่ได้ยิน


    นทีหันมามองสบตากับโอลิเวียที่ตอนนี้สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง


    " ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "


    นทีหัวเราะออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม โอลิเวียก็หัวเราะไปกับเขาด้วยเช่นกัน


    " งั้น...เราไปไหนกันต่อดี ? "

    " เอ๊ะ...เอ่อ ไปไหนก็ได้ค่ะ ! "


    โอลิเวียที่เจอคำถามแบบไม่ทันตั้งตัวก็ทำให้สมองของเธอไม่สามารถประมวลผลได้


    " ไม่ต้องคิดมากไปหรอก เราเดินไปเรื่อย ๆ แล้วกัน " 

    " โอ..โอเคค่ะ "


    โอลิเวียตอบพร้อมก้มหน้างุด จากนั้นพวกเขาก็เดินแวะที่นั่นที่นี่จนไปจบที่ปลายทางที่พวกเขาต้องการจะไปนั่นก็คือร้านรังมังกรนั่นเอง ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเข้าร้านไปนั้น นทีก็หันมากวักมือให้โอลิเวียเข้ามาใกล้ ๆ เธอเอียงคอมองเขาอย่างสงสัยแต่ก็ทำตาม จากนั้นนทีก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูเธอ


    " คุณรู้มั้ย....คุณคือคนแรกของผมเลยนะ "


    เมื่อคำกระซิบเหล่านี้เข้าไปในโสตประสาทของโอลิเวีย สมองของเธอก็หยุดทำงาน มีเพียงแค่คำว่าคนแรกดังก้องไปมาอยู่ในหัวของเธอเท่านั้น


    " มะ..หมายความว่าไงคะ ? "


    เธอถามออกมาโดยที่ไม่กล้าหันไปสบตากับนที


    " เดทน่ะ..คุณคือคนแรกในชีวิตที่ผมเคยเดทด้วย สนุกมากเลยล่ะ ขอบคุณนะ "


    นทีกระซิบใส่หูของเธออีกครั้งก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในร้าน ทิ้งให้เอลฟ์สาวยืนตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียว


    ' นี่ก็ครั้งแรกของฉันเหมือนกันนั่นแหละ! '


    โอลิเวียอยากจะตะโกนออกไปแต่เธอไม่กล้าพอ เมื่อรู้ตัวอีกทีนทีก็หายไปแล้ว


    แอ๊ด!


    " อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน "


    นทีเอ่ยทักทายในทันทีที่เขาเข้าไปยังรังมังกร สถานที่แห่งนี้คือสถานที่ที่นับได้ว่าเขาผูกพันที่สุดเพราะมันคือที่แรกที่เขามา


    " อรุณสวัสดิ์ครับท่านนที "


    นักผจญภัยและเหล่าทหารตอบรับอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและแดงก่ำ เมื่อนทีสังเกตดูดี ๆ ก็เห็นร่องรอยของตาที่คล้ำจากบางคน นทีจึงรับรู้ได้ว่าพวกเขาฉลองกันตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ นทีเดินตรงไปยังโต๊ะตัวเดิมที่กันยากำลังกวักมือเรียกเขาอยู่


    " ไง พ่อหนุ่มเนื้อหอม เดทสนุกไหม? "

    " ฮึ! ดูจากรอยยิ้มที่หุบไม่ได้ก็ไม่ต้องบอกแล้วล่ะค่ะ! "

    " แหม ๆ เดี๋ยวพวกเราก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เธอยังมีโอกาสอีกเยอะนะ! "

    " พี่พิม! "


    นทีไม่ได้ตอบรับกับคำหยอกล้อของสาว ๆ เขาทำเพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น นทีนั่งลงแล้วดื่มด่ำกับอาหารและเครื่องดื่มที่ดูเหมือนจะพิเศษกว่าทุกคราว เมื่อเขาหันไปมองลูคัส ลูคัสก็ขยิบตาตอบรับ นทีจึงรับรู้ว่ามื้อนี้น่าจะแพงไม่ใช่น้อย


    ' กินเท่าที่กินได้แหละนะ กลับไปจะมีแบบนี้ให้กินหรือเปล่าก็ไม่รู้ '


    ตอนนี้ที่เขายังอยู่ต่างโลก อาหารพวกนี้ดูจะธรรมดาสามัญสำหรับเขา แต่ถ้าเมื่อไรที่เขากลับไปยังโลกของเขาอาหารแบบนี้จะมีค่ามากมายมหาศาลและเขาก็ไม่รู้ว่าจะได้ดื่มด่ำกับอาหารชั้นเลิศแบบนี้อีกเมื่อไร


    " ท่านนที! มาแล้วเหรอครับ " 


    เมื่อนทีหันไปมองยังที่มาของเสียงก็พบกับรอยยิ้มอันอบอุ่นของชายร่างแคระและนักผจญภัยอีกหลายคน


    " อรุณสวัสดิ์ครับ คุณเมิร์ฟ "

    " นี่คือของขวัญที่พวกเราตั้งใจจะมอบให้ท่านนทีครับ "


    เมื่อเมิร์ฟกล่าวจบนักผจญภัยคนหนึ่งก็เดินขึ้นมาพร้อมกับยื่นรองเท้าหนังสีน้ำตาลให้กับนที


    " หวังว่าท่านนทีจะชอบนะครับ "


    เขาโน้มตัวอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินกลับไป นทีผงกหัวขอบคุณแล้วหันมาสนใจของขวัญที่เพิ่งได้รับ รองเท้าสีน้ำตาลหนังตรงหน้าของเขานั้นเขารู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี


    รองเท้าหนังหมาป่าแดง ระดับ E

    ประเภท : เครื่องสวมใส่

    คำอธิบาย : รองเท้าที่ถูกทักทอขึ้นจากหนังของหมาป่าแดงอย่างประณีต 

    เพิ่มค่าว่องไว 15 หน่วย

    เลเวลที่ต้องการ : 5

    ความคงทน 100/100


    เมื่อนทีอ่านคำอธิบายเขาก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ทำให้เมิร์ฟและเหล่านักผจญภัยที่มีส่วนร่วมในการทำไอเท็มชิ้นนี้ยิ้มออกมาตามกัน ๆ 


    " ขอบคุณมากนะครับคุณเมิร์ฟและทุกคน "

    " พวกเราสิครับต้องขอบคุณ หากไม่ได้ท่านนทีแล้วล่ะก็ พวกเราคงไม่ได้รับรู้ความจริง "


    นทีเปลี่ยนมาใส่รองเท้าคู่ใหม่ เขาลองขยับตัวไปมาเพื่อปรับให้เคยชินกับความว่องไวที่เพิ่มขึ้นแล้วก็พบว่า เขาเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วกว่าเดิมมาก ในขณะที่นทีนั้นลองรองเท้าคู่ใหม่ สาว ๆ ก็ได้รับของขวัญเช่นกัน แต่ของพวกเธอนั้นดูเหมือนจะเป็นเครื่องประดับที่เหมาะกับสมกับผู้หญิงมากกว่า


    หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งดื่มกินและคุยเรื่องสัพเพเหระจนเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว


    ฮรี่ !


    ที่หน้าร้านรังมังกรมีรถม้ามาจอดรอไว้ ห้องโดยสายนั้นตกแต่งด้วยไม้ที่มีสีขาวไข่มุกให้ความรู้สึกหรูหราระดับหนึ่ง


    " พวกเราคงส่งท่านนที ท่านไลล่า ท่านพิมชนกและท่านกันยา แค่ตรงนี้แล้วกันครับ ขอบคุณสำหรับทุกเรื่องนะครับ "


    เมิร์ฟเอ่ยพลางคำนับแล้วเหล่านักผจญภัยและทหารที่มารอส่งพวกเขานั้นก็โค้งคำนับในลักษณะเดียวกัน


    " ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างเช่นกันครับ "


    นทีตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม เขารู้สึกขอบคุณจากใจจริง ถ้าหากไม่มีพวกเขาเหล่านี้ บางทีเขาอาจจะไม่สามารถผ่านบททดสอบสุดหินนี้ไปก็ได้


    " คุณนที..คุณจะกลับมาอีกไหม ? "


    สุ้มเสียงอันไพเราะทำให้ทุกคนหันไปมองเธอพร้อมกับรอยยิ้ม โอลิเวียนั้นไม่ได้สนใจสายตาจากคนรอบข้าง เธอเพียงรอคอยคำตอบจากเขาเท่านั้น


    " ถ้าผมสามารถกลับมาได้...ผมจะมาอย่างแน่นอน "


    นทีให้คำตอบที่เขารู้สึกว่าสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว เพราะเขาเองก็ไม่มีทางรู้ได้เช่นกันว่าเขาจะสามารถกลับมาที่นี่ได้อีกหรือไม่ แต่คำตอบของเขานั้นก็ทำให้สีหน้าของโอลิเวียหม่นหมองลง เธอรู้ดีว่าคำตอบแบบนี้นั้นแปลว่าแทบจะไม่มีโอกาสเลยที่เขาจะหวนกลับคืนมา


    " งั้น...ลาก่อนนะครับ "


    นทีเอ่ยคำลาครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังห้องโดยสาร ไลล่าโค้งขอบคุณทุกคนอีกครั้งแล้วเดินตามนทีขึ้นไป กันยาชกหมัดกับคาลอสราวกับเป็นการบอกเขาว่าหากเจอกันครั้งหน้าแล้วเขายังไม่แข็งแกร่งขึ้นเขาจะถูกอัดน่วมเหมือนเดิม พิมชนกเอ่ยคำอวยพรให้เหล่าชาวเมืองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะขึ้นไปบนห้องโดยสารเช่นกัน


    รถม้าเคลื่อนตัวออกมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เป็นป่าทึบ โดยในฝั่งซ้ายของห้องโดยสารนั้นที่นั่งติดหน้าต่างคืออาเรียที่มารับพวกเขาบนตักของเธอมีเจ้าวินเทอร์ที่นอนหลับอยู่ ส่วนไลล่านั้นนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งโดยมีนทีนั่งขวางกั้นอยู่ตรงกลาง ส่วนฝั่งขวานั้นมีเมดสาวของอาเรีย กันยา แล้วก็พิมชนก ระหว่างทางมีผู้คนมากมายโบกมือลาพวกเขาและพวกเขาก็โบกกลับ เมืองเดอร์ล็อคดูเล็กลงเรื่อย ๆ สำหรับพวกเขาจนมันหายลับไปจากสายตา


    " ในหมู่พวกเธอทุกคน...ใครเคยมีอะไรกับนทีแล้วบ้างเหรอ ? "


    แค่ก!


    นทีสำลักน้ำดื่มในทันทีที่เขาได้ยินคำถามของอาเรีย ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มชินกับความตรงไปตรงมาของเธอ แต่เขาไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนตรงถึงขนาดนี้! 



    คล้ายกับเรื่องTrue World โลกแท้จริง ที่คุณอ่าน