Chapter 11
ล่อลูกแมวเข้าถ้ำเสือ
“ผมเสนอใบราคาไปให้โบนิโต จากราคารวมไปถึงการขนส่งทางเรือยังไงก็คุ้มแน่นอนกับการซื้ออาวุธจากบริษัทของเรา”
แบรนดอนกล่าว
“ยังไงโบนิโตก็ต้องร่วมธุรกิจกับเรา สเบอร์ตันจะเป็เพียงแค่ตำนานที่มีลมหายใจ”
บลาเด็นกล่าว
“อาไม่เข้าใจ ทำไมต้องหาเื่คนตระกูลนั้น เราไม่เคยบาดหมางกับมาเฟียทางฝั่งอังกฤษสักครั้ง”
ไบรอันถามเสียงเครียด เรียกว่าอยู่กันคนละเส้นชีวิต
“ก็แค่...เห็นว่าถ้าได้ลูกค้าจากทางสเปนจะเป็การเปิดทางไปหาลูกค้ารายใหญ่กว่านั้น”
แบรนดอนยักไหล่หยักยิ้มขึ้นมุมปาก
“พ่อไม่คิดว่านั่นคือเหตุผล ลูกค้าทางสเปนของเรามีมากมายไม่จำเป็ต้องเป็โบนิโตที่รับสินค้าจากทางฝั่งอังกฤษ บอกความจริงมาดีกว่าแบรนดอน บลาเด็น”
บริกซ์ตั้นพ่อสองแฝดกล่าวเสียงเครียด แขนกำยำยกขึ้นกอดอกแสดงท่าทีคัดค้านกับลูกชายทั้งสองคน
“ไม่มีไรหรอกพ่อ...ก็แค่หาความท้าทายในชีวิต :)”
บลาเด็นแฝดผู้น้องกระตุกยิ้มอย่างเืเย็น ดวงตาเรียวแสดงถึงความร้ายกาจ ชีวิตการเป็ลูกมาเฟียมาั้แ่เกิดแล้วต้องสานต่อหากราบเรียบไปมันก็น่าเบื่อ
ก็แค่หาความสนุกระหว่างทำงาน
เรียกอีกอย่างก็คือ...แกว่งตีนหาเสี้ยนนั่นเอง
“อื้อ อ อ๊า ค คุณทำแรงเกินไปแล้ว”
ปั้ก! เสียงกระแทกสะโพกสอบเข้าออกร่องนุ่มนิ่ม
ตึ้ง เสียงแอชตันขว้างโทรศัพท์ลงกับพื้น ดวงตาเรียวจ้องมองร่างเล็กที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงของรีสอร์ท ผมยาวลอนสวยสีน้ำตาลประกายแดงสยายไปทั่วกับดวงหน้าสวยที่ร้องอ้อนวอนขอให้เขาเบาแรงลง
“อ๊ะ อู้ย คุณ~ เบาหน่อย~”
กล้าดียังไงมาหลอกกู? กูคงโง่มากสินะ
ใบหน้าคมคร้ามของหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างเคืองแค้น คิ้วหนาขมวดมุ่นเป็ปม ปากหยักกัดเข้าหากันแน่น อยู่ดีไม่ว่ามาหลอกมาเฟียร้ายอย่างเขา มีหรือจะยอมโง่ให้สาวเ้าแกล้งเล่น
คนอย่างแอชตันไม่เคยถูกหลอก มีแต่จะหลอกคนอื่น หากโดนใครหลอกเขาฆ่ามันทิ้งเสียยังจะดีกว่า
แต่ให้ฆ่าสาวสวยคนนี้ทิ้งมันก็คงหมดสนุก บีน่ามีท่าให้เล่นเยอะกว่านั้น ทรมานช้าๆ...เอาให้เจ็บแต่ถึงใจมันจะดีกว่า
ปั้ก ตั้บ! เสียงรัวจากการกระแทกสะโพกสอบสวนแทงลำเอ็นเข้าออกร่องเล็กของสาวน้อยจากตระกูลเบอริอันต์ ยิ่งเห็นหน้าเธอก็ยิ่งโมโหกับเื่ที่เกิดขึ้น
“อ อู้ย คุณแอช ฉ ฉันเจ็บ~”
จากความเสียวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความเจ็บ เขากระแทกร่องเล็กรัวเร็วจนคนตัวเล็กเกือบจะรับแรงนั้นเอาไว้ไม่ไหว
“อ่า โทษที จะทำให้เบากว่านี้แล้วกัน”
เพราะมัวคิดเพลินจึง กระแทกร่องเล็กแรงเกินไปหน่อย
“ฉัน... ฉันจะทนไม่ไหว~”
ในที่สุดน้ำสีใสก็ผลิบานออกมาจากร่องสาว น้ำสีขาวขุ่นของแอชตันถูกฉีดพ่นเข้าเต็มมดลูกของบีน่า คนตัวใหญ่ไม่เคยทำกับใครโดยไร้เครื่องป้องกันมาก่อน นี่เป็ครั้งแรก ใจดวงใหญ่วูบไหวแอบเป็กังวล เพราะความสุขเพียงชั่ววูบ ทำให้เขาเผลอตัวไป
“fuck! แม่งไม่ได้ใส่ถุง”
ร่างใหญ่ยันตัวลุกขึ้นยืน มือยกขึ้นเกาหัวของตัวเองจนเส้นผมสีน้ำตาลชี้โด่เด่ไม่เป็ทรง
“อ๋า แฮ่กๆ” ร่างเล็กหอบเสียงกระเส่า เนื้อตัวนวลเนียนขาวใสเต็มไปด้วยรอยแดง ผิวที่บอบบางแค่โดนแตะนิดหน่อยก็แดงไปทั่วตัวแล้ว
หลังจากให้เธอนอนพักสักแป๊บหมูกระทะจากทางห้องพักก็มาส่ง แอชตันชวนเธอออกไปนั่งทานอาหารที่บริเวณหน้าระเบียงของห้องพัก มีโต๊ะและเก้าอี้จัดไว้ให้พร้อมกับชุดหมูกระทะ
บีน่ารู้สึกอ่อนแรงนั่งย่างหมูด้วยความหิวโหย แอชตันที่แม้จะหิวแต่ก็ยังไม่แตะอะไรเลยสักชิ้นในตอนนี้ ดวงหน้าคมคายจ้องมองดวงหน้าสวยที่กำลังจ้องชิ้นหมูในกระทะตาเป็มัน
เธอก็สวยดีอยู่หรอกนะ... หากกินไปเรื่อยๆ เขาอาจจะหลงเสน่ห์เธอคนนี้ก็ได้ เสียดายอย่างเดียว...ดันเป็น้องสาวของไอ้ตระกูลเบอริอันต์ เกลียดมันว่ะ!
“ไม่ทานเหรอคะ? คุณยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยนะไม่หิวเลยเหรอ”
เอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าเขาไม่แตะอาหารที่สั่งมาเลย ใครจะรู้เล่าว่าใจดวงแกร่งกำลังคิดเกี่ยวกับงานที่กำลังจะเสียลูกค้ารายใหญ่ไปทั้งที่ดีลกันมาตั้งหลายปี
“ยังไม่หิว มีคำถามอยากจะถามเธอมากกว่า”
“ถามอะไรงั้นเหรอคะ?”
เงยหน้ามองเขา ภายในปากเล็กก็เคี้ยวชิ้นหมูตุ้ยๆอย่างน่าเอ็นดู
“ที่บ้านสวนของเธอคุณตาคุณยายน่ะปลูกสวนกุหลาบขายใช่ไหม”
“คุณรู้ได้ยังไงคะ?”
ดวงหน้าเล็กเต็มไปด้วยความสงสัย ภายในดวงตาใสซื่อรู้สึกมึนงง
“ก็เห็นว่าต้นกุหลาบที่บ้านเยอะมาก แถมยังมีพวกผักสวนครัวก็คงจะทำอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม”
“ก็ใช่ค่ะ แต่เลิกทำไปนานแล้วั้แ่ตากับยายเสีย”
“งั้นเธอก็คงจะจนมากเลยใช่ไหม?”
“เอ่อ ก็ทำนองนั้นค่ะ”
ได้ยินคำตอบออกมาจากปากเล็ก ปากสากหนาก็หยักยิ้มขึ้นมาโดยไม่พูดอะไรออกไป เขาคิดเพียงในใจว่า
โกหก! ลูกสาวตระกูลเบอริอันต์จะจนได้ยังไงวะ คิดจะโกหกกูงั้นเหรอ?
“ตอนนี้เธอก็รับข้อเสนอเป็คู่นอนของฉันแล้วนี่”
“ใช่ค่ะ เงินรายเดือนที่คุณให้คงจะช่วยให้ชีวิตฉันดีขึ้นได้มาก”
พูดไปอย่างนั้นมือก็ยังคงคีบวุ้นเส้นกับผักมาใส่จานตัวเองพร้อมกับย่างหมูแล้วนำไปวางในจานของเขา บีน่าโกหกคำโต ลำพังเงินแค่ 100,000 บาทต่อเดือนจากแอชตันคงไม่ได้ช่วยให้คุณภาพชีวิตเธอดีขึ้นได้มากมาย อะไร เงินที่พ่อให้เธอมันมากกว่านั้นอีก
“อยู่ในเมืองเล็กๆนี่ก็น่าเบื่อแย่ เธออยากจะไปเที่ยวที่บ้านของฉันไหม?”
“บ้านของคุณงั้นเหรอ? ที่ไหนคะ?”
“ลอนดอน”
“ลอนดอน!? ประเทศอังกฤษ? นั่นมันไกลมากนะ”
แม้ปากเล็กจะพูดออกไปว่ามันไกลแต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากจะลี้ลอง ต่างประเทศปกติได้ไปก็ไปพร้อมกับครอบครัว ไม่เคยเดินทางเองเลยสักครั้งและที่สำคัญั้แ่เกิดมาบีน่ายังไม่เคยไปประเทศอังกฤษเลย
“ไกลแล้วไง? ฉันมีเงินจัดการเื่ตั๋วเครื่องบินแบบเฟิร์สคลาสให้เธอก็แล้วกัน คิดว่าจะกลับไปเยี่ยมที่บ้านอยู่พอดี ไปด้วยกันไหม?”
น้ำเสียงเ้าเล่ห์เอ่ยถาม ภารกิจล่อลูกแมวเข้าถ้ำเสือกำลังจะเริ่มขึ้น
“ฉันอยากไป...เอ่อ แต่ไม่มั่นใจว่าจะไปได้ไหม”
ตอนนี้ตัวอยู่ประเทศไทยก็จริง แต่เ้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดยังคงคุมขังเธออยู่แล้วเธอจะไปมีความสุขโลดแล่นสนุกสนานคนเดียวได้ยังไงกันล่ะ
“กังวลเื่พี่ชายใช่ไหม?”
ถามถึงเจสัน เขารู้ได้ทันทีเลยว่าเจสันไม่ใช่พี่ชายอย่างที่เธอว่าและดูจากสภาพแล้วก็คงไม่ใช่แฟนด้วย คงจะเป็คนจากทางเบอริอันต์ที่ส่งมาดูแล เขาให้ลูกน้องสืบเื่นี้ให้เรียบร้อยแล้ว
“ทำนองนั้นค่ะ ฉันไม่รู้ว่าพี่จะอนุญาตไหม”
ดวงตากลมโตเลิ่กลั่ก ไม่ใช่พี่ชายแต่เป็เ้าบอดี้การ์ดหน้าโหดที่รู้ทันเธอไปเสียทุกเื่ต่างหาก
“ก็ไปก่อนสิ...ไปถึงก่อนแล้วค่อยบอก”
ขอแค่เธอไปถึงใครมันก็ตามตัวเธอที่นั่นไม่ได้แล้ว...
ดวงหน้าหล่อคมแสยะยิ้มร้าย ล่อเธอเข้าบ้านทุกอย่างก็จบ พี่ชายเธอมันทำเอาไว้เจ็บแสบ
งานนี้แอชตันไม่ปล่อยเธอไปแน่รับรองได้เลย
“จริงสิ ก็แค่โกหกเจสัน..”
ร่างเล็กพึมพำ ในหัวคิดแต่เื่สนุกจะไปโลดแล่นที่แดนลอนดอนหารู้ไม่ว่าอันตรายกำลังจะถึงตัว
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
“เชี่ยเอ๊ย แล้วจะทำยังไงดีวะเนี่ย ตาย พวกเราตายโหงแน่”
บอดี้การ์ดหนึ่งในเจ็ดคนทำหน้าราวกับว่าวันนี้จะเป็วันสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ ราวกับว่าโลกจะแตกอย่างไรอย่างนั้น
“เฮ้ยใจเย็นไอ้ดิม บางทีคุณหนูอาจจะไปเดินเล่นในเมืองก็ได้เว้ย”
“เดินเล่นในเมืองอะไรมึงวะเจฟ พาสปอร์ตก็หายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็ไม่อยู่”
“เบาะแสเดียวที่มีคือ...คุณบีน่าส่งข้อความมาบอกกูว่าไปเที่ยวกับเพื่อนที่ต่างประเทศไม่ต้องเป็ห่วง”
“แล้วเราจะทำยังไงดีวะไอ้เจสัน?”
คนเดียวที่ได้รับข้อความจากบีน่าก็คือเจสันบอดี้การ์ดคู่ใจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พวกเขาทั้งเจ็ดคนอุ่นใจ
“หรือคุณหนูจะถูกลักพาตัววะ?”
“โอ้มายก๊อดด~ แบบนั้นพวกเราตาย มาลุ้นกันดีกว่าว่าหัวหรือนิ้วตีนจะหายก่อนกัน”
“ไอ้สัสนี่! มึงก็ตั้งสติหน่อยสิวะ”
ท่ามกลางการถกเถียงของบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดคนแย่งกันพูดอย่างวุ่นวายพร้อมกับเดินหาตัวคุณหนูของตระกูลกันให้ควั่กภายในบ้านสวน เจสันกลับยืนนิ่งแล้วใช้ความคิดอย่างหนักพร้อมกับกำโทรศัพท์ในมือเอาไว้แน่น จะตามหาคุณหนูอย่างไรดี? นั่นคือสิ่งที่เขาคิด
หวังว่านิ้วตีนกูจะอยู่ครบนะ...