ย้อนเวลากลับไปสักเล็กน้อย
ณขณะนี้ ในสมองของไคน์ เฮวี่ฮาร์ท มีความคิดมากมายปรากฏขึ้น คุณปู่ดักกาสเป็แบบอย่างที่ดีสำหรับชาวบ้านคุณอาเรียเป็คนอ่อนโยนจิตใจดี ชายชรากับภรรยารักใคร่และปรองดอง ไม่เคยมีข่าวด้านลบว่าพวกเขาเคยทะเลาะเบาะแว้งกัน
แต่เมื่อสักครู่นี้ มุมมองเดิมของจอมเวทย์หนุ่มที่มีต่อภรรยาของคุณปู่ดักกาสต้องเปลี่ยนไปอาเรียไม่ได้มีแค่เพียงความอ่อนโยนและเมตตาเท่านั้น ทว่า ฝ่ายหญิงยังมีอีกด้านซึ่งตนเองไม่เคยรู้มาก่อนอีกด้วย
‘เธอเกิดชอบฉัน.. เลย้านอกใจชายแก่อย่างนั้นเหรอ?’
ไคน์คิดไปต่าง ๆ นานา เขาเกือบจะเคลิ้มไปแล้ว
‘เดี๋ยวนะ! หรือว่าเมื่อกี้ เธอกำลังอ่อยฉันอยู่ใช่ไหมหว่า?ว่าแล้วเชียว พออายุมากขึ้น มะเขือเผาของคุณปู่จะไปทำให้ผู้หญิงวัยสะพรั่งพอใจได้ยังไงเล่า’
ไคน์นึกเข้าข้างตัวเองเต็มที่ ก่อนจะพนมมือเพื่อไว้อาลัยให้แก่ชายชรา จะโทษใครได้ต้องโทษสังขารของมนุษย์เราที่ไม่เที่ยงแท้นั่นแหละ
‘ขอโทษนะครับคุณปู่ ผมจะพยายามอยู่ให้ห่าง ๆ ภรรยาของคุณเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน’
เขาพลันนึกอีกเื่ได้
‘ในอนาคต ถ้าปรุงยาปลุกกำหนัดได้ ผมจะมอบให้คุณฟรี ๆ ไปตลอดชีพเลยรับรองว่าทุกคืนปึ๋งปั๋งแน่นอน’
พอเอ่ยแบบนี้ เด็กหนุ่มจึงรู้สึกสบายใจขึ้น ถึงเขาจะค่อนข้างเอนเอียงไปกับข้อเสนอของอาเรียเพราะบางที ดีบัฟแสนระยำนี่อาจจะหายเป็ปลิดทิ้งเลยก็ได้
อย่างไรก็ตาม หากมันอาจไม่ได้ผลล่ะ เขาซึ่งสวมหมวกเขียวให้ชายชราต้องซวยแน่ๆ
การคบชู้ไม่ใช่เื่เล่น ๆ เลย จำเป็ต้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วน มิเช่นนั้น ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเขาอาจเกิดอุปสรรค สูญสลายกลายเป็ฝุ่น
โทบี้ท่องซ้ำ ๆ ว่าเป้าหมายหลักของตัวเองในปัจจุบันคือการตามล่าหาความลับของหัวหน้าหมู่บ้านต่างหากรองลงมาคืองานวิจัย ศึกษาเวทและเื่ปากท้อง
ฝีเท้าของไคน์เปลี่ยนเป็เบาโหวง ะโโลดเต้นไปตามทาง เหตุการณ์วันนี้ช่างเป็นิมิตหมายที่ดีมาก
....
บริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านทางทิศใต้ ไคน์เจอะเจอกับคนรู้จักคนหนึ่งพวกเขาสองคนน่าจะมุ่งไปทางเดียวกัน
ฝ่ายนั้นเป็เด็กหนุ่ม มีอายุไล่เลี่ยกับเขา ไว้ทรงผมสั้น เส้นผมสีแดงหน้าตาหล่อเหลา ร่างสูงโปร่ง สวมชุดเกราะหนังแบบเบาเพื่อความคล่องตัว ห้อยสะพายดาบเกรดC ไว้ข้างเอว
คนคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ ‘นิโคลัส ฟอร์เต’ หวานใจคนปัจจุบันของเคท หญิงสาวอกโตและปากคอเราะร้าย
นิโคลัสถือว่าเป็เพื่อนสมัยเด็กอีกคนหนึ่งของจอมเวทย์หนุ่มที่เติบโตมาด้วยกันแต่มาทีหลัง ก่อนหน้านั้นมีแค่ไคน์กับเคทเพียงสองคนเท่านั้น
“ไง ไคน์ ไม่เจอหลายวัน นายจะออกไปล่ามอนสเตอร์ในป่าอีกแล้วเหรอ?”
“หวัดดีนิค นายเองก็ด้วย?”
“เปล่าหรอก ฉันเพิ่งฝึกสกิลใหม่สำเร็จ ว่าจะไปลองวิชาด้วยการต่อสู้จริงสักหน่อยนายสนใจไปลุยด้วยกันไหม?”
ไคน์ครุ่นคิดแล้วจึงพยักหน้าตกลง
“เอาสิ เพราะยังไงวันนี้ ฉันก็ยังไม่มีเป้าหมายตายตัว”
นิโคลัสกับไคน์ยื่นแขนออกมาและเอาหมัดชนกัน ในระหว่างที่เดินเคียงไหล่กันไปต่างฝ่ายต่างถามถึงเื่สารทุกข์สุขดิบ
“ว่าแต่ อีกนานไหม กว่าคำสั่งแต่งตั้งแบบกึ่งเป็ทางการจะมาถึง”
“ไม่รู้สิ แม่ของเคทบอกว่า ช้าสุดสามเดือน นานสุดก็ครึ่งปี”
“จะว่านานก็นานอยู่นะเนี่ย”
“ช่างเถอะ ฉันรอมาหลายปีแล้ว ให้รออีกหน่อยจะเป็ไรไป”
ไคน์พยักหน้า นิโคลัสผ่านการประเมินจากแอนนา ลัวร์ แล้ว กำลังจะเดินทางไปรับการทดสอบครั้งสุดท้ายที่เมืองหลวงเขาเพียงรอแค่คำสั่งเรียกตัวผ่านการแต่งตั้งยศเสียก่อน เพื่อเป็หน้าเป็ตาของหมู่บ้าน
ถ้าผ่านการทดสอบ เขาจะกลายเป็หนึ่งในทีมผู้กล้ารุ่นใหม่ของอาณาจักร เริ่มแรกได้รับตำแหน่งไวเคานต์พร้อมที่ดินผืนหนึ่ง
แต่ถ้าล้มเหลว นิโคลัสจะได้รับเพยงตำแหน่งบารอน แต่ไม่ได้รับที่ดิน ทว่าเขายังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองในปีต่อๆ ไป จนกว่าอายุจะล่วงเลยเกณฑ์ที่กำหนด
“อย่ากังวล ฉันสังเกตเห็นมาตลอดว่านายพยายามขนาดไหนนายต้องผ่านั้แ่ครั้งแรกแน่”
“ขอบใจ หวังว่าจะเป็อย่างนั้น ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนนี้ให้ได้!”
นิโคลัสประกาศกร้าว ไคน์ตบไหล่เพื่อนเบา ๆ ไม่ได้กล่าวเยินยออีกฝ่ายมากเกินไปเพราะความจริง เขาเองก็อิจฉาเหมือนกัน แต่ไม่ได้ริษยาอะไรต่างฝ่ายต่างมีเป้าหมายของตนเอง
ตามที่เคยเกริ่นเอาไว้แต่แรก ไคน์ไม่คิดว่าตนเองนั้นสนิทสนมกับนิโคลัสมากมายเขามักเว้นช่องว่างอยู่ประมาณหนึ่งเสมอ เป็มิตรภาพที่เรียบง่ายและพึ่งพาอาศัยแบบคนรู้จัก
เด็กหนุ่มมีปณิธานเป็ของตนเอง ไม่ถึงขั้นกับต้องยอมลดบทบาทเพื่อช่วยเป็บันไดแห่งความสำเร็จของคนอื่น
‘เทียบกับถูกผูกมัดกับราชวงศ์ ฉันยินยอมเป็ปลาเค็ม ทำตามอำเภอใจไปวัน ๆดีกว่า’
เหตุการณ์สุดท้ายที่ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท ยอมหลีกทางให้แก่เพื่อนสมัยเด็กคนนี้น่าจะเป็เื่ของ เคท ลัวร์ ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบัน สุดท้าย พวกเขาทั้งคู่เลยได้คบหากัน
คิดดูว่าเด็กหนุ่มต้องเป็คนใจกว้างสักแค่ไหน พอหวนคิดถึงวันวานในคราวนั้นทีไรเขาอยากจะทุบตีตัวเองซะจริง ๆ
ตรงกันข้ามกับความคิดของไคน์ นิโคลัสเคยบอกว่าจอมเวทย์หนุ่มเป็สหายรักที่สามารถพึ่งพายามเกิดวิกฤตได้เสมอและเชื่อใจได้อย่างเต็มที่
ไคน์ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธความคิดเหล่านี้ เขาไม่ได้เกลียดนิโคลัสแค่รังเกียจระบบของพวกขุนนางเท่านั้น
แน่นอนว่าถ้าหากอีกฝ่ายตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขาก็พร้อมที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างแน่นอน
....
ว่าที่ผู้กล้าแห่งยุคสมัยใหม่แต่ละรายต่างได้รับพร์ติดตัวมาั้แ่เกิดพวกเขาถูกกำหนดแล้วว่าจะต้องกลายเป็เครื่องมือของคนในราชวงศ์ในการทำาทั้งภายนอกและภายใน
รวมถึงเป็คมดาบเพื่อแก้ไขความวุ่นวาย การเอารัดเอาเปรียบไม่จบไม่สิ้นและการแทรกแซงจากมนุษย์ด้วยกันฝ่ายนั้นคือพวกพาราดิน ผู้พิทักษ์ของศาสนจักร
พูดถึงพร์เฉพาะตัวของนิโคลัส นั่นเป็สิ่งที่ได้รับมาั้แ่ลืมตาดูโลกเป็ยูนีคสกิลที่สามารถเพิ่มพลังทำลายล้างชั่วคราวให้แก่เ้าของได้
ทว่า สำหรับผู้ชายซึ่งมีนิสัยรักความยุติธรรมเฉกเช่นนิโคลัสแล้วมันดันเป็ปัญหานิดหน่อย ส่งผลให้ใช้งานพร์ค่อนข้างลำบาก แต่นับว่ามีความโกงพอสมควรเลยทีเดียว
ห้านาทีต่อมา หลังจากเดินตามทางเล็กแคบมาถึงจุดสิ้นสุดของถนนปกติด้านหน้าไกลลิบคือบรรดาผืนป่าสุดลูกหูลูกตาและูเาสูงชันอันสลับซับซ้อน
ไคน์กับนิโคลัสเงยหน้ามองเห็นจุดพักแรมจุดหนึ่งอยู่ข้างหน้าไม่ไกลพวกเขาตัดสินใจหยุดแวะที่นี่เพื่อย้อนระลึกถึงความหลังในวัยเด็ก
จุกพักแรมเล็ก ๆ แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน บริเวณรอบ ๆ ถือว่าปลอดภัยเพราะมอนสเตอร์เก่งๆ โดนกวาดล้างจนเหี้ยนไปหมดแล้ว มันจึงกลายเป็จุดรวมกลุ่มของนักผจญภัยต่างถิ่น ส่วนใหญ่มีไว้ใช้เป็ฐานรวมตัวกันและจุดพักผ่อนสำหรับนักผจญภัยมือใหม่
คนหนุ่มสองคนเดินวนสำรวจไปรอบ ๆ ค่ายพักแรมซึ่งตอนนี้ปราศจากวี่แววของสิ่งมีชีวิตซากกองไฟล่าสุดถูกดับไปแล้วกว่าสองอาทิตย์เป็อย่างน้อยนี่ยืนยันว่ามันไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งร้างแต่อย่างใด
ไคน์จัดการเลื่อนโต๊ะยาวตัวหนึ่งที่ขวางทางออกไป ใช้มือััไปที่ต้นไม้ขนาดใหญ่เพียงต้นเดียวภายในจุดพักแรม
บนเปลือกไม้เต็มไปด้วยรอยขีดลึกที่น่าจะเกิดขึ้นจากคมมีดหรือดาบ เวลาผ่านมานานแล้วแต่ร่องรอยการเดินทางในอดีตยังคงฝังอยู่
ความทรงจำในวัยเด็กค่อย ๆ ผุดขึ้นมาเป็ฉาก ๆ รอยบากจากของมีคมย่อมเป็ฝีมือของพวกเขาสามคนทุกคนต่างไร้เดียงสา ร่าเริงและมีความฝันเกินตัว
ตอนนั้น ไคน์ นิโคลัสและเคท เพิ่งจะได้จับกลุ่มออกล่ามอนสเตอร์เป็ครั้งแรกพวกเขาอายุแค่แปดปี มีอาจารย์คอยเดินตามเป็พี่เลี้ยง เป้าหมายคือตามล่าพวกสไลม์กระจอกๆ ตามชายป่าละแวกนี้
ส่วนร่องรอยขีดเขียนเยอะแยะบนต้นไม้ต้นนี้ คือตัวแทนจำนวนของสไลม์ที่พวกเขาแข่งขันและกำจัดได้ในแต่ละวัน
“นิค ไคน์ รอก่อนจ้ะ!”
ระหว่างที่เด็กหนุ่มสองคนกำลังจะเดินออกจากจุดพักนี้ พวกเขากลับถูกะโเรียกให้หยุดโดยใครบางคน
มีคนจำนวนห้าคนได้มุ่งหน้ามาจากทิศทางของหมู่บ้าน ไคน์หันหลังกลับไปดูเป็คนแรกกลายเป็ว่าเ้าของเสียงอันคุ้นเคยคือ นางคอรีน ฟอร์เต แม่เลี้ยงคนงามของนิโคลัส
ชายฉกรรจ์สี่คนที่มาด้วยกันล้วนเป็ยามฝีมือดีของหมู่บ้าน เนื่องเพราะนิโคลัสกำลังจะกลายเป็ผู้กล้าในอนาคตพวกเขาจึงจำเป็ต้องตามมาอารักขาคนในครอบครัวของนักดาบหนุ่ม
“คุณป้า หวัดดีครับ”
“ดีจ๊ะ ไคน์ พอดีเลย มีส่วนแบ่งของเธอด้วยนะจ๊ะ”
“แม่.. มาทำไมครับ?”
“นิค แม่เห็นว่าลูกแทบไม่ได้แตะข้าวเช้าบนโต๊ะ เลยเอาข้าวกล่องมาส่งรู้ว่ารีบ แต่ถ้าลูกไม่กินอะไรให้อิ่มท้อง มันจะไม่มีแรงเอาได้นะจ๊ะ”
“.... ขอบคุณครับ”
นิโคลัสรับข้าวกล่องมา คอรีนยังพูดเอ่ยเตือนพวกเขาให้คำนึงถึงด้านความปลอดภัยเป็หลักแล้วจึงค่อยจากไป
ระหว่างที่แม่เลี้ยงคุยกับลูกชาย ไคน์ยืนสังเกตอยู่ด้านข้างไม่ไกลเขาเห็นนิโคลัสทำตัวผิดสังเกต ฝ่ายชายค่อนข้างตะขิดตะขวงใจ ใบหน้าแดงเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าอับอายเพราะฝ่ายหญิงพยายามเอาใจใส่มากเกินไปจนทำให้ฝ่ายชายแลดูเหมือนเด็กหรือ เพราะความสัมพันธ์เื้ัของทั้งคู่นั้นกำลังเริ่มเกิดรอยร้าว ไม่ก็อาจจะมีอะไรแอบแฝง
‘ฉันชักได้กลิ่นตุ ๆ’
จอมเวทหนุ่มเดาว่าน่าจะเป็ข้อแรกมากกว่า ทว่าประเด็นอื่นก็ไม่สามารถมองข้ามหรือตัดทิ้งได้เช่นกัน
ไคน์ยกมือลูบคาง สองแม่ลูกคู่นี้ล้วนไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเืจะเกิดอะไรขึ้นหากความใกล้ชิดตลอดระยะเวลาหลายปีจะทำการเปลี่ยนข้าวสารให้กลายเป็ข้าวสุกเปลี่ยนความรู้สึกห่วงใยให้กลายเป็ความรักต้องห้ามต่างวัย
เด็กหนุ่มตบบ่านิโคลัส
“ทำไมทำหน้ามุ่ยแบบนั้น น่าอิจฉาจะตาย นั่นหมายถึงเธอเป็ห่วงนายมากไงล่ะ”
“อืม ก็แค่... รู้สึกเสียหน้านิดหน่อย”
“ฟังนะเพื่อน แม่เลี้ยงแบบคอรีนน่ะหาได้ยาก เธอลำบากเพื่อนายนายไม่ควรทำให้เธอรู้สึกแย่”
ไคน์พูดเพียงแค่นั้น นิสัยลึก ๆ ของนิโคลัสเป็คนหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีด้วยมันสมองของเขา ถ้าไม่โง่ มันไม่ยากที่จะเข้าใจในสิ่งที่เด็กหนุ่ม้าจะสื่อ
ส่วนเื่ว่าที่ผู้กล้าในอนาคตคนนี้อาจกำลังสวมหมวกเขียวให้แฟนสาวหรือเปล่านั้นมันจำเป็ต้องพิสูจน์เพื่อหาความจริง
ถ้าไม่มีผลประโยชน์ ไคน์ย่อมขี้คร้านจะเข้าไปก้าวก่าย นั่นเป็เคทที่จะต้องสืบหาต้นตอและรับผลกระทบเอาเองเขาไม่มีทางเตือนเธอก่อนเด็ดขาด
‘ใครใช้ให้ยัยนั่นไม่เลือกฉันล่ะ’
มองในอีกแง่หนึ่ง ถ้านิโคลัสใช้เคทเป็เครื่องมือ หวังตีท้ายครัวเพื่อย่องเข้าหาแอนนาและ้ารวบสองแม่ลูกให้เป็มัดเดียวกัน ไคน์อาจไม่ยอมอยู่เฉย ๆแล้วมองหาลู่ทางให้ฉกฉวย
บางที เด็กหนุ่มอาจเข้าไปขัดขวางหรือเลียนแบบทำตามดูบ้าง เขาอาจจะลองตีท้ายครัวนิโคลัสอีกทีเพื่อสร้างโอกาสเข้าหาแม่เลี้ยงคอรีน เผื่อบังเอิญเกิดสำเร็จขึ้นมา เขากับนิโคลัสก็ถือว่าต่างคนต่างหายกันแล้ว
….
เมื่อพระอาทิตย์ลอยคว้างอยู่กลางศีรษะ ห่างจากหมู่บ้านมาไกลมากลึกเข้าไปในผืนป่าที่กว้างใหญ่ การต่อสู้ทยอยเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าฝ่ายหนึ่งคืุ์สองคน อีกฝ่ายคือฝูงมอนสเตอร์ตามถิ่นที่อยู่ต่าง ๆ
โฮก!
“PowerSlash!”
“BigSlash!”
นิโคลัสใช้ดาบปัดป้องการโจมตีของวากาบอนวูล์ฟสองสามตัวด้านหน้าจากนั้นซัดออกด้วยสกิลดาบเขาหมุนตัวหนึ่งร้อยแปดสิบองศาเพื่อต้านรับวากาบอนวูล์ฟอีกสองตัวที่ลอบเข้ามาโจมตีจากด้านหลังแล้วะโหลบไปอีกทาง พร้อมฟันเข้าใส่จ่าฝูงหมาป่าที่ตั้งตัวไม่ทัน
“FireBall!”
“FireArrow!”
บนคบคาต้นไม้ ไคน์ซึ่งไม่จำเป็ต้องลงไปวิ่งล่อมอนสเตอร์ด้วยตัวเองเขาซ่อนอยู่้าอย่างสบายใจ เพียงรอให้นิโคลัสทำหน้าที่เป็ตัวชนให้และซุ่มเล่นงานทีเผลอ
ลูกบอลไฟถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า หมาป่าตัวเท่าลูกวัวจำนวนหนึ่งหลบไม่ทันถูกเผาตายทีละตัว และสุดท้ายศีรษะของจ่าฝูงก็ถูกสะบั้นลงด้วยน้ำมือของว่าที่ผู้กล้าหัวแดง
ถึงตอนนี้ ไคน์กับนิโคลัสทำการกวาดล้างมอนสเตอร์ละแวกนี้เป็จำนวนสามกลุ่มจนเกือบเกลี้ยงตัดทอนความเป็ไปได้ที่พวกมันจะรวมตัวบุกรุกเข้าไปในหมู่บ้านละแวกนี้
รอบ ๆ เต็มไปด้วยกองซากศพของสากาบอนวูล์ฟ ศพของจ่าฝูงตัวเท่าแม่วัวมันมีขนสีตาลแดง บริเวณกะโหลกหน้าผากแตกออกด้วยสกิลเสริมแกร่งของดาบสองคม