สวัสดีค่ะวันที่ท้องฟ้ายามเช้าแจ่มใสอย่างนี้พบกับฉันมิร่า อัลเจน เมดประจำตัวสุดน่ารักของท่านไกรอัส ฉันต้องเปลี่ยนชุดจากชุดนอนเป็ชุดเมดเพื่อไปปลุกท่านไกรอัสซึ่งเป็กิจวัตประจำวันของเมด
หลังจากเปลี่ยนเป็ชุดเมดฉันก็ไปหาท่านไกรอัสที่ห้องของเขา พอถึงหน้าห้องฉันเคาะประตูแต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงเปิดเข้าไปโดยพูดขออนุญาตด้วยแต่ภายในห้องไม่มีใครอยู่เลย
“แบบนี้ก็แสดงว่า” ฉันเดินไปที่หลังคฤหาสน์จึงพบท่านไกรอัสที่เปลือยท่อนบนกำลังซ้อมดาบอยู่คนเดียว
เหงื่อที่ไหลตามร่างกาย
กล้ามเนื้อที่ถูกฝึกมาอย่างดีโดยเฉพาะกล้ามท้อง ไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่าตอนโตจะน่าดู อ่ะ น่าชม.. ไม่ใช่สิน่าชื่นชม? นี่ก็ไม่ใช่อีกแล้ว ขออภัยที่ล่วงเกินด้วยจินตนาการค่าท่านไกรอัส
โอ้ ดูเหมือนเขาจะเห็นฉันแล้วค่ะ แต่เขาดันเมินฉันเฉยเลยค่ะ ฉันจึงรีบวิ่งเข้าไปด้วยเวทลมไม่ให้เขาทันตั้งตัว แล้วกอดแถมรัดแขนเขาไว้
“ท่านไกรอัส อรุณสวัสดิ์ค่าา ขยันขันแข็งเหมือนเดิมเลยนะค้าา”
“อรุณสวัสดิ์บ้านเธอสิ!! เมดที่ไหนเขาใช้เวทลมพุ่งเข้ามากอดทักทายเ้านายกันฟะ รีบๆปล่อยเลยนะ”
“ไม่ปล่อยหรอกค่าา”
พอท่านไกรอัสเริ่มโตขึ้นก็ได้กอดเขาน้อยลง จะปล่อยโอกาสแบบนี้ไปได้ยังไง แถมเขายังขัดขืนไม่ได้ด้วย หืมทำไมรู้สึกว่าััตอนกอดมันไม่เหมือนกัน
“จะปล่อยหรือไม่ปล่อย…”
แย่แล้วค่ะ แขนซ้ายข้างถนัดของท่านไกรอัสที่กำลังถือดาบอยู่ หลุดออกจากการกอดรัดของฉันไปได้ อย่างงี้ต้องใช้ท่าไม้ตายแล้วค่ะ ฮึก ฮึก
“แงงงง ไม่เอานะคะะ ถ้าโดนต้องเจ็บมากแน่ๆเลยง่าา หนูยอมแล้ว อย่าตีหนูน้าาา”
“ถ้ายอมก็ปล่อยสักทีเซ้ ยัยเมดบ้านี่” เขายังไม่ใช้ดาบไม้ตีฉัน แสดงว่า..สำเร็จแล้ว ท่าไม้ตายได้ผลค่ะ
“ทั้งสองท่านกำลังกอดยามเช้าอยู่หรอครับ ผมขอร่วมด้วยคนสิคร้าบบ”
ท่านออลวินซ์มาเห็นพอดีจึงวิ่งเข้ามาพยายามกอดท่านไกรอัส แต่ก็โดนท่านไกรอัสใช้ดาบไม้ฟาดเข้าทีกลางหัว จึงลงไปนอนดิ้นอยู่ที่พื้นและร้องอย่างเ็ปเหมือนอย่างทุกที
ใช่ค่ะ เขาเคยลองทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เคยได้กอดท่านไกรอัสเลยสักครั้ง
“อ้ากก ทำไมตีแต่ผมละครับท่านไกรอัส เหยียดเผ่างั้นหรอครับ อ้ากกก”
“ฉันไม่ได้เหยียดเผ่าเฟ้ยย พวกนายนี่มันน่ารำคาญชะมัดเลยโว้ยย” เป็การเปล่งเสียงที่กังวาลและน่าเกรงขามมากค่ะ สรุปแล้วเช้าวันนี้ก็มีความสุขเหมือนเช่นเคยค่ะ
หลังจากฝึกซ้อมและไปอาบน้ำมาเรียบร้อย ก็ถึงเวลาทานข้าวค่ะ ตอนนี้ทั้งท่านดัสเชส คุณหนูไอริสและท่านไกรอัสกำลังนั่งทานข้างกันอย่างสงบเรียบร้อย
ไม่นานคุณหนูไอริสก็เริ่มบทสนทนา
“ท่านแม่คะๆ ไอริสมีเื่จะบอกค่ะ”
“เื่อะไรหรอจ้ะ” ท่านดัสเชสทำหน้าสงสัย
“เมื่อคืนไอริสได้พี่ชายมาด้วยค่ะ แถมไม่ฝันร้ายด้วย” พร้อมผายมือไปทางท่านไกรอัสด้วยความตื่นเต้น
ท่านไกรอัสก็ยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยน ขี้โกงจังเลยค่ะทีกับฉันยังไม่เคยยิ้มให้แบบนั้นเลย
“แหมๆ จากนี้คงต้องฝากลูกสาวด้วยนะจ้ะคุณพี่ชาย”
“ฝากไว้กับผมได้ตลอดชีวิตเลยครับคุณเบลล่า”
‘ปั้ง’ ไม่มีปี่มีขลุ่ยท่านออลวินซ์เปิดประตูเข้ามาตามแผนที่วางไว้
“ทุกท่านได้โปรดรีบอพยพไปที่โบสถ์ด้วยครับ ขณะนี้เมืองแอชที่อยู่ฝั่งตะวันตกโดนโจมตีครับ!”
หืม ไม่เหมือนบทพูดที่เตรียมกันไว้เลยค่ะ แถมมีทหารมาด้วยตั้ง10คน
“มัวยืนบื้ออะไรน่ะมิร่า รีบไปเร็วเช้า” ท่านไกรอัสกำมือของฉันแน่นและรีบพาวิ่งออกไปพร้อมกับพวกท่านดัสเชส
เมื่อออกมานอกคฤหาสน์ ข้างนอกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คนหนีกันอลม่านแออัดเต็มไปหมด ตอนนี้พวกเราทั้งหมดรีบมุ่งหน้าไปที่โบสถ์ ท่านไกรอัสก็ยังจับมือฉันไม่ยอมปล่อย แม้จะเข้ามาในบริเวณโบสถ์แล้วเขาก็ยังไม่ปล่อยมือฉัน แต่พอมองดูดีๆคนที่จับมือฉันอยู่ไม่ใช่ท่านไกรอัส
“ท่านออลวินซ์?” เขาหันกลับมามองที่ฉันและส่งสายตาสงสัยเช่นกัน
“คุณมิร่า? คุณอยู่กับท่านไกรอัสไม่ใช่หรอครับ?” ทั้งฉันและท่านออลวินซ์ตื่นตระหนก
ไม่มีทาง ทำไมฉันถึงไม่เอะใจเร็วกว่านี้ เพราะถ้้าเป็ท่านไกรอัสน่ะ…
ขณะนี้ผมกำลังมุ่งหน้าไปยัังเมืองกริม ใช่ เมืองที่กำลังถูกโจมตีอยู่นั่นแหละ ผมไม่ยอมให้เหตุการณ์บ้าๆแบบนั้นมาเกิดใกล้ๆเมืองของเด็กคนนั้นเด็ดขาด มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าผมสงสารชาวเมืองของอาณาจักรนี้หรือกล้าหาญอะไร
เพียงแต่ถ้าเมืองนี้ถูกทำลาย เมืองต่อไปที่จะต้องเจอกับเหตุการณ์นี้จะเป็เมืองของไอริส มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ ผมไม่ยอมให้น้องสาวของผมต้องเป็อะไรไปแน่
ไม่ช้าผมก็ผ่านประตูเข้ามาที่เมืองแอช
บ้านเมืองถูกทำลายไปครึ่งหนึ่ง
ผู้คนวิ่งอย่างไม่รู้จุดหมาย
ทหารของอีกอาณาจักรที่ไล่ฆ่าชาวเมืองอย่างไม่ลดละ
อัศวินของเมืองที่มีน้อยนิดเริ่มเสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆเพราะจำนวนที่ห่างกัน
มีเด็กผู้หญิงกำลังวิ่งหนีทหารมาทางผมด้วยหน้าตาที่ดูไม่ได้
“ช่วยด้วยค่. กรี๊ดดด”
ยังไม่ทันจะวิ่งมาถึงจุดที่ผมอยู่เธอก็ล้มลงเพราะไฟบอลลูกใหญ่ที่กระแทกหลังเธอ ไฟลุกท่วมร่างกาย กรีดร้องอย่างทรมาน เธอโดนเผาจนตายทั้งเป็ ผมไม่สามารถช่วยเธอได้เลย
ขาผมสั่นแล้วอยู่ๆก็ไม่มีแรงจนล้มลงในท่าคุกเข่า ผมทำได้เพียงกรอกตาไปรอบๆ ดูผู้คนล้มตายและถูกฆ่าอย่างทรมาน
ภาพในวันที่อาณาจักรฮาร์ดล่มสลาย ภาพที่ครอบครัวและชาวเมืองถูกฆ่าตาย
หัวของผมปวดขึ้นเรื่อยๆ หน้าทิ่มลงพื้นดิน ผมเอามือกุมหัวอย่างเ็ป
ไม่นะ ผมทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ปกป้องใครไม่ได้เลย ทุกคนกำลังจะตาย ไม่ได้นะ ไม่นะ
“อ๊ากกกกก” หัวของผมเหมือนจะะเิ ทั้งร่างกายรู้สึกแตกสลายไปทุกส่วน ผมควบคุมร่างกายไม่ได้แล้ว
“ในที่สุด ก็ได้เจอกันแล้ว ขอยืมร่างกายสักเดี๋ยวนะ”
เสียงนั้นกลับมาดังในหัวอีกครั้ง ไม่สิ เหมือนว่าอยู่ข้างๆกันมากกว่า แล้วสติผมก็ดับลงไป
ณ บ้านไวท์ฟรอนเทียร์ เพิลล์ที่อยู่ในห้องเรียนเวทมนตร์กำลังภาวนาให้สามีของเธอปลอดภัย อยู่ๆเสียงแก้วแตกก็ดังขึ้น
‘เพล้งง' ลูกแก้วที่เธอวางไว้บนชั้นแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ สิ่งที่น่าใกว่านั้นคือจากลูกแก้วสีขาวกลับดำสนิทไม่เหลือสีขาวทั้งภายนอกและภายใน เธอยิ่งใและกังวลเข้าไปใหญ่กับเื่นี้
“ขอให้ทุกคนปลอดภัยด้วยเถอะค่ะ”
ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน วิสัยทัศน์มืดมิด เสียงรอบๆเงียบจนน่าใจหาย ไม่สามารถขยับร่างกายได้ ไม่สิ รู้สึกถึงร่างกายตัวเองไม่ได้เลยมากกว่า แต่สักครู่ก็มีเสียงพูดดังขึ้นมา
“ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้วไม่คิดจะทักทายเพื่อนเก่าหน่อยหรอ”
เสียงเดิมกับที่เคยได้ยิน พร้อมกับคำพูดที่ไม่เข้าใจเช่นเดิม เพื่อนเก่า? หมายความว่ายังไงน่ะ ผมรู้จักเธอด้วยงั้นหรอ อยากถามเหลือเกินแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่มองก็ยังไม่เห็น
“อ่ะ ลืมไป ฉันควบคุมร่างกายนายอยู่นี่นะ”
พอเสียงจบลงก็มีบางอย่างััที่กลางหน้าผากของผม ทันทีที่ัั วิสัยทัศน์ของผมเริ่มกลับมาทีละนิด ร่างกายก็เริ่มขยับได้
ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าผม
เธอมีผมสีม่วงที่ยาวจนถึงพื้น
ดวงตาสีดำที่ลึกไร้จุดจบ
รูปร่างผอมเพรียว สูงประมาณ 170 เิเ
สวมชุุดเดรสสีดำที่เปิดไหล่โชว์หน้าอกค่อนข้างเยอะ
ตอนแรกเธอใช้นิ้วชี้ััที่หน้าผากของผม เมื่อเธอเห็นว่าผมกลับมามองเห็น เธอจึงถอยกลับไปหนึ่งก้าวแล้วนำมือไขว้หลัง พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูมีความสุขเท่าที่ควร
**คราวนี้คงคุยกันได้แล้วสินะ ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งไกรอัส เพื่อนเก่าของฉัน**
แม้จะไม่มีความทรงจำใดเกี่ยวกับเธอ แต่เพียงมองเห็นและได้ยินเสียงอย่างชัดเจน ในหัวผมก็เกิดคำๆหนึ่งขึ้นมา
“ออร่า?”