“ เมื่อห้าร้อยปีก่อน ท่านพ่อละสังขาร ไปอยู่กับพระถังซัมจั๋ง ที่ดินแดนขอบฟ้า ไร้ที่สิ้นสุด ทิ้งให้ข้าปกครอง ชนเผ่าลิงที่ภูเขาฮัวกั่วซัน แต่มาวันหนึ่ง พวกทหารสวรรค์ก็มาขับไล่พวกเรา ให้ไปอยู่ที่ ดินแดนสนธยา พวกเราไม่มีใครอยากย้ายถิ่นฐานบ้านเกิด จึงไม่ยอมย้าย ทำให้เกิดการต่อสู้กันคนของข้าถูกพวกทหารสวรรค์ฆ่าตายเป็นจำนวนมาก ข้าพยามสู้พวกมันสุดชีวิต ฆ่าพวกมันตายไปมาก แต่พวกมันมากเหลือเกิน ข้าต้านไม่ได้เลยถูกจับไปขังคุกสวรรค์ กระบองค้ำสมุทรของท่านพ่อหงอคงถูก ทหารสวรรค์ชิงไป”
“ แล้วเจ้าหนีออกจากคุกสวรรค์มาได้อย่างไร”
“ ท่านอาหยางเจี่ยน สั่งให้เห่าฟ้าปล่อยข้าออกมา ท่านบอกว่าท่านพ่อขึ้นมาอยู่ที่แดนสวรรค์ที่ อารามเมฆาเขียว ข้าเลยหนีมาที่นี่”
“ หยางเจี่ยนเป็นอย่างไงบ้าง” เทียนเอ่ยถาม
“ ท่านอาบอกว่า เขาเห็นว่าท่านพ่อมาแล้ว แต่ว่าทางสภาสวรรค์จับตาท่านอยู่จึงไม่อาจมาได้ เกรงว่าท่านพ่อจะเดือดร้อน”
“ ตอนนี้คนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างไม่รู้ พวกเราไปดูคนของเจ้ากันก่อน แล้วค่อยไปชิงเอา กระบองค้ำสมุทรกลับคืนมา”
“ ท่านพ่อคนของข้าที่มีชีวิตรอดน่าจะอยู่ที่แดนสนธยา ส่วนที่ภูเขาฮัวกั่วซันนั้นไม่มีคนของข้าเหลือรอดแล้ว” เสี่ยวหลงเอ่ยอย่างเศร้าใจ
“ ถ้าเช่นนั้นไปเอากระบองค้ำสมุทร กลับมา เจ้ารู้ไหมมันอยู่ที่ไหนเวลานี้”
เสี่ยวหลงหลับตาแล้วส่งจิตไปหา กระบองค้ำสมุทร ไม่นานก็พบ
“ มันถูกนำไปไว้ที่ใต้บาดาลที่ทะเลตงไห่ที่เดิม มันถูกจองจำด้วยโซ่สายฟ้าด้วย
เวลานี้มีเจ้ามังกรตงไห่คนใหม่เฝ้าไว้”
“ เวลานี้เจ้าถูกสวรรค์ตามล่าอยู่ เจ้ากลับไปอยู่ในเจดีย์ก่อนจะปลอดภัยที่สุด
ไว้ข้าปรึกษาอาจารย์ก่อน หากไม่มีปัญหาอะไร ข้าจะไปเอามาคืนให้เจ้าเอง”
เทียนส่งเสี่ยวหลงเข้าไปในเจดีย์เหมือนสมัยเด็ก จากนั้นก็ไปปรึกษาอาจารย์
เพราะเทียนไม่อยากให้ อารามเดือดร้อนหากเทียนไปก่อเรื่องกับทหารสวรรค์
เทียนเข้าไปพบอาจารย์หลี่ตงปินก็รีบเอ่ยถามทันที
“ อาจารย์ถ้าข้าไปเอา กระบองของเสี่ยวหลงกลับมา คิดว่าจะมีปัญหาอะไรไหม”
“ ไม่มีหรอก หากมีปัญหาอะไรข้าจะจัดการเอง แต่พวกทหารสวรรค์คงจัดคนเฝ้าไว้ไม่น้อย เจ้าไปก็ระวังตัวด้วย เรื่องของเสี่ยวหลงข้ารู้มานานแล้ว ข้าเคยค้านเรื่องการขับไล่พวกเซียนอสูรเหล่านี้ไปอยู่ที่แดนอสูร แต่ไม่คิดเลยว่าพวกเขาถึงกับเข่นฆ่า พวกสัตว์อสูรไปมากมาย สภาสวรรค์นี่ช่างเหลวไหลจริง ๆ”
“ สภาสวรรค์ชุดนี้ทำไมช่างโหดร้ายเหลือเกิน”
“ คนพวกนี้ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจริง ๆ ขนาดข้าเป็นเทียนจุน พวกมันยังกล้าส่งคนมาปิดสำนักของข้า ดีแล้วที่เจ้าสั่งสอนพวกมันไป”
“ ถ้าเช่นนั้นศิษย์ขอลา ไปนำกระบองเสี่ยวหลงกลับมาก่อน”
เทียนเดินออกมา ก็ยังเห็น ทหารสวรรค์ยังคงเป็นน้ำแข็งอยู่หลายร้อยคนเทียนไม่สนใจปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปสักระยะ ต่อไปจะได้ไม่เหิมเกริมแบบนี้ ฝ่ายศิษย์คนอื่น ๆ ที่เห็นก็ต่างสมน้ำหน้าทหารสวรรค์เหล่านี้
เทียนเข้าไปในเจดีย์แล้วบอกปู่หลี่ให้พาไปที่ทะเลตงไห่ทันที
“ ท่านพ่อ คนนี้เป็นใคร” ไท่ซีเห็นเสี่ยวหลงเข้ามาก็รีบวิ่งเข้ามากอดขาเทียนเอาไว้แล้วถามทันที
“ นี่คือพี่ใหญ่เจ้า เสี่ยวหลง”
“ พี่ใหญ่” ไท่ซีคำนับทันที เสี่ยวหลงอุ้มไท่ซีมาอุ้มด้วยความเอ็นดูทันที
เทียนให้สองคนอยู่ด้วยกัน ไท่ซีดูมีความสุขมากกว่าที่อยู่คนเดียว ไทซีจูงมือเสี่ยวหลง
เข้าไปในดาวนพเก้า พาไปดูเซรีน เทียนเลยนั่งคุยกับปู่หลี่เรื่องของมังกรตงไห่
“ ท่านปู่หลี่มังกรตงไห่นี่มีฤทธิ์เดชมากไหม”
“ เจ้ามังกรตงไห่ เป็นมังกรทะเล สู้มังกรฟ้าที่เจ้าสังหารไม่ได้หรอก เจ้าไม่ต้องกังวลใจ คอยระวังพวกคนจากสภาสวรรค์ที่ส่งมาเฝ้าดีกว่า”
“ ช่วงนี้ข้าคงต้องให้เสี่ยวหลงมาอยู่ที่นี่ไปก่อน ขืนปล่อยไว้ข้างนอกอาจถูกพวกทหารสวรรค์จับไปอีก ต้องรบกวนท่านปู่ด้วยนะครับ”
“ ดีแล้วข้าก็คิดถึงเสี่ยวหลงอยู่เหมือนกัน ไท่ซีจะได้มีเพื่อนด้วย”
ทั้งสองคุยกันได้อีกไม่นานก็มาถึงทะเลตงไห่ เทียนแปลงร่างเป็นตี้เทียน เจดีย์พุ่งไปในน้ำแล้วลอยลงมาอยู่ใต้บาดาล เทียนส่งจิตสัมผัสออกไป พบกับ ผู้มีพลังเซียนระดับ เซียนสวรรค์ถึง สองคน คนหนึ่งเป็นเจ้ามังกรตงไห่ อีกคน เป็นชายวัย40 ปี ใส่ชุดสีขาว นั่งดื่มน้ำชากันเพียงสองคน น่าแปลกทหารใต้บาดาลไม่มีใครคอยเฝ้าอยู่แม้แต่คนเดียว เทียนไปปรากฏตัวที่แท่นตั้งกระบองค้ำสมุทร มีโซ่สายฟ้ารัดป้องกันไว้ไม่ให้ กระบองเคลื่อนไหวไปไหน สะกดพลังของกระบอง
เซียนสวรรค์ทั้งสองคนหันมามองเทียนด้วยสายตานิ่งเฉย เทียนเห็นทั้งสองไม่พูดได้แต่มอง เทียนก็ไม่สนใจเช่นกัน ใช้ดาบมาร ฟาดโซ่สายฟ้าขาดสะบั้นทันที
“ บังอาจ” เสียงของทั้งสองคนดังขึ้นพร้อมกัน ชายชุดขาว ใช้พิณดีดพลังปราณเข้าใส่เทียนทันที ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว มีเงาดาบพุ่งเข้ามานับร้อยๆ ดาบ เทียนใช้มือซ้ายปล่อยพลังแสงนพเก้าออกไป ตูม พลังแสงพุ่งปะทะจนปรานดาบถูกทำลายไป
แต่พลังแสงไม่หยุดพุ่งเข้าใส่พิณ จน ชายชุดขาวต้องนำพิณหลบรอดไปอย่างหวุดหวิด
“ ข้าขอเตือน เจ้าทั้งสองอยากมีชีวิตเซียนยืนยาว อย่ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้” เทียนขู่กลับไป
“ ท่านเซียนพิณ พวกเราร่วมมือกันเถอะ” มังกรเจ้าสมุทรตงไฮ่ไม่กลัวเสียงเตือนของเทียนแต่หันไปบอกให้ เซียนพิณร่วมมือพร้อมกัน เซียนพิณพยักหน้าแล้วทั้งสองแยกกันไปคนละฝั่งซ้ายและขวา ของเทียน
มังกรสมุทรใช้กระบี่มังกรปล่องแสงเข้าใส่เทียน ส่วนเซียนพิณ ดีดพิณปล่อยเป็นเงาเทพถือง้าวออกมาสามคนพุ่งเข้าโจมตีเทียนพร้อมกัน เทียนปล่อยสำนึกดาบออกไปนับร้อยดาบพุ่งเข้าปะทะกับแสงของกระบี่มังกร จนแสงกระบี่มังกรถูกทำลายไป แต่เงาดาบของเทียนยังพุ่งเข้าโจมตี มังกรสมุทร จนถูกฟันแขนขาด ทีเดียวสองข้าง ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความโกรธแค้น ส่วนเงาเทพถือง้าว สามคนถูกฝ่ามือยูไล กระแทกใส่นับร้อยฝ่ามือ จนพิณระเบิดแตกเป็นเสี่ยง เซียนพิณถูกฝ่ามือยูไลกระแทกร่างนับไม่ถ้วน กระเด็นไปนอนกับพื้นกระอักเลือด เทียนเรียกกระบองค้ำสมุทรออกมา ไว้ในมือ
และปล่อยพลังจากสามราชาเข้าใส่ไปในกระบองค้ำสมุทร กระบองเริ่มรับพลังจากเทียน ทำให้มันเริ่มกลับมีพลังชีวิตใหม่อีกครั้ง มันส่องแสงประกายออกไปทั่ว
“ แสดงพลังที่แท้จริงของเจ้าให้พวกมันดูว่า เจ้านั้นมีพลังมากแค่ไหน ต่อไปยังจะกล้าจับเจ้ามาล่ามโซ่อีกไหม” เทียนบอกกับเจ้ากระบองยักษ์เหมือนมันจะรับรู้
มันขยายร่างใหญ่โตสูงขึ้นไปถึงแดนสวรรค์ กระแสพายุหมุนไปรอบ ๆ บริเวณ คลื่นทะเลปั่นป่วน กลายเป็นคลื่นยักษ์ม้วนไปมา ท้องฟ้าร้องคำราม ไปทั่งแผ่นฟ้าชาวแดนสวรรค์ แดนเซียน แดนมนุษย์ ต่างได้ยินเสียง มันคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นที่บังอาจกักขังมันไป เหมือนจะประกาศศักดาให้ทั้งสามโลกได้รู้ว่า มันกลับมาแล้ว ใครหน้าไหนกล้าจะจับมันอีกก็เสนอหน้าออกมาได้เลย
มังกรเจ้าสมุทรตงไฮ่ที่แค้นจัดกลายร่างเป็นมังกรยักษ์พร้อมจะโจมตีเทียนอีกรอบ แต่พอเห็นกระบองค้ำสมุทร เวลานี้ขยายตัวใหญ่กว่าตัวมันหลายเท่า ถึงกับเบรคตัวโก่ง ส่วนเทพพิณ ก็ใช้พลังสุดท้ายสร้างพิณยักษ์ออกมาเช่นกัน แต่พอเห็นกระบองที่สูงเสียดฟ้า ถึงกับยืนนิ่งมองด้วยความตกใจ เทียนใช้กระบองเจ้าสมุทรฟาดใส่เป็นแนวนอนกวาด พิณยักษ์และร่างมังกรสมุทร ทีเดียว ตูม ๆ ๆ ๆ พิณยักษ์แตกกระจาย เซียนพิณ ร่างแหลกเหลว
ส่วนมังกรสมุทรตงไห่ไม่ทันหนี ถูกฟาดร่างแหลกเหลวตามไปเช่นกัน ทะเลตงไห่กลายเป็นคลื่นยักษ์ กระจายไปทั่ว กระบองค้ำสมุทร ประกาศศักดาของมันให้เห็นอีกครั้ง
สภาสวรรค์ส่งทหารสวรรค์นับพัน พร้อมแม่ทัพเซี่ยตง ที่คุมเขตทะเลตงไห่ ออกมาดูเหตุการณ์ เพราะมีเสียงขอความช่วยเหลือจากเซียนพิณ
พอเห็นว่ามีคนปล่อยกระบองค้ำสมุทรเป็นอิสระ ก็ตกใจสั่งให้ทหารเข้าจับกุมเทียนทันที แต่อนิจา พวกมันไม่เคยเห็นพลังที่แท้จริงของกระบองของเทพซุนหงอคงมาก่อน เทียนใช้กระบองฟาดตรง ๆ เข้าใส่ทหารสวรรค์ทีเดียว กระบองวิเศษแยกร่างยักษ์ กลายเป็นร้อยกระบองฟาดใสทหารสวรรค์ทีเดียว ร่างระเบิดกระจายตายไปพร้อมกัน นับพันคน เหลือเพียงแม่ทัพเซี่ยตง ที่เห็นอานุภาพ อันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ของกระบอง จึงรีบพุ่งร่างกลายเป็นแสงหนีไป แต่กระบองเทพไม่พอใจแค่นี้ลอยออกจากมือของเทียนลอยไปฟาดเข้าใส่แสงที่ว่าเดินทางเร็วแล้ว แต่ยังช้ากว่าเจ้ากระบองวิเศษอันนี้ เปรี้ยง ร่างของแม่ทัพเซี่ยตงที่เป็นลำแสง ถูกฟาดทำลายแหลกรานไป เหลือแต่วิญญาณหนีไปได้ เพื่อไปรายงานสภาสวรรค์ต่อไป
กระบองค้ำสมุทร คลายความโกรธลงก็หดร่างเป็นกระบองอันเล็ก มาอยู่ในมือเทียน เสียวหลงเห็นเหตุการณ์จึงออกมาจากเจดีย์ทันที
“ โอ้โฮ ท่านพ่อ ทำไมพี่กระบองเวลาอยู่ในมือท่านพ่อทำไม ถึงร้ายกาจเช่นนี้ ครั้งนั้นอยู่ในมือของข้า ไม่ยอมปล่อยพลังขั้นสุดยอดแบบนี้ออกมาเลย” เทียนโยนกระบอกคืนให้กับเสี่ยวหลงไป กระบองก็ม้วนร่างพันแนบร่างเสี่ยวหลงเหมือนงู เหมือนกับจะบอกว่าคิดถึงเสี่ยวหลงมาก เสี่ยวหลงลูบกระบองด้วยความคิดถึงเช่นกัน
“ ตัวพ่อมีพลังของสามราชา ผู้สร้างกระบองค้ำสมุทรอันนี้ เพียงปล่อยพลังของพ่อให้มันไป มันจึงแสดงพลังขั้นสูงสุดออกมาได้ ไว้ต่อไปพ่อจะถ่ายทอดพลังนี้ให้เจ้า” เทียนมีพลังเจ้าเทพฝูซี ผู้สร้างศาสตรวุธชิ้นนี้ จึงปล่อยพลังให้กระบองวิเศษ
ประกาศศักดาได้ระดับนี้
“ ขอบคุณท่านพ่อ” เสี่ยวหลงดีใจมาก เวลานี้เสี่ยวหลงมีพลังเซียนระดับ เซียนสวรรค์ขั้นต้นแล้ว พอเจอพลังของเทียนที่มีพลับแค่เซียนระดับฟ้า ยังไม่สามารถเทียบกับพลังของเทียนได้เลยแม้แต่น้อย
เทียนกลับมาที่สำนักอารามเมฆาเขียว แต่คราวนี้ไม่มีคนของทหารสวรรค์เหลืออยู่แล้วเทียนเดินเข้ามาในสำนักในร่างของ หลี่เทียน ศิษย์พี่เฉินคุนรีบเข้ามาหาเทียนทันที
“ นี่เจ้าไปไหนมา ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ท่านเกาจู่เทียนจุน กับท่านฉินซื่อเทียนจุนสองท่านมาเยือนสำนักอารามของเราพร้อมกัน แล้ว ท่านอาจารย์ของเราก็ออกมาต้อนรับ พวกเราเห็นเทียนจุนตัวเป็น ๆ มายืนในสำนักของเราพร้อมกันสามคนเลย” ศิษย์พี่เฉินคุนพูดด้วยความตื่นเต้น
“ พวกเขามาทำไมกัน”
“ ไม่รู้หรอก แต่พวกเขามาดู ศิลาอักษรกระบี่ของเจ้า ตั้งนาน เหล่าศิษย์ที่ติดตามมาเข้าไปทดสอบกระบี่ของเจ้าทั้งสองระดับ ไม่มีใครสามารถเอาชนะเจ้าได้เลยสักคน แต่ว่าอีกสองระดับ เซียนสวรรค์พวกเขาเอาชนะได้ กลายเป็นมีชื่อติดอันดับ1
แทนศิษย์พี่ของสำนักเรา สร้างความแค้นใจให้กับพวกเราหลายคน โดยเฉพาะเหล่าศิษย์พี่ต่างมาจ้องอักษรกระบี่ของเจ้าทั้งวันทั้งคืน คงคิดจะเข้าไปแก้มือแน่ๆ เลย”
“ เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครเป็นหนึ่งได้ตลอดกาลหรอก”
“ ท่านนักพรตเสียนเฟิง ต้องการพบเจ้าไปเถอะ” ศิษย์พี่พาเทียนไปพบกับท่านนักพรตเสียนเฟิง
“ แล้วไอ้หุ่นน้ำแข็งหายไปไหนหมดล่ะ”
“ อ๋อ อาจารย์ปล่อยพวกมันไปหมดแล้ว แล้วบอกพวกมันว่า หากครั้งหน้ากล้าเสียมารยาทเช่นนี้อีก อาจารย์จะเสกให้พวกมันเป็นหมูให้หมดเลย พวกมันตัวสั่นรีบวิ่งหนีกลับไปทันที ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างสะใจจริงๆ”
เทียนเข้ามาในอาคารสำนักงานของอาราม นักพรตเสียนฟงเห็นเทียนมาก็ลุกขึ้น ออกมาคุยด้วยทันที
“ อาเทียนมาแล้วเหรอ มาๆ นั่งคุยกันก่อน” นักพรตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนเอาใจเทียน เป็นพิเศษ
“ ข้าเพิ่งทราบว่าท่านเจ้าอารามรับเจ้าเป็นศิษย์แล้ว ดังนั้นเจ้าก็ได้อัปเกรดเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของทุก ๆ คน ที่ในสำนัก นี่คือป้ายใหม่ประจำตัวของเจ้า ส่วนสิทธิพิเศษ อย่างแรก ห้องที่พักของเจ้าไปอยู่ชั้นบนสุดของเจดีย์ที่พักฟรีตลอดไป
แล้ว สามารถเข้าไปในบ่อเซียนมรกตได้ไม่จำกัด สามารถจ่ายคะแนนความดีแลกของที่สำนักงานได้ส่วนลด ครึ่งหนึ่ง ห้องสมุดของสำนักอารามเข้าได้ทุกชั้น ห้องฝึกฝนพิเศษ เข้าไปได้ตลอดเวลาไม่มีจำกัด” ท่านนักพรตเสียนเฟิงนำป้ายทองมาให้เทียนแทนป้ายอันเก่า โดยคะแนนที่มีอยู่ได้ถูกขนย้ายมา ซึ่งเวลานี้มีคะแนนความดี เพื่มขึ้นมาเป็น 7 ล้านแล้ว เทียนคิดว่าคงจะเพิ่มมาจากร้านเกมสัประยุทธ์แน่ๆ เลย
“ นี่เจ้ายังไม่ได้ไปพบกับท่านเจ้าอารามใช่ไหม”
“ ข้าเพิ่งกลับมา ยังไม่ได้ไปพบท่านเลย”
“ ข้าบอกเจ้าก่อนก็ได้ เมื่อวานมีท่านเกาจู่ เทียนจุน กับท่าน ฉินซื่อ เทียนจุน มาเยี่ยมเยียนสำนักอารามของเรา พวกเขาเห็นอักษรกระบี่ของเจ้า จึงได้ให้ศิษย์ไปลองทดสอบ ปรากฏว่าทุกคนต่างได้รับพลังกระบี่เพิ่มขึ้น ท่านทั้งสองก็ลองไปสัมผัสดู ท่านทั้งสองพอใจมากนึกไม่ถึงว่า ศิษย์สำนักอารามของเรา จะมีคนรู้แจ้ง
ถึงสำนึกกระบี่ แล้วสามารถถ่ายทอดให้คนอื่นได้รับรู้ได้เช่นนี้ จึงให้ลูกศิษย์ทั้งหมดที่ตามมาไปทดสอบกระบี่ในหอกระบี่ ทุกคนล้วนพ่ายแพ้ภายกระบี่เดียว
ยิ่งทำให้พวกเขาอยากรู้จักเจ้ายิ่งนัก” นักพรตเสียนเฟิงพักจิบน้ำชาแล้วเอ่ยต่อว่า
“ พวกเขาเชิญเจ้าไปที่สำนัก อยากให้เจ้าทิ้งจิตกระบี่เพื่อให้เหล่าศิษย์ทดสอบและอยากให้เจ้าเขียนอักษรกระบี่ให้พวกเขา คนละหนึ่งตัว เจ้าจะว่าอย่างไร”
“ ให้ข้าเขียนอักษรกระบี่ให้พวกเขาน่ะหรือ”
“ ใช่พวกเขาจะให้เจ้า 10 ล้านคะแนนความดี กับได้สิทธิ์แช่น้ำพุเซียนของสำนักได้หนึ่งครั้ง ปกติไม่เคยอนุญาตให้คนนอกเข้าไปแช่น้ำพุเซียนของพวกเขาเลยนะ”
“ อืมน่าสนใจ ดีนะ”
“ ดีนี่คือหยกรับเชิญ เจ้าไปที่ไหนก่อนก็ตามแต่ใจเจ้าเลย”
“ ขอบคุณท่านนักพรต” เทียนเอ่ยจบก็เดินออกมานอกสำนักงานเจอศิษย์พี่เฉินคุนรออยู่
“ ศิษย์พี่ใหญ่” เฉินคุนรู้เรื่องศักดิ์ฐานะที่เทียนได้รับคือเป็นศิษย์พี่ใหญ่ไปแล้วจึงต้องเรียกตามฐานะ
“ เรียกตามเดิมเถอะ ฟังแล้วไม่ชินเลย”
“ ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นกฏที่ต้องปฏิบัติตาม พวกเราจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้”
“ ตามใจ ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปสำนักของท่านเทียนจุนทั้งสอง ท่านติดตามข้าไปด้วย ข้าจะไปถามอาจารย์ก่อน ว่าจะไปที่ไหนก่อนดี” พอเทียนเอ่ยจบ เฉินคุนที่บัดนี้กลายเป็นศิษย์น้องไปแล้ว ดีใจสุดๆ เพราะจะได้ไปเที่ยวสำนักเทียนจุนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองแห่ง
“ ไปที่ สำนักอารามฉินซื่อ เทียนจุนก่อน” อาจารย์หลี่ตงปินบอกกับเทียน
“ พอไปถึง เจ้าเขียนอักษรกระบี่บนศิลาให้พวกเขาก่อน จากนั้นเจ้าค่อยไปรับพลังเซียนที่ น้ำพุเซียนของพวกเขา พลังของเจ้าจะทะลุระดับเซียนสวรรค์ได้ทันที”
“ ขอรับอาจารย์”...