ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 3 บทที่ 70 ขอร้องฉันสิ

    บทที่70 ขอร้องฉันสิ

         มิน่าซุนอี้เกอถึงได้มีสีหน้าแบบนั้นที่แท้ก็เพราะว่าคนที่ร้องคู่กับเธอมาไม่ได้แล้วนี่เอง

          "ฉันช่วยเธอได้นะ"

         เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วยิ้ม

          "ได้เหรอ?"

          ซุนอี้เกอตาลุกวาว อันที่จริงเธอก็ว่าจะไปตามหาเขาให้มาช่วยอยู่เหมือนกันแต่ว่าเธอนั้นค่อนข้างหน้าบางจึงพูดไม่ออก

         เย่จื่อเฉินไหวไหล่ไม่ปฏิเสธและยิ้มให้ "มีอะไรที่ไม่ได้ล่ะได้อยู่บนเวทีเดียวกับหัวหน้าซุนนับว่าเป็นเกียรติของฉันเลยนะ"

          "งั้นก็รบกวนนายด้วยนะ"

         สิบกว่านาทีต่อมา

          "ดาวมหาลัยซุน ถึงคิวเธอแล้ว"

         สมาชิกสภานักศึกษาคนหนึ่งวิ่งมาด้านหลังเวทีหลังจากที่ซุนอี้เกอขานรับ เย่จื่อเฉินก็ดึงหูฟังออก

          "เป็นไงบ้าง ร้องได้หรือยัง?"

         "พอได้แล้ว ไม่ทำให้เธอขายหน้าบนเวทีแน่นอน"

          ทั้งสองคนเดินเคียงคู่ออกจากด้านหลังไปทางเวทีในตอนที่เย่จื่อเฉินปรากฏตัวขึ้นบนเวทีอีกครั้ง ทั้งหอประชุมก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา

          "เย่จื่อเฉิน!"

         "อาเสี่ย!"

         "อาเสี่ย ฉันรักคุณ!"

         "เย่จื่อเฉิน ฉันอยากเป็นแฟนคุณ..."

          "......"

         บรรยากาศอันร้อนแรงนี้ทำให้เย่จื่อเฉินอดลูบจมูกตัวเองไม่ได้อะไรจะขนาดนั้น แค่ร้องเพลงเอง

          ซุนอี้เกอที่อยู่ข้างๆ ก็ตกใจไปกับบรรยากาศแบบนี้ด้วยเธอยืนอึ้งกับที่อยู่นาน

          "ว้าว นายฮอตมากเลย"

          "แหะๆ" เย่จื่อเฉินเกาหัวด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย

         กรอด

         ฟู่เฉิงหมิงที่ยืนถือสคริปต์งานอยู่บนเวทีแทบจะขย้ำสคริปต์งานจนเป็นก้อนกระดาษ

         เมื่อครู่นี้เขาอาศัยจังหวะที่สลับตัวพิธีกรดูโพสต์ในเว็บไซต์มหาวิทยาลัย

         ภายในเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเริ่มโพสต์กันอย่างดุเดือดเนื้อหาของโพสต์ล้วนแต่เกี่ยวกับเย่จื่อเฉินทั้งนั้น

         เดิมทีเขาเตรียมที่จะจ้างกองทัพเรือไปใส่ร้ายเย่จื่อเฉินสักนิดหน่อยหลังจากที่งานเลี้ยงจบลง แต่ไม่คิดเลยว่าเย่จื่อเฉินจะขึ้นมาอีก

         ซึ่งนี่เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้เปล่งประกายอีกครั้งรู้ไว้เลยว่าบนชั้นสองมีคนของทางบริษัทนายหน้ากำลังดูอยู่

          "ทำไมนายถึงได้ขึ้นมาอีก"

         ฟู่เฉิงหมิงขมวดคิ้วมุ่นเดินเข้ามาเย่จื่อเฉินมองเขาด้วยสีหน้าใสซื่อ แล้วพูดขึ้น

          "ทำไมล่ะ ฉันขึ้นมาอีกไม่ได้เหรอ?"

         "การแสดงของนายมันจบไปแล้วไง"

          "แล้วยังไงล่ะ ฉันเป็นนักร้องแล้วก็คอรัสด้วยไงฉันเป็นคอรัสรับเชิญไม่ได้เหรอ?"

          เย่จื่อเฉินกลอกตามองเขา เจ้าหมอนี่ไอคิวต่ำสิ้นดีคอยแต่จะหาเรื่องเขาไปทั่ว

         "นาย..."

          "เลิกเรียกได้แล้ว ทำหน้าที่พิธีกรของนายไปเถอะ ไปยืนอยู่ข้างเวทีนู่น"

         เย่จื่อเฉินผายมือเชิญฟู่เฉิงหมิงไปทางด้านข้างก่อนจะหันไปเม้มปากยิ้มกับซุนอี้เกอ

          "ไปเถอะ"

         เพลงที่ซุนอี้เกอเลือกคือเพลง เธอน่ารักจัง ของซ่งจื่อเซี่ยวกับอู๋เค่อฉิน

         สไตล์ของเพลงเป็นสไตล์ที่ค่อนข้างหวาน เมื่อถึงท่อนของเย่จื่อเฉินเขาก็เอื้อมมือไปจับมือซุนอี้เกอ...

         ทั้งคู่สบตากัน

         ตึกตัก

         ตึกตัก

         ซุนอี้เกอรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมา เนื่องจากสายตาของเย่จื่อเฉินทำให้ท่อนฮุคเธอร้องผิดไปตั้งหลายคำ

         แล้วก็เป็นเย่จื่อเฉินที่ช่วยดึงสติเธอกลับมา

          ในที่สุดก็ร้องเพลงจนจบ ซุนอี้เกอวิ่งไปด้านหลังเวทีทันทีหลังจากจบการแสดง

         เย่จื่อเฉินยืนงงอยู่บนเวที หลังจากที่โค้งให้คนที่อยู่ด้านล่างเวทีแล้วก็เตรียมจะกลับไปหลังเวทีแต่กลับโดนนักศึกษาที่อยู่ด้านล่างเวทีเรียกไว้

          "เย่จื่อเฉิน ร้องอีกเพลง"

          "ร้องอีกเพลง"

          "ร้องอีกเพลง"

         ใบหน้าของฟู่เฉิงหมิงบึ้งตึงทันทีเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเย่จื่อเฉินพร้อมกับพูดด้วยเสียงเย็นชา โดยไม่สนใจคำขอของนักศึกษาด้านล่างเวทีเลย

          "มัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ ยังไม่รีบลงไปอีก"

          "นายเมนส์มาหรือไง ถึงได้พูดจากระโชกโฮกฮากแบบนี้"

         เย่จื่อเฉินกลอกตามองบน ก่อนจะโบกมือให้กับนักศึกษาด้านล่างเวทีแล้วจึงเดินกลับเข้าหลังเวทีไป

         ในตอนนั้น ผู้ชายใส่แว่นตาดำที่ชั้นสองก็ได้ถอดแว่นกันแดดออกมาในดวงตาสีดำคู่นั้นมีประกายความตื่นเต้นอยู่จางๆ ราวกับพบเจอสมบัติล้ำค่า

          "เหล่าสือ ให้เด็กคนนั้นร้องอีกเพลง"

          "โอเค"

          ตรู๊ดดด

         จู่ๆ โทรศัพท์ของฟู่เฉิงหมิงที่ยืนอยู่บนเวทีก็ดังขึ้นหลังจากเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาบนหน้าจอเขาก็รีบเดินไปพูดคุยกับพิธีกรอีกคนที่อยู่ทางด้านข้าง ก่อนจะเดินไปด้านหลังฉาก

          "ครับท่านคณบดี"

          "ไปบอกเด็กที่ชื่อเย่จื่อเฉินนั่นกลับมาร้องอีกเพลง"

          "อะไรนะครับ?"

          ฟู่เฉิงหมิงอุทานเสียงดัง ก่อนจะพูดขึ้น

          "ทำไมครับ?"

         "ไม่ต้องมาถามผมว่าทำไม ท่านอธิการบดีกำชับผมมาคุณคิดดูเอาเองก็แล้วกัน"

         คณบดีวางสายไปทันที

          เพล้ง!

         ฟู่เฉิงหมิงโยนโทรศัพท์ราคาแพงที่ถืออยู่ในมือลงกับพื้นเต็มแรงจนแตกละเอียด

         เย่จื่อเฉิน!

          เย่จื่อเฉิน!

          เย่จื่อเฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เมื่อเปิดโทรศัพท์ก็เห็นว่ากลุ่มชายเถื่อนในหอส่งข้อความมาหาเขาไม่หยุด

         โดยถามเขาว่าสามารถเอาวีแชทของเขาให้ผู้หญิงได้ไหม

         เย่จื่อเฉินจึงตอบกลับแบบรวดเดียวว่า ไม่ได้!

          คิดจะใช้วีแชทของเขาไปจีบหญิงอย่างน้อยก็ต้องส่งอั่งเปามาเป็นการแลกเปลี่ยนสิเจ้าพวกนี้แม้แต่เลือดก็ยังไม่อยากเสียยังคิดจะมาขายเขาอีก

          แล้วเขาจะยอมได้ยังไง

         หันไปมองดูซุนอี้เกอเล็กน้อย ตั้งแต่ลงมาจากเวทีเธอก็เอาแต่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่สนใจใครเลย

         เย่จื่อเฉินเดินเข้าไปหาเธอ ก่อนจะนั่งยองลงตรงหน้าเธอแล้วพูดขึ้น

          "หัวหน้า ตื่นเต้นที่ได้ขึ้นเวทีใช่มั้ยล่ะ ตอนนั้นเธอร้องผิดตั้งหลายคำเลย"

          "อ๊ะ!"

          พอเห็นเย่จื่อเฉินที่นั่งยองอยู่กับพื้นซุนอี้เกอก็ร้องตกใจพร้อมกับลุกขึ้นยืน

         เมื่อครู่นี้ในหัวของเธอเอาแต่นึกย้อนกลับไปยังภาพที่เย่จื่อเฉินและเธอสบตากันไม่รู้ว่าทำไมพอคิดถึงเขาหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างน่ากลัว

          "เป็นอะไรเหรอ?"

          เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ซุนอี้เกอพูดแค่ว่าไม่ค่อยสบายแล้วก็วิ่งออกจากด้านหลังเวทีไปเลย

          "เป็นอะไรเนี่ย เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย"

         เย่จื่อเฉินมองซุนอี้เกอที่วิ่งออกไปด้วยหน้าตามึนงงแล้วไหวไหล่เตรียมจะเดินออกไปเหมือนกัน

         ซุนอี้เกอก็ไม่อยู่แล้ว ที่นี่ก็ไม่มีคนที่เขารู้จักอีก

          "เย่จื่อเฉิน"

         ฟู่เฉิงหมิงโผล่ออกมาจากหลังเวทีเย่จื่อเฉินหันหน้ากลับมาอย่างเอือมระอา ก่อนผายมือพูดขึ้น

         "คุณชายฟู่ครับ คุณชายเป็นเด็กเหรอครับ ทำไมนายจะมาหาเรื่องอะไรฉันอีก?"

         "ท่านคณบดีให้ฉันมาตามนายไปร้องเพลงอีกเพลง" ฟู่เฉิงหมิงกัดฟันพูด เย่จื่อเฉินยิ้มประหลาดใจ แล้วพูดขึ้น "ว้าว ทำไมเหรอเพลงของฉันมันทำให้พวกเขาระทวยเลยเหรอ? "

          "อย่ามาพูดมาก รีบไปขึ้นเวทีซะ ทุกคนรอนายอยู่"

         ฟู่เฉิงหมิงพูดเสียงฟึดฟัด เย่จื่อเฉินไม่ได้เดินไปขึ้นเวที แต่กลับนั่งลงที่เก้าอี้

          "ฉันไม่ไป"

          "เย่จื่อเฉิน นายอย่ามาทำตัวไม่เห็นหัวคนอื่นนะ"

          ฟู่เฉิงหมิงโมโหทันที ทุกอย่างที่เขาตั้งใจวางแผนเอาไว้ก็เพราะต้องการก้าวขึ้นไปอยู่เหนือเย่จื่อเฉิน

          แต่กลับกลายเป็นว่าเขายกก้อนหินมาทุ่มใส่เท้าตัวเอง

         กลับกลายเป็นหินปูทางให้คนอื่นแทนเสียเอง

         ที่เขาสามารถมาตามเย่จื่อเฉินด้วยตัวเองได้มันก็เกินขีดจำกัดที่เขาจะทนได้แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับมองไม่เห็นหัวเขาเลย

         ไม่ไปอย่างนั้นเหรอ

          "หึหึ ฉันมันก็ไม่เห็นหัวใครมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วหรือว่าคุณชายฟู่เพิ่งรู้จักฉันวันนี้ล่ะ?"

          เย่จื่อเฉินยิ้มคลุมเครือแล้วหยิบเอาที่ตัดเล็บในกระเป๋าออกมาตัดเล็บอย่างสบายใจ

         คนที่อยู่ข้างนอกกำลังรอคอยให้เย่จื่อเฉินไปขึ้นเวทีฟู่เฉิงหมิงไม่มีเวลามามัวโอ้เอ้ขนาดนั้น

          "นายจะเอายังไงกันแน่"

         ฟู่

         เย่จื่อเฉินเป่านิ้วมือนิดหน่อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มตาหยี

         "หรือว่า จะให้นายขอร้องฉันดีล่ะ?"