เื่ ฉันนั้นหรือ คือ ฮีโร่
ัไฟะ
ผู้แต่ง Candydragon
---------------------
...โครม...โครม...โครม... !
เกิดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง คล้ายกับมีวัตถุจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา...
และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอพยายามมองหา...
"อ๊า!..."
เธอแหงนหน้ามอง้า เสียงร้องใ ้าของเธอ ก้อนหินน้อยใหญ่จำนวนมากจากหน้าผาทั้งสองด้าน กำลังร่วงหล่นมาตามเส้นทางที่เธอวิ่ง เหมือน้าปิดเส้นทางออกจากหุบเขาไว้ไม่ให้เธอออก
"จะขวางงั้นหรือ? ไม่มีทาง!"
เธอะโออกมาเสียงดัง พร้อมปล่อยพลังหมัด ต่อยเข้าใส่ก้อนหินที่คิดหล่นขวางเส้นทาง เธอทั้งต่อย ทั้งหลบ ทั้งวิ่ง ทั้งะโ ทั้งเตะ ด้วยการเคลื่อนไหวที่ว่องไวกว่าสายฟ้าฟาด ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก
ในที่สุด เธอะโออกมาจากซอกเขาได้สำเร็จ ก่อนที่หินหน้าผาจำนวนมากจะร่วงหล่นลงมาปิดทางออกจนมิดสนิท เธอรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น เธอหลับตา ยืนตั้งสติอยู่ชั่วครู่ ตอนนี้เธอไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวอีกแล้ว เธอเปิดตาขึ้น พร้อมกับั์ตาเธอเรืองแสงสีม่วงแวบขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนกลับเป็ั์ตาปกติ
"ด่านต่อไปใช่ไหม? มาเลย!"
เธอพูดออกมาเสียงดังอย่างมั่นใจและพร้อมเต็มที่
ใต้แสงสลัว ในความมืด เบื้องหน้าของเธอตอนนี้ คือ อาคารอิฐโบราณหลังหนึ่ง รูปทรงอาคารคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ สีอิฐเก่าครึ โดยพื้นที่ส่วนกว้างสุดอยู่เป็ฐานบนพื้นดิน มีเถาวัลย์มากมายเลื้อยปกคลุม เหลือเห็นเพียงช่องปากทางเข้า ไร้ซึ่งประตู
ลูกศรนำทางเรืองแสงสีแดง ชี้ลูกศรเข้าไปข้างใน เธอจึงก้าวเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง พยายามเดินเข้าไปอย่างไร้เสียงััให้มากที่สุด สายตาจ้องมอง สังเกตดูรอบด้านอย่างระมัดระวัง เดินจากห้องหนึ่งทะลุไปอีกห้องหนึ่ง ผ่านประตูเข้าไป เข้าห้องโถงใหญ่ เธอเดินตามลูกศรไป ลึกเข้าไปในตัวอาคารมากขึ้น และมากขึ้น วัสดุที่สร้างสถานที่แห่งนี้ล้วนทำด้วยอิฐ ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีสิ่งใดผิดปกติใดเลย แต่...
...ฝึบ...ฝึบ...ฝึบ...ฝึบ...
...ฝึบ...ฝึบ...ฝึบ...ฝึบ...
เธอเผลอเอามือไปแตะปุ่มกลมเล็กสีแดงคล้ายลูกแก้วบนผนังทางเดิน วัตถุแหลมคมจำนวนมากพุ่งเข้าใส่เธอจากทุกทิศทางทันที
"ธนู!"
ใช่ นั่นคือธนูเหล็กยาวแหลมคม กลไกป้องกันตัวอาคารได้ถูกกดเปิดขึ้นอัตโนมัติ โดยที่เธอไม่รู้ตัว เพียงแค่ััสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กลไกสร้างไว้อำพราง แล้วระบบกลไกป้องกันอาคารอิฐโบราณจะฟื้นขึ้นทันที
เธอะโไปมา หมุนตัว เอียงตัว หลบทุกสิ่งที่หวังเข้ามาทำร้ายเธอ เธอพยายามวิ่งไปข้างหน้า แต่จำนวนธนูเพิ่มมากขึ้นตลอดทาง แถมตอนนี้ยังมีอาวุธแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมเล็กบางแหลมคมเพิ่มมาอีก หมุนแกว่งไล่ตามเธอไม่หยุด
นี่...ใกล้สุดทางเดินแล้ว ทางตัน ไม่มีเส้นทางไปต่อ เธอหันตัวกลับ ในชั่วอึดใจ เธอตัดสินใจใหม่ ไม่ถอย แต่...
...เปรี้ยง!...
รุ้งประสานแขนไขว้กัน คล้ายเครื่องหมายกากบาท แล้วเหวี่ยงแขนลงสุดแรง เกิดพลังแสงสีม่วงสว่างจ้าจากตัวเธอ และสว่างจ้าขึ้นจนทั่วตลอดทางเดินที่เธอยืน พลังทำลายล้าง พลังจากเทคโนโลยีผลึกคริสทัลเพอร์เพิล เธอปล่อยพลังออกมา ทำให้อาวุธแหลมคมมหาศาลในบริเวณที่เธออยู่ สลายกลายเป็ผุยผงจนหมดสิ้นในพริบตา
"หมดแล้วใช่ไหม?"
เธอะโพูดกับตัวเอง หยุดพักหายใจชั่วครู่ แต่สายตายังคงมองดูรอบด้าน ลูกศรนำทางเรืองแสงขึ้นที่ด้านหนึ่งของผนังกำแพงอิฐ เธอวิ่งไปยังกำแพงนั้น
"ไม่มีประตูนี่!"
เธอใช้มือแตะไปที่กำแพง พยายามหาบางสิ่งที่อาจเป็กลไกใช้เปิดประตู แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นประตูนั้นเลยก็ตาม เธอคลำหาตามผนังกำแพง แต่ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย เธอจึงใช้พลังตาทิพย์มองทะลุกำแพง
"ไม่ผิดแน่ ลูกศรนำทางอยู่ในนั้น!"
สิ่งที่เธอมองเห็นหลังกำแพงหนานี้ คือห้องโถงขนาดใหญ่ ใหญ่มากจริงๆ เธอจึงลองใช้พลังเดินทะลุกำแพง และได้ผลจริง เธอเดินทะลุเข้ามายืนในห้องโถงั์แห่งนี้ได้สำเร็จ ที่นี่ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ทั้งเสา ทั้งกำแพง หรือแม้แต่เพดานหลังคา ล้วนก่อด้วยก้อนอิฐสีขาวเทา ขนาดของห้องโถงแห่งนี้เหมือนจะพอๆ กับสนามกีฬาใหญ่ในเมืองหลวง เธอกวาดตามอง เห็นลูกศรทางออกเรืองแสงอยู่ไกลๆ เธอรีบวิ่งไปทางด้านนั้นทันที ด้วยสายตาที่คอยสอดส่องระแวดระวังทุกทิศทาง ขณะที่เธอกำลังวิ่งไปและใกล้จะประตูทางออก...
...พรึบ...พรึบ...พรึบ...
...พรึบ...พรึบ...พรึบ...
"อ๊าก!..."
วัตถุบางสิ่งขนาดั์พุ่งเข้าใส่ตัวเธอ เธอเห็นแล้วตั้งใจจะหลบ แต่หลบไม่ทัน เธอล้มกลิ้งไปบนพื้นอีกด้านทันที เธอรีบค้ำแขน ะโหมุนตัวลุกขึ้นยืนอย่างว่องไว นั่นตัวอะไร หรือว่า...
"ั?"
เธอพูดเสียงดัง เบิกตาโตด้วยความใ เคยเห็นแต่ในทีวี ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอจริง ัสีดำขลับ ตัวใหญ่ั์ขนาดเครื่องบินสองร้อยที่นั่ง ปีกใหญ่แข็งแรง หนามแหลมยาวแวววับจากกลางหลังไล่ไปถึงปลายหาง มือเท้าหนาใหญ่ เล็บยาวแหลมคม และ...
"อ๊าก!..."
และ...พ่นไฟได้ เธอร้องใ รีบม้วนตัวหลบทันที ใช้พลังลอยตัวขึ้นเหนืออากาศ เพิ่งเคยเห็นัตัวเป็ๆ ครั้งแรก ตัวใหญ่เหลือเกิน จะสู้ยังไง แถมเล่นมายืนขวางประตูทางออกเอาไว้อีก ลูกศรทางออกบอกว่าต้องออกทางนั้น ไม่งั้น เธอคงใช้พลังทะลุกำแพงพุ่งตัวออกไปแล้ว ถ้าสู้ไม่ได้ ขอแค่ให้ัหลบพ้นทางไปก็ยังดี จะได้ไม่บังขวางประตูทางออก
เหมือนัจะไม่ยอมให้เธอได้คิดนาน และไม่้าให้เธอออกไปทางประตูนั้น เขารีบเหวี่ยงหางทรงพลัง สะบัดใส่ร่างเธออย่างแรง เธอพยายามหลบ แต่กลับสะดุดล้มลง ถูกหนามปลายหางเฉียดเข้าที่หน้าขา จนรองเท้าขาดเป็รอยยาวลึกถึงิั ดีว่าชุดเสื้อผ้าสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่หนามปลายหางของัทำให้เธอรู้สึกเจ็บเช่นกัน ัพ่นไฟใส่เธอ เธอพยายามหลบไปมาอย่างรวดเร็ว ปล่อยลำแสงทำลายล้างจากผลึกคริสทัลเพอร์เพิลเข้าใส่ั ทั้งรุ้งและัต่อสู้กันอยู่นาน และไม่มีทีท่าว่าัจะเคลื่อนตัวออกจากประตูทางออกแม้แต่น้อย ตอนนี้รุ้งรู้สึกเหนื่อยมาก ทั้งถูกเล็บแหลมขูดขีดตามร่างกาย ถูกหางเหวี่ยงเข้าใส่เต็มแรง รอยไหม้บนเสื้อผ้าจากไฟั แม้เสื้อผ้าจะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ร่างกายใต้เนื้อผ้าของเธอเริ่มมีอาการาเ็บอบช้ำมากขึ้น...
...และมากขึ้น
กุ๊งกิ๊ง บับเบิ้ล และทรีตเธอร์ ที่อยู่ในห้องควบคุม ต่างพยายามติดต่อเบื้องบน ขอให้ยกเลิกระบบั พวกเขาเป็ห่วงรุ้งมาก ั้แ่เห็นัปรากฏกายขึ้นในห้องโถงั์นี้ครั้งแรก พวกเขารีบติดต่อเบื้องบนทันที เพราะไม่เคยมีการลงระบบัในการทดสอบพื้นฐานครั้งแรก นี่เป็สิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง และไม่เคยมีการทดสอบครั้งแรกด้วยการสู้กับัมาก่อน พวกเขาใมาก และเป็ห่วงรุ้งเหลือเกิน ขณะที่พวกเขากำลังวุ่นเื่การติดต่อกับเบื้องบน...
...วึง!...
เกิดแสงสีขาวสว่างแวบขึ้น ขณะนี้ มีใครอีกคนปรากฏกายขึ้นด้านหลังพวกเขา...
"พวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วงหรอก! เธอต้องทำได้แน่!"
หนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวใส ผมสั้นสีดำ รูปร่างสูงสง่า กล้ามเนื้อกำยำ ในชุดสีเงินพร้อมรบ ใช่แล้ว! ชายปริศนาที่รุ้งเคยเจอเมื่อสองปีก่อน เขาปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่นี่ ณ ห้องควบคุม ในห้องส่วนตัวพิเศษของรุ้ง ที่จริงๆ แล้วไม่ควรมีคนนอกเข้าได้
กุ๊งกิ๊งในร่างมนุษย์ ผึ้งบับเบิ้ล และทรีตเธอร์หุ่นยนต์ ทำท่าทางคำนับแสดงความเคารพชายปริศนาผู้สูงศักดิ์ทันที
ด้วยความเป็ห่วงรุ้ง ชายปริศนาจึงลงมาที่นี่ แต่ไม่้าแสดงอาการให้ใครเห็น แม้ในใจจะรู้สึกร้อนรนไม่แพ้พวกเขาทั้งสามเลย ตอนนี้เขาอยู่ในชุดพร้อมต่อสู้ นั่นหมายความว่า หากรุ้งไม่สามารถสู้ได้ เขาจะเป็คนรีบเข้าไปช่วยเธอออกมาเอง โดยไม่มีใครทราบว่า ผู้ที่ลงระบบัในการทดสอบพลังพื้นฐานครั้งแรกนี้ ก็คือ เขา นั่นเอง เพราะเขามั่นใจว่ารุ้งต้องทำสำเร็จ
"แต่ท่านขอรับ ัไฟตัวนี้ คือ ัไฟะ ฆ่าไม่ตายนะขอรับ แล้วจะให้ท่านรุ้งจัดการอย่างไร ตอนนี้เธอเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ และร่างกายภายในยังาเ็อีก"
กุ๊งกิ๊งพูดออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความเป็ห่วงรุ้ง
"ขอ...ขอข้าเข้าไปช่วยท่านรุ้งได้ไหมขอรับ?"
กุ๊งกิ๊งพูดขออนุญาตชายปริศนาอย่างไม่รีรอ ด้วยใบหน้าที่เป็ห่วงเธอเหลือเกิน
ชายปริศนาคิดในใจ หรือให้เขาเข้าไปช่วยเธอตามที่เขาขอก็น่าจะดี เพราะตอนนี้ดูอาการของเธอแล้วน่าจะไม่ไหว ัไฟมีพลังมหาศาลและฆ่าไม่ตายด้วยวิธีธรรมดา นอกจาก... ชายปริศนาเตรียมจะพูดตอบตกลง แต่...
"ท่านกุ๊งกิ๊งขอรับ! ท่านยังมีเวลาในร่างมนุษย์ได้อีกหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นนะขอรับ! ตอนนี้ใกล้จะบ่ายสองโมงแล้ว! อีกอย่าง ยาวิเศษเม็ดใหม่ไม่อนุญาตให้ใช้การได้ในห้องทดสอบพลัง ท่านอย่าลืมนะขอรับ!"
ทรีตเธอร์พูดอธิบายกุ๊งกิ๊งอย่างรวดเร็ว
"จริงด้วยขอรับ! หากท่านเข้าไป ทั้งท่านและท่านรุ้งอาจเป็อันตรายทั้งคู่นะขอรับ! และแม้ว่าห้องทดสอบใหญ่นี้จะสามารถเข้าไปได้ด้วยพลัง แต่ไม่สามารถใช้พลังหายตัวออกมาได้ ต้องผ่านทางประตูทางออกสีแดงเรืองแสงเท่านั้นนะขอรับ!"
บับเบิ้ลช่วยพูดเสริม ห้ามไม่ให้กุ๊งกิ๊งเข้าไป ด้วยเงื่อนไขของห้องทดสอบใหญ่ที่กำหนดให้ออกได้ทางเดียว และมีัเฝ้าไว้ไม่ห่าง
"เ้ามั่นใจหรือไม่ ในเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง?"
ชายปริศนารีบหันหน้าไปถามกุ๊งกิ๊ง พยายามเก็บอาการร้อนรนและเป็ห่วงรุ้งไว้ในใจไม่ให้ใครสังเกตเห็น
"ทำได้แน่นอนขอรับ! ข้าจะรีบนำท่านรุ้งกลับมาก่อนบ่ายสามโมงให้ได้ขอรับ!"
กุ๊งกิ๊งรีบพยักหน้ารับ พูดตอบชายปริศนาอย่างไม่รีรอด้วยความมั่นใจและเป็ห่วงรุ้งเช่นกัน
ชายปริศนาพยักหน้าตกลง กุ๊งกิ๊งรีบหายตัววับในอึดใจ และปรากฏตัวทันทีกลางอากาศในห้องโถงใหญ่ สภาพห้องโถงตอนนี้ดูไม่จืดเลย มีแต่ซากปรักหักพังของเสาหรือตัวอาคาร ก้อนอิฐน้อยใหญ่หล่นกองหรือถล่มบนพื้นมากมาย ไฟลุกไหม้หลายจุดจนเกือบจะทุกที่ ในห้องเต็มไปด้วยฝุ่นละอองและควันไฟ กับัตัวดำใหญ่กำลังพ่นไฟไปทั่วทุกแห่งหน เขากวาดตามองหารุ้งอย่างรวดเร็ว และพุ่งตัวไปยังทิศที่รุ้งลอยอยู่และกำลังร่วงหล่น
"ไหวไหม? กุ๊งกิ๊งพารุ้งออกไปนะ!"
เขาหมุนตัวกลางอากาศ โอบกอดรุ้งที่ร่างกำลังจะร่วงหล่นลงพื้นไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ก้มหน้าถามเธออย่างเป็ห่วง เขาใช้หลังของเขาบังไฟร้อนของัไฟะที่กำลังพ่นเข้าใส่ เกิดลำแสงสีฟ้าเป็เกราะป้องกันเรืองแสงรูปทรงโค้งเว้าขนาดใหญ่เป็กำบังป้องกันตัวของเขาและเธอไว้ เขาเตรียมจะหายตัวเพื่อออกจากห้องทดสอบนี้ แต่...
...โครม!...
หางของัฟาดเขาสองคนร่วงลงไปกองกับพื้นทันที ซ้ำยังพ่นไฟร้อนแรงออกมา กวาดลากไฟร้อนที่พ่นออกจากปากไปทุกที่ที่กุ๊งกิ๊งอุ้มรุ้งหลบหลีก กุ๊งกิ๊งลอยตัวขึ้นกลางอากาศ โดยที่มือหนึ่งพยุงตัวรุ้งไว้ อีกมือปล่อยลำแสงทำลายล้างสีขาวเข้าใส่ัชุดใหญ่อย่างไม่ยั้ง ควันคละคลุ้งทั่วบริเวณที่ัยืนอยู่ และขยายฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ เขาจ้องมองสังเกตชั่วครู่ เมื่อไม่เห็นการเคลื่อนไหวใด จึงคาดว่าัไฟะตัวนี้น่าจะสิ้นฤทธิ์แล้ว กุ๊งกิ๊งตัดสินใจเตรียมพารุ้งเหาะพุ่งไปยังทิศทางของประตูทางออก แต่...
...ปัง!...
ัไฟะได้ทำลายประตูทางออกที่เขามีหน้าที่รักษาไว้จนสิ้นซาก ก้อนอิฐน้อยใหญ่ถล่มลงปิดทางประตูจนไม่เหลือ แล้วกระพือปีกบินขึ้น ลอยตัวสูงขึ้น สูงกว่าระดับพวกเขาทั้งสองที่ลอยตัวอยู่ แล้วปล่อยลำแสงสีเงินขนาดใหญ่ออกจากปากอย่างรวดเร็วและรุนแรงเหลือเกิน กุ๊งกิ๊งสร้างเกราะป้องกันรอบตัว แต่ครั้งนี้เกราะพลังวิเศษของเขาไม่สามารถป้องกันพลังลำแสงสีเงินประหลาดนี้ได้ เกราะแตกกราวสลายลง เขาทั้งสองร่วงหล่นพื้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทั้งกุ๊งกิ๊งและรุ้งล้วนมีอาการาเ็เต็มตัวไม่แตกต่างกัน ทั้งรู้สึกเ็ปทั่วร่างกาย จนแทบจะลุกขึ้นยืนไม่ไหว...
"พี่กุ๊งกิ๊งไหวไหม? รีบออกไปก่อนเถอะนะ! ตรงนี้เป็หน้าที่ของรุ้ง เดี๋ยวรุ้งจัดการเอง!"
เธอหันมองหน้าเขา ตอนนี้ตัวของเขามีแต่แผลเต็มไปหมด มีเืสีฟ้าไหลออกมาตามาแมากมาย เธอเป็ห่วงเขามาก ไม่อยากให้เขาาเ็ และเธอจำได้ว่า ร่างมนุษย์ของเขาจะอยู่ได้แค่บ่ายสามโมง เธอเช็กดูเวลาในแว่นตาอัจฉริยะ นี่...เหลือเวลาอีกเพียงสิบนาทีจะถึงเวลานั้นแล้ว เธอเตรียมส่งพลังจิตเฮือกสุดท้าย เพื่อะเิก้อนอิฐเปิดทางออกและผลักเขาออกไปจากที่นี่
แต่...
ไม่ทันจะได้ทำอะไร ัไฟะปล่อยหนามแหลมจากกลางหลัง พุ่งเข้าใส่พวกเขาเป็ชุดทันที พวกเขาพยายามรวมพลังร่วมกันสร้างเกราะลำแสงป้องกันใหม่ แต่หนามแหลมของัแข็งแกร่งนัก ทำลายเกราะลำแสงของพวกเขาทั้งสองคนได้อย่างสิ้นเชิง และไม่้าให้พวกเขาได้มีเวลาคิดรออะไร ัพ่นลำแสงสีเงินประหลาดพุ่งใส่พวกเขาอย่างจัง กุ๊งกิ๊งรีบหันหลังของตัวเองที่แทบจะไม่มีพลัง เข้ากำบังตัวรุ้งไว้ทันที เขาโอบกอดตัวรุ้งไว้แน่น ไม่ให้ถูกลำแสงทำร้ายเธอ แรงดันของลำแสงกระทบเข้าด้านหลังของกุ๊งกิ๊งเต็มที่ จนเืเขาทลักออกจากปาก สลบฟุบบนไหล่ของรุ้งทันที เป็ภาพที่เธอไม่มีวันลืม
"พี่กุ๊งกิ๊ง!"
รุ้งใสุดขีด ร้องไห้ออกมาอย่างสุดใจ เธอร้องะโเรียกชื่อเขา พยายามเขย่าตัวเขาให้ฟื้น แต่เหมือนไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับใดๆ รุ้งโกรธจนสุดขีด บังอาจมาทำร้ายเพื่อนสนิทที่สุดและเธอรักมากที่สุด เขาต้องไม่เป็อะไร เธอต้องทำอะไรสักอย่าง แล้วรีบพาเขาออกไปจากห้องโถงนี้ ถ้าไม่ให้หนี งั้น มีทางเดียว คือ จัดการเ้าัร้ายนี่ซะ!
...พรึบ!...
พลังบางอย่างในกายเธอลุกโชติขึ้น แสงเพลิงสีม่วงสว่างสดใสที่เธอไม่เคยฝึก เพลิงเย็นสีม่วงห่อหุ้มรอบกายเธอ เธอค่อยๆ วางร่างที่สลบของกุ๊งกิ๊งอย่างระมัดระวังลงบนพื้นมุมหนึ่งของห้องโถงั์ สร้างลำแสงเกราะป้องกันครึ่งวงกลมคุ้มครองครอบตัวเขา เธอหันหลังกลับพุ่งตัวลอยขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ลอยสูงขึ้นกว่าระดับที่ับินอยู่ ใบหน้าเธอตอนนี้ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ดวงตามีไฟเพลิงสีม่วงสว่างลุกโชติ่ออกมา พร้อมกับร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยไฟเพลิงสีม่วงขนาดใหญ่ เธอปล่อยลำแสงทำลายล้างสีม่วงและสีรุ้งออกจากฝ่ามือเป็ชุด ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา จนัร่วงหล่นบนพื้นดิน เธอพุ่งตัวลงด้านล่างอย่างไม่รอช้า ปล่อยลำแสงเกลียวไฟคู่กวาดใส่ร่างของั จนควันคลุ้งทั่วบริเวณ แต่เหมือนัจะไม่หมดฤทธิ์ง่ายๆ เธอตัดสินใจใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่มี
...บึม!...
พลังเฮือกสุดท้ายที่เธอมี เป็พลังที่เธอไม่รู้จัก ลำแสงรูปดวงดาวล้อมรอบด้วยวงกลมสีทอง ลำแสงพุ่งออกจากฝ่ามือ ได้ขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น พุ่งเข้าใส่ัอย่างรวดเร็ว จนคลุมรอบร่างกายั และผลักดันร่างของัให้แนบสนิทติดอยู่กับพื้นดิน ัไม่สามารถคลื่นไหวได้ พลังลำแสงได้ซึมเข้าในร่างั จนนิ่งสนิทและไร้การเคลื่อนไหวทันที
"ท่านทำได้แล้ว!"
กุ๊งกิ๊งส่งเสียงะโด้วยความดีใจมาแต่ไกล เขารู้สึกตัวฟื้นขึ้นั้แ่รุ้งสร้างเกราะคุ้มกันให้เขา แล้วเธอหันหลังลอยตัวขึ้นสู้กับั เวลานั้น เขาพยายามพยุงจะลุกขึ้นเพื่อไปช่วยเธอ แต่ยังไม่ทันที่จะยืนทรงตัวได้ รุ้งสามารถจัดการัไฟะได้สิ้นฤทธิ์อย่างรวดเร็วและน่าเหลือเชื่อ เพราะพลังวิเศษชุดสุดท้ายนี้เป็พลังที่ใช้สำหรับการสู้รบ ไม่ได้อยู่ในชุดพลังต่อสู้และป้องกันตัวพื้นฐาน เธอจึงยังไม่เคยฝึก อย่างพลังเวทย์รูปวงกลมล้อมดาว เป็พลังที่ฝึกได้สำหรับผู้มีพลังพิเศษเฉพาะเพียงบางคนเท่านั้น เขาเองยังไม่สามารถฝึกได้ แต่รุ้งสามารถทำได้โดยไม่รู้ตัว ถือเป็เื่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง เขารู้สึกภูมิใจในตัวของรุ้งมาก
รุ้งที่ยังลอยตัวอยู่กลางอากาศ กับใบหน้าที่จ้องมองไปทางัที่สลบแน่นิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าัจะไม่ลุกขึ้นมาอีก แต่เมื่อเธอได้ยินเสียงของเขา เธอหันมองไปทางทิศที่เธอสร้างเกราะป้องกันให้เขาอยู่ ด้วยดวงตาที่ยังมีเพลิงสีม่วงลุก่
"พี่กุ๊งกิ๊ง!"
ดวงตาเพลิงสีม่วงที่ลุกโชติ่ตลอดการต่อสู้เฮือกสุดท้ายของเธอ ได้หายวับไปทันที แปรเปลี่ยนเป็ดวงตาใสปกติ แต่เต็มไปด้วยน้ำตาคลอ เธอดีใจอย่างที่สุดที่พี่กุ๊งกิ๊งที่เธอรักและสนิทที่สุดยังคงมีชีวิต เธอรู้สึกหมดห่วงแล้ว...
"ท่านรุ้ง!"
เสียงกุ๊งกิ๊งดังขึ้นด้วยความใ เขารีบปลดพลังเกราะป้องกัน ะโพุ่งตัวพรวดอย่างสุดแรง ตรงดิ่งขึ้นบนอากาศ เหาะไปยังจุดที่รุ้งกำลังร่วงหล่นจากกลางอากาศ เธอสลบทันทีหลังจากเห็นกุ๊งกิ๊งเงยหน้าเรียกเธอ ตอนนี้เธอไม่มีความกังวลแล้ว พี่กุ๊งกิ๊งของเธอฟื้นขึ้นมาแล้ว เธอหลับตาลงโดยไม่รู้ตัวกับรอยน้ำตาที่ไหลริน
"เรากลับบ้านกันเถอะ!"
เขารีบคว้าตัวเธอกลางอากาศ อุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน เขาก้มหน้ามองเธอ ที่ตามเนื้อตัวใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเืสีม่วงและร่องรอยาแ เขารู้สึกปวดใจอย่างที่สุด พูดเสียงเบาข้างหูเธออย่างอบอุ่น ใช้มือเช็ดคราบน้ำตาสองข้างแก้มเธอเบาๆ ด้วยความห่วงใย แล้วเหาะพุ่งตัวไปทางทิศที่ประตูทางออกถล่มอย่างเร็ว รวมพลังที่แทบจะไม่เหลือปล่อยลำแสงทำลายล้างไปยังกลุ่มก้อนอิฐที่ขวางกั้นทางออกไว้ ก้อนอิฐะเิแตกกระจายกลายเป็ผุยผง จนเขาสามารถเห็นแสงสีแดงของลูกศรทางออกอยู่เบื้องหน้า เขาอุ้มรุ้งไว้แน่น และเหาะพุ่งตัวอย่างเร็วเข้าไปในประตูทางออก และ พวกเขาเข้าเขตแสงสีขาวสว่างจ้าทันที
ณ ห้องควบคุมที่กำลังรอคอยการกลับมาของพวกเขาอย่างตื่นเต้นดีใจ และกังวลใจในคราวเดียวกัน...
...วึ้ง!...
เสียงที่ทุกคนในห้องควบคุม้าได้ยินดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของกุ๊งกิ๊งและรุ้ง พวกเขาทั้งสองกลับมาแล้ว กุ๊งกิ๊งที่แทบจะทรงตัวยืนไม่ได้ แต่เขาไม่ยอมปล่อยรุ้งออกจากอ้อมแขน เขารีบอุ้มเธอวางลงบนเตียงระบบวินิจฉัยอัจฉริยะอย่างระมัดระวัง ทั้งบับเบิ้ลและทรีตเธอร์รีบกุลีกุจอเช็กระบบ เตรียมเริ่มการวินิจฉัยซ่อมแซมร่างกายให้รุ้ง กุ๊งกิ๊งเห็นรุ้งได้รับการตรวจวินิจฉัยร่างกายแล้ว เขารู้สึกวางใจ และทรุดตัวลงสลบฟุบกับพื้น นอนแน่นิ่งทันที
เขานำเธอกลับมาได้ก่อนถึงเวลาบ่ายสามโมงในเสี้ยวนาทีได้สำเร็จ ก่อนที่เขาต้องกลายสภาพเป็ร่างเดิม บับเบิ้ลเห็นเขาคืนร่างเดิม จึงรีบเรียกทรีตเธอร์ให้นำร่างหมาน้อยของเขาขึ้นวางบนเตียงระบบวินิจฉัยอัจฉริยะอีกเตียงที่อยู่ข้างกัน